LINE MAN Wongnai ร่วมก่อตั้ง สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (TDPA) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากล

LINE MAN Wongnai ร่วมกับ Grab, Lazada และ Shopee ประกาศเปิดตัว สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (Thai Digital Platform Trade Association: TDPA) อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากลพร้อมทั้งยกระดับและเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยเติบโตอย่างมีศักยภาพ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่สมดุล โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA Report 2025) ฉบับล่าสุด โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2568 มีมูลค่าทางการตลาดและอัตราการเติบโตอยู่ที่ 16% หรือประมาณ 1.73 ล้านล้านบาท (5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในปีที่ผ่านมา  และยังคงครองตลาดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีภาคอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับธุรกิจขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหาร และสื่อดิจิทัล ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว กลุ่มผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการผนึกกำลัง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน TDPA เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำดังกล่าว ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมีเป้าหมายเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อร่วมกันพัฒนานโยบายสาธารณะที่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ การสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อคู่ค้า ผู้บริโภคและสังคม อันจะเอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม ควบคู่กับการรองรับนวัตกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในโลกดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย กล่าวว่า “การก่อตั้ง TDPA ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่เพียงหนึ่งในภาคธุรกิจอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานและแรงขับหลักของการเติบโตประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภารกิจของ TDPA คือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รวมทั้ง TDPA จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรอบนโยบายที่สมดุล โปร่งใส เปิดกว้างต่อการแข่งขัน และยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน เราเชื่อว่าการกำกับดูแลที่แม่นยำและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” ดร. มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai “หน้าที่ของ TDPA นอกจากจะเป็นตัวกลางประสานความเข้าใจกับภาครัฐ บนพื้นฐานของความสมดุลและโปร่งใสแล้ว ยังมุ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตไปพร้อมกับระบบนิเวศของ SMEs และคนทำงานแพลตฟอร์มในระยะยาว การที่ LINE MAN Wongnai เข้ามามีส่วนร่วมนั้น จะช่วยสะท้อนอีกหนึ่งมุมมองในฐานะแพลตฟอร์มไทย และสมาคมฯ ก็เปิดกว้างยินดีต้อนรับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มรายอื่น ๆ ในไทยให้เข้ามาร่วมกัน เพื่อให้สมาคมฯ เป็นตัวแทนเสียงของอุตสาหกรรมได้อย่างครอบคลุมที่สุด” TDPA ยึดมั่นใน 4 ค่านิยมหลัก ได้แก่: การจัดตั้ง TDPA ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างโปร่งใส แข่งขันได้ และสร้างประโยชน์ต่อสังคมในระยะยาว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคฯ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

27 Feb 2026

ยอด ชินสุภัคกุล ขึ้นแท่น CEO of the Year 2025 จาก Bangkok Post

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ติดโผ CEO of the Year 2025 ในสาขา Emerging Tech Leader จาก Bangkok Post CEO of the Year 2025 ภายใต้แนวคิด “Leadership at the Edge” ที่ยกย่องผู้นำองค์กรซึ่งมีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ นำองค์กรฝ่าความท้าทาย และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การคัดเลือกจัดทำโดยหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ร่วมกับ Sasin School of Management และ Hewitt Consulting ผ่านกระบวนการประเมินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ยึดหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และมาตรฐานวิชาชีพ โดยพิจารณาจากวิสัยทัศน์ผู้นำ ความสามารถในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ผลงานเชิงกลยุทธ์ที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม และการนำองค์กรท่ามกลางความไม่แน่นอน Bangkok Post CEO of the Year 2025 เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับผู้นำองค์กรชั้นนำจากอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น พลังงาน คมนาคม ค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมหนัก ฯลฯ สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้นำเทคโนโลยีไทยในเวทีเศรษฐกิจหลักของประเทศ โดยกรณีของ LINE MAN Wongnai ที่คุณยอดเป็นหัวเรือพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อมร้านค้า ไรเดอร์ และบริการท้องถิ่นทั่วประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Post ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

16 Dec 2025

LINE MAN Wongnai Reports Late-2025 Rebound in Thailand’s Restaurant Sector, Powered by “Half-Half Plus” with 4x Nationwide Sales Growth

LINE MAN Wongnai reports strong recovery signals in Thailand’s restaurant industry toward the end of 2025, following a difficult first half marked by weak consumer spending and high food costs. Fresh data from Wongnai POS (offline sales) and the LINE MAN platform (delivery sales) show that the government’s “Half-Half Plus” initiative successfully revived spending and accelerated growth for small restaurants, especially in secondary cities where sales reached record highs — in contrast to food hotspot areas in Bangkok that remain slow to rebound. Market rebounds in Q4 after a steep drop in Q2 At the “LINE MAN Wongnai Kin Khao Lao Khao” event, Yod Chinsupakul – CEO, revealed that: “The first half of 2025 marked the lowest point for the restaurant sector, with sales per store dropping -14% in Q2. But the market turned positive in the second half — up +1% in Q3 and +5% in Q4 (Oct–Nov data) — reflecting a broad recovery in consumer spending supported by Half-Half Plus.” Although new restaurant openings grew 3% in the second half, the closure rate remained high at 50%, signaling continued pressure from rising operating costs and intense competition. “Half-Half Plus” boosts spending and delivers nearly 6x growth for small restaurants The government stimulus unlocked spending at scale, and LINE MAN — the No.1 delivery platform in “Half-half Plus” — helped channel demand efficiently to restaurants and riders. Key highlights include: What stands out most is how Half-Half Plus helped “small restaurants” (earning less than THB 10,000 per month) achieve real growth, with sales surging 5.9x compared with before the program. Mid-sized restaurants (earning more than THB 10,000 per month) saw sales double. This reflects a clear trickle-down impact, channeling spending directly to smaller operators. Riders also benefited, with their average income rising 15–25%, driven by higher daily order volumes. Top “Half-Half Plus” menu items ordered on LINE MAN included Thai milk tea, spicy papaya salad (som tam), green milk tea, cocoa drink, and spicy jungle papaya salad. The program also drove high-value “premium orders,” with top items such as salmon, premium durian, grilled prawns, steamed crab roe, and suckling pig — with the highest bill reaching THB 1,700, indicating consumers used the program to try higher-priced items. Strong recovery outside Bangkok, while hotspot areas in the capital remain slow In Q4 (Oct–Nov 2025), provincial markets recovered faster than Bangkok, with sales per store rising +7% (from -11% in Q2), while Bangkok grew only +2% (from -16% in Q2). Tourist hubs such as Chiang Mai (+9%), Pattaya (+12%), and Phuket (+7%) also strengthened as travel demand returned. Half-Half Plus drove substantial growth in provincial markets. Top-performing provinces compared to pre-program sales were: Chanthaburi (+9.4x), Nong Bua Lamphu (+9.3x), Uttaradit (+8.9x), Udon Thani (+8x), and Chiang Rai (+7x). Despite year-end improvements, Bangkok remains the slowest to recover. Several “hotspot zones” remain negative: Consumer behavior 2025: Value-first mindset, with menus under THB 500 driving resilience LINE MAN Wongnai data shows that Thai consumers prioritize value more than before. Menus under THB 500 were least affected, with sales dropping only -12% in Q2 and rebounding +5% in Oct–Nov. In contrast, higher-ticket items (above THB 500) saw deeper pressure: -14% in Q2, recovering to +4% at year-end, but still growing slower than low-cost options — reflecting cautious mid-income spending in a tight economy. In 2025, the restaurant market showed early signs of recovery, but Thai consumers became more selective — choosing value-driven menus and spending more only when supported by incentives like Half-Half Plus. This sets the stage for 2026 as a pivotal year, with questions around whether the market can sustain its momentum once government stimulus ends. For LINE MAN Wongnai, the year-end results reinforce its role as a key platform connecting government programs to consumers, effectively distributing income to restaurants nationwide and helping keep Thailand’s food ecosystem moving forward during a fragile economic period. For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

LINE MAN Wongnai

12 Dec 2025

LINE MAN Wongnai ชี้ธุรกิจร้านอาหารปลายปี 2025 ฟื้นตัวชัด แรงส่ง “คนละครึ่ง พลัส” ดันยอดร้านโตเฉลี่ย 4 เท่าทั่วประเทศ

LINE MAN Wongnai เปิดเผยสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในไทยปลายปี 2025 หลังผ่านครึ่งปีแรกที่ซบเซาหนัก จากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ต้นทุนอาหารสูง ทำให้ยอดขายร้านอาหารตกลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจาก Wongnai POS (ยอดขายหน้าร้าน) และแพลตฟอร์ม LINE MAN (ยอดขายเดลิเวอรี) สะท้อนว่า “คนละครึ่ง พลัส” ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและอัดฉีดร้านเล็กให้โตได้จริง โดยเฉพาะจังหวัดเมืองรองมียอดขายเติบโตพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว ตลาดร้านอาหารพลิกกลับมาบวกใน Q4 หลังจมดิ่งใน Q2 ในงาน “LINE MAN Wongnai กินข้าว เล่าข่าว” ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า“ครึ่งปีแรก 2025 ถือเป็นช่วงต่ำสุดของธุรกิจร้านอาหาร โดยยอดขายต่อร้าน (sales per store) หดตัวหนักถึง -14% ใน Q2 แต่หลังจากเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ตลาดเริ่มกลับมาเป็นบวก โดย Q3 โต +1% และ Q4 (ข้อมูลเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) กลับมาโต +5% สะท้อนการกลับมาของกำลังซื้อในวงกว้าง หลังแรงส่งของโครงการคนละครึ่ง พลัส” แม้จำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 3% ในครึ่งปีหลัง 2025 แต่อัตราร้านที่ปิดตัวลงยังอยู่ที่ 50% ถือว่าคงตัวจากครึ่งปีแรก แปลว่าธุรกิจร้านอาหารยังแข่งขันหนักและได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่สูง “คนละครึ่ง พลัส” เร่งตลาด ส่งกำลังซื้อพุ่ง-ร้านเล็กโตเกือบ 6 เท่า มาตรการรัฐช่วยปลดล็อกกำลังซื้อในวงกว้าง และ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเบอร์ 1 คนละครึ่งที่เชื่อมผู้คนกับร้านอาหารได้รวดเร็ว ทำให้เงินสะพัดสู่ฐานรากตั้งแต่ร้านเล็กจนถึงไรเดอร์ โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ดังนี้ ที่น่าสนใจที่สุดคือคนละครึ่ง พลัสช่วยให้ “ร้านเล็ก” (นับรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโตได้จริง มียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง (รายได้มากกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโต 2 เท่า ถือเป็นการอัดฉีดของรัฐที่ทำให้เม็ดเงินไหลสู่ร้านรายย่อยอย่างชัดเจน ฝั่งไรเดอร์เองก็ได้อานิสงส์จากโครงการ มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15–25% ตามปริมาณออเดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น เมนูที่มียอดสั่งสูงสุดผ่านแคมเปญคนละครึ่ง พลัสบน LINE MAN 5 อันดับแรก ได้แก่ ชาไทย, ตำปูปลาร้า, ชาเขียวนม, โกโก้ และ ตำป่า และคนละครึ่งยังทำให้เกิดเมนู “จัดหนัก” ที่มียอดบิลสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แซลมอน, ทุเรียนหมอนทองแกะเนื้อ, กุ้งเผา, ปูไข่นึ่ง และหมูหัน มูลค่าบิลสูงสุดแตะ 1,700 บาท แสดงว่าผู้บริโภคมองโปรโมชันจากรัฐเป็นโอกาสลองของแพง ร้านอาหารต่างจังหวัดฟื้นแรง อานิสงส์คนละครึ่ง พลัส สวนทางกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว ในช่วง Q4 (นับเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2025) ภาพรวมตลาดร้านอาหารในต่างจังหวัดฟื้นตัวแรงกว่ากรุงเทพฯ โดยยอดขายต่อร้านต่างจังหวัดโตเฉลี่ย +7% (จาก -11% ใน Q2) ขณะที่กรุงเทพฯ โตเพียง +2% (จาก -16% ใน Q2) ด้านเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ (+9%), พัทยา (+12%) และภูเก็ต (+7%) เริ่มฟื้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว ผลจากคนละครึ่ง พลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี (+9.4 เท่า), หนองบัวลำภู (+9.3 เท่า), อุตรดิตถ์ (+8.9 เท่า), อุดรธานี (+8 เท่า) และเชียงราย (+7 เท่า) แม้ตลาดภาพรวมจะเริ่มฟื้นช่วงสิ้นปี แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ที่ฟื้นตัวช้าที่สุด โดย “โซนฮอตสปอต” หลายย่านยังมียอดขายติดลบ ได้แก่ พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2025: “เลือกกินคุ้มค่า” เมนูต่ำกว่า 500 บาทยังเป็นพระเอก ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ชี้ว่าคนไทย “เลือกกินคุ้มค่า” มากขึ้น กลุ่มเมนูยอดบิลต่ำกว่า 500 บาทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่า ยอดขายต่อร้านลดลงเพียง -12% ใน Q2 ก่อนจะกลับมาโต +5% ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน แต่ในทางตรงกันข้าม เมนูที่ยอดบิลสูงกว่า 500 บาทถูกกดดันหนักกว่าในช่วงกลางปี -14% ใน Q2 และเริ่มฟื้นปลายปีเป็น +4% แต่ยังโตน้อยกว่าเมนูราคาถูก แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อระดับกลางยัง “รัดเข็มขัด” ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริโภคหันมานิยมเมนูราคาจับต้องได้มากขึ้นในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงตัว สถานการณ์ร้านอาหารปี 2025 แม้ตลาดจะกลับมาเริ่มดีขึ้น แต่พฤติกรรมคนไทย “เลือกกิน” มากขึ้น มุ่งเมนูราคาจับต้องได้ และเพิ่มการใช้จ่ายเฉพาะช่วงที่มีแรงกระตุ้น เช่น คนละครึ่ง พลัส ทั้งหมดนี้ทำให้ปี 2026 เป็นปีที่ต้องจับตา เพราะเมื่อแรงกระตุ้นจากรัฐหมดลง ตลาดจะรักษาโมเมนตัมได้หรือไม่ สำหรับ LINE MAN Wongnai บทเรียนจากปลายปีนี้ยืนยันบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มหลักที่เชื่อมโครงการรัฐเข้ากับคนไทยเพื่อช่วยกระจายรายได้แก่ร้านค้าทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศอาหารไทยเดินหน้าต่อได้ในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

12 Dec 2025

LINE MAN Wongnai รับรางวัล Innovation Excellence จากโครงการ Thailand Corporate Excellence Awards 2025

LINE MAN Wongnai ได้รับรางวัลยกย่องในสาขา Innovation Excellence จากโครงการรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards 2025 เพื่อแสดงถึงความโดดเด่นในการนำนวัตกรรมไปใช้ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานขององค์กร โดยมีคุณอานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร เป็นผู้รับรางวัล รางวัลนี้สะท้อนผลลัพธ์หลังจาก LINE MAN Wongnai ประกาศวิสัยทัศน์สู่การเป็น AI-driven company และเริ่มปฏิบัติจริงตลอดปี 2025 โดยบูรณาการ AI เข้าในทุกฟังก์ชันงาน ตั้งแต่ Engineering, Contact Center, Key Account Management และทีมอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้ ร้านค้า และไรเดอร์ทั่วประเทศ ผ่านการจัด AI Hackathon ที่มีพนักงานกว่า 100 คนจาก 12 แผนกร่วมพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น AI-personalized push messages สำหรับลูกค้ามากกว่า 500 กลุ่ม เป็นต้น ซึ่งหลายโครงการกำลังพัฒนาสู่การใช้งานจริง จากความสำเร็จเหล่านี้ LINE MAN Wongnai ได้พัฒนา “AI Impact Framework” เพื่อวัดผลด้าน Efficiency, Scale และ Experience พร้อมฝังเป็นส่วนหนึ่งของโรดแมปองค์กร สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อน “Digitalize Thailand” อย่างเป็นรูปธรรม LINE MAN Wongnai มีแผนลงทุนด้าน AI กว่า 1 หมื่นล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยการลงทุนมุ่งไปที่ AI, data science, system integration และ platform architecture ซึ่งเป็นแกนสำคัญของกลยุทธ์ AI-driven company ปัจจุบันบริษัทมีวิศวกรเทคมากกว่า 500 คน และทีม data & AI อีกกว่า 100 คน พร้อมขยาย talent hub นอกกรุงเทพฯ โดยมี Developer Center ที่เชียงใหม่ที่มีทีมงานประจำกว่า 20 คน และที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดแพลตฟอร์มชั้นนำของโลกที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับสูง นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านดีล M&A ในเดือนสิงหาคม 2025 LINE MAN Wongnai ได้เข้าซื้อกิจการ JERA Cloud ผู้นำตลาดคลาวด์และ POS สำหรับธุรกิจความงามและสุขภาพในประเทศไทย ถือเป็นการขยายธุรกิจ Merchant Digital Solutions ครั้งแรกนอกเหนือจากกลุ่มร้านอาหาร การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ LINE MAN Wongnai สามารถเร่งการ digitalize สองอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ คือ ร้านอาหาร และ ความงามและสุขภาพ ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต โครงการ Thailand Corporate Excellence Awards คัดเลือกองค์กรโดยพิจารณาจากข้อมูลด้านการบริหาร ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ และผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงจาก 1,000 องค์กรชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อยกย่ององค์กรที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ ของการบริหารจัดการ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

28 Nov 2025

LINE MAN Wongnai จัดกิจกรรม Reskill–Upskill ผู้สูงวัยยุคดิจิทัล ในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้

LINE MAN Wongnai จับมือ Young Happy คอมมูนิตี้ผู้สูงวัย พร้อมด้วยพันธมิตร กรมกิจการผู้สูงอายุ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Central Restaurants Group (CRG) ร่วมเสริมทักษะผู้สูงวัยในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้สูงอายุ ผ่านการอบรมเข้มข้นตลอด 1 เดือน รวมกว่า 30 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งการขายอาหารบนฟู้ดเดลิเวอรีกับ LINE MAN การวางแผนและโปรโมทร้านอาหาร พร้อมเวิร์กชอปพิเศษกับเชฟและผู้ประกอบการจริง ไปจนถึงกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย คุณวริศรา กลีบบัว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยังแฮปปี้ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ Young Happy ทำงานกับผู้สูงวัย เราเห็นชัดว่าพวกเขามีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการและพร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม การร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผนึกกำลังกันเพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้สูงวัยได้พัฒนาทักษะ ทั้งการทำอาหาร การเรียนรู้ด้านดิจิทัล ไปจนถึงการนำความรู้ไปใช้เปิดร้านและสร้างรายได้จริง เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสร้างอาชีพ แต่ยังช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงวัย สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคมอย่างแท้จริง” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “โครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ LINE MAN Wongnai ตั้งใจถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารออนไลน์อย่างรอบด้าน เราเริ่มตั้งแต่การสอนพื้นฐานการเปิดร้านบน Wongnai Merchant App การรับออเดอร์บน LINE MAN ไปจนถึงการเรียนรู้เทคนิคการขายเดลิเวอรีจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อร้านให้ค้นหาเจอง่าย การเลือกใช้รูปภาพที่ดึงดูดใจ รวมถึงการจับคู่เมนูเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้ผู้สูงวัยสามารถทำตามได้ง่ายและนำไปใช้จริง ซึ่งระยะเวลาร่วมกิจกรรมเราพบว่า มีสมาชิกกลุ่ม Young Happy หลายท่านสามารถเปิดร้านบน LINE MAN และเริ่มมีรายได้แล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงเป้าหมายของเราที่ต้องการ Empowering Merchant ด้วยเครื่องมือดิจิทัล และสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้คนทุกกลุ่มในสังคม” ดร. สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “การสูงวัยอย่างมีคุณภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของสุขภาพกาย แต่ยังรวมถึงการมีเป้าหมายและคุณค่าของชีวิต โครงการเชฟรุ่นใหญ่จึงเปรียบเสมือน ‘มหาวิทยาลัยชีวิต’ สำหรับผู้สูงอายุ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สร้างอาชีพและรายได้ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้มีเป้าหมายในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิต ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกภาคภูมิใจ มีกำลังใจ และสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า” ด้าน คุณนัจนันท์ พฤกษ์ไพบูลย์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านกำเสี่ยะตามสั่ง กล่าวว่า “ร้านอาหารตามสั่งของครอบครัวเปิดมากว่า 60 ปี หลังจากเกษียณจึงตัดสินใจสานต่อธุรกิจของแม่ ความท้าทายใหญ่คือเรื่องเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย แต่รู้ว่าการทำเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN เป็นสิ่งจำเป็น เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ถ้าไม่ปรับตัวก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โครงการเชฟรุ่นใหญ่ช่วยให้เข้าใจการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ทั้งเรื่องการตั้งราคา การจัดโปรโมชัน และการบริหารเวลาให้ออเดอร์เสร็จทัน ทำให้มั่นใจและพร้อมเปิดร้านบน LINE MAN อย่างจริงจัง ถือเป็นโอกาสครั้งใหม่ในการส่งต่อรสชาติความทรงจำของครอบครัวสู่ลูกค้าในยุคดิจิทัล” ขณะที่ คุณจันทร์เพ็ญ จันแดง ผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านข้าวเหนียวมะม่วงจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า “หลังจากออกมาเป็นแม่บ้านได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อย่าง เมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่ทำเป็นหลัก แต่ก็มีความคิดที่อยากขยายไปสู่เมนูคาวอย่างข้าวหมูคัตสึด้ง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกกับร้านของเรามากขึ้น แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนรุ่นเรา คือ การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ พอได้มาเรียนรู้ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ ก็ทำให้เข้าใจระบบของ LINE MAN มากขึ้น ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย GP การตั้งราคาที่เหมาะสม และวิธีการนำเสนอร้านให้น่าสนใจ โดยเฉพาะการเลือกภาพและการจับคู่เมนูเพื่อดันยอดขาย นอกจากนี้ยังได้สูตรใหม่ ๆ จาก CRG อย่างคัตสึด้งหรือน้ำส้มยูสุ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านได้ทันที ทุกวันนี้มองว่า LINE MAN เป็นช่องทางเสริมที่ช่วยระบายสินค้าและเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ ไม่ได้เน้นแค่เรื่องกำไร แต่เป็นโอกาสที่จะส่งต่ออาหารที่ทำด้วยความตั้งใจให้คนได้กินของดี ผลผลิตบางส่วนยังปลูกเองแบบไม่ใช้สารเคมี และนำกำไรไปแบ่งปันให้เด็กกำพร้าหรือผู้สูงอายุในชุมชน เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจคือการแบ่งปันความสุข ไม่ใช่เพียงการขายอาหาร” คุณอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า “ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีอาชีพและรายได้จึงเป็นภารกิจสำคัญของกรมกิจการผู้สูงอายุ เพราะนอกจากช่วยให้ผู้สูงวัยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังทำให้พวกเขาแข็งแรงทั้งกายและใจ สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี กรมฯ จึงพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ Young Happy จัดขึ้น รวมถึงโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ที่ได้ร่วมกับ LINE MAN Wongnai ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยอย่างยั่งยืน” โครงการนี้สะท้อนพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดย LINE MAN Wongnai สนับสนุนด้านแพลตฟอร์มและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการขายอาหารและการปรับตัวในโลกออนไลน์ ขณะที่ Young Happy เชื่อมโยงผู้สูงวัยและออกแบบหลักสูตรที่เข้าใจง่าย ด้าน  Central Restaurants Group (CRG) มาร่วมถ่ายทอดมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในครัว เปิดคลาสสอนทำอาหารเมนูฮิตใหม่ๆ เช่น เมนูทงคัตสึ  เสริมด้วยการสนับสนุนเชิงนโยบายและสุขภาวะจากกรมกิจการผู้สูงอายุและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ผู้สูงวัยที่รักการทำอาหารได้ “เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้” อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก คุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด  ร่วมกิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

27 Nov 2025

LINE MAN Wongnai หนุน Reskill–Upskill คนละครึ่งพลัส ชูโซลูชันดิจิทัลครบที่สุดในตลาด ช่วยร้านเล็กลดต้นทุน-เพิ่มรายได้

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล LINE MAN Wongnai นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมพันธมิตร ttb และ FlowAccount ร่วมสนับสนุนยุทธศาสตร์ “Quick Big Win” ของกระทรวงการคลัง ในโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) ที่ผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้าไปยกระดับทักษะดิจิทัลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารในโครงการคนละครึ่งพลัส โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธและรับฟังข้อมูลการพัฒนาศักยภาพร้านค้าผ่านเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้จริง LINE MAN เปิดเผยภาพรวมการใช้งานโครงการคนละครึ่งพลัส ระบุว่า 65% ของร้านค้าทั่วประเทศ หรือราว 44,000 ร้านเลือกขายคนละครึ่งเดลิเวอรีบน LINE MAN โดยมียอดการใช้สิทธิ์ฟู้ดเดลิเวอรีเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม LINE MAN มากถึง 60% และที่สำคัญยังช่วยกระตุ้นรายได้ร้านค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 เท่า สะท้อนบทบาทของ LINE MAN  ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญที่ช่วยให้ร้านค้ารายย่อยเข้าถึงลูกค้าได้อย่างกว้างขวางในโครงการภาครัฐ เพื่อร่วมผลักดัน​​โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม LINE MAN Wongnai จับมือกับ ttb และ FlowAccount นำเสนอ “ผู้ช่วยทางการเงินอัจฉริยะ” ที่รวมเทคโนโลยีระบบ Wongnai POS การจัดการยอดขายหน้าร้านและออนไลน์ ระบบรับชำระเงินครบวงจร บริการสินเชื่อธุรกิจอนุมัติรวดเร็ว ระบบบัญชีดิจิทัล และเครื่องมือ AI วิเคราะห์ข้อมูลร้านค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้แม่นยำขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัล โดยร้านค้าสามารถขอรับ D-Voucher จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มูลค่า 5,000 บาท สำหรับทดลองใช้บริการซอฟต์แวร์ Wongnai POS ได้ฟรี 6 เดือน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aitransform.depa.or.th/ นอกจากนี้ ภายใต้โครงการร้านค้าที่ต้องการรับสิทธิสนับสนุนจากภาครัฐจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถเลือกเข้าร่วมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพัฒนาทักษะจำนวนไม่เกิน 400,000 รายแรก จะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 20% ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่งพลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินและกระตุ้นการปรับตัวด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ ผู้ประกอบการร้านค้าสามารถศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มเติมได้ทาง www.คนละครึ่งพลัส.com โดยภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจาก กนกพร จูฑา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ttb และกฤษฎา ชุตินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง FlowAccount มาร่วมให้ข้อมูลที่บูธ LINE MAN ด้วยความตั้งใจเสริมทักษะและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ร้านค้าไทยเติบโตแข็งแรงในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

19 Nov 2025

LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลริมโขงโตต่อเนื่อง

LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” เดินหน้าสนับสนุนภาครัฐ ภาคธุรกิจท้องถิ่น และผู้ประกอบการร้านอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจริมโขงด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีสำหรับร้านอาหาร พร้อมเชื่อมแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” บน LINE MAN ที่ร้านอาหารเลือกเข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 กว่า 3 หมื่นร้านทั่วไทย กระตุ้นยอดขายและหมุนเวียนรายได้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง จากเมืองผ่านสู่เมืองพัก ‘นครพนม’ เมืองศักยภาพเศรษฐกิจชายแดน คุณชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธาน YEC นครพนม เปิดเผยว่า “นครพนมเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ด้วยทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมไทย–ลาว–เวียดนาม–จีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 ทำให้การส่งออกสินค้าการเกษตรและผลไม้ไทยไปจีนเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าการค้าชายแดนปัจจุบันสูงกว่า 120,000 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อโครงการรถไฟทางคู่บ้านไผ่–นครพนมเสร็จในปี 2571” ด้านการท่องเที่ยว นครพนมมีภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงยาวกว่า 100 กิโลเมตร เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งสายธรรมชาติและสายศรัทธา โดยมีแลนด์มาร์กอย่าง “พระธาตุพนม” “พญาศรีสัตตนาคราช” และแลนด์มาร์กใหม่ “ชิงช้าสวรรค์ Mekong River Eye” สูง 50 เมตร ที่จะเปิดปีนี้ ยกระดับภาพลักษณ์เมืองริมโขงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น “ตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา นครพนมเปลี่ยนผ่านจากเมืองที่นักท่องเที่ยวแวะเพียงชั่วคราว มาเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวเลือกพักค้างคืนจริงจัง เพราะมีบรรยากาศริมโขงที่สวยสงบและเต็มไปด้วยวัฒนธรรม นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจในพื้นที่ สำหรับอนาคต เขามองว่า นครพนมมีศักยภาพสูงในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ที่จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่ยังต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เพื่อให้เมืองเติบโตได้เต็มศักยภาพตลอดทั้งปี ผู้ประกอบการท้องถิ่นปลุกของดีเมืองริมโขง คุณวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของ Chewa Cafe By SK Sroikham ระบุว่า “ผู้ประกอบการนครพนมกำลังต่อยอดของดีท้องถิ่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น การนำ ‘กาละแม’ ของขึ้นชื่อของจังหวัด มาทำเป็นเมนูสมูทตี้ กาแฟ หรือไอศกรีมกาละแม เพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับไปซื้อต้นตำรับของฝากในชุมชน เกิดการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่” ยกตัวอย่าง “ลิ้นจี่ นพ.1” ผลไม้ GI ที่ถูกแปรรูปจนได้รับการนำเสนอในห้างกรุงเทพฯ ขยายตลาดให้เกษตรกรนครพนม “เป้าหมายของการต่อยอดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการทำให้คนท้องถิ่นเห็นคุณค่าและภูมิใจในของบ้านเกิดของตัวเอง” ด้านธุรกิจร้านอาหาร วิศรุตมองว่า ในยุคนี้ “ความอร่อยเป็นเพียงพื้นฐาน” แต่สิ่งที่ตัดสินใจลูกค้าคือ “รีวิวและรางวัลการันตี” ที่สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคจริง “รีวิวคืออาจารย์ที่ดีที่สุด เพราะช่วยให้ร้านรู้ข้อบกพร่องและพัฒนาได้ต่อเนื่อง ส่วนรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice คือเป้าหมายที่ผลักให้เรารักษาคุณภาพไว้ทุกปี มันไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่คือแรงผลักให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืน” เขายังเสริมถึงบทบาทของโครงการคนละครึ่งว่า “ที่ผ่านมาโครงการนี้ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 100–150% และได้ลูกค้าใหม่กว่า 50% ครั้งนี้ที่มี LINE MAN เข้ามาร่วม เชื่อว่าร้านจะเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้ยอดขายโตได้อีก 150–300% จริง ๆ” เดลิเวอรีโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนเมืองรอง คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai เผยว่า “นครพนมเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เติบโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน และเป็นตัวอย่างชัดเจนของเมืองรองกำลังโต (High Growth City) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ LINE MAN ที่ขยายบริการสู่พื้นที่รองทั่วประเทศ ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai พบว่า GMV ของฟู้ดเดลิเวอรีในนครพนมเติบโต 16% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยภาคอีสานที่ 14% ขณะที่ จำนวนออเดอร์โต 12% และผู้ใช้โต 11% สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคหลายเท่า สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับบริการดิจิทัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภค เมนูยอดนิยมของคนอีสาน ได้แก่ ส้มตำ โดยเฉพาะตำป่าและตำปูปลาร้า ส่วน เครื่องดื่มยอดฮิต ได้แก่ อเมริกาโน่และมัทฉะ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ ในหมวดเครื่องดื่มยังมีแบล็คคอฟฟี่ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่เย็น ชาไทย และช็อกโกแลต ติดอันดับยอดนิยม ขณะที่หมวดอาหารมีเมนูขายดีอย่างตำลาว ข้าวมันไก่ และข้าวผัดหมู โดยช่วงเวลา พีคของการสั่งอาหารคือ 11.00–14.00 น. สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคในภูมิภาคเริ่มเปิดรับเมนูใหม่ ๆ เช่น รามยอนเผ็ดเกาหลี ขนมปังเกลือ และมัทฉะลาเต้ พรีเมียม ซึ่งแปลว่ากำลังซื้อของเมืองรองกำลังโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังพบว่า เมืองรองในภาคอีสานเติบโตได้ดีมาก โดย Top 5 เมืองรองที่มีการเติบโตสูงสุดบน LINE MAN ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร รวมถึงอำเภอขนาดเล็กที่แพลตฟอร์มเข้าไปให้บริการแล้ว เช่น ด่านซ้าย (เลย), ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ), บรบือ (มหาสารคาม) และธวัชบุรี (ร้อยเอ็ด) สำหรับแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” ที่เพิ่งเปิดลงทะเบียนรอบใหม่เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา มีจำนวนร้านอาหารลงทะเบียนเข้าร่วมกับ LINE MAN วันแรกกว่า 32,990 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย. เวลา 01.00 น.) สอดคล้องกับรายงานของกระทรงการคลัง ณ วันที่ 3 พ.ย. เวลา 14.00 น ที่ระบุว่า มีร้านค้าเข้าร่วมฟู้ดเดลิเวอรี ลงทะเบียนแล้ว 40,722 ราย โดยร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมกับ LINE MAN มีจำนวน 22,831 ร้านค้า ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 จากทุกแพลตฟอร์ม LINE MAN มั่นใจว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจะช่วยให้ร้านเล็กโตได้จริงและโตได้ยาว จากข้อมูลของ LINE MAN Wongnai หลังสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งในแต่ละเฟส ร้านค้าบนแพลตฟอร์มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าเติบโตเฉลี่ย 3–13.5 เท่าระหว่างเฟส และหลังจบเฟส 5 ยอดขายเฉลี่ยเพิ่มถึง 16.7 เท่าเมื่อเทียบก่อนเริ่มโครงการ ขณะเดียวกันกว่า 50% ของร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 เท่าในทุกเฟส “เราภูมิใจที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์หลักของร้านอาหารทั่วประเทศ และยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพให้ไรเดอร์ในท้องถิ่น ซึ่งมีรายได้ ถือเป็นแรงขับเศรษฐกิจฐานรากที่แท้จริง” นครพนม Next Chapter: วิวสร้างรายได้ สู่ระบบนิเวศการท่องเที่ยวครบวงจร ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การพัฒนานครพนมในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแผนระยะสั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว 3–20 ปี โดยใช้ข้อมูล (Data) และการวิเคราะห์จุดแข็ง–จุดอ่อน (SWOT) เพื่อวางทิศทางจังหวัดอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟทางคู่ และถนนเศรษฐกิจ R8 / R12 ที่เชื่อมไทยกับลาวและเวียดนาม สิ่งเหล่านี้คือหัวจักรเศรษฐกิจของภูมิภาค “นครพนมมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ริมแม่น้ำโขง เป็นวิวที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุน และเป็นเสน่ห์ที่แตกต่างจากเมืองอื่น เรากำลังสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ที่เชื่อมโรงแรม ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ และสินค้าชุมชน โดยอาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE MAN Wongnai มาเชื่อมโยงคนเข้ากับบริการ เพื่อให้รายได้กระจายสู่คนในพื้นที่อย่างแท้จริง และทำให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจจริงในทุกทิศทาง” ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

5 Nov 2025

LINE MAN Wongnai earns Great Place to Work® Certification for 2025

LINE MAN Wongnai has been certified as a Great Place to Work® for 2025, a globally recognized standard for excellence in workplace culture and employee experience. Survey results show that 79% of employees consider the company a great place to work, significantly higher than the typical global company average of 49%*. As one of Thailand’s fastest-growing tech companies, LINE MAN Wongnai now has more than 1,200 employees building products across three major business units:• LINE MAN – on-demand services• Wongnai – merchant digital solutions and POS systems• LINE Pay – payments and financial services The company is driven by its core values — Innovate Faster, Go Deeper, Respect Everyone — which emphasize openness, collaboration, and a hands-on approach to building technology that improves daily life for millions of Thais. These values also guide the company’s mission to uplift local businesses nationwide as they accelerate their digital transformation. The certification underscores LINE MAN Wongnai’s commitment to fostering an inclusive, empowering environment where talent can thrive while contributing to technology built for Thailand. Read the full Great Place to Work® certification details for LINE MAN Wongnai here: https://thailand.greatplacetowork.com.sg/companies/line-man-wongnai/ *Source: Great Place to Work® 2021 Global Employee Engagement Study For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

LINE MAN Wongnai

8 Oct 2025

LINE MAN Wongnai คว้าการรับรอง Great Place to Work® ประจำปี 2025

LINE MAN Wongnai ได้รับการรับรอง Great Place to Work® ประจำปี 2025 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกด้านวัฒนธรรมองค์กรและประสบการณ์พนักงาน ผลสำรวจระบุว่า 79% ของพนักงานมองว่า LINE MAN Wongnai เป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัททั่วไปในระดับโลกที่ 49% อย่างมีนัยสำคัญ* ในฐานะหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีไทยที่เติบโตเร็วที่สุด LINE MAN Wongnai มีทีมงานกว่า 1,200 คนพัฒนาเทคโนโลยีครอบคลุม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่• บริการออนดีมานด์ภายใต้แบรนด์ LINE MAN• โซลูชันดิจิทัลสำหรับร้านค้าและธุรกิจภายใต้แบรนด์ Wongnai• บริการการชำระเงินและระบบการเงินภายใต้แบรนด์ LINE Pay องค์กรยังขับเคลื่อนด้วยค่านิยม Innovate Faster, Go Deeper, Respect Everyone เน้นวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้าง เคารพซึ่งกันและกัน และลงมือสร้างนวัตกรรมที่ช่วยให้คนไทยใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น พร้อมสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้เติบโตไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การรับรอง Great Place to Work® ครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างพื้นที่ให้คนเก่งได้เติบโตและมีส่วนร่วมสร้างเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยในระยะยาว อ่านรายละเอียดผลรับรอง Great Place to Work® ของ LINE MAN Wongnai เพิ่มเติมได้ที่ https://thailand.greatplacetowork.com.sg/companies/line-man-wongnai/ *Source: Great Place to Work® 2021 Global Employee Engagement Study ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

8 Oct 2025

LINE MAN Wongnai เพิ่มหมวด ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวมุสลิม สร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ร้านฮาลาล

LINE MAN Wongnai จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ  สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘ฮาลาล’ สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล เปิดหมวดร้านอาหาร ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ยกระดับร้านที่ได้มาตรฐานสู่ผู้ใช้ไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมที่มีจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง พร้อมสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจร้านอาหารไทย ชี้โอกาสทองตลาดอาหารฮาลาล มูลค่าแตะล้านล้านดอลลาร์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันธุรกิจร้านอาหารฮาลาลไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามองเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสให้กับร้านอาหารฮาลาล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกลางฯ เข้ามาร่วมตรวจสอบและออกหนังสือรับรองมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวมุสลิม นักชิมไทย และต่างประเทศ ปัจจุบัน มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2568 จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจฮาลาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งใช้ประโยชน์เพื่อโอกาสในการแข่งขันได้ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ”  ด้าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การรับรองมาตรฐานฮาลาลไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านศาสนา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฮาลาลของไทย” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจุบันเรามีร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วประเทศอยู่บนแพลตฟอร์มแล้วกว่าร้อยละ 70 และยังมีแผนขยายจำนวนร้านอาหารฮาลาลในพื้นที่บริการเดลิเวอรีทั้ง 77 จังหวัด เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้บริโภคชาวมุสลิมที่มองหาร้านที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจริงๆ และยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารฮาลาลไทยก้าวสู่แพลทฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้าน ช่อมาลี (Chormalee Bistro) ร้านอาหารไทย-มุสลิมสมัยใหม่ ที่เป็นตัวแทนร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลและอยู่บนแพลตฟอร์ม LINE MAN เข้าร่วมพิธีลงนาม พร้อมนำเมนูจากทางร้านมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิม การได้รับมาตรฐานฮาลาล เป็นเสมือนตรารับรองคุณภาพที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหารและเมื่อผนวกเข้ากับพลังของแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่ง จะช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

30 Sep 2025

LINE MAN Wongnai Acquires JERA Cloud, Expanding Beyond Restaurants into Beauty and Wellness

LINE MAN Wongnai today announced the acquisition of JERA Cloud, a Thai startup and the market leader in cloud and POS solutions for beauty and wellness businesses. This marks the company’s first expansion of its Merchant Digital Solutions portfolio beyond restaurants, opening new opportunities in high-growth industries. JERA Cloud, operated under Lamunpun IT Co., Ltd., is a Thai startup with 8 years of experience in delivering cloud and POS solutions for the beauty and wellness industry. It has established itself as the market leader, holding the largest market share and is trusted by more than 1,700 outlets nationwide, including Aura Bangkok Clinic with 20 branches and Teeth Talk Dental Clinic with 19 branches. This acquisition extends Wongnai POS business beyond restaurants into high-growth adjacent sectors, particularly beauty and wellness, with Thailand positioned as a key hub poised to become a global center for the industry. Yod Chinsupakul, Chief Executive Officer of LINE MAN Wongnai, said “We chose to acquire JERA Cloud for many reasons – from its No.1 position in beauty and wellness business solutions, to the strength and vision of the founding team. This is a strategic step to scale our Merchant Digital Solutions business to the beauty and wellness megatrends. It also marks the beginning of LINE MAN Wongnai’s journey into new service verticals, bringing us closer to our mission to Digitalize Thailand.” Ekaluck Viriyakovithya, Managing Director of Merchant Digital Solutions at LINE MAN Wongnai, added “The beauty and wellness market is growing rapidly. This acquisition aligns with our roadmap to expand Merchant Digital Solutions into adjacent industries and build a solid platform foundation for the long term. JERA Cloud’s full-service beauty clinic and dental management systems will allow us to reach new customers across all levels.” Assoc. Prof. Dr. Bundit Thanasopon, Co-Founder and CEO of Lamunpun IT Co., Ltd., said “Over the past eight years, we started as a small startup solving technology gaps in the beauty and wellness businesses. Becoming part of LINE MAN Wongnai is a natural next step, driven by our shared belief in scaling impact. Together, we will deliver even better solutions and reach more customers, shaping the future of Thailand’s beauty and wellness industry.” Following the acquisition, Lamunpun IT’s co-founders—Assoc. Prof. Dr. Bundit Thanasopon, Erawat Wongsajja, and Kanin Peanviriyakulkit—along with their team of 40 employees, will join LINE MAN Wongnai’s Merchant Digital Solutions group under the leadership of Ekaluck Viriyakovithya. ### About LINE MAN Wongnai LINE MAN Wongnai is one of Thailand’s largest tech startups, operating three core business groups: On-demand Services under LINE MAN brand, the on-demand service leader in food delivery, mart delivery, messenger, and transportation; Merchant Digital Solutions under Wongnai brand, the leading POS and digital solutions for merchant management; and Pay & Financial Services under LINE Pay brand, an integrated online and offline payment platform. With a mission to digitalize Thailand, LINE MAN Wongnai is committed to drive growth and provide real-life solutions to millions of users and businesses across Thailand. About Lamunpun IT Lamunpun IT Co., Ltd. is a Thai startup specializing in cloud and POS solutions for the beauty and wellness industry. Established in 2017, the company’s flagship products include JERA Cloud, a comprehensive management system for beauty clinics, salons, and spas, and JERA Dent, a dedicated solution for dental clinics. With over eight years of industry experience, Lamunpun IT has developed trusted, tailored solutions that have positioned the company as a market leader and empowered business owners to grow and elevate their operations. For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

LINE MAN Wongnai

28 Aug 2025
1 2 6