LINE MAN Wongnai has been certified as a Great Place to Work® for 2025, a globally recognized standard for excellence in workplace culture and employee experience. Survey results show that 79% of employees consider the company a great place to work, significantly higher than the typical global company average of 49%*.

As one of Thailand’s fastest-growing tech companies, LINE MAN Wongnai now has more than 1,200 employees building products across three major business units:
LINE MAN – on-demand services
Wongnai – merchant digital solutions and POS systems
LINE Pay – payments and financial services

The company is driven by its core values — Innovate Faster, Go Deeper, Respect Everyone — which emphasize openness, collaboration, and a hands-on approach to building technology that improves daily life for millions of Thais. These values also guide the company’s mission to uplift local businesses nationwide as they accelerate their digital transformation.

The certification underscores LINE MAN Wongnai’s commitment to fostering an inclusive, empowering environment where talent can thrive while contributing to technology built for Thailand.

Read the full Great Place to Work® certification details for LINE MAN Wongnai here: https://thailand.greatplacetowork.com.sg/companies/line-man-wongnai/

*Source: Great Place to Work® 2021 Global Employee Engagement Study

For press inquiries, please contact
LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

News Release View More

LINE MAN Wongnai ปล่อยฟีเจอร์ “ไม่รับเครื่องปรุง” ลดขยะเครื่องปรุงไปแล้วกว่า 20 ล้านซอง ภายใน 2 เดือน

LINE MAN Wongnai เปิดตัวฟีเจอร์รักษ์โลก “ไม่รับเครื่องปรุง” บนแอป LINE MAN สานต่อความสำเร็จหลังเปิดใช้ฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” ลดขยะจากซองเครื่องปรุงไปแล้วกว่า 20 ล้านซองภายใน 2 เดือน ตั้งเป้าช่วยลดขยะพลาสติกและขยะอาหารจากฟู้ดเดลิเวอรีรวม 4,200 ตันต่อปี เดินหน้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารรักษ์โลกบนแพลตฟอร์มเป็น 100,000 ร้านทั่วประเทศ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) เกิดขึ้นภายหลังการบริโภคประมาณ 2.76 ล้านตัน ด้วยเหตุนี้ LINE MAN Wongnai ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงเร่งขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้และร้านค้าจำนวนมาก เพื่อร่วมกันลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน หลังจากเปิดใช้ฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” มาได้ระยะหนึ่ง ล่าสุดเราได้พัฒนาฟีเจอร์ตัวเลือก “ไม่รับเครื่องปรุง” บนแอป LINE MAN ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่นิยมปรุงอาหารด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำจิ้ม และซอสต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเครื่องปรุงสามารถแจ้งร้านได้โดยตรง ช่วยลดขยะพลาสติกจากซองเครื่องปรุงลงได้มาก หลังจากปล่อยฟีเจอร์นี้เป็นเวลา 2 เดือน มีผู้ใช้กดเลือกไม่รับเครื่องปรุงรวมกว่า 20 ล้านซอง เมนูก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูที่ผู้ใช้เลือกไม่รับเครื่องปรุงสูงที่สุด คาดว่าจะช่วยลดขยะพลาสติกที่เกิดจากฟู้ดเดลิเวอรี (ช้อนส้อมพลาสติกและซองเครื่องปรุง) และขยะอาหารในซองเครื่องปรุงรวมกันกว่า 350 ตันต่อเดือน หรือเท่ากับ 4,200 ตันต่อปี นอกจากแนวทางการลดขยะจากผู้สั่งอาหารแล้ว LINE MAN Wongnai ยังมีโครงการภาชนะรักษ์โลกร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ Doozy Online, Dezpax, gracz และ aro ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Green Packaging เพื่อสนับสนุนร้านค้าให้เปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีร้านอาหารเข้าร่วมแล้วกว่า 1,300 ร้าน ร้านเหล่านี้จะได้สัญลักษณ์  “ภาชนะรักษ์โลก” บนแอป LINE MAN เพื่อบ่งบอกให้ผู้ใช้ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับรู้ บริษัทยังมีความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) ภายใต้โครงการ Plastic ACTion (PACT), Plastic Smart Cities – TVA ลงพื้นที่สร้างความตระหนักรู้เรื่องการลดการใช้พลาสติกแก่ร้านอาหารใน 4 พื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ สงขลา หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี และเกาะสมุย โดยภายในสิ้นปี 2567 LINE MAN Wongnai ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารรักษ์โลกที่เพิ่มตัวเลือกไม่รับเครื่องปรุงหรือใช้ภาชนะรักษ์โลกรวมเป็น 100,000 ร้านทั่วประเทศ คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษมีแนวทางการจัดการขยะตามวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดยการมุ่งเน้นให้ผู้ผลิตสินค้าออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หมด (Eco-design) และมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลางทาง มุ่งเน้นให้ผู้จำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ รวมถึงประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้บรรจุภัณฑ์เท่าที่จำเป็น ลดหรืองดการให้/การใช้ที่ฟุ่มเฟือย หรือไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ถุงหูหิ้ว หลอด ช้อมส้อมพลาสติก กล่องโฟม รวมถึงซองเครื่องปรุง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน ทำให้ขยะรีไซเคิลไม่เข้าสู่ระบบ จึงทำให้ขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเหล่านี้ตกค้างในสถานที่ฝังกลบขยะมูลฝอยจำนวนมาก และย่อยสลายได้ช้า รวมทั้งอาจแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ประชาชนควรมีการลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดที่ปลายทาง และเพิ่มศักยภาพในการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ รวมทั้งง่ายต่อการจัดการ เพราะฉะนั้นการที่แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีคิดค้นฟีเจอร์ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกและซองเครื่องปรุง ถือเป็นการร่วมด้วยช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจำนวนมาก รวมถึงการสนับสนุนให้ร้านอาหารใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกกันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีเป็นลูกโซ่ไปถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ต้นทางในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่คุณภาพดีและราคาที่เข้าถึงได้ยิ่งขึ้น ด้านนางสาวสรชา พวงพัฒน์ หรือ พี่กุ้ง เจ้าของร้านผัดไทยร้อยห้ากุ้งเต้น หนึ่งในร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สะท้อนได้จากจำนวนออร์เดอร์ของลูกค้า LINE MAN ประมาณ 30% ที่กดเลือกไม่รับเครื่องปรุงและไม่รับช้อนส้อมพลาสติก โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ร้านใช้มัดใจลูกค้า นอกจากเลือกใช้ของดี ตั้งแต่วัตถุดิบคุณภาพที่สดใหม่แล้ว คือการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างกระดาษและใบตองแทนการใช้พลาสติกก็เป็นหนึ่งปัจจัยหลักสำคัญที่เราทำมาอย่างยาวนานกว่า 6 ปี เนื่องจากเราคำนึงถึงความปลอดภัยไม่มีสารตกค้างกับผู้รับประทาน และย่อยสลายง่าย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังช่วยสร้างคุณค่าที่แตกต่างให้กับร้านอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Jun 2024

LINE MAN Wongnai เปิดดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วไทยพุ่งเฉลี่ย 6.7% เทียบเงินเฟ้อปี 65

LINE MAN Wongnai เปิดรายงานดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565 เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลราคาที่ขายจริงจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านที่ขายเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย พบประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยในรอบปี แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่างพฤษภาคม 2564 และพฤษภาคม 2565) ใกล้เคียงกับตัวเลขเงินเฟ้อ 7.1% ของกระทรวงพาณิชย์ ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ยจานละ 7 บาท แต่ต่างจังหวัดมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นชัดเจน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง แพงขึ้นเฉลี่ย 3 บาท ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2565 (ข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2565) จากเฉลี่ยจานละ 56 บาท เพิ่มเป็นเฉลี่ยจานละ 59 บาท ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: เงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยปี 2565 แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่าง พ.ค. 64 และ พ.ค. 65) LINE MAN Wongnai รายงานความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ ข้าวผัดกะเพรา อาหารตามสั่ง ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ราดหน้า ฯลฯ ที่ขายในแต่ละเดือนระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวในปี 2563 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2564 โดยตัวเลขของปี 2564 น้อยกว่าของปี 2563 อยู่เล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวของปี 2565 กลับเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยในเดือนมกราคม 2565 อยู่ที่ 55.33 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ที่ 53.33 บาท (แพงขึ้น 2 บาท) และถ้าดูตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 57.87 บาท เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ 54.21 บาทเพิ่มขึ้น 3.66 บาท หรือประมาณ 6.7% ใกล้เคียงกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินไว้ราว 7.1% เดือนพฤษภาคม 2565 (อ้างอิง) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของอาหารจานเดียวแพงที่สุดอยู่ที่ 59.96 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 49.92 บาท (มิถุนายน 2565) โดยภาคกลางเป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 3.97 บาท (เทียบระหว่างมกราคมและมิถุนายน 2565) ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวแยกตามภูมิภาค ในเดือนมิถุนายน 2565 (ราคาที่เพิ่มขึ้นจากมกราคม 2565) ภาคกลาง 59.63 บาท (+3.97 บาท) ภาคตะวันออก 59.96 บาท (+3.16 บาท) ภาคเหนือ 50.26 บาท (+2.94 บาท) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 56.04 บาท (+3.51 บาท) ภาคใต้ 57.46 บาท (+2.58 บาท) ภาคตะวันตก 49.92 บาท (+2.43 บาท) เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว ระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและจังหวัดอื่นๆ Key Finding: ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ย 7 บาท แต่มีอัตราราคาอาหารเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล LINE MAN Wongnai รายงานราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เปรียบเทียบ ระหว่างกรุงเทพและปริมณฑล 6 จังหวัด (กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) กับจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยที่ขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าครองชีพของกรุงเทพและปริมณฑลกับต่างจังหวัด พบว่า ราคาอาหารจานเดียวในกรุงเทพและปริมณฑล แพงกว่าต่างจังหวัดเฉลี่ยประมาณ 8 บาท (1 มกราคม 2564) แต่ส่วนแต่งนี้ลดลงเหลือประมาณ 7 บาทแล้ว (1 พฤษภาคม 2565) ตลอดทั้งปี 2564 ราคาอาหารจานเดียวในต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นในอัตรา 5.9% ซึ่งขึ้นเร็วกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2565 ราคาอาหารเริ่มปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ราคาอาหารจายเดียวเฉลี่ยในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นมาแล้ว 6.68% และต่างจังหวัดเพิ่ม 7.98% (เทียบ 1 มกราคม 2565 กับ 1 พฤษภาคม 2565)  ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 พ.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 65 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ1 พ.ค. 65 กรุงเทพฯ และปริมณฑล 56.77  57.19 58.38(+2.8% YoY) 61.01(+6.68% YoY)(+4.5% จาก 1 ม.ค. 65) จังหวัดอื่นๆ 48.78 50.02 51.64(+5.9% YoY) 54.01(+7.98% YoY)(+4.6% จาก 1 ม.ค. 65) ราคาต่างกัน 7.99 7.17 6.74 7 ราคาเฉลี่ยเมนูอาหารแต่ละวัตถุดิบทั่วไทย ช่วงครึ่งปีแรก 2565 Key Finding: อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นมากตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา LINE MAN Wongnai รายงานการเปรียบเทียบราคาอาหารเฉลี่ย (นับรวมอาหารทุกประเภท ทุกระดับราคา) โดยแยกตามประเภทของเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบของอาหาร พบว่าเมนูอาหารที่มีไก่เป็นส่วนประกอบมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุด สอดคล้องกับข่าวเนื้อไก่แพงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี (อ้างอิง) ราคาเฉลี่ยของอาหารที่ใช้ไก่เป็นส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 และพุ่งขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน 2565 ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับลดลงมาในเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังถือว่าสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า ราคาเฉลี่ยอาหารเมนูไก่ ในช่วงครึ่งปีแรก 2565  1 มีนาคม 80.37 บาท 1 เมษายน 109 บาท 13 เมษายน 134 บาท (ปรับขึ้นมากเป็นพิเศษในช่วงหยุดสงกรานต์) 1 พฤษภาคม 113 บาท 1 มิถุนายน 93.9 บาท ส่วนเมนูอาหารที่ใช้หมูเป็นส่วนประกอบ คงอยู่ที่ราว 64-69 บาทตลอดทั้งช่วงครึ่งปีแรก 2565 อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาอาหารเฉลี่ย (รวมเนื้อสัตว์ทุกประเภท) ที่อยู่ราว 64-80 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง จากราคาเฉลี่ยจานละ 56 บาทช่วงต้นปี 2565 เป็นราคาเฉลี่ยจานละ 59 บาท เฉลี่ยแพงขึ้น 3 บาท LINE MAN Wongnai ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยของ “ข้าวผัดกะเพรา” อาหารยอดนิยมของคนไทย (นับทั้งข้าวผัดกะเพรา ข้าวราดกะเพรา ใส่เนื้อสัตว์ทุกประเภท แต่ไม่รวมตัวเลือกเสริม เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ที่เลือกสั่งเพิ่มเป็น top-up แยกต่างหาก) ระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาช่วงต้นปี 2564 อยู่ที่จานละ 52.78 บาท และค่อยๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 54.73 บาทในช่วงปลายปี (เพิ่มขึ้นประมาณ 2 บาท) แต่ในปี 2565 สถานการณ์ราคาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยช่วงต้นปี ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราหนึ่งจานคือ 55.9 บาท และเพิ่มมาเป็น 59 บาทในเดือนพฤษภาคม (แพงขึ้น 3 บาทภายใน 4 เดือน) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราแพงที่สุดอยู่ที่ 62.24 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 50.08 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราแยกตามภูมิภาค  ภาคกลาง 60.63 บาท ภาคตะวันออก 62.24 บาท ภาคเหนือ 50.57 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 57.30 บาท ภาคใต้ 56.79 บาท ภาคตะวันตก 50.08 บาท

LINE MAN Wongnai

27 Jun 2022

Wongnai Users’ Choice 2020 Sponsored By Mali ร้านอาหารที่สุดแห่งปี

Wongnai ผู้นำด้านซูเปอร์ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่ให้ค้นหาข้อมูลรีวิวจากผู้ใช้จริงแบบครบวงจร จัดงาน “Wongnai Users’ Choice 2020 Sponsored By Mali” นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จํากัด และ สุดถนอม กรรณสูต กรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด (นมตรามะลิ) ประกาศรางวัลสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมที่เป็นที่สุดของ Wongnai Users’ Choice โดย ร้านหน่องริมคลอง, Seen Bangkok, Copper International Buffet, R.HAAN และ ไก่ทอง ออริจินัล ติดโผสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมที่ต้องลิ้มลองสักครั้งในชีวิต โดยสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมที่เป็นที่สุดของ Wongnai Users’ Choice 2020 ทั้ง 5 ร้านที่เป็น “ที่สุด” จากจำนวนทั้งหมด 552 ร้าน ที่ผ่านการคัดเลือกจาก 6 ภูมิภาคทั่วไทย ได้แก่ 1. ร้านอาหารขวัญใจมหาชนประจำปี ได้แก่ ร้านหน่องริมคลอง ร้านอาหารจานเดียวที่จัดเต็มเมนูซีฟู้ดล้นจาน ในวัตถุดิบคุณภาพ ชิ้นใหญ่ สดใหม่ ปรุงด้วยรสชาติอันจัดจ้าน เมนูไฮไลท์ ได้แก่ “ปู-กุ้งผัดพริกขี้หนู”, “ไข่ข้นปู”, “กุ้งฟูผัดพริกขี้หนู”, “กุ้งผัดกระเพรา” และ “ทะเลผัดผงกะหรี่” 2. ร้านอาหารยอดนิยมที่มีรีวิวเยอะที่สุดประจำปี ได้แก่ ร้าน Seen Bangkok นอกจากบรรยากาศภายในร้านจะเป็นแบบสไตล์ลอฟท์ในสวนแล้ว ยังมีเมนูเบเกอรีจากวัตถุดิบพรีเมียมสูตรเฉพาะของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น “ขนมปังมัทฉะบอมบ์”, “ขนมปังช็อกโกเลอะ”, “ขนมปังไชยาไข่ย้อย” ที่ตกแต่งหน้าตาได้อย่างสวยงาม 3. ร้านอาหารยอดนิยมที่มี 5 ดาวมากที่สุดประจำปี ได้แก่ ร้าน Copper International Buffet ร้านบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่นำเสนอเมนูพรีเมียมจากทั่วโลกมาให้กินได้ไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล” หรือ “ล็อบสเตอร์” สด ๆ จากมหาสมุทร, “สเต๊กเนื้อวากิว”, “สเต๊กเนื้อแกะ” อาหารสไตล์ยุโรปไปจนถึงอาหารญี่ปุ่น และอีกมากมาย 4. ร้านอาหารไทยแนะนำโดย Mali ได้แก่ ร้าน R.HAAN ร้านอาหารไทยต้นตำรับในรูปแบบไฟน์ไดน์นิง โดยเซเลบริตี้ เชฟชุมพล แจ้งไพร ซึ่งได้นำเสนอความเป็นไทยในคอนเซ็ปต์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เสิร์ฟอาหารแบบสำรับไทย โดยมีเมนูอันโด่งดังมากมาย ทั้ง “ต้มยำกุ้งแม่น้ำอยุธยาโบราณแบบทันสมัย”, “มัสมั่นเนื้อน่องโคขุนไทยกำแพงแสน”, “แกงเขียวหวานปลาเก๋าแดง”, “ผัดเผ็ดหมูป่าหน่อกระวานจันทรบูร” และ “ทอดมันกุ้งสามน้ำ” 5. ร้านเมนูขนมหวานแนะนำโดย Mali ได้แก่ ร้านไก่ทอง ออริจินัล ร้านอาหารสไตล์ไทยจีนที่การันตีรสชาติ และคุณภาพมานานแล้วกว่า 20 ปี พร้อมกับเมนูของหวานไฮไลท์ “ปังชาไทย” ร้านอาหารยอดนิยมที่ผ่านการคัดเลือกจาก Wongnai Users’ Choice 2020 มีหลากหลายประเภทอาหาร ตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านอาหารไฟน์ไดน์นิง ซึ่งใช้เกณฑ์การตัดสิน และคัดเลือกร้านอาหารจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศกว่า 3 แสนร้าน ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือที่สุดด้วยจำนวนเรตติ้ง และรีวิวจริงจากเสียงของสมาชิก Wongnai ที่เป็นผู้กินตัวจริงเสียงจริงกว่า 3 ล้านคน โดยวิธีการคัดเลือกอันเข้มงวดของ Wongnai Users’ Choice 2020 จะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ร้านที่ได้รับรางวัลนั้นควรค่าแก่การไปลิ้มลองสักครั้งในชีวิต โดยเกณฑ์การตัดสินมีดังต่อไปนี้ เป็นการคัดเลือกจากการรีวิวของสมาชิก Wongnai โดยเงินไม่สามารถซื้อได้ ค่าเฉลี่ยคะแนนรีวิวจากสมาชิก Wongnai เรตติ้งมากกว่า 4.0 ความนิยมที่ได้รับ โดยดูจากจำนวนรีวิวและจำนวนข้อมูลประกอบ ขั้นต่ำ 30 เสียง เช่น รีวิว และ รูปถ่ายจากสมาชิก ครอบคลุมหลากหลายประเภทอาหารและระดับราคา สำหรับร้านสาขา 80% ของทุกสาขาจะต้องผ่านเงื่อนไขข้างต้น ทีมบรรณาธิการจะคัดเลือกร้านที่เข้าเกณฑ์ข้างต้นอีกครั้งหนึ่ง โดยดูทั้งความหลากหลายของประเภทร้าน ราคา พิกัด และพัฒนาการของร้านในปีที่ผ่านมา โดยทั้ง 552 ร้านที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับประกาศนียบัตร Wongnai Users’ Choice 2020 เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีถึงการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของร้านอาหาร ทั้งยังนับเป็นเกียรติในความสำเร็จ และสนับสนุนให้รักษามาตรฐาน พร้อมทั้งพัฒนาเดินหน้าต่อไปไม่มีหยุดยั้ง คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จํากัด เผยว่า “จะเห็นได้ว่า ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา มีการจัดงานประกาศรางวัลเกี่ยวกับร้านอาหารเกิดขึ้นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจากทางยุโรปหรือฝั่งเอเชียเองก็ตาม ทำให้ปัจจุบันนี้ตามร้านอาหารจะมีป้ายหรือรางวัลต่างๆ ติดอยู่ตามร้านเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ Wongnai Users’ Choice โดดเด่น และเป็นที่น่าภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือ เป็นรางวัลที่มาจาก ‘เสียงของสมาชิก Wongnai ที่เป็นผู้กินตัวจริงเสียงจริงกว่า 3 ล้านคน’ ซึ่งทุกคนเป็นส่วนหนึ่ง ในการคัดเลือกร้านอาหารยอดนิยมอย่างแท้จริง ทั้งรีวิวหรือเรตติ้งซึ่งเรารวบรวมมาตลอดทั้งปีจนกลายเป็นรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจในแต่ละปี ซึ่งผมหวังว่ารายชื่อร้านอาหารทั้งหมดนี้จะเป็นตัวช่วยให้กับคนไทยและสมาชิก Wongnai ทุกคน ไม่ว่าจะไปเที่ยวจังหวัดไหนก็สามารถตามไปชิมได้ง่าย ๆ เพราะพวกเราเชื่อว่าไม่มีใครสามารถแนะนำรสชาติที่คนไทยชื่นชอบได้ดีเท่ากับคนไทยด้วยกันเอง” งานประกาศรางวัล “Wongnai Users’ Choice 2020 Sponsored By Mali” จัดขึ้น ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี “เดี่ยว สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล” และดีว่าสาวเสียงสวย “แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น” มาร่วมเป็นสักขีพยานและโชว์พลังเสียงสะกดคนดูภายในงาน  “ในโอกาสที่ปีนี้ Wongnai ครบรอบ 10 ปี ซึ่งนับเป็นปีที่พิเศษอย่างยิ่ง ผมอยากจะขอเน้นย้ำว่า สิ่งที่เรายึดมั่นมาโดยตลอดคือ Wongnai จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อสิ่งดี ๆ ให้กับคนไทยทุกคน โดยเรื่องอาหารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งดี ๆ ที่เราตั้งใจอยากให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ในการรับประทานอาหารที่ดี” คุณยอด ชินสุภัคกุล กล่าวทิ้งท้าย Wongnai Users’ Choice 2020 ร้านอาหารยอดนิยมที่ได้รับการไว้วางใจจากสมาชิก Wongnai ที่เป็นผู้กินตัวจริงเสียงจริงกว่า 3 ล้านคน ให้เป็นร้านอาหารที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิต และปากท้องประชาชนชาวไทย ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารยอดนิยมแห่งปี 2020 สามารถติดตาม รายชื่อ 552 ร้านอาหารทั่วไทย Wongnai Users’ Choice 2020 ได้ที่ https://www.wongnai.com/users-choice

LINE MAN Wongnai

28 Jan 2020

LINE MAN Wongnai ยกระดับโครงการร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น

เตรียมจัดสัมนาออนไลน์สนับสนุนพันธมิตรติดปีกร้านอาหารต่อเนื่อง ดันให้ยอดขายพุ่ง เติบโตอย่างยั่งยืน LINE MAN Wongnai เดินหน้าหนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม จับมือพันธมิตรติดปีกร้านอาหารให้ยอดขายพุ่ง เคียงข้างผู้ประกอบการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Help Thai People Live Better ล่าสุดจัดงานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” มอบความรู้ส่งเสริมร้านอาหาร แนะเทคนิคพิชิตใจลูกค้า เพื่อผลักดันยอดขาย ยกระดับเป็นร้านอาหารมืออาชีพ  คุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า LINE MAN Wongnai ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เราเข้าใจความต้องการของร้านอาหารเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อร่วมสนับสนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์มให้เติบโตไปด้วยกัน โดยกลุ่มร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นผลักดันและสนับสนุนร้านค้าด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อช่วยลดต้นทุน และทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจของกลุ่มร้านอาหารเวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! กับพันธมิตรของ LINE MAN Wongnai อาทิ ผลิตภัณฑ์นมตรามะลิ, DezPax, น้ำปลาตราคนแบกกุ้ง, ไลปอนเอฟ, ดีแทค, ลิน, Ocean Glass, Unilever, คิเรอิคิเรอิ และเวิลด์แก๊ส รวมถึงการช่วยโปรโมตร้านและกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมตอกย้ำความตั้งใจในการสนับสนุนร้านค้าผ่านการจัดงานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” ที่อัดแน่นไปด้วยเทคนิคการพิชิตใจลูกค้า กลยุทธ์ช่วยสร้างยอดขายให้กับร้านอาหาร และสำหรับร้านค้าใหม่ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! เพิ่มในรอบนี้ สามารถติดตามผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE MAN ได้เช่นกัน ร้านอาหารที่มีตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! จะได้รับการสนับสนุนจาก LINE MAN Wongnai ด้วยสิทธิพิเศษในการช่วยโปรโมตร้านค้าและกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น พื้นที่โฆษณาร้านบนหน้าแรกของแอปพลิเคชัน LINE MAN, สิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย โอกาสในการขึ้นโปรโมตบนช่องทางโซเชียลมีเดียของ Wongnai for Business และชุดคูปองส่วนลดต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการขาย อาทิ คูปองส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าและวัตถุดิบจาก LINE MAN MART คูปองส่วนลดสำหรับใช้บริการ  LINE MAN MESSENGER รวมถึงชุดสื่อโฆษณาหน้าร้านรุ่นพิเศษจาก LINE MAN และ สิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ของ LINE MAN Wongnai อีกมากมาย ทั้งนี้ งานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” ถือเป็นกิจกรรมพิเศษที่มอบให้กับร้านอาหารที่เปิดขายบนแอปพลิเคชัน LINE MAN และร้านค้าที่สนใจ เพื่ออัปสกิลให้กับธุรกิจร้านอาหาร โดยกิจกรรมครั้งนี้จะมาในรูปแบบ LIVE Event ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ Wongnai for Business ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยภายในงานผู้ประกอบการร้านอาหารจะได้พบกับความรู้ด้านการเจาะลึกเทรนด์ธุรกิจร้านอาหาร แนะนำเทคนิคปั้นร้านให้ประสบความสําเร็จ พร้อมด้วยเรื่องราวประสบการณ์จากร้านอาหารตัวท็อป และพันธมิตรผู้สนับสนุน คุณเอกลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การสนับสนุนของ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ Help Thai People Live Better ในการช่วยยกระดับให้ร้านอาหารสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

LINE MAN Wongnai

20 Oct 2022