LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” เดินหน้าสนับสนุนภาครัฐ ภาคธุรกิจท้องถิ่น และผู้ประกอบการร้านอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจริมโขงด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีสำหรับร้านอาหาร พร้อมเชื่อมแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” บน LINE MAN ที่ร้านอาหารเลือกเข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 กว่า 3 หมื่นร้านทั่วไทย กระตุ้นยอดขายและหมุนเวียนรายได้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

จากเมืองผ่านสู่เมืองพัก ‘นครพนม’ เมืองศักยภาพเศรษฐกิจชายแดน

คุณชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธาน YEC นครพนม เปิดเผยว่า “นครพนมเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ด้วยทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมไทย–ลาว–เวียดนาม–จีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 ทำให้การส่งออกสินค้าการเกษตรและผลไม้ไทยไปจีนเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าการค้าชายแดนปัจจุบันสูงกว่า 120,000 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อโครงการรถไฟทางคู่บ้านไผ่–นครพนมเสร็จในปี 2571”

ด้านการท่องเที่ยว นครพนมมีภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงยาวกว่า 100 กิโลเมตร เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งสายธรรมชาติและสายศรัทธา โดยมีแลนด์มาร์กอย่าง “พระธาตุพนม” “พญาศรีสัตตนาคราช” และแลนด์มาร์กใหม่ “ชิงช้าสวรรค์ Mekong River Eye” สูง 50 เมตร ที่จะเปิดปีนี้ ยกระดับภาพลักษณ์เมืองริมโขงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

“ตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา นครพนมเปลี่ยนผ่านจากเมืองที่นักท่องเที่ยวแวะเพียงชั่วคราว มาเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวเลือกพักค้างคืนจริงจัง เพราะมีบรรยากาศริมโขงที่สวยสงบและเต็มไปด้วยวัฒนธรรม นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจในพื้นที่ สำหรับอนาคต เขามองว่า นครพนมมีศักยภาพสูงในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ที่จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่ยังต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เพื่อให้เมืองเติบโตได้เต็มศักยภาพตลอดทั้งปี

ผู้ประกอบการท้องถิ่นปลุกของดีเมืองริมโขง

คุณวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของ Chewa Cafe By SK Sroikham ระบุว่า “ผู้ประกอบการนครพนมกำลังต่อยอดของดีท้องถิ่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น การนำ ‘กาละแม’ ของขึ้นชื่อของจังหวัด มาทำเป็นเมนูสมูทตี้ กาแฟ หรือไอศกรีมกาละแม เพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับไปซื้อต้นตำรับของฝากในชุมชน เกิดการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่”

ยกตัวอย่าง “ลิ้นจี่ นพ.1” ผลไม้ GI ที่ถูกแปรรูปจนได้รับการนำเสนอในห้างกรุงเทพฯ ขยายตลาดให้เกษตรกรนครพนม “เป้าหมายของการต่อยอดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการทำให้คนท้องถิ่นเห็นคุณค่าและภูมิใจในของบ้านเกิดของตัวเอง”

ด้านธุรกิจร้านอาหาร วิศรุตมองว่า ในยุคนี้ “ความอร่อยเป็นเพียงพื้นฐาน” แต่สิ่งที่ตัดสินใจลูกค้าคือ “รีวิวและรางวัลการันตี” ที่สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคจริง “รีวิวคืออาจารย์ที่ดีที่สุด เพราะช่วยให้ร้านรู้ข้อบกพร่องและพัฒนาได้ต่อเนื่อง ส่วนรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice คือเป้าหมายที่ผลักให้เรารักษาคุณภาพไว้ทุกปี มันไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่คือแรงผลักให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืน”

เขายังเสริมถึงบทบาทของโครงการคนละครึ่งว่า “ที่ผ่านมาโครงการนี้ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 100–150% และได้ลูกค้าใหม่กว่า 50% ครั้งนี้ที่มี LINE MAN เข้ามาร่วม เชื่อว่าร้านจะเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้ยอดขายโตได้อีก 150–300% จริง ๆ”

เดลิเวอรีโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนเมืองรอง

คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai เผยว่า “นครพนมเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เติบโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน และเป็นตัวอย่างชัดเจนของเมืองรองกำลังโต (High Growth City) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ LINE MAN ที่ขยายบริการสู่พื้นที่รองทั่วประเทศ ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai พบว่า GMV ของฟู้ดเดลิเวอรีในนครพนมเติบโต 16% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยภาคอีสานที่ 14% ขณะที่ จำนวนออเดอร์โต 12% และผู้ใช้โต 11% สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคหลายเท่า สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับบริการดิจิทัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภค เมนูยอดนิยมของคนอีสาน ได้แก่ ส้มตำ โดยเฉพาะตำป่าและตำปูปลาร้า ส่วน เครื่องดื่มยอดฮิต ได้แก่ อเมริกาโน่และมัทฉะ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ ในหมวดเครื่องดื่มยังมีแบล็คคอฟฟี่ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่เย็น ชาไทย และช็อกโกแลต ติดอันดับยอดนิยม ขณะที่หมวดอาหารมีเมนูขายดีอย่างตำลาว ข้าวมันไก่ และข้าวผัดหมู โดยช่วงเวลา พีคของการสั่งอาหารคือ 11.00–14.00 น.

สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคในภูมิภาคเริ่มเปิดรับเมนูใหม่ ๆ เช่น รามยอนเผ็ดเกาหลี ขนมปังเกลือ และมัทฉะลาเต้ พรีเมียม ซึ่งแปลว่ากำลังซื้อของเมืองรองกำลังโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังพบว่า เมืองรองในภาคอีสานเติบโตได้ดีมาก โดย Top 5 เมืองรองที่มีการเติบโตสูงสุดบน LINE MAN ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร รวมถึงอำเภอขนาดเล็กที่แพลตฟอร์มเข้าไปให้บริการแล้ว เช่น ด่านซ้าย (เลย), ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ), บรบือ (มหาสารคาม) และธวัชบุรี (ร้อยเอ็ด)

สำหรับแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” ที่เพิ่งเปิดลงทะเบียนรอบใหม่เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา มีจำนวนร้านอาหารลงทะเบียนเข้าร่วมกับ LINE MAN วันแรกกว่า 32,990 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย. เวลา 01.00 น.) สอดคล้องกับรายงานของกระทรงการคลัง ณ วันที่ 3 พ.ย. เวลา 14.00 น ที่ระบุว่า มีร้านค้าเข้าร่วมฟู้ดเดลิเวอรี ลงทะเบียนแล้ว 40,722 ราย โดยร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมกับ LINE MAN มีจำนวน 22,831 ร้านค้า ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 จากทุกแพลตฟอร์ม

LINE MAN มั่นใจว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจะช่วยให้ร้านเล็กโตได้จริงและโตได้ยาว จากข้อมูลของ LINE MAN Wongnai หลังสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งในแต่ละเฟส ร้านค้าบนแพลตฟอร์มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าเติบโตเฉลี่ย 3–13.5 เท่าระหว่างเฟส และหลังจบเฟส 5 ยอดขายเฉลี่ยเพิ่มถึง 16.7 เท่าเมื่อเทียบก่อนเริ่มโครงการ ขณะเดียวกันกว่า 50% ของร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 เท่าในทุกเฟส

“เราภูมิใจที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์หลักของร้านอาหารทั่วประเทศ และยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพให้ไรเดอร์ในท้องถิ่น ซึ่งมีรายได้ ถือเป็นแรงขับเศรษฐกิจฐานรากที่แท้จริง”

นครพนม Next Chapter: วิวสร้างรายได้ สู่ระบบนิเวศการท่องเที่ยวครบวงจร

ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การพัฒนานครพนมในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแผนระยะสั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว 3–20 ปี โดยใช้ข้อมูล (Data) และการวิเคราะห์จุดแข็ง–จุดอ่อน (SWOT) เพื่อวางทิศทางจังหวัดอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟทางคู่ และถนนเศรษฐกิจ R8 / R12 ที่เชื่อมไทยกับลาวและเวียดนาม สิ่งเหล่านี้คือหัวจักรเศรษฐกิจของภูมิภาค

“นครพนมมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ริมแม่น้ำโขง เป็นวิวที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุน และเป็นเสน่ห์ที่แตกต่างจากเมืองอื่น เรากำลังสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ที่เชื่อมโรงแรม ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ และสินค้าชุมชน โดยอาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE MAN Wongnai มาเชื่อมโยงคนเข้ากับบริการ เพื่อให้รายได้กระจายสู่คนในพื้นที่อย่างแท้จริง และทำให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจจริงในทุกทิศทาง”

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN Wongnai Rolls Out Same-sex Marriage Benefit, Supporting LGBTQ+ Employees

June is widely recognized as Pride Month which people across the globe celebrates gender diversity, LGBTQ+ rights, equality and inclusivity.  LINE MAN Wongnai prides itself as a company that brings together people of all ages and genders to collaborate under its core value ‘Respect Everyone’.   Anontawong Marukpitak, Vice President of People, LINE MAN Wongnai, said, “One of our most important corporate cultures is ‘Respect Everyone’.  We firmly believe in treating all employees, regardless of gender or age, with the same respect and fair opportunity to work.  Presently, around 10% of our employees are LGBTQ+ in which many of them are in the management positions.” He continued, “As a part of Pride Month, we’re celebrating diversity and gender equality by providing additional benefits to LGBTQ+ employees such as: 20,000 THB in support of same-sex marriage, similar to the benefit offering to heterosexual married couples, simply by submitting images from the wedding ceremony as proof The right to take up to 10 days off for adoption The right to take a 30-day surgery leave for trans person Anontawong further detailed LINE MAN Wongnai’s commitment to support the LGBTQ community by explaining, “We aim to make LINE MAN Wongnai a safe place for everyone by providing a working environment where everyone can be themselves and express their full talent, creativity, and potential. The LGBTQ+ workforce is one of our core strengths, thus we’re working on enhancing their benefits as the rest of our workforce.” LINE MAN Wongnai celebrates gender diversity and equality, highlighting the need to create an inclusive ‘Gender Neutral’ working environment that embraces differences and recruits based on people’s potential rather than gender.  For those who are interested to join us, please contact us at https://careers.lmwn.com/ 

LINE MAN Wongnai

27 May 2022

LINE MAN MART ชวนช้อปสัปดาห์หนังสือฯ สั่งง่าย ส่งทันใจ จัดหนักโค้ดลดสูงสุด 300 บาท

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่! งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 ที่หลายคนรอคอย ซึ่งจัดขึ้น ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  และเป็นอีกครั้งที่เหล่าคนรักหนังสือจะได้รับประสบการณ์ความสะดวกที่สามารถสั่งซื้อหนังสือที่ชื่นชอบผ่านทาง LINE MAN MART ที่จะเปิดแผงเอาใจนักอ่านคนไทยให้สั่งหนังสือภายในงานจาก 47 สำนักพิมพ์ชื่อดังได้อย่างง่ายดาย จัดส่งถึงหน้าบ้านทันใจ พร้อมแจกโค้ดส่วนลดสูงสุด 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ถึง 9 เมษายนนี้  ครั้งนี้ LINE MAN MART จัดเต็มเปิดให้ช้อปแบบจุใจกับกองทัพหนังสือกว่า 5,000 เล่ม จาก 47 สำนักพิมพ์ชื่อดัง อาทิ สำนักพิมพ์แจ่มใส, Salmon Books, ขายหัวเราะ, 10 มิลลิเมตร,  Avocado Books, ยิปซี กรุ๊ป, เคล็ดไทย และอื่น ๆ อีกมากมาย บน LINE MAN MART พร้อมรับโค้ดส่วนลดทันทีเริ่มต้น 50 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 500 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR50, รับส่วนลดทันที 100 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 800 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR100, รับส่วนลดทันที 200 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,200 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR200 และรับส่วนลดทันที 300 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,500 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR300 (โค้ดส่วนลดมีจำนวนจำกัดต่อวัน) เลือกซื้อหนังสือที่ชื่นชอบจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21  ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเดินทาง เพียงกดสั่งแล้วรอรับหนังสือที่ส่งตรงถึงหน้าบ้านได้เลยที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/hsshn0dm  *สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อวัน  จำกัด 1 สิทธิ์ต่อผู้ใช้  **เฉพาะการสั่งซื้อหนังสือจากร้านที่ร่วมรายการผ่าน LINE MAN MART ***ให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่บริษัทกำหนด

LINE MAN Wongnai

29 Mar 2023

LINE MAN Wongnai Acquires JERA Cloud, Expanding Beyond Restaurants into Beauty and Wellness

LINE MAN Wongnai today announced the acquisition of JERA Cloud, a Thai startup and the market leader in cloud and POS solutions for beauty and wellness businesses. This marks the company’s first expansion of its Merchant Digital Solutions portfolio beyond restaurants, opening new opportunities in high-growth industries. JERA Cloud, operated under Lamunpun IT Co., Ltd., is a Thai startup with 8 years of experience in delivering cloud and POS solutions for the beauty and wellness industry. It has established itself as the market leader, holding the largest market share and is trusted by more than 1,700 outlets nationwide, including Aura Bangkok Clinic with 20 branches and Teeth Talk Dental Clinic with 19 branches. This acquisition extends Wongnai POS business beyond restaurants into high-growth adjacent sectors, particularly beauty and wellness, with Thailand positioned as a key hub poised to become a global center for the industry. Yod Chinsupakul, Chief Executive Officer of LINE MAN Wongnai, said “We chose to acquire JERA Cloud for many reasons – from its No.1 position in beauty and wellness business solutions, to the strength and vision of the founding team. This is a strategic step to scale our Merchant Digital Solutions business to the beauty and wellness megatrends. It also marks the beginning of LINE MAN Wongnai’s journey into new service verticals, bringing us closer to our mission to Digitalize Thailand.” Ekaluck Viriyakovithya, Managing Director of Merchant Digital Solutions at LINE MAN Wongnai, added “The beauty and wellness market is growing rapidly. This acquisition aligns with our roadmap to expand Merchant Digital Solutions into adjacent industries and build a solid platform foundation for the long term. JERA Cloud’s full-service beauty clinic and dental management systems will allow us to reach new customers across all levels.” Assoc. Prof. Dr. Bundit Thanasopon, Co-Founder and CEO of Lamunpun IT Co., Ltd., said “Over the past eight years, we started as a small startup solving technology gaps in the beauty and wellness businesses. Becoming part of LINE MAN Wongnai is a natural next step, driven by our shared belief in scaling impact. Together, we will deliver even better solutions and reach more customers, shaping the future of Thailand’s beauty and wellness industry.” Following the acquisition, Lamunpun IT’s co-founders—Assoc. Prof. Dr. Bundit Thanasopon, Erawat Wongsajja, and Kanin Peanviriyakulkit—along with their team of 40 employees, will join LINE MAN Wongnai’s Merchant Digital Solutions group under the leadership of Ekaluck Viriyakovithya. ### About LINE MAN Wongnai LINE MAN Wongnai is one of Thailand’s largest tech startups, operating three core business groups: On-demand Services under LINE MAN brand, the on-demand service leader in food delivery, mart delivery, messenger, and transportation; Merchant Digital Solutions under Wongnai brand, the leading POS and digital solutions for merchant management; and Pay & Financial Services under LINE Pay brand, an integrated online and offline payment platform. With a mission to digitalize Thailand, LINE MAN Wongnai is committed to drive growth and provide real-life solutions to millions of users and businesses across Thailand. About Lamunpun IT Lamunpun IT Co., Ltd. is a Thai startup specializing in cloud and POS solutions for the beauty and wellness industry. Established in 2017, the company’s flagship products include JERA Cloud, a comprehensive management system for beauty clinics, salons, and spas, and JERA Dent, a dedicated solution for dental clinics. With over eight years of industry experience, Lamunpun IT has developed trusted, tailored solutions that have positioned the company as a market leader and empowered business owners to grow and elevate their operations. For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

LINE MAN Wongnai

28 Aug 2025

LINE MAN และ LINE Pay ช่วยปัญหาโภชนาการเด็กห่างไกล เสริมความรู้ สร้างมื้อดี จับมือพันธมิตรมอบ 1.7 ล้าน ปูอนาคตที่ดีสู่เด็ก 100 โรงเรียนทั่วไทย

การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้ ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน  โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง “ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น  คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน  “เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา” ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย  “แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ” ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย *ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

14 Feb 2024