LINE MAN Wongnai ร่วมกับ Grab, Lazada และ Shopee ประกาศเปิดตัว สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (Thai Digital Platform Trade Association: TDPA) อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากลพร้อมทั้งยกระดับและเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยเติบโตอย่างมีศักยภาพ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่สมดุล โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

จากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA Report 2025) ฉบับล่าสุด โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2568 มีมูลค่าทางการตลาดและอัตราการเติบโตอยู่ที่ 16% หรือประมาณ 1.73 ล้านล้านบาท (5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในปีที่ผ่านมา  และยังคงครองตลาดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีภาคอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับธุรกิจขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหาร และสื่อดิจิทัล ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว กลุ่มผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการผนึกกำลัง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

TDPA เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำดังกล่าว ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมีเป้าหมายเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อร่วมกันพัฒนานโยบายสาธารณะที่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ การสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อคู่ค้า ผู้บริโภคและสังคม อันจะเอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม ควบคู่กับการรองรับนวัตกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในโลกดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ

พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย กล่าวว่า “การก่อตั้ง TDPA ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่เพียงหนึ่งในภาคธุรกิจอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานและแรงขับหลักของการเติบโตประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภารกิจของ TDPA คือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รวมทั้ง TDPA จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรอบนโยบายที่สมดุล โปร่งใส เปิดกว้างต่อการแข่งขัน และยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน เราเชื่อว่าการกำกับดูแลที่แม่นยำและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”

ดร. มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai “หน้าที่ของ TDPA นอกจากจะเป็นตัวกลางประสานความเข้าใจกับภาครัฐ บนพื้นฐานของความสมดุลและโปร่งใสแล้ว ยังมุ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตไปพร้อมกับระบบนิเวศของ SMEs และคนทำงานแพลตฟอร์มในระยะยาว การที่ LINE MAN Wongnai เข้ามามีส่วนร่วมนั้น จะช่วยสะท้อนอีกหนึ่งมุมมองในฐานะแพลตฟอร์มไทย และสมาคมฯ ก็เปิดกว้างยินดีต้อนรับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มรายอื่น ๆ ในไทยให้เข้ามาร่วมกัน เพื่อให้สมาคมฯ เป็นตัวแทนเสียงของอุตสาหกรรมได้อย่างครอบคลุมที่สุด”

TDPA ยึดมั่นใน 4 ค่านิยมหลัก ได้แก่:

  1. ความเป็นกลางและการแข่งขันที่เป็นธรรม: ส่งเสริมสนามแข่งขันที่เท่าเทียม เปิดโอกาสให้ทั้งแพลตฟอร์มเกิดใหม่และผู้ประกอบการ SMEs เติบโตได้อย่างแท้จริง  
  2. การกำกับดูแลที่เน้นไปยังวัตถุประสงค์: ร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่ตอบโจทย์ประโยชน์สาธารณะอย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ
  3. ความโปร่งใสและความไว้วางใจ: ยกระดับมาตรฐานด้านข้อมูล ความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศดิจิทัล
  4. ส่งเสริมทักษะดิจิทัลและการเข้าถึงโอกาส: สนับสนุนให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ

การจัดตั้ง TDPA ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างโปร่งใส แข่งขันได้ และสร้างประโยชน์ต่อสังคมในระยะยาว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคฯ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN MART ชวนช้อปสัปดาห์หนังสือฯ สั่งง่าย ส่งทันใจ จัดหนักโค้ดลดสูงสุด 300 บาท

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่! งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 ที่หลายคนรอคอย ซึ่งจัดขึ้น ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  และเป็นอีกครั้งที่เหล่าคนรักหนังสือจะได้รับประสบการณ์ความสะดวกที่สามารถสั่งซื้อหนังสือที่ชื่นชอบผ่านทาง LINE MAN MART ที่จะเปิดแผงเอาใจนักอ่านคนไทยให้สั่งหนังสือภายในงานจาก 47 สำนักพิมพ์ชื่อดังได้อย่างง่ายดาย จัดส่งถึงหน้าบ้านทันใจ พร้อมแจกโค้ดส่วนลดสูงสุด 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ถึง 9 เมษายนนี้  ครั้งนี้ LINE MAN MART จัดเต็มเปิดให้ช้อปแบบจุใจกับกองทัพหนังสือกว่า 5,000 เล่ม จาก 47 สำนักพิมพ์ชื่อดัง อาทิ สำนักพิมพ์แจ่มใส, Salmon Books, ขายหัวเราะ, 10 มิลลิเมตร,  Avocado Books, ยิปซี กรุ๊ป, เคล็ดไทย และอื่น ๆ อีกมากมาย บน LINE MAN MART พร้อมรับโค้ดส่วนลดทันทีเริ่มต้น 50 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 500 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR50, รับส่วนลดทันที 100 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 800 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR100, รับส่วนลดทันที 200 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,200 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR200 และรับส่วนลดทันที 300 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,500 บาท เพียงใส่โค้ด BOOKFAIR300 (โค้ดส่วนลดมีจำนวนจำกัดต่อวัน) เลือกซื้อหนังสือที่ชื่นชอบจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21  ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเดินทาง เพียงกดสั่งแล้วรอรับหนังสือที่ส่งตรงถึงหน้าบ้านได้เลยที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/hsshn0dm  *สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อวัน  จำกัด 1 สิทธิ์ต่อผู้ใช้  **เฉพาะการสั่งซื้อหนังสือจากร้านที่ร่วมรายการผ่าน LINE MAN MART ***ให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่บริษัทกำหนด

LINE MAN Wongnai

29 Mar 2023

LINE MAN Wongnai เปิดพื้นที่ “ครัวสัญจร” ฉุกเฉินที่หาดใหญ่ คืนที่ทำกินให้ร้านเล็ก พร้อมแผนช่วยเหลือร้านค้าให้ไปต่อ หลังวิกฤตน้ำท่วม

LINE MAN Wongnai เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ โดยใช้บทบาทการเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” (Digital Infrastructure) เชื่อมโยงระบบนิเวศร้านอาหาร-คนทำงาน-รายได้ ให้กลับมาเดินหน้าต่อได้ทันที ผ่านโมเดล “ครัว LINE MAN สัญจร” (Cloud Kitchen) พื้นที่ทำกินสำเร็จรูปที่พร้อมให้ร้านค้าที่เสียหายเข้าใช้งานได้ทันที พร้อมกางแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการ 300 แห่ง มุ่งคืนรายได้รายวันให้แก่ร้านค้า ลูกจ้าง และไรเดอร์อย่างเป็นรูปธรรม จากข้อมูลของ LINE MAN Wongnai หาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ โดยมีระบบนิเวศร้านอาหารท้องถิ่นในพื้นที่หาดใหญ่คิดเป็น 15% ของภาคใต้ ช่วงปกติก่อนน้ำท่วม (21 ต.ค. – 20 พ.ย. 2568) มีร้านอาหารในระบบอยู่ราว 2,800 ร้าน หลังน้ำท่วม (27 พ.ย. 2568 – 6 ม.ค. 2569) มีร้านประมาณ 75% ที่ฟื้นกลับมาขายได้อีกครั้ง โดยยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่ยังไม่สามารถกลับมาขายได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ต้องได้รับการฟื้นฟูโดยเร็ว คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ในภาวะที่เมืองยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้เต็มร้อย LINE MAN Wongnai ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยง ร้านค้า-คนทำงาน-รายได้ และข้อมูลเข้าด้วยกัน เราตระหนักว่า ‘ที่ทำกิน’ คือสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงเปิด ‘ครัว LINE MAN สัญจร’ ซึ่งเป็นโมเดล Cloud Kitchen เพื่อให้ร้านที่หน้าร้านพังเสียหายสามารถกลับมาปรุงอาหารและสร้างรายได้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอซ่อมแซมร้านเสร็จ โดยเราวางแผนเปิดให้บริการเบื้องต้น 3 เดือน และพร้อมขยายเวลาต่อหากช่วยให้ผู้ประกอบการตั้งตัวได้แข็งแกร่งขึ้น เป้าหมายของเราคือการทำให้ระบบนิเวศการทำกินของหาดใหญ่ยังคงเปิดอยู่ แม้ในพื้นที่ที่ยังฟื้นฟูไม่เสร็จสิ้น” คุณทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การฟื้นฟูหาดใหญ่ต้องทำควบคู่ไปทั้งการซ่อมแซมเมืองและการกู้เศรษฐกิจและการทำมาหากินให้กลับมาเร็วที่สุด หอการค้าฯ มุ่งมั่นที่จะช่วยให้ SME ในพื้นที่กลับมาตั้งตัวได้ใหม่ ความร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้จึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยลดอุปสรรคเรื่องสถานที่ประกอบการ และยังต่อยอดวางแผนไปถึงโครงการ Shark Tank ที่เราจะช่วยสนับสนุนข้อมูลและหาแหล่งทุนใหม่ให้กับร้านค้าที่ต้องการปรับโมเดลธุรกิจให้แข็งแรงกว่าเดิมหลังวิกฤต เร็วๆ นี้ เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ได้อีกครั้ง” เพื่อให้เศรษฐกิจปากท้องของชาวหาดใหญ่กลับมาคึกคัก LINE MAN Wongnai ได้ออกมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ ดังนี้: คุณศิวัตน์ สุวรรณวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา และเจ้าของโรงแรมบุรีศรีภู ผู้สนับสนุนพื้นที่ในการสร้างครัว LINE MAN สัญจรเสริมว่า “ในฐานะผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการ เราเห็นความลำบากของร้านค้าที่อยากขายแต่เปิดร้านไม่ได้เพราะหน้าร้านพังเสียหาย เมื่อได้เจอกับคุณยอด LINE MAN Wongnai ผมจึงยินดีสนับสนุนพื้นที่หน้าโรงแรมบุรีศรีภูให้เป็นครัวสัญจรทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้กลายเป็นพื้นที่ทำกินสำเร็จรูป จาก 2 สัปดาห์ก่อนที่เป็นพื้นที่ว่าง วันนี้ได้เห็นเจ้าของร้านและลูกจ้างกลับมามีงานทำและมีรายได้อีกครั้ง จากการขายอาหารบนแอป 100% นี่คือตัวอย่างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ช่วยรักษาและพยุงไม่ให้เศรษฐกิจรายย่อยล้ม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้หาดใหญ่กลับมาเป็นเมืองเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอีกครั้ง” คุณฐิติกาญจน์ จตุรพิตร เจ้าของร้านตะแคงชาม เตี๋ยวต้มยำโบราณ และคุณณัฐฒ์พงศ์ มัณยานนท์ เจ้าของร้าน White Blue Coffee เล่าว่า “น้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในชีวิต ร้านพังเสียหายจนเรียกได้ว่า ไม่เหลือเลย หมดทุกอย่าง จนเกิดคำถามในหัวว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ และเคยคิดว่าจะปิดร้านไปแบบไม่มีกำหนด แต่การเข้ามาของ ‘ครัว LINE MAN สัญจร’ ถือเป็นโอกาสที่ช่วยกอบกู้ความรู้สึกให้ ความภูมิใจกลับมาอีกครั้ง การได้กลับมาทำอาหารทำให้เรามีความสุขและช่วยให้ลูกน้องมีรายได้ระหว่างรอซ่อมร้าน ซึ่งผลตอบรับดีมาก ยอดขายผ่านเดลิเวอรีกลับมาเกิน 50% แล้วเมื่อเทียบกับช่วงก่อนน้ำท่วม ทำให้เรามีความหวังที่จะกลับมาเปิดหน้าร้านจริงอีกครั้งในอนาคต” LINE MAN Wongnai ยืนหยัดเคียงข้างชาวหาดใหญ่ โดยจะงดเว้นการหักกำไรจากการดำเนินงานในพื้นที่ตลอด 3 เดือน เพื่อนำรายได้ทั้งหมดกลับไปเพิ่มค่ารอบให้ไรเดอร์และจัดทำแคมเปญสนับสนุนร้านอาหารทั่วเมือง โดยที่ผ่านมาได้เร่งเยียวยาระบบนิเวศธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบถุงยังชีพ 1,000 ชุดแก่ไรเดอร์ในพื้นที่ราว 1,000 คนและครอบครัว การร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปิดจุดซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ให้แก่ไรเดอร์ รวมถึงมาตรการลดค่าเครื่อง Wongnai POS 50% และพักชำระหนี้-ค่าบริการรายเดือนเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ร้านค้า นอกจากนี้ยังร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงาจ้างงานไรเดอร์ในพื้นที่เพื่อกระจายอาหารสู่ผู้ได้รับผลกระทบ และระดมทุนร่วมกับสภากาชาดไทยผ่านแอป LINE MAN และ LINE Pay รวมยอดบริจาคจากผู้ใช้งานกว่า 5.4 ล้านบาท เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือสู่พื้นที่อย่างเต็มกำลัง  โครงการครัว LINE MAN สัญจร ประสบความสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์ในพื้นที่ ได้แก่ โรงแรมบุรีศรีภู ผู้สนับสนุนพื้นที่โครงการ, อุปกรณ์เครื่องครัว Lucky Flame และ หาดใหญ่เครื่องเย็น ผู้สนับสนุนอุปกรณ์ครัวมาตรฐาน, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศูนย์รวมไฟฟ้า ผู้สนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง และ API Marketing ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูที่ทำกินเพื่อคนหาดใหญ่ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

7 Jan 2026

‘Single-Dish’ Price Index Soars Up to 6.7% As Inflation Hits New High, Reports by LINE MAN Wongnai

LINE MAN Wongnai releases a price index on the changes of single-dish meal’s price across the country from 2020-2022 as a comparison on the inflation and rising cost of living. The data was collected from over 700,000 restaurants that offer delivery services through LINE MAN in 77 provinces in Thailand. Key findings include: The average price of a single-dish meal in Thailand is now 3.66 baht (6.7%) more expensive (between May 2021 and May 2022). This is similar to the 7.1% inflation rate as released by the Ministry of Commerce. Pricing of meals in other provinces is cheaper than those in the Bangkok metropolitan area by 7 baht on average. However, the rate of price increase is higher than in Bangkok metropolitan. The price of the pork menu remains similar, but the chicken menu is evidently more expensive from March 2022 onward. Basil rice (ข้าวผัดกะเพรา) is now 3 baht more expensive in the first 4 months of 2022 (data from February – May 2022). From an average of 56 baht, it has increased to 59 baht. The average price of single-dish meals throughout Thailand from 2020-2022: Key finding: Inflation and the rise in the cost of ingredients have made the average price of single-dish meals in Thailand in 2022 increased by 3.66 baht or 6.7% (between May 2021 and May 2022).  LINE MAN Wongnai reports the change in the average price of single-dish meals like noodles (ก๋วยเตี๋ยว), stir-fried suki (สุกี้), basil rice (ข้าวผัดกะเพรา), a la carte meal (อาหารตามสั่ง), fried rice (ข้าวผัด), chicken rice (ข้าวมันไก่), BBQ pork rice (ข้าวหมูแดง), stewed pork leg with rice (ข้าวขาหมู), noodle in gravy sauce (ราดหน้า) and more that have been sold between 2020-2022.  It has been found that the average price of single-dish meals in 2020 was similar to 2021; with 2021 slightly cheaper than 2020 perhaps due to the economy during the COVID-19 pandemic.  However, the average price in 2022 significantly rose from 2021. The average price in January 2022 was at 55.33 baht compared to 53.33 baht in January 2021 (2 baht more expensive). In May 2022, it was at 57.87 baht compared to 54.21 baht in May 2021; increasing by 3.66 baht or 6.7%, which is close to the inflation rate of 7.1% estimated by the Ministry of Commerce in May 2022 (source). The East is the region with the most expensive average price for single-dish meals at 59.96 baht, while the West is cheapest at 49.92 baht (June 2022). The Central region sees the greatest increase at 3.97 baht (between January and June 2022).  The average price of single-dish meals in each region in June 2022 (an increase from January 2022): Central                  59.63 baht (+3.97 baht) East                       59.96 baht (+3.16 baht) North                     50.26 baht (+2.94 baht) Northeast              56.04 baht (+3.51 baht) South                    57.46 baht (+2.58 baht) West                      49.92 baht (+2.43 baht) Comparing the average price of single-dish meals in Bangkok metropolitan area and other provinces: Key finding: The meal price in other provinces is lower than the Bangkok metropolitan area by 7 baht on average, but has a higher increase rate. LINE MAN Wongnai reports the average price of single-dish meals in 6 provinces of Bangkok metropolitan area (Bangkok, Nonthaburi, Pathumthani, Samut Prakan, Samut Sakhon and Nakhon Pathom) and other provinces in Thailand being sold on the LINE MAN platform to determine the difference between the cost of living of those living in Bangkok metropolitan and other provinces.  It was found that: The price of single-dish meals in the Bangkok metropolitan area was 8 baht more expensive than in other provinces (on 1 January 2021), but this difference has decreased to 7 baht already (as of 1 May 2022). Throughout 2021, the price of single-dish meals in other provinces has increased by 5.9%. The increase rate in the Bangkok metropolitan area was 2.8% during the same time period. In 2022, the price has continuously increased since February. The average price of single-dish meals in the Bangkok metropolitan area has increased by 6.68%, and in other provinces by 7.98% (between 1 January 2022 and 1 May 2022).   Average price (baht) on 1 Jan 21 Average price (baht) on 1 May 21 Average price (baht) on 1 Jan 22 Average price (baht) on 1 May 22 Bangkok metropolitan 56.77 57.19 58.38(+2.8% YoY) 61.01(+6.68% YoY)(+4.5% from 1 Jan 22) Other provinces 48.78 50.02 51.64(+5.9% YoY) 54.01(+7.98% YoY)(+4.6% from 1 Jan 22) Differences 7.99 7.17 6.74 7 The average price of meals according to ingredients in the first half of 2022: Key finding: The price for the pork menu remains similar, but the chicken menu has risen significantly since March 2022.  LINE MAN Wongnai reports the average meal price comparison (including all types of food and prices) according to the kinds of meat used as ingredients. It was found that menus with chicken have seen the sharpest increase, fitting the news of chicken being the most expensive in 20 years (source). The average price of meals with chicken has increased significantly in March 2022 and reached the ultimate high in April 2022 before declining in May. Still, it was considered to be higher than before. The average price of chicken menu in the first half of 2022: 1 March                 80.37 baht 1 April                    109 baht 13 April                 134 baht (a sharp increase during Songkran holiday) 1 May                    113 baht 1 June                   93.9 baht For the pork menu, the price has been stable at 64-69 baht throughout the first […]

LINE MAN Wongnai

27 Jun 2022

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022