LINE MAN Wongnai เปิดเผยสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในไทยปลายปี 2025 หลังผ่านครึ่งปีแรกที่ซบเซาหนัก จากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ต้นทุนอาหารสูง ทำให้ยอดขายร้านอาหารตกลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจาก Wongnai POS (ยอดขายหน้าร้าน) และแพลตฟอร์ม LINE MAN (ยอดขายเดลิเวอรี) สะท้อนว่า “คนละครึ่ง พลัส” ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและอัดฉีดร้านเล็กให้โตได้จริง โดยเฉพาะจังหวัดเมืองรองมียอดขายเติบโตพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว

ตลาดร้านอาหารพลิกกลับมาบวกใน Q4 หลังจมดิ่งใน Q2

ในงาน “LINE MAN Wongnai กินข้าว เล่าข่าว” ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า“ครึ่งปีแรก 2025 ถือเป็นช่วงต่ำสุดของธุรกิจร้านอาหาร โดยยอดขายต่อร้าน (sales per store) หดตัวหนักถึง -14% ใน Q2 แต่หลังจากเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ตลาดเริ่มกลับมาเป็นบวก โดย Q3 โต +1% และ Q4 (ข้อมูลเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) กลับมาโต +5% สะท้อนการกลับมาของกำลังซื้อในวงกว้าง หลังแรงส่งของโครงการคนละครึ่ง พลัส”

แม้จำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 3% ในครึ่งปีหลัง 2025 แต่อัตราร้านที่ปิดตัวลงยังอยู่ที่ 50% ถือว่าคงตัวจากครึ่งปีแรก แปลว่าธุรกิจร้านอาหารยังแข่งขันหนักและได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่สูง

“คนละครึ่ง พลัส” เร่งตลาด ส่งกำลังซื้อพุ่ง-ร้านเล็กโตเกือบ 6 เท่า

มาตรการรัฐช่วยปลดล็อกกำลังซื้อในวงกว้าง และ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเบอร์ 1 คนละครึ่งที่เชื่อมผู้คนกับร้านอาหารได้รวดเร็ว ทำให้เงินสะพัดสู่ฐานรากตั้งแต่ร้านเล็กจนถึงไรเดอร์ โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ดังนี้

  • LINE MAN เป็นแพลตฟอร์มเดลิเวอรีหลักของโครงการ โดย 65% ของร้านที่เข้าโครงการเลือกขายบน LINE MAN และทำยอดขายคนละครึ่ง พลัสคิดเป็น 63% มากที่สุดในตลาด
  • เกิดยอดออเดอร์คนละครึ่งรวมกว่า 8 ล้านออเดอร์ ภายใน 3 สัปดาห์ 
  • ยอดขายร้านค้าทั่วประเทศ เติบโตเฉลี่ย 4.2 เท่า และเติบโตสูงสุดมากกว่า 10 เท่า สูงกว่าโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมา 
  • คนละครึ่ง พลัส ช่วยขยายฐานผู้ใช้และกระตุ้นกำลังซื้ออย่างชัดเจน ร้านค้าได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น +22% ความถี่ในการสั่งบ่อยขึ้น +30% และมูลค่าต่อบิลโต +15%

ที่น่าสนใจที่สุดคือคนละครึ่ง พลัสช่วยให้ “ร้านเล็ก” (นับรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโตได้จริง มียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง (รายได้มากกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโต 2 เท่า ถือเป็นการอัดฉีดของรัฐที่ทำให้เม็ดเงินไหลสู่ร้านรายย่อยอย่างชัดเจน ฝั่งไรเดอร์เองก็ได้อานิสงส์จากโครงการ มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15–25% ตามปริมาณออเดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น

เมนูที่มียอดสั่งสูงสุดผ่านแคมเปญคนละครึ่ง พลัสบน LINE MAN 5 อันดับแรก ได้แก่ ชาไทย, ตำปูปลาร้า, ชาเขียวนม, โกโก้ และ ตำป่า และคนละครึ่งยังทำให้เกิดเมนู “จัดหนัก” ที่มียอดบิลสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แซลมอน, ทุเรียนหมอนทองแกะเนื้อ, กุ้งเผา, ปูไข่นึ่ง และหมูหัน มูลค่าบิลสูงสุดแตะ 1,700 บาท แสดงว่าผู้บริโภคมองโปรโมชันจากรัฐเป็นโอกาสลองของแพง

ร้านอาหารต่างจังหวัดฟื้นแรง อานิสงส์คนละครึ่ง พลัส สวนทางกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว

ในช่วง Q4 (นับเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2025) ภาพรวมตลาดร้านอาหารในต่างจังหวัดฟื้นตัวแรงกว่ากรุงเทพฯ โดยยอดขายต่อร้านต่างจังหวัดโตเฉลี่ย +7% (จาก -11% ใน Q2) ขณะที่กรุงเทพฯ โตเพียง +2% (จาก -16% ใน Q2) ด้านเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ (+9%), พัทยา (+12%) และภูเก็ต (+7%) เริ่มฟื้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว

ผลจากคนละครึ่ง พลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี (+9.4 เท่า), หนองบัวลำภู (+9.3 เท่า), อุตรดิตถ์ (+8.9 เท่า), อุดรธานี (+8 เท่า) และเชียงราย (+7 เท่า)

แม้ตลาดภาพรวมจะเริ่มฟื้นช่วงสิ้นปี แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ที่ฟื้นตัวช้าที่สุด โดย “โซนฮอตสปอต” หลายย่านยังมียอดขายติดลบ ได้แก่

  • ย่านธุรกิจสุขุมวิท-สีลม-สาทร ที่มียอดขายต่อร้าน -19% ใน Q2 และแม้ดีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน แต่ยังติดลบเล็กน้อยที่ -1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • ย่านบรรทัดทอง ชะลอตัวหนักที่สุด ติดลบถึง -35% ใน Q2 และยังติดลบ -21% ในช่วงปลายปี สะท้อนว่าร้านอาหารในย่านยอดนิยมของเมืองหลวงยังต้องเผชิญการแข่งขันและต้นทุนสูงต่อเนื่อง
  • ร้านในห้าง เริ่มเห็นสัญญาณบวก ยอดขายช่วง Q2 ลดลง -21% แต่ดีดตัวขึ้นมาที่ +1% ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เป็นกลุ่มเดียวในกรุงเทพฯ ที่พลิกกลับมาบวกได้ในช่วงปลายปี

พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2025: “เลือกกินคุ้มค่า” เมนูต่ำกว่า 500 บาทยังเป็นพระเอก

ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ชี้ว่าคนไทย “เลือกกินคุ้มค่า” มากขึ้น กลุ่มเมนูยอดบิลต่ำกว่า 500 บาทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่า ยอดขายต่อร้านลดลงเพียง -12% ใน Q2 ก่อนจะกลับมาโต +5% ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน แต่ในทางตรงกันข้าม เมนูที่ยอดบิลสูงกว่า 500 บาทถูกกดดันหนักกว่าในช่วงกลางปี -14% ใน Q2 และเริ่มฟื้นปลายปีเป็น +4% แต่ยังโตน้อยกว่าเมนูราคาถูก แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อระดับกลางยัง “รัดเข็มขัด” ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริโภคหันมานิยมเมนูราคาจับต้องได้มากขึ้นในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงตัว

สถานการณ์ร้านอาหารปี 2025 แม้ตลาดจะกลับมาเริ่มดีขึ้น แต่พฤติกรรมคนไทย “เลือกกิน” มากขึ้น มุ่งเมนูราคาจับต้องได้ และเพิ่มการใช้จ่ายเฉพาะช่วงที่มีแรงกระตุ้น เช่น คนละครึ่ง พลัส ทั้งหมดนี้ทำให้ปี 2026 เป็นปีที่ต้องจับตา เพราะเมื่อแรงกระตุ้นจากรัฐหมดลง ตลาดจะรักษาโมเมนตัมได้หรือไม่ สำหรับ LINE MAN Wongnai บทเรียนจากปลายปีนี้ยืนยันบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มหลักที่เชื่อมโครงการรัฐเข้ากับคนไทยเพื่อช่วยกระจายรายได้แก่ร้านค้าทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศอาหารไทยเดินหน้าต่อได้ในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN งดเว้นค่าส่งทุกออร์เดอร์คนละครึ่ง ช่วยลดค่าใช้จ่าย 2 สัปดาห์

LINE MAN ประกาศงดเว้นค่าส่งทุกออร์เดอร์คนละครึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนทั่วประเทศ 2 สัปดาห์ LINE MAN ประกาศงดเว้นค่าส่งจากโครงการคนละครึ่งทุกออร์เดอร์ทั่วประเทศ (ให้บริการ 68 จังหวัด) ในระยะทาง 5 กิโลเมตรแรก ระหว่างวันที่ 18-31 ตุลาคมนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “จากรายงานของกระทรวงการคลังเปิดเผยยอดใช้จ่ายสะสมโครงการคนละครึ่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 361.9 ล้านบาท (ณ วันที่ 15 ต.ค.) เราเห็นยอดขายฝั่งร้านอาหารที่เข้าร่วมคนละครึ่งบน LINE MAN เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 80% สะท้อนให้เห็นผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงการ ส่งผลเชิงบวกต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในธุรกิจอาหาร” LINE MAN จึงช่วยสนับสนุนโครงการนี้ไปอีกขั้น ด้วยการช่วยจ่ายค่าส่งให้ลูกค้าที่สั่งออร์เดอร์คนละครึ่งทุกออร์เดอร์ จากร้านในระยะ 5 กิโลเมตร เป็นเวลานาน 2 สัปดาห์ ตั้งแต่ 18-31 ตุลาคมนี้ ในพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศที่ LINE MAN ให้บริการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ลูกค้า และกระตุ้นยอดขายร้านอาหารและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม “จากโครงการคนละครึ่ง รัฐได้เข้ามาช่วยอุดหนุนค่าอาหารครึ่งหนึ่งแล้ว กำแพงที่เหลืออยู่คือค่าส่ง การงดเว้นค่าส่งครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้มาใช้สิทธิ์คนละครึ่งผ่าน LINE MAN มากขึ้น โดยมีตัวเลือกร้านอาหารคนละครึ่งมากที่สุดกว่า 45,000 ร้าน นอกจากผู้ใช้สิทธิ์จะได้รับความสะดวกสบายในการสั่งอาหารโดยไม่ต้องเสี่ยงออกจากบ้านและได้ลดค่าใช้จ่ายด้วยแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนเจ้าของร้าน พนักงาน พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และไรเดอร์ อีกหลายแสนครอบครัวได้อยู่รอดต่อไป” คุณยอดปิดท้าย

LINE MAN Wongnai

19 Oct 2021

LINE MAN สานพลัง ฮอนด้า และภาคีฯ จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยแก่ไรเดอร์ ลุยภารกิจสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนถนน

LINE MAN สานพลัง ไทยฮอนด้า จัดโครงการอบรม “ขับขี่ปลอดภัย” ครั้งที่ 4 มุ่งเสริมสร้างทักษะและวินัยการขับขี่ที่ถูกต้องให้กับไรเดอร์ เพื่อลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตั้งเป้าสร้างแกนนำไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย 200 คนทั่วกรุงเทพฯ โดยได้รับการสนับสนุนจาก คณะอนุกรรมการด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และ แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร (สอจร.) คุณอุบลวรรณ แก้วสมนึก หนึ่งในไรเดอร์ LINE MAN ที่เข้าร่วมอบรม เผยว่า “อาชีพไรเดอร์ต้องขับรถจักรยานยนต์ทุกวันจนบางครั้งก็อาจหลงลืมเทคนิคที่ถูกต้องไปบ้าง การได้กลับมาเรียนรู้กับครูฝึกที่ผ่านการอบรมจากญี่ปุ่นและลงสนามฝึกปฏิบัติจริง ทำให้เราได้ทบทวนพื้นฐานที่สำคัญและเสริมทักษะใหม่ ๆ ที่นำไปใช้ได้ทันทีในงานประจำวัน นอกจากนี้ยังได้ทั้งความมั่นใจ การมีสติ และรู้จักประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ทำให้อยากนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปบอกต่อและชักชวนเพื่อนไรเดอร์ให้เข้าร่วมอบรมมากขึ้น เพราะยิ่งพวกเรามีทักษะและความปลอดภัยร่วมกัน ก็ยิ่งช่วยสร้างถนนที่ปลอดภัยให้กับทุกคนได้จริง ๆ” พ.ต.อ.พชร์ ฐาปนดุลย์ ผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยถึงข้อมูลที่น่าสนใจว่า “อุบัติเหตุบนท้องถนนยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งคิดเป็น 80% ของอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มักเผชิญกับแรงกดดันเรื่องเวลา จึงขับรถเร็วและซอกแซก ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาศัยเพียงการทำงานของตำรวจฝ่ายเดียวอาจดูแลได้ไม่หมด การที่หน่วยงานภาคเอกชนอย่าง LINE MAN ร่วมกับ Honda จัดกิจกรรมอบรมขับขี่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายระดับชาติในการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากเป็นการปลูกฝังนิสัยและทักษะการขับขี่ที่ดีให้ไรเดอร์” นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ เลขาธิการมูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย และ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน  กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อมูลล่าสุดสะท้อนภาพวิกฤติความปลอดภัยทางถนนในกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน เพียง 8 เดือนแรกของปี มีอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์สะสมแล้วกว่า 90,000 ครั้ง และผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงานที่เป็นกำลังหลักของครอบครัว เป็นสัญญาณเตือนที่สังคมต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง การที่ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN ซึ่งมีพาร์ทเนอร์ไรเดอร์เป็นจำนวนมากได้เข้ามามีส่วนร่วม ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงให้กับไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการนำข้อมูลไปพัฒนาหลักสูตรและเป็นต้นแบบการจัดการ ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางถนนของประเทศได้อย่างเป็นระบบ” นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร ผู้จัดการแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) เปิดเผยว่า “การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นวาระแห่งชาติ ที่ไทยต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะเมื่ออัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังอยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานสากล หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร ใช้ระบบและเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นป้ายสัญญาณอัจฉริยะ อุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัย หรือระบบโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในมุมของผู้ขับขี่ สิ่งที่สำคัญและอยู่ใกล้ตัวที่สุดคือ ระบบเบรกของรถจักรยานยนต์ หากผู้ขับขี่เข้าใจและได้รับการฝึกใช้งานได้อย่างถูกต้อง” คุณธนันท์ชัย เมฆประเสริฐวนิช ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า “นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจรแล้ว การสร้างจิตสำนึกสาธารณะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการทำให้เมืองของเราน่าอยู่ ไรเดอร์ถือว่าเป็นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์กลุ่มหลักที่หล่อเลี้ยงกิจกรรมมากมายในเมืองหลวง เพราะฉะนั้นการสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไรเดอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีต่างๆ อย่างแข็งขันและต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่มีระเบียบและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” คุณสุพจน์ พนธ์พงษ์ขจร ผู้จัดการทั่วไป สายงานส่งเสริมด้านความปลอดภัยทางถนน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า“หลักสูตร Basic Course ครั้งที่ 4 จากฮอนด้าและ LINE MAN ถูกออกแบบเพื่อยกระดับทักษะการขับขี่ของไรเดอร์โดยตรง จากข้อมูลจริงพบว่าไรเดอร์จำนวนมากแม้จะขับขี่ทุกวัน แต่ยัง ‘เบรกไม่ถูกวิธี’ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ไฮไลท์ของหลักสูตรจึงอยู่ที่การฝึกเบรกที่ถูกต้อง ควบคู่กับการฝึก APT (Accident Prediction Training) เพื่อคาดการณ์และประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า นอกจากนี้ยังครอบคลุมการทบทวนพื้นฐานความปลอดภัย 6 ประการ (PDSA) การตรวจเช็กรถ 10 จุดสำคัญ และการฝึกควบคุมรถจริง เช่น การใช้คันเร่ง การเข้าโค้ง หรือการทรงตัวในที่แคบ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือช่วยให้ไรเดอร์มีความมั่นใจ ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำ และกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มีไรเดอร์เป็นกำลังสำคัญในการให้บริการ เราตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างความปลอดภัยให้แก่พวกเขา การอบรมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการที่สำคัญที่เรามอบให้ นอกเหนือจากประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองไรเดอร์และคนขับรถยนต์ทุกคนทันทีตั้งแต่เริ่มรับงานในระบบและขับเป็นครั้งแรก คุ้มครองในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ   เพราะเราเชื่อว่าความปลอดภัยของไรเดอร์คือรากฐานที่ยั่งยืนของธุรกิจ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเช่นนี้จะช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้าง แกนนำไรเดอร์ LINE MAN ขับขี่ปลอดภัย 200 คน ที่จะเป็นต้นแบบของการสร้างพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยในหมู่ไรเดอร์ พร้อมทั้งมีแผนที่จะขยายโครงการนี้ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดในอนาคต”  โครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” ในความร่วมมือระหว่าง LINE MAN และไทยฮอนด้า จัดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากไรเดอร์ในการเข้าร่วมฝึกอบรม นอกจากนี้การเปิดโครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณพงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai, คุณกมลชนก กล่อมดี ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน และไรเดอร์ที่เข้าร่วมโครงการ ร่วมถ่ายภาพ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

29 Aug 2025

LINE MAN Wongnai ระดมทุนซีรีส์บี 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย GIC และ LINE 

บริษัทมีมูลค่าหลังระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นเป็นเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดของไทย LINE MAN Wongnai ประกาศระดมทุนรอบซีรีส์บี มูลค่า 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9,700 ล้านบาท) นำโดย GIC กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ และบริษัท LINE Corporation ในการระดมทุนรอบนี้ยังมี BRV Capital Management, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR), Bualuang Ventures และ Taiwan Mobile ร่วมลงทุนด้วย การระดมทุนครั้งนี้ทำให้บริษัทมีมูลค่าหลังระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.7 หมื่นล้านบาท) ขึ้นเป็นเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดของไทยเมื่อวัดจากมูลค่าบริษัท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำมาเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจส่งอาหาร ขยายไปสู่บริการใหม่ๆ ขยายทีมงานด้านเทคโนโลยี และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงานฝ่ายเทคโนโลยีให้มากกว่า 450 คนภายในสิ้นปี 65 LINE MAN Wongnai ก่อตั้งในปี 63 จากการควบรวมระหว่างแพลตฟอร์มออนดีมานด์ LINE MAN และแพลตฟอร์มรีวิวร้านอาหาร Wongnai โดยมีเป้าหมายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการ (E-commerce Platform for Services) ที่มีนวัตกรรมมากที่สุด ปัจจุบัน LINE MAN Wongnai มีธุรกิจในเครือ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มบริการออนดีมานด์ – บริการภายใต้แบรนด์ LINE MAN ครอบคลุมการส่งอาหาร สินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ โดยธุรกิจส่งอาหารมีอัตราการเติบโตของจำนวนออร์เดอร์ต่อเดือนมากกว่า 15 เท่าระหว่างมกราคมปี 63 ถึงสิงหาคมปี 65 ถือเป็นบริการส่งอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดในไทย ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วไทย และมีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มกว่า 700,000 ร้าน ซึ่งมากที่สุดในท้องตลาด กลุ่มโซลูชันสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร – Wongnai มีฐานข้อมูลร้านค้าและร้านอาหารมากกว่า 1 ล้านร้านทั่วไทย นำมาให้บริการค้นหาข้อมูลร้านอาหารและรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รวมทั้งมี Wongnai POS ระบบจัดการร้านอาหารและการขายผ่านเดลิเวอรี ถือเป็นผู้นำตลาด POS สำหรับร้านอาหาร และมีผู้ประกอบการร้านอาหารใช้งานมากกว่า 50,000 ร้าน กลุ่มธุรกิจเสริมมูลค่า – ด้วยฐานผู้ใช้งานเดลิเวอรีที่มีทั้งผู้ใช้ ผู้ขับขี่ และร้านอาหารจำนวนมาก นำมาสู่ธุรกิจใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าแก่ทุกภาคส่วนในอีโคซิสเต็ม โดยมีทั้งธุรกิจโฆษณาสำหรับร้านอาหาร และธุรกิจบริการทางการเงิน คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ความสำเร็จของการระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ LINE MAN Wongnai ต้องขอขอบคุณ GIC, LINE และนักลงทุนรายอื่นๆ ที่ให้โอกาสพวกเราสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญ และขึ้นเป็น National Champion ในอุตสาหกรรมส่งอาหารของประเทศไทย อาหารถือเป็นรากเหง้าของเรามาตั้งแต่เมื่อร่วมก่อตั้ง Wongnai และตอนนี้พวกเราบรรลุความฝันในการเชื่อมต่อลูกค้าหลายล้านคนกับร้านอาหารจำนวนมาก เรายังภูมิใจที่สามารถสร้างงานให้กับไรเดอร์มากกว่า 1 แสนตำแหน่งทั่วประเทศ โดยไรเดอร์จำนวนมากมีรายได้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 2 เท่า เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้า ด้วยการพัฒนาบริการที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนไทย เพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น” คุณอึนจอง ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “LINE MAN ถือเป็นหนึ่งในบริการที่ประสบความสำเร็จที่สุด แสดงให้เห็นว่า LINE สามารถสร้างบริการที่เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละประเทศได้ การระดมทุนรอบนี้จะช่วยให้ LINE MAN Wongnai มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในอนาคตเพื่อเป้าหมายในการสร้างชีวิตที่ดีกว่าและสะดวกกว่าให้กับผู้ใช้ชาวไทย” เกี่ยวกับ LINE MAN Wongnai LINE MAN Wongnai คือบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการระดมทุนซีรีส์บีที่นำโดย GIC และ LINE บริษัทตั้งเป้าสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการครบวงจร ได้แก่ ส่งอาหาร สินค้า แท็กซี่ เมสเซนเจอร์ รีวิวร้านอาหาร และโซลูชันสำหรับร้านอาหาร บริษัทขับเคลื่อนโดยพนักงานกว่า 1,000 คนที่ทุ่มเทเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อมต่อผู้ใช้หลายล้านคนในไทยเพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น เกี่ยวกับ GIC GIC คือบริษัทลงทุนชั้นนำระดับโลก ก่อตั้งเมื่อปี 1981 เพื่อวางอนาคตด้านการเงินให้กับประเทศสิงคโปร์ มีภารกิจจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศของสิงค์โปร์ โดยเน้นการลงทุนที่สร้างคุณค่าระยะยาวในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หุ้นของบริษัทนอกตลาด เวนเจอร์แคปิตอล และโครงสร้างพื้นฐาน แนวทางการลงทุนของ GIC ที่ให้ความสำคัญในการเพิ่มคุณค่าให้กับทุกการลงทุนผ่านการลงทุนระยะยาว ความเชี่ยวชาญที่หลากหลายด้านสินทรัพย์ และการเชื่อมต่อกับทั่วโลก ช่วยให้บริษัทกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในฐานะนักลงทุน GIC มีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศสิงคโปร์ มีพนักงานทั่วโลกมากกว่า 1,900 คน จากเมืองสำคัญทางการเงิน 11 แห่ง และมีการลงทุนมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GIC ได้ที่ www.gic.com.sg เกี่ยวกับ LINE Corporation LINE Corporation ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นปฏิบัติภายใต้พันธกิจ Closing the Distance เชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้วยข้อมูลข่าวสาร บริการและผลิตภัณฑ์ของ LINE เริ่มจากแอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ต่อมาได้เติบโตและขยายธุรกิจออกไปในรูปแบบหลากหลายในระบบนิเวศทั่วโลกซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), fintech และอื่น ๆ โดย LINE ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Z Holdings Group หนึ่งในกลุ่มบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2564 เกี่ยวกับ LINE Plus Corporation  LINE Plus Corporation ก่อตั้งในปี 2556 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในฐานะบริษัทภายใต้ LINE Corporation ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจระดับโลกของ LINE ทั้งด้านโปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ นักการตลาด บุคลากรฝ่ายขาย และ การประชาสัมพันธ์ที่ดำเนินงานร่วมกันจากทั่วโลก

LINE MAN Wongnai

26 Sep 2022

LINE MAN RIDE เติบโตกว่า 60% เตรียมรุกหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ย้ำจุดยืน ‘ราคาถูก ปลอดภัย’

LINE MAN เผยบริการเรียกรถ LINE MAN RIDE เติบโตกว่า 60%1 หลังเปิดให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการเรียกรถยนต์, แท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์ ชูจุดเด่น “ราคาถูก ปลอดภัย” มีฟีเจอร์ที่ออกแบบมาสำหรับคนไทย ทั้ง Toll Selection เลือกว่าจะขึ้นทางด่วนหรือไม่ ใช้ Chat Stickers สื่อสารกับคนขับโดยไม่ต้องพิมพ์ข้อความ และชำระเงินผ่าน QR Payment พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการด้วยการเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก คุณศิวภูมิ เลิศสรรค์ศรัญย์ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจบริการด้านออนดีมานด์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “หลังจากบริการ LINE MAN RIDE ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบกในช่วงต้นปี 2567 มีการเติบโตถึง 60%1 ซึ่งประเภทบริการเรียกรถยอดนิยม ได้แก่ LINE MAN Eco , LINE MAN Bike, และ LINE MAN Taxi ตามลำดับ โดย LINE MAN Bike บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์เติบโตถึง 390%2 เนื่องจากเป็นบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่ต้องการความรวดเร็วและการเดินทางที่คล่องตัว ส่วนแผนขยายการพื้นที่ให้บริการ ตั้งเป้าครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศภายใน 2  ปี” จุดเด่นของบริการเรียกรถ LINE MAN RIDE  คือ “ราคาถูก ปลอดภัย” โดย  LINE MAN RIDE มอบความคุ้มค่าในการเดินทางทุกระยะทาง ด้วยราคาที่ถูกกว่า พร้อมอัดแน่นโปรโมชั่นสุดคุ้ม ขณะที่ด้านความปลอดภัยของผู้ใช้บริการถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก มีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) ตรวจสอบประวัติคนขับอย่างละเอียด มีประกันครอบคลุมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มีระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อให้บริการมีความโปร่งใส และเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก LINE MAN RIDE ยังมีฟีเจอร์ออกแบบมาเพื่อการใช้งานของคนไทย ได้แก่ ฟีเจอร์ Toll Selection ให้ผู้ใช้เจาะจงเลือกเส้นทางตั้งแต่ก่อนเริ่มเดินทางว่าต้องการขึ้นทางด่วนหรือไม่ การใช้ Chat Stickers เพื่อสื่อสารกับคนขับอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพิมพ์ข้อความ  และการชำระเงินผ่าน QR Payment ซึ่งกำลังจะเปิดให้ใช้บริการในเร็ว ๆ นี้ ด้านคุณสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “LINE MAN RIDE ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางที่สะดวกและทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัล ซึ่งได้รับการรับรองจากทางกรมการขนส่งทางบกภายใต้กระทรวงคมนาคมในฐานะแอปพลิเคชันเรียกรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ใช้บริการสามารถมั่นใจได้ในทุกการเรียกใช้ เนื่องจากมีการรับรองตามมาตรฐานความปลอดภัยทั้งคนขับและยานพาหนะ รวมถึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลการให้บริการที่สอดคล้องกับกฏหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย สามารถเรียกใช้บริการ LINE MAN RIDE ได้บนแอปพลิเคชัน LINE MAN พร้อมรับโค้ดส่วนลดบริการเรียกรถ LINE MAN Eco สำหรับผู้ใช้ใหม่รับส่วนลด 100 บาท*  ไม่มีขั้นต่ำ เพียงกรอกโค้ด “NEW100” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2567  1 ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 15 ตุลาคม ของปี 2567 และ ปี 2566 2ข้อมูลการให้บริการระหว่างเดือนมกราคม – ตุลาคม 2567 โดยบริการ LINE MAN Bike เปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2567 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

5 Nov 2024