LINE MAN Wongnai is investing 80 million THB to launch “Food Culture Awakening Old Districts” campaign in collaboration with the Tourism Authority of Thailand (TAT).  This campaign aims to invigorate the local economy in Bangkok’s historic districts, including Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng.  The campaign seeks to revitalize these old districts, offering a unique food tourism experience for both Thai and international tourists, starting from now until October 31, 2024.

Mr. Yod Chinsupakul, CEO LINE MAN Wongnai stated “Partnering with TAT combines the expertise from both of our parties which are tourism and food.  The campaign focuses on elevating secondary tourist areas like Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng to have the same potential as internationally renowned tourist spots like Yaowarat.  We aim to revitalize these historic neighborhoods. Additionally, we are collaborating with local restaurant operators, which we believe will help stimulate the local economy, to blend food, arts, cultures, and lifestyle experiences together.  We’re also offering discount codes for LINE MAN RIDE to ensure convenient and safe travel for visitors, allowing them to fully experience the atmosphere.”

“LINE MAN Wongnai x TAT Food Culture Awakening Old Districts” under the concept of ‘Day-to-night Foodmaster Journey’, aims to revitalize Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng.  Visitors can enjoy the Cafe Art Collaboration by Tum Ulit, as well as ‘The Food Culture Journey by Awakening’ the light and digital art festival.  There will also be live performances from renowned artists, along with weekend workshops throughout September.

While Ms. Thapanee Kiatphaibool, Governor of the Tourism Authority of Thailand (TAT) expressed “We are delighted to partner with LINE MAN Wongnai on this campaign. It marks a significant step in elevating food tourism through an on-demand platform that excels in restaurant services, including food delivery and ride-hailing.  This collaboration aims to attract both domestic and international tourists to experience the diverse food culture of Thailand while boosting the local economy.  It also provides a platform for restaurants in old districts and other areas to gain recognition, further promoting Thai cuisine as a Soft Power on the global stage.”

For Art Enthusiasts: Don’t Miss Tum Ulit’s Cafe Art Collaboration.

 LINE MAN Wongnai teams up with ‘Tum Ulit’, the famous artist who brings the unique beauty of old district architecture to life.  His works will be displayed in Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng, blending modern perspectives into these historic areas.

For Workshops’ Lovers: Join the activities throughout September.

There are plenty of workshops happening on every weekend varying from painting, kneading Chinese buns, making the crispy jellies, and molding upcycled keychains.  For further information, please visit https://www.facebook.com/linemanth/.

For Celebrities Aficionados: Bring back the fun vibes.

On every Saturday in September, famous artists and celebrities, including Off Jumpol and Landokmai (September 14), Winnie Thanawin, Stang Kittiphop, and Scrubb (September 21), will burst out the live session and mini-concerts from 6:00 PM to 8:30 PM.

‘The Food Culture Journey by Awakening’ is here to revive the old districts.

Song Wat and Talat Noi districts will come alive with stunning light displays. Explore the districts, rediscover their charm, and experience these Bangkok’s old neighborhoods.

Experience lifestyle and food tourism through the “LINE MAN Wongnai x TAT Food Culture Awakening Old Districts” campaign in Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng, from now until October 31, 2024. 

For press inquiries, please contact

LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected]

News Release View More

LINE MAN จับมือ สตาร์บัคส์ ร่วมส่งความสุขรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ผ่านช่องทางเดลิเวอรี

LINE MAN จับมือ สตาร์บัคส์ ร่วมส่งความสุขสุดเอ็กซ์คลูซีฟต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ เสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็มด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 11 รสชาติ พร้อมอำนวยความสะดวกส่งตรงถึงบ้านผ่าน LINE MAN ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่มองหาความสะดวก รวดเร็ว ครบครันทุกความต้องการ ไม่ว่าจะสั่งมารับประทานเองที่บ้านก็ง่าย หรือจะสั่งมอบเป็นของขวัญช่วงเทศกาลก็สะดวก คุณสุธาวัลย์  ประสงค์ดี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ LINE MAN Wongnai เผยว่า “เนื่องจากขนมไหว้พระจันทร์เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่ง ผู้คนจึงนิยมสั่งขนมไหว้พระจันทร์มอบเป็นของขวัญรวมถึงบริโภคเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลอันแสนพิเศษ ซึ่งสอดคล้องกับยอดออร์เดอร์เดลิเวอรีขนมไหว้พระจันทร์บน LINE MAN ที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ  ปี โดยในปี 2565 ที่ผ่านมามียอดเติบโตเพิ่มถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2564” “ความร่วมมือระหว่าง LINE MAN และ สตาร์บัคส์ในครั้งนี้นับว่าเป็นการตอกย้ำความตั้งใจที่จะเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคให้เข้าถึงสินค้าต่าง ๆ ที่ต้องการได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว พร้อมส่งต่อความสุขให้ทุกคนได้เฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ได้ทุกที่ทุกเวลา” คุณสุธาวัลย์ กล่าว  ขนมไหว้พระจันทร์จากสตาร์บัคส์ถือเป็นเมนูสุดพรีเมียมที่ผู้คนต่างให้ความสนใจและหลงใหลในรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีถึง 11 รสชาติความอร่อยให้เลือกด้วยกัน โดยนอกเหนือจาก 8 ไส้ยอดนิยม ในปีนี้สตาร์บัคส์ได้ส่งมอบขนมไหว้พระจันทร์ 3 รสชาติใหม่ล่าสุดมาให้เหล่าแฟน ๆ ได้เปิดประสบการณ์การลิ้มลองและเพลิดเพลินไปกับความอร่อยในรูปแบบใหม่ได้อย่างเต็มพิกัด ได้แก่ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ส้มยูซุ, ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ซอลท์เท็ดคาราเมล และขนมไหว้พระจันทร์ไส้มันม่วง พิเศษ! สำหรับผู้ที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ 2 ชิ้น และ 4 ชิ้น รับกล่องเหล็กที่มาพร้อมลวดลายแสนน่ารักภายใต้ธีม “Super Moon and The Bunny” และสำหรับลูกค้าที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์แบบพรีเมียมเซ็ต รับฟรี! กระเป๋า Tote Bag จากสตาร์บัคส์ สีดำ สีเขียว หรือสีขาว จำนวน 1 ใบไปได้เลย สั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์ได้แล้วที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางเดลิเวอรี Starbucks® TH app และผ่านแอปฯ LINE MAN ได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/jgrfaerc ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2566 นี้ พิเศษ! เมื่อสั่งผ่าน LINE MAN สามารถเก็บโค้ดรับส่วนลดเพิ่ม* ได้ภายใต้ไอคอน “เก็บโค้ดลดเพิ่ม” *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

LINE MAN Wongnai

21 Aug 2023

‘ร้านค้าออนไลน์’ ครองแชมป์ผู้ใช้บริการ MESSENGER เป็นอันดับหนึ่ง!

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคอย่างครบครัน เผยสถิติของบริการ MESSENGER ผู้ช่วยอันดับหนึ่งของร้านค้าออนไลน์และออฟไลน์ หลังเปิดให้บริการครบ 77 จังหวัดทั่วไทยมาแล้วกว่า 6 เดือนว่ามีกลุ่มผู้ใช้งานอันดับหนึ่งเป็น ‘เหล่าแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์’ คาดว่าเป็นผลจากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศ และสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการสินค้าแบบ Real Time ให้ได้รับสินค้าแบบรวดเร็วที่สุด พิเศษ! สำหรับผู้ใช้งานใหม่ รับส่วนลดค่าส่งสูงสุด 80% ช่วยประหยัดต้นทุนได้มากถึง 2,000 บาท* ซื้อแพ็กเกจเลย! https://lineman.onelink.me/1N3T/xn8s52md  ส่งของเลย! https://lineman.onelink.me/1N3T/tq8r5b8b  ข้อมูลล่าสุดจาก LINE MAN ระบุถึงความสำเร็จของยอดผู้เรียกใช้บริการ MESSENGER ว่ามีผู้ใช้บริการที่มีออร์เดอร์สูงสุดถึง 1,200 ครั้งในหนึ่งเดือน และมีผู้ใช้รายหนึ่งที่เรียกใช้คนเดียวบ่อยถึง 6,142 ครั้งภายในหนึ่งปี นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้โดยมีอัตรากลับมาใช้ซ้ำกว่า 90% ของจำนวนผู้ใช้งาน  สินค้าที่ถูกจัดส่งมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) อาหารและเครื่องดื่ม 2) แฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับ 3) เอกสาร โดยกรุงเทพมหานครครองแชมป์ยอดใช้บริการสูงที่สุด ตามมาด้วย นนทบุรี และสมุทรปราการ  สำหรับบริการ LINE MAN MESSENGER เป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานด้านต่าง ๆ อาทิ การส่งของหรือเอกสารด่วน รวมถึงบริการวางบิล ที่สามารถเรียกใช้บริการได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องจองล่วงหน้าเหมือนมีเมสเซนเจอร์ส่วนตัวมาให้บริการ มีจุดเด่น 3 ด้าน ได้แก่  การเติบโตของบริการ MESSENGER ที่ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมาถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำการเป็นผู้บุกเบิกด้านการให้บริการที่ครอบคลุม อำนวยความสะดวก และยกระดับการใช้ชีวิตของคนไทย พร้อมเป็นตัวช่วยสำคัญเคียงข้างผู้ใช้งานทุกรายทั้งคนทั่วไปและร้านค้า ซัพพอร์ตทุกออร์เดอร์ ให้กับผู้ประกอบการไทยในการเพิ่มความสะดวกสบายและช่องทางในการให้บริการลูกค้า สอดคล้องกับวิสัยทัศน์บริษัทฯ Help Thai People Live Better *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

LINE MAN Wongnai

7 Dec 2022

LINE MAN MART เปิดแผงตลาดของสด-ของแห้ง ออนไลน์ฟรี

LINE MAN เปิดแผงตลาด “ของสด-ของแห้ง” ออนไลน์ฟรี ไม่คิดค่า GPประเดิมดึง “ตลาด อ.ต.ก.-ตลาดสามย่าน-ตลาดยิ่งเจริญ”ขึ้นแพลตฟอร์ม เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ LINE MAN เปิดแผงตลาด “ของสด-ของแห้ง” ออนไลน์ฟรี ไม่คิดค่า GP ส่งฟรีทุกร้าน ประเดิมดึง 3 ตลาดใหญ่ ได้แก่ ตลาด อ.ต.ก. ตลาดสามย่าน และตลาดยิ่งเจริญขึ้นแพลตฟอร์ม เตรียมระบบพร้อมช่วยพ่อค้า-แม่ค้าเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงวัตถุดิบที่สดใหม่และหลากหลายได้สะดวกมากขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ โดยลูกค้าจะได้ค่าส่งฟรีทุกออร์เดอร์ตามระยะทางที่กำหนด ระหว่างวันที่ 2 ส.ค. – 30 ก.ย. 64 สำหรับร้านหรือตลาดที่สนใจสามารถสมัครได้แล้วผ่านเว็บไซต์ https://bit.ly/2WV39IH ตั้งแต่วันนี้ถึง 23 สิงหาคมนี้ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ภารกิจของ LINE MAN คือการเป็นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ที่เชื่อมต่อร้านค้ากับผู้ใช้งาน LINE MAN กว่า 5.9 ล้านคนต่อเดือน เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 นอกจากธุรกิจร้านอาหารแล้ว บรรดาพ่อค้า-แม่ค้าในตลาดสดใกล้บ้านก็ได้รับผลกระทบจากคำสั่งล็อกดาวน์ด้วยเช่นเดียวกัน LINE MAN จึงได้เตรียมระบบเพื่อเปิดแผงตลาดของสดหรือของแห้งแบบออนไลน์ฟรี ไม่คิดค่า GP นอกจากนี้ ผู้สั่งจะได้ค่าส่งฟรีในระยะทางที่กำหนดและร่วมช่วยเหลือพ่อค้า-แม่ค้าจากตลาดใกล้บ้านที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการสั่งวัตถุดิบผ่าน LINE MAN ส่งตรงถึงมือได้เลยโดยไม่ต้องออกจากบ้าน” คุณปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า “ตลาดสดออนไลน์บน LINE MAN ถือเป็นศูนย์รวมสินค้าของตลาด อ.ต.ก. รวมถึงตลาดอื่นๆ ที่เป็นการรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นตลาดสด และไม่ทำให้บริบทของการช้อปปิ้งในตลาดเปลี่ยนแปลงไป เพียงแค่ย้ายขึ้นมาบนจอมือถือทำให้ผู้บริโภคมีความสะดวกในการจับจ่ายวัตถุดิบแบบ One-stop service เหมือนมาเดินตลาดจริงๆ ส่วนผู้ค้ายุคใหม่ก็มีความตื่นตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ในช่วงโควิด-19” คุณสุวดี สิทธิผลกุล ผู้จัดการทั่วไป ส่วนบริหารกิจการ ตลาดสามย่าน เสริมว่า “ถึงแม้ว่าตลาดจะเป็นธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้เปิดตามปกติ แต่จากการยกระดับล็อกดาวน์จึงทำให้คนทั่วไปออกจากบ้านน้อยลง ทำให้มีลูกค้าที่มาเดินตลาดน้อยลง พ่อค้า-แม่ค้าก็ได้รายได้น้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น การที่ LINE MAN มาเปิดแผงตลาดสดบนแพลตฟอร์มออนไลน์จะเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางในการขายให้กับพ่อค้า-แม่ค้าในช่วงวิกฤตแบบนี้ โดยจุดเด่นของตลาดสดออนไลน์บน LINE MAN คือลูกค้าสามารถเลือกเวลาสั่งวัตถุดิบได้เองตามต้องการ โดยไม่มีกำหนดช่วงเวลาในการสั่ง ทำให้ส่งของสดและของแห้งถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วตามต้องการ” ด้านคุณอริย ธรรมวัฒนะ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการส่งสด ตลาดยิ่งเจริญ เล่าว่า “LINE MAN เป็นช่องทางที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงวัตถุดิบได้สะดวกปลอดภัย และเป็นช่องทางที่สามารถช่วยพ่อค้าแม่ค้าเพิ่มยอดขาย และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเงินสด ในอนาคตอันใกล้จะได้รับความนิยมอย่างมากในการเลือกซื้อวัตถุดิบเข้าครัวเรือน โดยทางส่งสดจะทำหน้าที่คัดเลือกวัตถุดิบที่สด สะอาด ครบครัน ปลอดภัย ใส่ใจถึงครัวของท่าน” บริการตลาดของ LINE MAN มีสินค้าของสด-ของแห้งทั้งหมด 10 ประเภท ได้แก่ เนื้อสด, อาหารทะเล, อาหารแช่แข็ง, อาหารแห้งและอาหารแปรรูป, อาหารและสินค้าเพื่อสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์จากนม, ร้านขายผลไม้, ร้านขายผัก, เครื่องปรุงและวัตถุดิบอาหาร และเมล็ดกาแฟ อีกทั้งยังสั่งสินค้าสดใหม่ส่งตรงจากร้านค้าในตลาดดังได้แล้ววันนี้ ไม่ว่าจะเป็น นราเมี่ยงคำ, นิดระยองทุเรียน, ขนมไทย 9 พี่น้อง จากตลาด อ.ต.ก. หรือซีฟู้ด เจ๊ยุพา, ผลไม้ป้าหลวย, กุ้ยฉ่ายอาม่า จากตลาดสามย่าน รวมถึงหมูบด โมโม่, ร้านทอดมันปลากรายแม่ลำพอง, หมูแม่รำพึง จากตลาดยิ่งเจริญ เปิดแผงตลาดของสด-ของแห้งบน LINE MAN ให้ร้านค้าสามารถเปิดร้านได้ทันที ไม่คิดค่า GP โดยร้านค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ ได้แก่ ค่าส่งฟรีตามระยะทางที่กำหนด ระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม – 30 กันยายน 64 โดยมีเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้ เป็นร้านค้า “ของสด-ของแห้ง” ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าในประเภทดังนี้ เนื้อสด, อาหารทะเล, อาหารแช่แข็ง, อาหารแห้งและอาหารแปรรูป, อาหารและสินค้าเพื่อสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์จากนม, ร้านขายผลไม้, ร้านขายผัก, เครื่องปรุงและวัตถุดิบอาหาร และเมล็ดกาแฟ ร้านค้าลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://bit.ly/2WV39IH ตั้งแต่วันนี้ถึง 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564 หรือจนกว่าสิทธิจะเต็ม ร้านค้าต้องเพิ่มข้อมูลร้านใน Wongnai Merchant App ให้ครบถ้วน หากไม่ตรงตามเกณฑ์ต่อไปนี้ บริษัทขออนุญาตตัดสิทธิในการรับสิทธิประโยชน์ (ฟรี GP และส่งฟรีตามระยะทางที่กำหนด) หมายเหตุ: บริษัทจะใช้เวลาดำเนินการ 5 วันทำการหลังจากสมัครเพื่อนำร้านขึ้นระบบ ลูกค้าได้ค่าส่งฟรีในระยะทางที่กำหนด ถึงวันที่ 30 ก.ย. 64 จำกัดน้ำหนักสินค้าสำหรับการจัดส่งฟรีอยู่ที่ 15 กิโลกรัม/ครั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่าน Live Chat บนหน้าแรกของ Wongnai Merchant App *เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

LINE MAN Wongnai

5 Aug 2021

LINE MAN Wongnai เปิดดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วไทยพุ่งเฉลี่ย 6.7% เทียบเงินเฟ้อปี 65

LINE MAN Wongnai เปิดรายงานดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565 เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลราคาที่ขายจริงจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านที่ขายเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย พบประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยในรอบปี แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่างพฤษภาคม 2564 และพฤษภาคม 2565) ใกล้เคียงกับตัวเลขเงินเฟ้อ 7.1% ของกระทรวงพาณิชย์ ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ยจานละ 7 บาท แต่ต่างจังหวัดมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นชัดเจน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง แพงขึ้นเฉลี่ย 3 บาท ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2565 (ข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2565) จากเฉลี่ยจานละ 56 บาท เพิ่มเป็นเฉลี่ยจานละ 59 บาท ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: เงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยปี 2565 แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่าง พ.ค. 64 และ พ.ค. 65) LINE MAN Wongnai รายงานความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ ข้าวผัดกะเพรา อาหารตามสั่ง ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ราดหน้า ฯลฯ ที่ขายในแต่ละเดือนระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวในปี 2563 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2564 โดยตัวเลขของปี 2564 น้อยกว่าของปี 2563 อยู่เล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวของปี 2565 กลับเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยในเดือนมกราคม 2565 อยู่ที่ 55.33 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ที่ 53.33 บาท (แพงขึ้น 2 บาท) และถ้าดูตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 57.87 บาท เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ 54.21 บาทเพิ่มขึ้น 3.66 บาท หรือประมาณ 6.7% ใกล้เคียงกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินไว้ราว 7.1% เดือนพฤษภาคม 2565 (อ้างอิง) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของอาหารจานเดียวแพงที่สุดอยู่ที่ 59.96 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 49.92 บาท (มิถุนายน 2565) โดยภาคกลางเป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 3.97 บาท (เทียบระหว่างมกราคมและมิถุนายน 2565) ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวแยกตามภูมิภาค ในเดือนมิถุนายน 2565 (ราคาที่เพิ่มขึ้นจากมกราคม 2565) ภาคกลาง 59.63 บาท (+3.97 บาท) ภาคตะวันออก 59.96 บาท (+3.16 บาท) ภาคเหนือ 50.26 บาท (+2.94 บาท) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 56.04 บาท (+3.51 บาท) ภาคใต้ 57.46 บาท (+2.58 บาท) ภาคตะวันตก 49.92 บาท (+2.43 บาท) เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว ระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและจังหวัดอื่นๆ Key Finding: ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ย 7 บาท แต่มีอัตราราคาอาหารเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล LINE MAN Wongnai รายงานราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เปรียบเทียบ ระหว่างกรุงเทพและปริมณฑล 6 จังหวัด (กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) กับจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยที่ขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าครองชีพของกรุงเทพและปริมณฑลกับต่างจังหวัด พบว่า ราคาอาหารจานเดียวในกรุงเทพและปริมณฑล แพงกว่าต่างจังหวัดเฉลี่ยประมาณ 8 บาท (1 มกราคม 2564) แต่ส่วนแต่งนี้ลดลงเหลือประมาณ 7 บาทแล้ว (1 พฤษภาคม 2565) ตลอดทั้งปี 2564 ราคาอาหารจานเดียวในต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นในอัตรา 5.9% ซึ่งขึ้นเร็วกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2565 ราคาอาหารเริ่มปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ราคาอาหารจายเดียวเฉลี่ยในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นมาแล้ว 6.68% และต่างจังหวัดเพิ่ม 7.98% (เทียบ 1 มกราคม 2565 กับ 1 พฤษภาคม 2565)  ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 พ.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 65 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ1 พ.ค. 65 กรุงเทพฯ และปริมณฑล 56.77  57.19 58.38(+2.8% YoY) 61.01(+6.68% YoY)(+4.5% จาก 1 ม.ค. 65) จังหวัดอื่นๆ 48.78 50.02 51.64(+5.9% YoY) 54.01(+7.98% YoY)(+4.6% จาก 1 ม.ค. 65) ราคาต่างกัน 7.99 7.17 6.74 7 ราคาเฉลี่ยเมนูอาหารแต่ละวัตถุดิบทั่วไทย ช่วงครึ่งปีแรก 2565 Key Finding: อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นมากตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา LINE MAN Wongnai รายงานการเปรียบเทียบราคาอาหารเฉลี่ย (นับรวมอาหารทุกประเภท ทุกระดับราคา) โดยแยกตามประเภทของเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบของอาหาร พบว่าเมนูอาหารที่มีไก่เป็นส่วนประกอบมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุด สอดคล้องกับข่าวเนื้อไก่แพงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี (อ้างอิง) ราคาเฉลี่ยของอาหารที่ใช้ไก่เป็นส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 และพุ่งขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน 2565 ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับลดลงมาในเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังถือว่าสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า ราคาเฉลี่ยอาหารเมนูไก่ ในช่วงครึ่งปีแรก 2565  1 มีนาคม 80.37 บาท 1 เมษายน 109 บาท 13 เมษายน 134 บาท (ปรับขึ้นมากเป็นพิเศษในช่วงหยุดสงกรานต์) 1 พฤษภาคม 113 บาท 1 มิถุนายน 93.9 บาท ส่วนเมนูอาหารที่ใช้หมูเป็นส่วนประกอบ คงอยู่ที่ราว 64-69 บาทตลอดทั้งช่วงครึ่งปีแรก 2565 อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาอาหารเฉลี่ย (รวมเนื้อสัตว์ทุกประเภท) ที่อยู่ราว 64-80 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง จากราคาเฉลี่ยจานละ 56 บาทช่วงต้นปี 2565 เป็นราคาเฉลี่ยจานละ 59 บาท เฉลี่ยแพงขึ้น 3 บาท LINE MAN Wongnai ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยของ “ข้าวผัดกะเพรา” อาหารยอดนิยมของคนไทย (นับทั้งข้าวผัดกะเพรา ข้าวราดกะเพรา ใส่เนื้อสัตว์ทุกประเภท แต่ไม่รวมตัวเลือกเสริม เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ที่เลือกสั่งเพิ่มเป็น top-up แยกต่างหาก) ระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาช่วงต้นปี 2564 อยู่ที่จานละ 52.78 บาท และค่อยๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 54.73 บาทในช่วงปลายปี (เพิ่มขึ้นประมาณ 2 บาท) แต่ในปี 2565 สถานการณ์ราคาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยช่วงต้นปี ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราหนึ่งจานคือ 55.9 บาท และเพิ่มมาเป็น 59 บาทในเดือนพฤษภาคม (แพงขึ้น 3 บาทภายใน 4 เดือน) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราแพงที่สุดอยู่ที่ 62.24 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 50.08 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราแยกตามภูมิภาค  ภาคกลาง 60.63 บาท ภาคตะวันออก 62.24 บาท ภาคเหนือ 50.57 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 57.30 บาท ภาคใต้ 56.79 บาท ภาคตะวันตก 50.08 บาท

LINE MAN Wongnai

27 Jun 2022