“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้

Wongnai, we give มอบข้าวดีแด่ทุกคน

อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP

ข้าวหอมกระเจาคุณภาพเยี่ยม ฝีมือคนไทย
ลองหุงแล้วจะติดใจ!

แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว

ผลผลิตจากชุมชน สร้างสรรค์ข้าวเพื่อสุขภาพ

Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ต่อยอดหลากหลายผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านห้วยกระเจา

ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

ข้าวปั้นสามสีหมูทอด ความฟินที่ใครกินก็ตกหลุมรัก
มารวมเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายและต่อยอดมูลค่าเพิ่มไปด้วยกัน

นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้

WongnaiWeGive

News Release View More

เปิดตัว LINE MAN Wongnai Food Platform ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย!

LINE MAN และ Wongnai ประกาศเสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมกิจการ เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ “LINE MAN Wongnai” ภายใต้การบริหารโดย ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนเป็นต้นไป เผยแผนธุรกิจ 3 ปี เดินหน้าสู่การเป็น Food Platform อันดับหนึ่งด้วยการสร้าง End-to-end Ecosystem ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย หลังจากได้รับเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management ตามประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยอด ชินสุภัคกุล CEO แห่ง LINE MAN Wongnai อธิบายเหตุผลเบื้องหลังการควบรวมว่า LINE MAN และ Wongnai เป็นพันธมิตรที่ต่างส่งเสริมธุรกิจกันมาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งเราต่างมีความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว จึงทำให้เกิดการควบรวมเป็นหนึ่งเดียวในครั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งผู้ใช้และร้านอาหาร สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจและตอบสนองต่อสภาพตลาดธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากโดยเฉพาะช่วงหลัง COVID-19 การเชื่อมต่อ LINE MAN กับ Wongnai เข้าด้วยกันจึงเกิด End-to-End Food Platform แพลตฟอร์มด้านอาหารครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ ร้านอาหาร และบริการส่งอาหาร เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและรีวิวร้านอาหารบน Wongnai จากนั้นกดสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN และร้านอาหารสามารถรับออเดอร์เดลิเวอรีผ่านระบบจัดการร้านอาหาร Wongnai POS (Restaurant Solutions) ของ Wongnai ได้อย่างสะดวก ยอด ยังเผยแผนธุรกิจ 3 ปีของ LINE MAN Wongnai ประกอบด้วย ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) : โฟกัสที่การทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกฝ่ายในธุรกิจ โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี ผู้ใช้งานจะได้สั่งอาหารจากร้านที่หลากหลายมากที่สุด ด้วยค่าส่งเริ่มต้นฟรี รวมถึงขยายพื้นที่ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีไปสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ สำหรับพันธมิตรร้านอาหารจะได้เห็นฟีเจอร์ O2O ใหม่ ๆ เช่น การเชื่อมต่อกับ LINE Official Account, Mini App, Smart Menu และ Self Promotion ฯลฯ เพื่อช่วยให้ร้านค้ามีเครื่องมือใหม่ ๆ ในการทำการตลาดและการขายให้ดียิ่งขึ้น ระยะกลาง (3 ปี) : มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มด้านอาหารอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยการสร้าง อีโคซิสเต็มด้านอาหารที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจะเกิดได้จากความเข้าใจผู้บริโภคคนไทย และการผนวกเอาความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม LINE, LINE MAN และ Wongnai เข้าด้วยกัน CEO แห่ง LINE MAN Wongnai ยังเผยอีกว่า “LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย เรามั่นใจว่า เราเข้าใจพฤติกรรมของคนไทยได้ดีที่สุดว่าเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ เราจริงจังด้านร้านอาหาร และอยากเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านอร่อยเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น โจทย์ใหญ่ที่เราต้องเดินหน้าอย่างเต็มกำลังต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มยอดดาวน์โหลดแอปฯ หรือเพิ่มยอดสั่งเท่านั้น แต่คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจอาหารในประเทศด้วยอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่ผนวกเอาความแข็งแกร่งของ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ LINE ที่เข้าถึงผู้ใช้กว่า 47 ล้านคน LINE MAN ที่มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารหลากหลายมากที่สุดกว่า 200,000 ร้าน และ Wongnai ที่เป็นพันธมิตรที่ดีกับร้านอาหารกว่า 430,000 ร้าน ทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในธุรกิจอาหารของไทยที่จะสร้างความตื่นเต้นและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจอย่างแน่นอน” หลังจากประกาศควบรวมกิจการ ทีมงาน LINE MAN และ Wongnai ก็ร่วมมือกันพัฒนาบริการทันที สิ่งที่เห็นผลแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการในจังหวัดใหม่ ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครราชสีมา และสงขลา โดยตั้งเป้าขยายไปยังเมืองหลักและเมืองรองรวม 20 จังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปี และพัฒนาระบบรับชำระเงินผ่านบัตรเดบิตและบัตรเครดิตที่ใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แอปพลิเคชัน LINE MAN และ แอปพลิเคชัน Wongnai ยังคงชื่อในการให้บริการตามเดิม ผู้ใช้สามารถใช้งานทั้ง 2 แอปฯ ได้ตามปกติ 

LINE MAN Wongnai

15 Sep 2020

LINE MAN และ LINE Pay ช่วยปัญหาโภชนาการเด็กห่างไกล เสริมความรู้ สร้างมื้อดี จับมือพันธมิตรมอบ 1.7 ล้าน ปูอนาคตที่ดีสู่เด็ก 100 โรงเรียนทั่วไทย

การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้ ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน  โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง “ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น  คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน  “เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา” ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย  “แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ” ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย *ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

14 Feb 2024

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล Digital Startup of the Year จาก Prime Minister’s Digital Awards 2022

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย นำโดยคุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับมอบรางวัล Digital Startup of the Year จาก Prime Minister’s Digital Awards 2022 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า รางวัลเชิดชูเกียรติที่มอบให้แก่ผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของประเทศไทย ประจำปี 2565 ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 โดย LINE MAN Wongnai เป็นแพลตฟอร์มไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัล Digital Startup of the Year ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับสตาร์ตอัพที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถแก้ไขปัญหาในเชิงธุรกิจ อันก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน นับเป็นรางวัลที่เป็นการตอกย้ำศักยภาพการเป็นบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้วิสัยทัศน์ “Help Thai People Live Better” ทั้งในด้านการให้บริการที่สะดวกแก่ผู้ใช้ เพิ่มช่องทางการขายให้กับร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ประกอบการรายเล็ก (SME) รวมถึงการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ไรเดอร์ทั่วประเทศ เป้าหมายต่อไปสำหรับ LINE MAN Wongnai คือการเป็น National Champion ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับทุกภาคส่วน และเดินหน้าสู่การ IPO ในประเทศไทยเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ตอัพไทยรุ่นถัดไป

LINE MAN Wongnai

7 Feb 2023

“อิ้งค์ วรันธร” แท็กทีม LINE MAN x Café Amazon เสิร์ฟความน่ารักผ่าน Cup Sleeve เฉพาะเมนู อเมซอน พรีเมียม Selected Cup สั่งได้บน LINE MAN เท่านั้น!

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับหนึ่งของไทย เดินหน้าสร้างประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้า จับมือ Café Amazon แบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งที่ครองใจคนไทย เปิดตัวแคมเปญ“Café Amazon แบบ อิ้งค์ x2 ต้อง LINE MAN ONLY” ตอกย้ำภาพความร่วมมือระหว่างสองแบรนด์อันดับหนึ่งของไทย ชูจุดขายสั่งเมนู ‘อเมซอน พรีเมียม Selected Cup’ แบบ อิ้งค์ x2 ต้องที่ LINE MAN เท่านั้น โดยมี “อิ้งค์ วรันธร เปานิล” พรีเซนเตอร์ของทั้งสองแบรนด์ มาร่วมถ่ายทอดความพิเศษแบบพรีเมียมพร้อมดีลสุดคุ้มให้ผู้บริโภค รับทันที ‘Exclusive Cup Sleeve (Selected Cup)’ ลายอิ้งค์เมื่อสั่งผ่าน LINE MAN พร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับเมนู‘อเมซอน พรีเมียม Selected Cup’ ให้คุณถูกสุดทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 5 กันยายน นี้ หรือจนกว่าของจะหมด เชื่อมโยงแบรนด์–พรีเซนเตอร์–ผู้บริโภค ผ่านแคมเปญที่มากกว่าการสั่งกาแฟ ในยุคที่การตลาดไม่ได้แข่งกันแค่โปรโมชั่น แต่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค แคมเปญ “Café Amazon แบบอิ้งค์ x2 ต้อง LINE MAN ONLY” จึงใช้ “อิ้งค์ วรันธร” พรีเซนเตอร์ที่เป็นตัวแทนของทั้งสองแบรนด์ เพื่อสะท้อนทั้งภาพลักษณ์อบอุ่น จริงใจ  และความพรีเมียมที่เข้าถึงได้ง่าย  เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้สามารถสั่ง ‘อเมซอน พรีเมียม Selected Cup’ กาแฟคุณภาพจากเมล็ดอาราบิกา 100% ที่คัดสรรเฉพาะเมล็ดคุณภาพระดับพรีเมียม กลิ่นหอม ละมุน และรสชาติกลมกล่อม  ไม่เหมือนใคร พร้อมรับสิทธิพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะการสั่งซื้อบน LINE MAN เท่านั้น ได้แก่ ประสบการณ์แบบ ‘อิ้งค์’ ที่แฟนตัวจริงต้องไม่พลาด LINE MAN ยังคงตอกย้ำจุดแข็งในฐานะแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่มอบความสะดวก คุ้มค่า และสิทธิพิเศษเหนือใคร ด้วยการคัดสรรแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ดังมาให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใคร จัดเต็มความเอ็กซ์คลูซีฟ เนรมิตบรรยากาศ Café Amazon สาขา Forestry ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) ซึ่งเป็นรูปแบบ Digital Store สาขาแรกของ Café Amazon ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสุดพิเศษ ด้วยการตกแต่งร้านในสไตล์ “Ink Waruntorn Exclusive Takeover” ที่หยิบเอาเสน่ห์และเอกลักษณ์ของศิลปินสาวเสียงใส “อิ้งค์ วรันธร” มาถ่ายทอดผ่านบรรยากาศร้าน  ให้แฟนคลับได้มาเก็บโมเมนต์  พร้อมสัมผัสความพิเศษของกาแฟพรีเมียม “อเมซอน พรีเมียม Selected Cup”  จากเมล็ดกาแฟอาราบิกา 100%  แคมเปญนี้สะท้อนแนวคิดการตลาดที่เข้าใจพฤติกรรมความชอบของผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านการใช้พรีเซนเตอร์ที่กลายเป็นจุดร่วมทางอารมณ์ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมนำเสนอความพิเศษแบบจับต้องได้ ทั้งในเชิงคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ใช้งาน ที่ทำให้ LINE MAN และ Café Amazon ไม่ใช่แค่แบรนด์อันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคเลือกใช้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

20 Aug 2025