LINE MAN และ Wongnai ประกาศเสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมกิจการ เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ “LINE MAN Wongnai” ภายใต้การบริหารโดย ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนเป็นต้นไป เผยแผนธุรกิจ 3 ปี เดินหน้าสู่การเป็น Food Platform อันดับหนึ่งด้วยการสร้าง End-to-end Ecosystem ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย หลังจากได้รับเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management ตามประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ยอด ชินสุภัคกุล CEO แห่ง LINE MAN Wongnai อธิบายเหตุผลเบื้องหลังการควบรวมว่า LINE MAN และ Wongnai เป็นพันธมิตรที่ต่างส่งเสริมธุรกิจกันมาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งเราต่างมีความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว จึงทำให้เกิดการควบรวมเป็นหนึ่งเดียวในครั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งผู้ใช้และร้านอาหาร สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจและตอบสนองต่อสภาพตลาดธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ การที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากโดยเฉพาะช่วงหลัง COVID-19 การเชื่อมต่อ LINE MAN กับ Wongnai เข้าด้วยกันจึงเกิด End-to-End Food Platform แพลตฟอร์มด้านอาหารครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ ร้านอาหาร และบริการส่งอาหาร เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและรีวิวร้านอาหารบน Wongnai จากนั้นกดสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN และร้านอาหารสามารถรับออเดอร์เดลิเวอรีผ่านระบบจัดการร้านอาหาร Wongnai POS (Restaurant Solutions) ของ Wongnai ได้อย่างสะดวก

ยอด ยังเผยแผนธุรกิจ 3 ปีของ LINE MAN Wongnai ประกอบด้วย

ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) : โฟกัสที่การทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกฝ่ายในธุรกิจ โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี ผู้ใช้งานจะได้สั่งอาหารจากร้านที่หลากหลายมากที่สุด ด้วยค่าส่งเริ่มต้นฟรี รวมถึงขยายพื้นที่ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีไปสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ สำหรับพันธมิตรร้านอาหารจะได้เห็นฟีเจอร์ O2O ใหม่ ๆ เช่น การเชื่อมต่อกับ LINE Official Account, Mini App, Smart Menu และ Self Promotion ฯลฯ เพื่อช่วยให้ร้านค้ามีเครื่องมือใหม่ ๆ ในการทำการตลาดและการขายให้ดียิ่งขึ้น

ะยะกลาง (3 ปี) : มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มด้านอาหารอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยการสร้าง อีโคซิสเต็มด้านอาหารที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจะเกิดได้จากความเข้าใจผู้บริโภคคนไทย และการผนวกเอาความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม LINE, LINE MAN และ Wongnai เข้าด้วยกัน

CEO แห่ง LINE MAN Wongnai ยังเผยอีกว่า “LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย เรามั่นใจว่า เราเข้าใจพฤติกรรมของคนไทยได้ดีที่สุดว่าเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ เราจริงจังด้านร้านอาหาร และอยากเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านอร่อยเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น โจทย์ใหญ่ที่เราต้องเดินหน้าอย่างเต็มกำลังต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มยอดดาวน์โหลดแอปฯ หรือเพิ่มยอดสั่งเท่านั้น แต่คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจอาหารในประเทศด้วยอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่ผนวกเอาความแข็งแกร่งของ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ LINE ที่เข้าถึงผู้ใช้กว่า 47 ล้านคน LINE MAN ที่มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารหลากหลายมากที่สุดกว่า 200,000 ร้าน และ Wongnai ที่เป็นพันธมิตรที่ดีกับร้านอาหารกว่า 430,000 ร้าน ทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในธุรกิจอาหารของไทยที่จะสร้างความตื่นเต้นและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจอย่างแน่นอน”

หลังจากประกาศควบรวมกิจการ ทีมงาน LINE MAN และ Wongnai ก็ร่วมมือกันพัฒนาบริการทันที สิ่งที่เห็นผลแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการในจังหวัดใหม่ ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครราชสีมา และสงขลา โดยตั้งเป้าขยายไปยังเมืองหลักและเมืองรองรวม 20 จังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปี และพัฒนาระบบรับชำระเงินผ่านบัตรเดบิตและบัตรเครดิตที่ใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

แอปพลิเคชัน LINE MAN และ แอปพลิเคชัน Wongnai ยังคงชื่อในการให้บริการตามเดิม ผู้ใช้สามารถใช้งานทั้ง 2 แอปฯ ได้ตามปกติ 

News Release View More

LMWN สานต่อ #Saveร้านอาหาร ให้ร้านใหม่เข้าโครงการ GP ใช้ฟรี 15 วัน

LINE MAN Wongnai สานต่อแคมเปญ #Saveร้านอาหาร ให้ร้านใหม่เข้าโครงการ GP ใช้ฟรี 15 วัน ใน 6 จังหวัด ช่วงเดือน ก.ค. นี้ LINE MAN Wongnai สานต่อแคมเปญ #Saveร้านอาหาร ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ออกมาตรการสนับสนุนช่วยเหลือร้านอาหารที่ไม่เคยขายออนไลน์แบบ GP มาก่อน สามารถเข้าร่วมโครงการ LINE MAN GP ใช้ฟรี 15 วัน โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เทียบเท่าร้าน GP ช่วยเพิ่มปริมาณยอดขายฝ่าวิกฤตโควิด-19 โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ โดยคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือร้านอาหารได้กว่า 200,000 ราย นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN Wongnai มีความตั้งใจในการสนับสนุนช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 นี้มาอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ #Saveร้านอาหาร ที่สอดรับกับโครงการของกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม จาก ศบค. ประกาศงดนั่งทานในร้านอาหารอีกครั้งเป็นเวลา 30 วัน เราจึงเปิดให้ร้านอาหารขนาดเล็กในพื้นที่ 6 จังหวัดควบคุม ที่ยังไม่เคยขายออนไลน์แบบ GP ให้ลองเข้าร่วมโครงการ GP เพื่อสร้างยอดขายที่มากขึ้น ส่วนร้านอาหารอื่นๆ ก็สามารถสมัครขายเดลิเวอรีแบบ Non-GP ไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ได้ด้วยตัวเองทันทีผ่าน Wongnai Merchant App” แคมเปญ #Saveร้านอาหาร ให้ร้านใหม่ที่ไม่เคยขายออนไลน์แบบ GP สามารถเข้าร่วมโครงการ LINE MAN GP ใช้ฟรี 15 วัน และจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เทียบเท่าร้าน GP ได้แก่ ค่าส่งเริ่มต้น 0 บาท ในระยะทางที่กำหนด การโปรโมทร้านบนแอปฯ LINE MAN และ Wongnai การรับเงินผ่าน E-payment โดยมีเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้ สงวนสิทธิ์ให้กับร้านที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการค่าส่ง 0 บาท (LINE MAN GP) หรือยกเลิกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 180 วัน (1 เลขประจำตัวประชาชน/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ต่อ 1 สิทธิ์) เป็นร้านในพื้นที่กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เป็นร้านที่สมัครเข้าร่วม LINE MAN GP และส่งเอกสารสำเร็จ ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 ร้านจะสามารถเริ่มใช้งาน LINE MAN GP ฟรี 15 วัน ตั้งแต่วันที่สัญญาได้รับการอนุมัติ โดยจะได้รับเงินเต็มจำนวนจากลูกค้าและไม่ต้องจ่ายค่าบริการระบบ GP จากปกติ 30% (ไม่รวม Vat) ระบบจะเริ่มคำนวณค่าบริการ GP ในอัตราปกติ เมื่อร้านเข้าร่วมโครงการได้ 16 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งานวันแรก สมัครผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai Merchant App ได้ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2564 นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai ยังพร้อมช่วยเหลือร้านอาหารทุกประเภท ให้สามารถขายอาหารเดลิเวอรีแบบ Non-GP (ลูกค้าเสียค่าส่งตามระยะทางจริง) บน LINE MAN ได้ทันที โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับร้านอาหารในการรับมือหลังประกาศงดนั่งทานอาหารที่ร้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยร้านอาหารสามารถสมัครได้ด้วยตัวเองผ่าน Wongnai Merchant App ทั้งบน iOS และ Android สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่าน Live Chat บนหน้าแรกของ Wongnai Merchant App *เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

LINE MAN Wongnai

29 Jun 2021

LINE MAN จับมือ กอช. อบรมไรเดอร์ออมเงินเพื่อการเกษียณอย่างมั่นคง

LINE MAN ร่วมกับ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลงนามความร่วมมือและอบรมการวางแผนทางการเงินสู่การเกษียณที่มั่นคงสำหรับไรเดอร์ มุ่งสร้างหลักประกันชีวิตในวัยเกษียณ ผ่านการวางรากฐานที่มั่นคงด้วยการออมเงินโดยมีรัฐช่วยสมทบ ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตไรเดอร์ ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว กอช. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ส่งเสริมการออมและสร้างหลักประกันบำนาญพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนบำนาญภาคประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมการออมเงินให้กับอาชีพไรเดอร์ โดย LINE MAN มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของ กอช. ผ่านแอปพลิเคชันและช่องทางสื่อสารต่างๆ เพื่อให้ไรเดอร์รับรู้สิทธิและสวัสดิการของตนเอง พร้อมวางแผนทางการเงินระยะยาวได้อย่างมั่นคง คุณจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ กล่าวว่า “การออมเงินเพื่อการเกษียณถือเป็นการวางแผนการเงินที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาชีพไรเดอร์ หนึ่งในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ ที่ยังขาดสิทธิสวัสดิการบำเหน็จบำนาญใดๆ รองรับ และมีรายได้ที่ไม่แน่นอน จึงควรต้องมีการวางแผนการออมเงินเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ” คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือระหว่าง LINE MAN และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตไรเดอร์กว่า 100,000 คนทั่วประเทศ โดยมุ่งสร้างหลักประกันชีวิตในวัยเกษียณผ่านโครงการออมเงินที่มีรัฐช่วยสมทบ สำหรับเฟสแรกในโครงการนี้ มีไรเดอร์ลงทะเบียนแล้วกว่า 100 คน แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในการวางแผนอนาคตทางการเงินของไรเดอร์ LINE MAN ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้และมอบสิทธิสวัสดิการสำหรับกลุ่มแรงงานอิสระอย่างทั่วถึง ทั้งการมอบประกันอุบัติเหตุให้กับไรเดอร์ทุกคน ให้ความรู้เรื่องการยื่นภาษี  และการตรวจสุขภาพฟรีทั้งไรเดอร์และครอบครัว เพื่อช่วยไรเดอร์วางรากฐานชีวิตที่มั่นคง ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว” ภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อ “วางแผนทางการเงิน สู่การเกษียณที่มั่นคง” โดยนางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ พร้อมกับกิจกรรมพิเศษอีกมากมายให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุก ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

3 Feb 2025

เปิดตัว LINE MAN Wongnai Food Platform ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย!

LINE MAN และ Wongnai ประกาศเสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมกิจการ เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ “LINE MAN Wongnai” ภายใต้การบริหารโดย ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนเป็นต้นไป เผยแผนธุรกิจ 3 ปี เดินหน้าสู่การเป็น Food Platform อันดับหนึ่งด้วยการสร้าง End-to-end Ecosystem ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย หลังจากได้รับเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management ตามประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยอด ชินสุภัคกุล CEO แห่ง LINE MAN Wongnai อธิบายเหตุผลเบื้องหลังการควบรวมว่า LINE MAN และ Wongnai เป็นพันธมิตรที่ต่างส่งเสริมธุรกิจกันมาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งเราต่างมีความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว จึงทำให้เกิดการควบรวมเป็นหนึ่งเดียวในครั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งผู้ใช้และร้านอาหาร สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจและตอบสนองต่อสภาพตลาดธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากโดยเฉพาะช่วงหลัง COVID-19 การเชื่อมต่อ LINE MAN กับ Wongnai เข้าด้วยกันจึงเกิด End-to-End Food Platform แพลตฟอร์มด้านอาหารครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ ร้านอาหาร และบริการส่งอาหาร เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและรีวิวร้านอาหารบน Wongnai จากนั้นกดสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN และร้านอาหารสามารถรับออเดอร์เดลิเวอรีผ่านระบบจัดการร้านอาหาร Wongnai POS (Restaurant Solutions) ของ Wongnai ได้อย่างสะดวก ยอด ยังเผยแผนธุรกิจ 3 ปีของ LINE MAN Wongnai ประกอบด้วย ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) : โฟกัสที่การทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกฝ่ายในธุรกิจ โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี ผู้ใช้งานจะได้สั่งอาหารจากร้านที่หลากหลายมากที่สุด ด้วยค่าส่งเริ่มต้นฟรี รวมถึงขยายพื้นที่ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีไปสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ สำหรับพันธมิตรร้านอาหารจะได้เห็นฟีเจอร์ O2O ใหม่ ๆ เช่น การเชื่อมต่อกับ LINE Official Account, Mini App, Smart Menu และ Self Promotion ฯลฯ เพื่อช่วยให้ร้านค้ามีเครื่องมือใหม่ ๆ ในการทำการตลาดและการขายให้ดียิ่งขึ้น ระยะกลาง (3 ปี) : มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มด้านอาหารอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยการสร้าง อีโคซิสเต็มด้านอาหารที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจะเกิดได้จากความเข้าใจผู้บริโภคคนไทย และการผนวกเอาความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม LINE, LINE MAN และ Wongnai เข้าด้วยกัน CEO แห่ง LINE MAN Wongnai ยังเผยอีกว่า “LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย เรามั่นใจว่า เราเข้าใจพฤติกรรมของคนไทยได้ดีที่สุดว่าเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ เราจริงจังด้านร้านอาหาร และอยากเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านอร่อยเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น โจทย์ใหญ่ที่เราต้องเดินหน้าอย่างเต็มกำลังต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มยอดดาวน์โหลดแอปฯ หรือเพิ่มยอดสั่งเท่านั้น แต่คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจอาหารในประเทศด้วยอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่ผนวกเอาความแข็งแกร่งของ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ LINE ที่เข้าถึงผู้ใช้กว่า 47 ล้านคน LINE MAN ที่มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารหลากหลายมากที่สุดกว่า 200,000 ร้าน และ Wongnai ที่เป็นพันธมิตรที่ดีกับร้านอาหารกว่า 430,000 ร้าน ทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในธุรกิจอาหารของไทยที่จะสร้างความตื่นเต้นและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจอย่างแน่นอน” หลังจากประกาศควบรวมกิจการ ทีมงาน LINE MAN และ Wongnai ก็ร่วมมือกันพัฒนาบริการทันที สิ่งที่เห็นผลแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการในจังหวัดใหม่ ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครราชสีมา และสงขลา โดยตั้งเป้าขยายไปยังเมืองหลักและเมืองรองรวม 20 จังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปี และพัฒนาระบบรับชำระเงินผ่านบัตรเดบิตและบัตรเครดิตที่ใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แอปพลิเคชัน LINE MAN และ แอปพลิเคชัน Wongnai ยังคงชื่อในการให้บริการตามเดิม ผู้ใช้สามารถใช้งานทั้ง 2 แอปฯ ได้ตามปกติ 

LINE MAN Wongnai

15 Sep 2020

LINE MAN Wongnai เพิ่มหมวด ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวมุสลิม สร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ร้านฮาลาล

LINE MAN Wongnai จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ  สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘ฮาลาล’ สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล เปิดหมวดร้านอาหาร ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ยกระดับร้านที่ได้มาตรฐานสู่ผู้ใช้ไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมที่มีจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง พร้อมสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจร้านอาหารไทย ชี้โอกาสทองตลาดอาหารฮาลาล มูลค่าแตะล้านล้านดอลลาร์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันธุรกิจร้านอาหารฮาลาลไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามองเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสให้กับร้านอาหารฮาลาล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกลางฯ เข้ามาร่วมตรวจสอบและออกหนังสือรับรองมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวมุสลิม นักชิมไทย และต่างประเทศ ปัจจุบัน มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2568 จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจฮาลาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งใช้ประโยชน์เพื่อโอกาสในการแข่งขันได้ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ”  ด้าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การรับรองมาตรฐานฮาลาลไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านศาสนา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฮาลาลของไทย” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจุบันเรามีร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วประเทศอยู่บนแพลตฟอร์มแล้วกว่าร้อยละ 70 และยังมีแผนขยายจำนวนร้านอาหารฮาลาลในพื้นที่บริการเดลิเวอรีทั้ง 77 จังหวัด เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้บริโภคชาวมุสลิมที่มองหาร้านที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจริงๆ และยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารฮาลาลไทยก้าวสู่แพลทฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้าน ช่อมาลี (Chormalee Bistro) ร้านอาหารไทย-มุสลิมสมัยใหม่ ที่เป็นตัวแทนร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลและอยู่บนแพลตฟอร์ม LINE MAN เข้าร่วมพิธีลงนาม พร้อมนำเมนูจากทางร้านมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิม การได้รับมาตรฐานฮาลาล เป็นเสมือนตรารับรองคุณภาพที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหารและเมื่อผนวกเข้ากับพลังของแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่ง จะช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

30 Sep 2025