LINE MAN Wongnai ประกาศรางวัล Users’ Choice 2021

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารสัญชาติไทย ได้มอบรางวัลแสดงการขอบคุณให้แก่ 3 “Top User” ซึ่งมียอดการสั่งออร์เดอร์หลากหลายร้านอาหารมากที่สุดกว่า 400 ร้าน ในปี 2020 ได้แก่ คุณตุ๊กตา-จิราวรรณ เชนธนากิจ, คุณวิน-รัชพล พิจิตรพงศ์ชัย  และคุณน้ำค้าง นิตินาท แบบประเสิรฐ  ซึ่งทั้ง 3 Top User ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากเป็นแอปสั่งอาหารที่ใช้งานง่าย สะดวก สามารถติดตามสเตตัสการสั่งได้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การรับออร์เดอร์ที่ร้าน ไปจนถึงขณะไรเดอร์กำลังนำมาส่ง ทั้งยังมีความรวดเร็วในการบริการเสมอ และที่สำคัญมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายกว่า 300,000 ร้าน โดยมีร้านใหม่เพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ และไม่ว่าจะอยู่ใกล้ไกลผู้ใช้งานแค่ไหน ก็สามารถไปบริการส่งถึงที่ได้ ถือเป็นการช่วยประหยัดเวลาให้แก่ผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก และอีกความโดดเด่นที่ทำให้ผู้ใช้งานกลับมาสั่ง LINE MAN ทุกครั้งก็คือ โปรโมชันค่าส่ง และส่วนลดอีกมากมายที่คุ้มค่า ทั้งนี้ LINE MAN Wongnai ได้มอบรางวัลสุดพิเศษให้แก่ Top User รวมมูลค่ารางวัลกว่า 30,000 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณที่ใช้บริการสั่งอาหารของ LINE MAN อย่างต่อเนื่องเสมอมานอกจากนี้ ยังมีรางวัล “Top Reviewer” รางวัลสุดยอดนักรีวิวที่รีวิวร้านอาหารมากที่สุดบน Wongnai ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ คุณ ชนกภัทร ผดุงอรรถ , คุณ วาสินี ชลทรัพย์ และ คุณ สุนีย์ ชุตินิยมการ โดยทางเราจะมอบของรางวัลเป็นเวาเชอร์ร้านอาหารเพื่อเป็นการขอบคุณ Users ที่มาร่วมสร้างสีสันและแบ่งปันประสบการณ์รีวิวอาหารที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นบทความรีวิวที่สร้างสรรค์และภาพถ่ายสวย ๆ ทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้ท่านอื่น ๆ ตัดสินใจในการเลือกร้านได้ รวดเร็วและถูกใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกผู้ใช้แอปพลิเคชัน Wongnai จากจำนวน Quality Review และการให้ Rating ร้านอาหารแนะนำที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2021 รางวัลร้านอาหารของคนไทย ซึ่งประกาศรางวัลร้านอาหารที่ได้รับรางวัลในปี 2021

LINE MAN Wongnai

9 Mar 2021

Wongnai สนับสนุนแคมเปญชวนเที่ยว ททท.

Wongnai สนับสนุน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมผลักดันการท่องเที่ยว ช่วยเหลือผู้ประกอบการจากสถานการณ์โควิด-19 หวังสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวไทยยุค New Normal ด้วย 2 แคมเปญใหญ่ “Special เที่ยวไทย” มอบส่วนลดที่พัก สายการบิน รถเช่า โฮมสเตย์ สูงสุด 90% และ “ชนบทที่รัก Silver Age 5.0” มุ่งโปรโมทชุมชนเตรียมพร้อมกระตุ้นนักเดินทางรุ่นใหญ่ท่องเที่ยวชนบท ชู 16 ชุมชนวัฒนธรรมคู่กิจกรรมสร้างสรรค์ เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึงด้วยส่วนลด กิน บิน พักกว่า 100 รายการ ททท. ดึง โป๊ป ธนวรรธน์ ชวนคนไปบอกรักเมืองไทยแบบ New Normal ด้วยแคมเปญ “Special เที่ยวไทย” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพลิกฟื้นการท่องเที่ยว นำโดยนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ร่วมกับ Wongnai นำโดย นายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา COO Lifestyle & Solutions Service พร้อมด้วยพันธมิตร และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ, โรงแรม ดิเอมเมอรัล โคฟ เกาะช้าง, แคมป์ช้าง ปอนด์ รีสอร์ท, Double Tree by Hilton Phuket Banthat Resort, จันตราคีรี ชาเลต์ โรงแรม ดิโอลต์ ภูเก็ต ร่วมส่งเสริมการขายแพ็กเกจโรงแรม ที่พัก กิจกรรมท่องเที่ยว กิจกรรมชุมชน และทัวร์ กว่า 100 รายการ พร้อมมอบของสมนาคุณและสิทธิพิเศษอาทิ Tour ชุมชน, Tour ไหว้พระ ชมเมืองเก่า และอื่นๆ ให้ผู้ที่สนใจเลือกซื้อดีลท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และการบินได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ตุลาคม 2563 ที่ www.specialtiewthai.com หรือแอดไลน์เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ LINE @Specialtiewthai สำหรับสมาชิก Wongnai ที่ซื้อดีลภายในงาน หรือซื้อดีลผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai รับส่วนลด ทันที 10% พร้อมทั้งสามารถติดตามกิจกรรมจากโครงการ “Special เที่ยวไทย” ผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน  Wongnai ชวนวัยซิลเวอร์เอจเที่ยว 16 ชุมชนวัฒนธรรม เปิด 16 ชุมชนวัฒนธรรม พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อนักเดินทางรุ่นใหญ่วัยซิลเวอร์เอจ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเมนูอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมต่าง ๆ นำโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคัล จำกัด (มหาชน) สายการบินไทยสมายล์ สายการบินไทย แอร์เอเชีย เปิดตัวแคมเปญ “ชนบทที่รัก Silver Age 5.0” โดยมีนางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ คุณปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตัวแทนกลุ่มซิลเวอร์เอจ เข้าร่วมการเปิดงานพร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของแคมเปญดังกล่าวว่า “แคมเปญชนบทที่รัก Silver Age 5.0 ได้คัดเลือกแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนหลากหลายจังหวัด มาสร้างสรรค์ให้ตรงกับความสนใจของคนวัยซิลเวอร์เอจ เพื่อกระตุ้นให้คนวัยนี้เดินทางท่องเที่ยวไปยังชนบทอย่างประทับใจ โดยชู 16 ชุมชนวัฒนธรรม อาทิ กลุ่มวิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น จ. สุพรรณบุรี, ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จ. สมุทรสงคราม ,ชุมชนแหลมผักเบี้ย (ท่องเที่ยวชุมชนบ้านดอนใน) จ. เพชรบุรี, ชุมชนตะเคียนเตี้ย จ. ชลบุรี, ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทะเลน้อย ระยองฮิ จ. ระยอง และอื่น ๆ อีกมากมาย” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองทริปท่องเที่ยวชนบทได้แล้วที่ www.ชนบทที่รัก.com หรือติดตามการประชาสัมพันธ์แคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์เพจ Wongnai Travel Wongnai เชิญชวนทุกคนออกไปบอกรักเมืองไทยสัมผัสอ้อมกอดธรรมชาติ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและชุมชนในยุค New Normal แล้วคุณจะได้ความประทับใจกลับไปจนยากที่จะลืม

LINE MAN Wongnai

16 Sep 2020

เปิดตัว LINE MAN Wongnai Food Platform ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย!

LINE MAN และ Wongnai ประกาศเสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมกิจการ เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ “LINE MAN Wongnai” ภายใต้การบริหารโดย ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนเป็นต้นไป เผยแผนธุรกิจ 3 ปี เดินหน้าสู่การเป็น Food Platform อันดับหนึ่งด้วยการสร้าง End-to-end Ecosystem ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย หลังจากได้รับเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management ตามประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยอด ชินสุภัคกุล CEO แห่ง LINE MAN Wongnai อธิบายเหตุผลเบื้องหลังการควบรวมว่า LINE MAN และ Wongnai เป็นพันธมิตรที่ต่างส่งเสริมธุรกิจกันมาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งเราต่างมีความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว จึงทำให้เกิดการควบรวมเป็นหนึ่งเดียวในครั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งผู้ใช้และร้านอาหาร สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจและตอบสนองต่อสภาพตลาดธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากโดยเฉพาะช่วงหลัง COVID-19 การเชื่อมต่อ LINE MAN กับ Wongnai เข้าด้วยกันจึงเกิด End-to-End Food Platform แพลตฟอร์มด้านอาหารครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ ร้านอาหาร และบริการส่งอาหาร เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและรีวิวร้านอาหารบน Wongnai จากนั้นกดสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN และร้านอาหารสามารถรับออเดอร์เดลิเวอรีผ่านระบบจัดการร้านอาหาร Wongnai POS (Restaurant Solutions) ของ Wongnai ได้อย่างสะดวก ยอด ยังเผยแผนธุรกิจ 3 ปีของ LINE MAN Wongnai ประกอบด้วย ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) : โฟกัสที่การทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกฝ่ายในธุรกิจ โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี ผู้ใช้งานจะได้สั่งอาหารจากร้านที่หลากหลายมากที่สุด ด้วยค่าส่งเริ่มต้นฟรี รวมถึงขยายพื้นที่ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีไปสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ สำหรับพันธมิตรร้านอาหารจะได้เห็นฟีเจอร์ O2O ใหม่ ๆ เช่น การเชื่อมต่อกับ LINE Official Account, Mini App, Smart Menu และ Self Promotion ฯลฯ เพื่อช่วยให้ร้านค้ามีเครื่องมือใหม่ ๆ ในการทำการตลาดและการขายให้ดียิ่งขึ้น ระยะกลาง (3 ปี) : มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มด้านอาหารอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยการสร้าง อีโคซิสเต็มด้านอาหารที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจะเกิดได้จากความเข้าใจผู้บริโภคคนไทย และการผนวกเอาความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม LINE, LINE MAN และ Wongnai เข้าด้วยกัน CEO แห่ง LINE MAN Wongnai ยังเผยอีกว่า “LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย เรามั่นใจว่า เราเข้าใจพฤติกรรมของคนไทยได้ดีที่สุดว่าเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ เราจริงจังด้านร้านอาหาร และอยากเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านอร่อยเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น โจทย์ใหญ่ที่เราต้องเดินหน้าอย่างเต็มกำลังต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มยอดดาวน์โหลดแอปฯ หรือเพิ่มยอดสั่งเท่านั้น แต่คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจอาหารในประเทศด้วยอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่ผนวกเอาความแข็งแกร่งของ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ LINE ที่เข้าถึงผู้ใช้กว่า 47 ล้านคน LINE MAN ที่มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารหลากหลายมากที่สุดกว่า 200,000 ร้าน และ Wongnai ที่เป็นพันธมิตรที่ดีกับร้านอาหารกว่า 430,000 ร้าน ทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในธุรกิจอาหารของไทยที่จะสร้างความตื่นเต้นและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจอย่างแน่นอน” หลังจากประกาศควบรวมกิจการ ทีมงาน LINE MAN และ Wongnai ก็ร่วมมือกันพัฒนาบริการทันที สิ่งที่เห็นผลแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการในจังหวัดใหม่ ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครราชสีมา และสงขลา โดยตั้งเป้าขยายไปยังเมืองหลักและเมืองรองรวม 20 จังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปี และพัฒนาระบบรับชำระเงินผ่านบัตรเดบิตและบัตรเครดิตที่ใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แอปพลิเคชัน LINE MAN และ แอปพลิเคชัน Wongnai ยังคงชื่อในการให้บริการตามเดิม ผู้ใช้สามารถใช้งานทั้ง 2 แอปฯ ได้ตามปกติ 

LINE MAN Wongnai

15 Sep 2020

ยอด ชินสุภัคกุล เตรียมรับตำแหน่งซีอีโอ LINE MAN Wongnai

ในวันที่ 6 สิงหาคม 2563  LINE คอร์ปอเรชั่น ประกาศเลือก “ยอด ชินสุภัคกุล” ให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ บริษัท LINE MAN Wongnai บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง “ไลน์แมน” แอปพลิเคชั่นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ชั้นนำของไทย และ “Wongnai” แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ รีวิว และค้นหาร้านอาหารชั้นนำของประเทศ มีผลในช่วงเดือนกันยายน 2563* โดย “ยอด” จะรับหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจ และการปฏิบัติการต่าง ๆ ของบริษัท “อึนจอง ลี” หัวหน้าฝ่ายบริหารธุรกิจ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “จากการดำเนินธุรกิจตลอด 4 ปีที่ผ่านมา LINE MAN พิสูจน์ตัวเองในฐานะ ‘ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง’ ของคนไทย และเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจ O2O ของประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management เราเชื่อว่า LINE MAN Wongnai จะก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มซูเปอร์ไลฟ์สไตล์ที่สร้างมิติใหม่ให้กับตลาดประเทศไทยในไม่ช้า” “คุณยอด ชินสุภัคกุล เป็นผู้ที่เข้าใจในธุรกิจ O2O อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี LINE MAN Wongnai ภายใต้การบริหารของคุณยอด จะเป็นบริษัทที่สร้างโดยคนไทย บริหารโดยคนไทย และดำเนินงานเพื่อคนไทย ซึ่งจะสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ น่าตื่นเต้นและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง” อึนจอง กล่าว ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การผนึกกำลังของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งร้านอาหารและผู้ใช้ สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจ LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย ด้วยความเข้าใจเรื่องอาหารการกินของคนไทยอย่างแท้จริง เรามั่นใจว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับเราที่จะดำเนินธุรกิจที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย และธุรกิจไทยในประเทศไทยเช่นเดียวกัน” ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai โดยก่อนหน้านั้นรับตำแหน่งเป็น Support Manager ที่ Thomson Reuters ยอดจบการศึกษา MBA จาก UCLA Anderson School of Management ในปี 2010 และด้าน Computer Engineering จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2004 LINE Corporation (NYSE:LN/TSE:3938) เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นปฏิบัติภายใต้พันธกิจ Closing the Distance เชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้วย ข้อมูลข่าวสาร บริการ และผลิตภัณฑ์ของ LINE เริ่มจาก แอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ต่อมาได้เติบโตและขยายธุรกิจออกไป ในรูปแบบ หลากหลายในระบบนิเวศทั่วโลกซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Fintech และอื่น ๆ สำหรับใน ประเทศไทย LINE ได้เข้ามาให้บริการตั้งแต่ปี 2555 จากนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วจนเป็น แพลตฟอร์มการสื่อสารและการบริการออนไลน์ชั้นนำของประเทศ LINE Plus Corporation เป็นบริษัทย่อยของ LINE Corporation ก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2556 ในประเทศ เกาหลีใต้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการรองรับและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจของ LINE ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีโปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ นักการตลาด และนักขาย รวมถึงนักประชาสัมพันธ์จากทั่วโลกมาทำงานร่วมกัน โดย LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง LINE MAN และ Wongnai ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบริษัท BRV Capital Management เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 มีเป้าหมายยกระดับธุรกิจอาหารในไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ออนไลน์ไปถึงออฟไลน์ (O2O) ทั้งการค้นหาข้อมูล การรีวิวร้านอาหาร การสั่งอาหารเดลิเวอรี บริการขนส่งออนดีมานด์อื่น ๆ รวมถึงโซลูชันสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร

LINE MAN Wongnai

7 Aug 2020

LINE MAN ควบรวม Wongnai คว้าเงินลงทุนกว่า 3,300 ล้านบาท จาก BRV

ผนึกกำลัง Wongnai สู่การเป็น “ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง” ที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อคนไทย ครั้งแรกกับการได้รับเงินลงทุนสำหรับธุรกิจดาวรุ่งในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศของ LINE Group กรุงเทพฯ –30 กรกฎาคม 2563 – LINE MAN “ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง” ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรีชั้นนำในประเทศไทย เผยว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงด้านเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,300 ล้านบาท) จากบริษัท BRV Capital Management (BRV) นับเป็นการรับเงินทุนครั้งแรกสำหรับธุรกิจดาวรุ่งในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศของ LINE Group สะท้อนความสำเร็จของ LINE MAN ในประเทศไทยและความพร้อมในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคต การลงทุนจาก BRV ในครั้งนี้ นำมาสู่การควบรวมกิจการบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ Wongnai แพลตฟอร์มรีวิวและค้นหาร้านอาหารชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจในฐานะพันธมิตรร่วมกับ LINE MAN มาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งปัจจุบัน Wongnai มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านรายต่อเดือน ด้วยฐานข้อมูลร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในไทยกว่า 400,000 ร้านทั่วประเทศ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งาน LINE MAN สามารถสั่งอาหารจากร้านที่อยู่บนฐานข้อมูลของ Wongnai ได้ การลงทุนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทที่ควบรวมใหม่และต่อยอดการพัฒนาในช่วงที่ธุรกิจกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย โดย LINE MAN ผู้ให้บริการเดลิเวอรีชั้นนำที่มาพร้อมแนวคิดผู้ช่วยเบอร์หนึ่งในแบบ on-demand และบริการอย่างมืออาชีพแก่ผู้ใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน 6 บริการ ประกอบด้วย ฟู้ดเดลิเวอรี, บริการซื้อของซูเปอร์มาร์เก็ต, แมสเซนเจอร์, ส่งพัสดุ, เรียกแท็กซี่ และบริการซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ โดยปัจจุบันมีพันธมิตรร้านอาหารมากกว่า 100,000 ร้านค้าทั่วกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัด อาทิ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี – เมืองพัทยา และเชียงใหม่ โดยวางแผนที่จะขยายพื้นที่การให้บริการในประเทศไทยให้ครอบคลุม 15 จังหวัดภายในปีนี้ “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับ BRV ซึ่งเป็นบริษัทเงินทุนที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการแสวงหาการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม” อึนจอง ลี หัวหน้าฝ่ายบริหารธุรกิจระดับโลก (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น “นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 4 ปีก่อน LINE MAN ได้เติบโตจนกลายเป็นแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรียอดนิยมสำหรับคนไทย และนับจากนี้ เงินลงทุนที่ได้รับจาก BRV จะช่วยผลักดันให้ LINE MAN สามารถเติบโตขึ้นไปอีกขั้น” สำหรับ BRV เป็นบริษัทเงินทุน (Growth Capital) เคยลงทุนใน PayPal และ Waze มาแล้ว BRV ยังมีสำนักงานท้องถิ่นในประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ด้วยประสบการณ์การลงทุนธุรกิจในซิลิคอน วัลเลย์ และทั่วโลกนั้น การที่ BRV ตัดสินใจลงทุนใน LINE MAN มีเหตุผลสำคัญมากจากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการนำเสนอบริการที่เป็นนวัตกรรมสำหรับตลาดในประเทศไทยจนกลายเป็นผู้ช่วยเบอร์หนึ่งสำหรับผู้ใช้งาน 

LINE MAN Wongnai

31 Jul 2020

Gourmet Meal Kit เราเตรียมให้ ใครทำก็อร่อย!

“พลอยชมพู อัมพุช” ผู้จัดการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จับมือ “ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รับ New Normal ด้วย “Gourmet Meal Kit เราเตรียมให้ ใครทำก็อร่อย!” เสิร์ฟชุดเมนูพร้อมปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียมตามมาตรฐานกูร์เมต์ มาร์เก็ต พร้อมสูตรอาหารที่คิดค้นโดยเชฟจาก You Hunt We Cook   โดยมีให้เลือกอร่อยถึง 10 เมนู ทั้งเมนูอาหารไทย, ฝรั่ง และเกาหลี รวม 10 เมนู ได้แก่ ชุดพัคเซรอย – เนื้อ, ชุดกุ้งแม่น้ำ – ฉู่ฉี่, ชุดริบอาย – สเต๊ก, ชุดสันในวัว – น้ำจิ้มแจ่ว, ชุดซูวีด์ – พอร์กช็อป, ชุดเบอร์เกอร์ – เนื้อ, สตูว์ปลาสไตล์อิตาเลียน, เฟตตูชินีเพสโต้ – กุ้งแม่น้ำ, ชุดพะแนง – หมู และชุดแกงเขียวหวาน – ไก่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 149 – 499 บาท/เมนู โดยอาหารหนึ่งชุดสามารถรับประทานได้ 1 – 2 ท่าน พร้อมกันนี้ในภายในกล่อง “Gourmet Meal Kit” จะมีสูตรอาหารและวิธีการทำอาหารแนบไปให้ลูกค้าเพื่อช่วยในการปรุง และลูกค้ายังสามารถสแกน QR code เพื่อดู VDO ขั้นตอนการทำอาหารสั้น ๆ เพียง 1 – 2 นาที ผ่าน Application Wongnai หรือเว็บไซต์ www.wongnai.com สามารถสั่งซื้อ “Gourmet Meal Kit” ได้แล้ววันนี้ ผ่าน Application Wongnai เพียงคลิกที่นี่ โดยระบบจะปิดรับออร์เดอร์ทุกวันเวลา 20.00 น. และจัดส่งในวันถัดไปตามเวลาที่ลูกค้านัดหมาย โดยมีค่าจัดส่งสินค้า 100 บาท สินค้าจัดส่งจาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต 3 สาขา คือ เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และสยามพารากอน  เมนูห้ามพลาดชุดพัคเซรอย, ชุดกุ้งแม่น้ำ, ชุดริบอาย

LINE MAN Wongnai

16 Jul 2020

กรมพัฒนาธุกิจการค้า x Wongnai x LINE MAN ชวนร้านอาหารกลับมา BACK TO LIFE!

BACK TO LIFE! Wongnai และ LINE MAN เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ธุรกิจในแอปพลิเคชั่น พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกช่องทาง 2 พันธมิตรของกระทรงพาณิชย์ ผนึกกำลังช่วยขยายช่องทางการตลาดให้ร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ ตอบโจทย์สายชิมออนไลน์ยุค New Normal … Wongnai และ LINE MAN เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ธุรกิจในแอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่ต้องการสั่งอาหารจากร้าน Thai SELECT พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกรูปแบบ/ทุกช่องทาง ทั้งการสั่งออนไลน์, การชำระค่าอาหาร/บริการ, การรับอาหารเองที่ร้าน หรือส่งอาหารถึงที่บ้าน ง่าย ๆ เพียงร้านค้าอัปเดทเมนูและราคาให้เป็นปัจจุบัน หมั่นเช็กออร์เดอร์ลูกค้า บริหารจัดการร้านค้าแบบมืออาชีพ ก็สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการวิถีชีวิตใหม่ได้แล้ว 1.การรับอาหารเองที่ร้าน 2.ส่งอาหารถึงที่บ้าน นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ Wongnai และ LINE MAN ขยายช่องทางการตลาดให้ร้านอาหาร Thai SELECT ตอบโจทย์สายชิมออนไลน์ยุค New Normal โดย Wongnai และ LINE MAN ได้พัฒนาฟีเจอร์ธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่ต้องการสั่งอาหารร้านอาหาร Thai SELECT โดยเฉพาะ เพิ่มตัวช่วยใหม่ให้ร้านอาหารทำระบบรับ-ส่ง เดลิเวอรีเอง รวมถึงประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกรูปแบบ/ทุกช่องทางเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค และกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด” “ปัจจุบันผู้บริโภคนิยมใช้ช่องทางออนไลน์ในการเลือกสรร/สั่งอาหาร และชำระค่าสินค้า/บริการ สะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ร้านอาหารจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยสถานการณ์ปกติ…ร้านอาหารจะมีรายได้จากการขายอาหารที่ร้านประมาณร้อยละ 80 และรับคำสั่งซื้อทางออนไลน์ร้อยละ 20 แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ร้านอาหารมีรายได้จากคำสั่งซื้อทางออนไลน์ถึงร้อยละ 100 และเมื่อเข้าสู่ยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) คำสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ยังคงได้รับความนิยม และเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบรับ-ส่งอาหารจะขึ้นอยู่กับความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งผ่านระบบเดลิเวอรีและรับอาหารเองที่ร้าน” “ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหาร Thai SELECT ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับการดำเนินชีวิตตามวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ของผู้บริโภค โดยใช้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางหลักสำหรับการขยายช่องทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ การจำหน่ายสินค้า ฯลฯ ต้องมีการอัพเดทเมนู/ราคา/แจ้งข่าวสารต่างๆ ของร้านให้เป็นปัจจุบัน หมั่นตรวจเช็คคำสั่งซื้อของลูกค้า และดำเนินการจัดส่งสินค้า/อาหารให้โดยเร็ว มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี และมีการบริหารจัดการร้านค้าแบบมืออาชีพด้วยความซื่อสัตย์/ตรงไปตรงมา โดยร้านที่สามารถปรับตัวได้ก่อน ก็มีโอกาสที่จะสร้างผลกำไรให้กิจการได้ก่อนเช่นกัน” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “การคลายล็อกกิจการเฟส 4 ถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่พวกเราทุกคนสามารถร่วมด้วยช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ และธุรกิจไทยได้อีกครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ Wongnai ในฐานะที่เป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่ร่วมสู้ไปด้วยกันกับวงการร้านอาหารไทยมาตลอด วิกฤตครั้งนี้เราจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยโปรโมทร้านอาหารไทยกว่า 500 ร้านทั่วประเทศ ที่เปิดให้นั่งกินที่ร้าน และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ของ Wongnai ที่มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 10 ล้านราย เพื่อสร้างความรับรู้ ดึงดูดลูกค้า และที่สำคัญคือช่วยเรียกความมั่นใจให้กับลูกค้าทั่วประเทศให้มีความเชื่อมั่นในการอุดหนุนร้านอาหารของคนไทยอีกครั้ง” “โดยจะทำการประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT ผ่านแอปลิเคชั่นและเว็บไซต์ Wongnai 3 รูปแบบ คือ 1) บทความแนะนำลายแทงร้านอาหาร Thai SELECT เจ้าเด็ดเจ้าดัง 2) อัลบั้มรูปนำเสนอไฮไลต์และเรื่องอินไซต์จากร้านอาหาร Thai SELECT ผ่านแฟนเพจ Wongnai.com เพื่อเพิ่มเสน่ห์ร้านค้าให้เป็นที่จดจำ เป็นที่รู้จักมากขึ้น และพร้อมที่จะเข้าไปใช้บริการ และ 3) วิดีโอรีวิวอาหารสำหรับเมนูเด็ดแนะนำที่ห้ามพลาดเมื่อไปกินอาหารที่ร้าน พร้อมข้อมูลร้านสั้น ๆ อธิบายระหว่างเปิดคลิป และจะช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ Wongnai เพิ่มเติมให้อีกด้วย” “นอกจากนี้ Wongnai ได้เพิ่มตัวช่วยให้กับร้านอาหารกว่า 500 ร้านทั่วประเทศ ให้สามารถใช้ฟีเจอร์ล่าสุด ‘Self Delivery (ร้านส่งเอง)’ บน Wongnai Merchant App (WMA) ได้ฟรีตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน นี้ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารมีทางเลือกในการกำหนดค่าส่ง และวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะสมได้เอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้พนักงานที่ร้าน ใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยรับออร์เดอร์อัตโนมัติจากลูกค้าที่สั่งผ่าน LINE Official Account ของทางร้านเองได้อย่างสะดวก ช่วยให้ร้านสามารถจัดเวลาไปกับการจัดเตรียมอาหารได้ดียิ่งขึ้น และลดเวลาที่ต้องใช้ในการเช็กหรือตอบแชทลูกค้า ทำให้สามารถบริหารต้นทุนค่าขนส่ง และวางระบบการบริหารจัดการเดลิเวอรีได้ง่ายมากขึ้น” มร.ซินหมิง จ้าว หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการ LINE MAN กล่าวว่า “เพื่อเพิ่มเครื่องมือให้กับร้านอาหารในยุคโควิด-19 ทาง LINE MAN และ Wongnai ได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคในการสั่งอาหารจากร้านทั่วประเทศโดยเฉพาะ ครอบคลุมไลฟ์สไตล์/ความต้องการของลูกค้า และช่วยให้ร้านอาหารสามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อได้สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ Pickup (ร้านอาหารไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน นี้) เมื่อลูกค้าสั่งอาหารผ่านแอปฯ LINE MAN หรือ Wongnai และชำระค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว สามารถไปรับอาหารได้ที่ร้าน ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้า *ไม่ต้องเสียเวลาในการต่อคิว/รอทำอาหาร * สั่งอาหารได้สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องพกเงินสด * ไม่เสียค่าจัดส่ง ขณะที่ร้านอาหาร * บริหารคิวลูกค้าได้ดีขึ้น * เพิ่มเครื่องมือ/ช่องทางใหม่ ทำให้ไม่พลาดการขาย * เพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ : 0 2547 5962E-Mail : [email protected] สายด่วน 1570Website :  www.dbd.go.thสำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนได้ที่ ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ DBD x Wongnai x LINE MAN “Back To Life” หรือเฟซบุ๊ก Wongnai For Business

LINE MAN Wongnai

9 Jul 2020

Central Shopping Centers x LINE MAN x Wongnai จัดโปรฯ กระตุ้นความหิว!

สะดวก อิ่ม คุ้มกับแคมเปญ “ส่งตรงความอร่อย ส่งฟรี 3 กม.แรก” โปรแรงกระตุ้นหิว กับ 200 เมนูติด Top Review ของ Wongnai จากร้านดัง 80 ร้านภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล กว่า 20 เมนู พร้อมเดลิเวอรี่ส่งตรงโดย LINE MAN ใจป้ำส่งฟรี 3 กม. แรก ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. – 30 ก.ย. 63 Central Shopping Centers x LINE MAN x Wongnai จัดแคมเปญ เซ็นทรัลส่งต่อความอร่อย ส่งฟรี 3 กม.ช่วยกระตุ้นยอดขายให้คู่ค้าร้านอาหาร ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด – 19 รวบตึง 80 ร้านอาหารยอดนิยมที่อยู่ภายในศูนย์การค้าของเซ็นทรัลและเมนูสุดฮิตกว่า 200 เมนูที่ติดท็อปลิสต์รีวิวในเวปไซต์ Wongnai และ ได้รับการสั่งซื้อจาก LINE MAN อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งแคมเปญนี้ยังช่วยให้ผู้บริโภคได้ประหยัด อิ่มเกินคุ้มกับทุกเมนูที่สั่ง เพราะมีโปรโมชั่นสุดพิเศษ ทั้ง ลด แลก แจก แถม จากทุกร้านที่เข้าร่วมแคมเปญ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแบบ new normal ในการสั่งอาหาร delivery จากร้านดังอิ่มได้ที่บ้านคุณ อาทิเช่น ร้าน เช่น Greyhound Café, After you, แหลมเจริญซีฟู้ด, Nara Thai Cuisine, Godiva, เอี่ยวไถ่ 1960 , KFC , McDonald’s , MK , Bonchon , BAR B Q Plaza , Yoshinoya , Swensen’s , Sizzler ฯลฯ Sushi Den, Mos Burger, Ippudo, Oishi Eaterium, Mo-Mo Paradise ติดตามโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน LINE MAN, Wongnai และ CPNLife สาขาที่ร่วมแคมเปญ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า เซ็นทรัลพลาซา บางนา เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ เซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา เซ็นทรัลพลาซา ศาลายา เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เซ็นทรัลมารีน่า เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช เซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี เซ็นทรัลภูเก็ต

LINE MAN Wongnai

1 Jul 2020

Wongnai มอบข้าวในโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง

“พลังแห่งการให้ไม่มีวันสิ้นสุด” พงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงกิจกรรม บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด และคณะ นำผลิตภัณฑ์ “ข้าวหอมกระเจา” เข้าร่วมโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง” โดยมี ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นตัวแทนรับมอบ ที่สำนักงาน กสศ.ชั้น 13 อาคาร เอส.พี พหลโยธิน พงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงกิจกรรม บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา โรงเรียนปิดเทอมยาวนานขึ้น ทำให้นักเรียนไม่ได้รับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียน นักเรียนยากจนพิเศษต้องประสบภาวะโภชนาการ “เมื่อ กสศ. ดำเนินโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง” บริษัทวงใน มีเดีย จำกัด จึงมีความประสงค์ให้การสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค เป็น ข้าวหอมกระเจา จำนวน 100 กิโลกรัม เพื่อส่งมอบให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ เนื่องจากเห็นว่า ปัญหาการขาดแคลนอาหารเป็นปัญหาที่ควรให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อให้น้อง ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบตามหลักโภชนาการ” สำหรับ “ข้าวหอมกระเจา” เป็นข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งปลูกด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP ติดตามความคืบหน้าโครงการ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้องได้ที่เวบไซต์กสศ. สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม  ร่วมบริจาคช่วยเหลือน้อง ๆ ไปกับโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับ กสศ. ตั้งแต่วันนี้ – 18 มิถุนายน 2563 ผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 172-0-30021-6 ชื่อบัญชี “กสศ.-มาตรา 6(6) – เงินบริจาค” บริจาควันนี้ นำไปลดภาษีได้ 2 เท่า สู้วิกฤตให้น้องอิ่มหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

17 Jun 2020

Back To Life รวมบริการล่าสุดจาก Wongnai เริ่มต้นใช้ชีวิต New Normal!

Wongnai รับคลายล็อกเฟส 3 ผุดฟีเจอร์-บริการล่าสุด ในแนวคิด “Back To Life” เตรียมความพร้อมให้คนไทยเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยไฮไลต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ Badge “Be Safe” ให้ค้นหาร้านอาหารที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย รวมถึงเช็กร้านที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้ เพิ่มความมั่นใจในการรับประทานอาหารนอกบ้าน แคมเปญดีลสุดคุ้มจากร้านอาหาร คลินิกเสริมความงาม สปา และที่พักระดับ 4-5 ดาวทั่วไทยกว่า 600 ดีล ให้กลับไปใช้ชีวิตที่คิดถึง รับส่วนลดสูงสุดกว่า 90% ที่สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงปีพ.ศ. 2564 รวมถึงฟีเจอร์และบริการอื่น ๆ อีกมากมาย บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Wongnai เท่านั้น ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “ตั้งแต่เริ่มผ่อนปรนให้นั่งกินอาหารที่ร้านได้เมื่อวันที่ 3 พ.ค. และผ่อนปรนเปิดห้างเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจร้านอาหารเริ่มมีรายได้กลับมาราว 50-60% โดยจากฐานข้อมูลของ Wongnai พบว่า มีร้านอาหารมากกว่า 8,000 ร้าน ที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยตามแนวปฏิบัติของศบค. และอีกกว่า 4,500 ร้าน ที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้ นอกจากนี้ แคมเปญดีลที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง New Normal ในการปรับตัวของธุรกิจช่วงวิกฤตเพื่อเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน โดยช่วงเวลาล็อกดาวน์ เดือนเม.ย. – พ.ค. ที่ผ่านมา มีร้านอาหารและคลินิกเสริมความงามกว่า 170 ร้านที่เข้าร่วมขายดีลผ่าน Wongnai และมียอดขายดีลผ่าน Wongnai รวมมากกว่า 4,000 ครั้ง เมื่อดูจากแนวโน้มที่เกิดขึ้น ธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ พร้อมที่จะต้อนรับชีวิตปกติวิถีใหม่ โดย Wongnai ในฐานะซูเปอร์ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยกับบริการด้านไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เราได้พัฒนาฟีเจอร์และบริการใหม่ ๆ มากมาย ภายใต้แนวคิด ‘Back To Life’ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ทุกคนได้เริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ New Normal” Wongnai ชวน “Back To Life” ให้คนไทยเริ่มต้นใช้ชีวิต New Normal ไปด้วยกัน บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Wongnai ด้วยฟีเจอร์ใหม่และบริการไฮไลท์มากมาย ได้แก่ 1.ฟีเจอร์ใหม่ Badge “Be Safe”  ให้ค้นหาร้านอาหารที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย รวมถึงเช็กว่าร้านเปิดให้นั่งกินที่ร้านได้หรือไม่อีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถร่วม #ปลดล็อกร้านด้วยรูปของคุณ ด้วยการอัปโหลดรูปภาพบรรยากาศร้านที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้แล้วบน Wongnai เพื่อบอกต่อให้ผู้ร่วมใช้งานทุกคนเตรียมตัวออกไปกินอาหารที่ร้านโปรดได้อย่างมั่นใจ 2.แคมเปญดีลสุดคุ้ม พิเศษสุดสำหรับเดือนมิถุนายนนี้ Wongnai เอาใจสายท่องเที่ยว ชวนแพ็กกระเป๋ากลับไปท่องเที่ยวหลังคลายล็อกดาวน์ ด้วยดีลสุดคุ้มสำหรับโรงแรมและที่พักระดับ 4-5 ดาวอีกกว่า 30 แห่งทั่วไทย ทั้ง หัวหิน เขาใหญ่ เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต และอีกมากมาย รับส่วนลดที่พักสูงสุดกว่า 70% เริ่มต้น 999 บาท เข้าพักได้ถึงปีพ.ศ. 2564 พร้อมด้วยดีลสุดคุ้มอีกกว่า 600 ดีลจากร้านอาหาร คลินิกเสริมความงาม และสปา ค้นหาได้ที่ ดีลส่วนลดสุดคุ้มจาก Wongnai 3.นวดที่บ้านปลอดภัยกว่ากับ Wongnai Massage at Home กลับมาอีกครั้งกับบริการนวดถึงที่ เรียกพนักงานนวดจาก Wongnai ไปที่บ้านหรือออฟฟิศ เลี่ยงพื้นที่แออัด ไม่ต้องเดินทาง และไม่ต้องใช้ของร่วมกับผู้อื่น พร้อมด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และมาตรการคัดกรองผู้รับบริการที่เคร่งครัด เชื่อมั่นได้ในความสะอาดและปลอดภัย เริ่มต้น 599 บาท สามารถนวดได้นานสุดถึง 4 ชั่วโมง และสามารถแชร์กับเพื่อนหรือครอบครัวได้ (3 กม. แรก ฟรีค่าเดินทาง) พื้นที่ให้บริการในเขตไม่เกิน 5 กม. จากสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT กดจองพนักงานนวดได้แล้วบนแอป Wongnai เท่านั้น 4.บริการ Delivery และ Pickup สำหรับทุกคนที่คุ้นชินกับการสั่งอาหารแบบ New Normal สามารถสั่งอาหารเดลิเวอรีกว่า 100,000 ร้านทั่วไทย ส่งฟรี 3 กม.แรก (เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ) ผ่านเว็บไซต์และแอปฯ Wongnai และ LINE MAN ได้ในทันที พร้อมด้วยโปรโมชั่นมากมาย นอกจากนี้ ฟีเจอร์ “Pickup (รับที่ร้าน)” ให้กดสั่งอาหารล่วงหน้าและจ่ายเงินผ่านแอปฯ แล้วแวะไปรับที่ร้านหรือ Drive Thru ก็ได้ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน ลดการสัมผัส และไม่เสียค่าบริการ รับอาหารที่ร้านกว่า 5,000 ร้านได้แล้ววันนี้ “ตลอดช่วง 2 เดือนแห่งความยากลำบากที่ผ่านมา วาระสำคัญสูงสุดของ Wongnai คือการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ฟีเจอร์ คอนเทนต์ และบริการมากมายที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อร้านอาหารทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เข้ากับคนไทยให้สู้ไปด้วยกัน ในเวลานี้ที่สถานการณ์ผ่อนคลายมากขึ้น เราก็จะยังคงยึดมั่นภารกิจในการเชื่อมต่อสิ่งดี ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ทุกคนสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติในวิถีใหม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราทุกคนก็ต้องอย่าลืมปฏิบัติตามแนวทางป้องกันอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพ และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม” ยอดกล่าวสรุป

LINE MAN Wongnai

5 Jun 2020

Self Delivery ใหม่! ให้ร้านรับ-ส่งเดลิเวอรีเอง บน Wongnai Merchant App

Wongnai เพิ่มทางเลือกให้ร้านอาหารยุคเดลิเวอรีด้วยฟีเจอร์ล่าสุด “Self Delivery (ร้านส่งเอง)” บน Wongnai Merchant App (WMA) ช่วยให้ร้านอาหารกำหนดค่าส่งและวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะสมได้เอง ไม่ว่าจะเป็น ใช้พนักงานที่ร้าน ใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยรับออร์เดอร์อัตโนมัติจากลูกค้าได้อย่างง่ายดายผ่าน LINE OA สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจ 100 ท่านแรก สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ ฟรี ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ลงทะเบียนได้ที่ Self Delivery ระบบรับ – ส่งออเดอร์เดลิเวอรีด้วยตัวเอง ผ่าน Wongnai Merchant App (WMA) “Self Delivery (ร้านส่งเอง)” ฟีเจอร์ล่าสุดบน Wongnai Merchant App (WMA) ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยคุมต้นทุนค่าส่งอาหารเดลิเวอรี เหมาะกับร้านที่อยากทำเดลิเวอรีของตัวเอง หรือมีการทำเดลิเวอรีโดยรับออร์เดอร์ผ่าน LINE OA อยู่แล้ว สะดวก ง่าย จัดการได้เอง ดังนี้ ควบคุมต้นทุนค่าส่งเดลิเวอรีได้เอง ร้านอาหารสามารถตั้งราคาค่าส่งเองได้ เช่น ใช้วิธีคิดค่าส่งราคาเดียว (Flat Rate) ในรัศมีที่กำหนด หรือส่งฟรีเมื่อลูกค้าสั่งอาหารถึงยอดขั้นต่ำ หรือเลือกคิดราคาค่าส่งตามจริงก็ได้ตามสะดวก เลือกวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะกับร้านได้ ร้านอาหารสามารถเลือกวิธีการส่งอาหารได้เอง ไม่ว่าจะเป็น ใช้พนักงานที่ร้าน หรือใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซต์ เพื่อไปส่งอาหารให้ลูกค้าก็ได้ตามสะดวก รับออร์เดอร์อัตโนมัติผ่าน LINE OA (Official Account) ได้เลย ให้ลูกค้าสั่งอาหารผ่าน LINE OA ของร้านได้ทันทีที่ปุ่ม Rich Menu ด้านล่างได้อย่างสะดวก โดยออเดอร์จะเข้ามาที่แอป Wongnai Merchant App (WMA) ทันที รับออเดอร์สะดวก โดยเจ้าของร้านไม่ต้องตอบไลน์เอง เช็คที่อยู่ของลูกค้าได้แม่นยำ หมดปัญหาพิกัดไม่ชัดเจน เพราะระบบจะแสดงที่อยู่พร้อมแผนที่ให้ตั้งแต่มีออเดอร์เข้ามา ทำให้การจัดส่งราบรื่นยิ่งขึ้น ตรวจสอบการชำระเงินและสรุปยอดขายได้ทันที เมื่อลูกค้าชำระเงินแล้ว ระบบจะแสดงหลักฐานการชำระเงินบน Wongnai Merchant App (WMA) ให้ทันที โดยไม่ต้องกลับเข้าไปดูใน LINE OA ให้ยุ่งยาก รวมถึงยังสามารถดูสรุปยอดขายรายวันได้อีกด้วย ผู้ประกอบการร้านอาหาร 100 ท่านแรก สามารถใช้ฟีเจอร์ “Self Delivery (ร้านส่งเอง)” ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ลงทะเบียนได้ที่ Self Delivery ระบบรับ – ส่งออเดอร์เดลิเวอรีด้วยตัวเอง ผ่าน Wongnai Merchant App (WMA) ดาวน์โหลด Wongnai Merchant App (WMA) แอปพลิเคชันรับออเดอร์เดลิเวอรีจาก LINE MAN ได้ทั้งระบบ iOS และ Android และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมค้นหา “Wongnai for Business” ผ่าน LINE Official Accounts หรือคลิก ที่นี่

LINE MAN Wongnai

27 May 2020

โควิด-19 ทำให้เด็กยากจนกว่า 750,000 ชีวิต ต้องอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร

วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม” การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป? การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” ความช่วยเหลือเร่งด่วน กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ ครูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน” ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

21 May 2020
1 21 22 23 24