Wongnai เพิ่มทางเลือกให้ร้านอาหารยุคเดลิเวอรีด้วยฟีเจอร์ล่าสุด “Self Delivery (ร้านส่งเอง)” บน Wongnai Merchant App (WMA) ช่วยให้ร้านอาหารกำหนดค่าส่งและวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะสมได้เอง ไม่ว่าจะเป็น ใช้พนักงานที่ร้าน ใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยรับออร์เดอร์อัตโนมัติจากลูกค้าได้อย่างง่ายดายผ่าน LINE OA สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจ 100 ท่านแรก สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ ฟรี ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ลงทะเบียนได้ที่ Self Delivery ระบบรับ – ส่งออเดอร์เดลิเวอรีด้วยตัวเอง ผ่าน Wongnai Merchant App (WMA)

“Self Delivery (ร้านส่งเอง)” ฟีเจอร์ล่าสุดบน Wongnai Merchant App (WMA) ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยคุมต้นทุนค่าส่งอาหารเดลิเวอรี เหมาะกับร้านที่อยากทำเดลิเวอรีของตัวเอง หรือมีการทำเดลิเวอรีโดยรับออร์เดอร์ผ่าน LINE OA อยู่แล้ว สะดวก ง่าย จัดการได้เอง ดังนี้

  • ควบคุมต้นทุนค่าส่งเดลิเวอรีได้เอง ร้านอาหารสามารถตั้งราคาค่าส่งเองได้ เช่น ใช้วิธีคิดค่าส่งราคาเดียว (Flat Rate) ในรัศมีที่กำหนด หรือส่งฟรีเมื่อลูกค้าสั่งอาหารถึงยอดขั้นต่ำ หรือเลือกคิดราคาค่าส่งตามจริงก็ได้ตามสะดวก
  • เลือกวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะกับร้านได้ ร้านอาหารสามารถเลือกวิธีการส่งอาหารได้เอง ไม่ว่าจะเป็น ใช้พนักงานที่ร้าน หรือใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซต์ เพื่อไปส่งอาหารให้ลูกค้าก็ได้ตามสะดวก
  • รับออร์เดอร์อัตโนมัติผ่าน LINE OA (Official Account) ได้เลย ให้ลูกค้าสั่งอาหารผ่าน LINE OA ของร้านได้ทันทีที่ปุ่ม Rich Menu ด้านล่างได้อย่างสะดวก โดยออเดอร์จะเข้ามาที่แอป Wongnai Merchant App (WMA) ทันที รับออเดอร์สะดวก โดยเจ้าของร้านไม่ต้องตอบไลน์เอง
  • เช็คที่อยู่ของลูกค้าได้แม่นยำ หมดปัญหาพิกัดไม่ชัดเจน เพราะระบบจะแสดงที่อยู่พร้อมแผนที่ให้ตั้งแต่มีออเดอร์เข้ามา ทำให้การจัดส่งราบรื่นยิ่งขึ้น
  • ตรวจสอบการชำระเงินและสรุปยอดขายได้ทันที เมื่อลูกค้าชำระเงินแล้ว ระบบจะแสดงหลักฐานการชำระเงินบน Wongnai Merchant App (WMA) ให้ทันที โดยไม่ต้องกลับเข้าไปดูใน LINE OA ให้ยุ่งยาก รวมถึงยังสามารถดูสรุปยอดขายรายวันได้อีกด้วย

ผู้ประกอบการร้านอาหาร 100 ท่านแรก สามารถใช้ฟีเจอร์ “Self Delivery (ร้านส่งเอง)” ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ลงทะเบียนได้ที่ Self Delivery ระบบรับ – ส่งออเดอร์เดลิเวอรีด้วยตัวเอง ผ่าน Wongnai Merchant App (WMA)

ดาวน์โหลด Wongnai Merchant App (WMA) แอปพลิเคชันรับออเดอร์เดลิเวอรีจาก LINE MAN ได้ทั้งระบบ iOS และ Android และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมค้นหา “Wongnai for Business” ผ่าน LINE Official Accounts หรือคลิก ที่นี่

News Release View More

Rabbit Crossing จับมือ LINE MAN รณรงค์ไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย 

Rabbit Crossing ทางกระต่าย โดยกลุ่มเพื่อนหมอกระต่าย จับมือ LINE MAN รณรงค์การใช้รถใช้ถนน ให้ไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ลดอุบัติเหตุ ผ่านการสื่อสาร 3 ข้อ ได้แก่ ชะลอความเร็ว หยุดรถให้คนข้ามถนน และอย่าแซงบริเวณทางม้าลาย พร้อมตั้งเป้าให้ไรเดอร์ร่วมสนับสนุนโครงการผ่านการติดสติกเกอร์เพื่อเตือนสติผู้ใช้ถนนเคารพกฎจราจร สร้างสังคมที่ปลอดภัย หมอเจี๊ยบ – ลลนา ก้องธรนินทร์ ตัวแทนกลุ่มเพื่อนหมอกระต่าย เปิดเผยถึงความร่วมมือกับ LINE MAN ว่า “หลังจากที่หมอกระต่ายประสบอุบัติเหตุขณะข้ามทางม้าลายและเป็นข่าวดังเมื่อหลายเดือนก่อน พวกเรากลุ่มเพื่อนหมอกระต่ายได้ร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ในเรื่องการขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนนกับหลายหน่วยงาน ซึ่ง LINE MAN ถือเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีรายแรกที่ให้การตอบรับเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ เพื่อให้ไรเดอร์ของ LINE MAN ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจทุกการเดินทางบนท้องถนน ลดอุบัติเหตุตามจุดสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะทางม้าลาย และร่วมกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางทีม Rabbit Crossing ได้ทำเพลงเพื่อรณรงค์ทางม้าลายปลอดภัยขึ้นมา 2 เพลง ชื่อเพลงนิทานของม้าลายที่มีเนื้อหาความล้มเหลวของทางม้าลายในการทำหน้าที่ปกป้องคนเดินถนนให้ปลอดภัย และเพลงแตะเบรคที่กระตุ้นให้ผู้ขับขี่เข้าใจหน้าที่ของตนในฐานะคนขับให้ขับอย่างปลอดภัย โดยทั้งสองเพลงจะเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook และ Instagram ของทีม Rabbit Crossing ในเดือนมิถุนายนนี้” ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มีไรเดอร์จำนวนมากบนท้องถนนโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่ ซึ่งเราตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ของไรเดอร์ ดังนั้นความร่วมมือกับทีม Rabbit Crossing ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้ามาช่วยกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่ไรเดอร์ให้หยุดรถทางม้าลายทุกครั้ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อคนเดินถนน โดยเฉพาะคนเดินถนนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากที่สุด โดยตั้งใจสื่อสารไปยังไรเดอร์ 3 ข้อ ได้แก่ 1) ชะลอความเร็วก่อนถึงทางม้าลาย 2) หยุดให้คนเดินข้ามทางม้าทุกครั้ง และ 3) อย่าขี่รถแซงบริเวณทางม้าลาย ผ่านวิดีโอที่จะเผยแพร่บนช่องทางสื่อสารกับไรเดอร์โดยตรง” “นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการผลิตสติกเกอร์ ‘จอดให้ข้ามที่ทางม้าลาย’ โดยตั้งเป้าแจกให้กับไรเดอร์กว่า 1 หมื่นคนโดยเริ่มจากในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เป็นเครื่องหมายเตือนสติแก่ไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นและเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนนที่พบเห็นสติกเกอร์โครงการบนกระเป๋า LINE MAN ไปพร้อมๆ กัน เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบริเวณจุดข้ามถนนทางม้าลาย และเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนเคารพกฎจราจร” ดร.มาลียา กล่าวทิ้งท้าย

LINE MAN Wongnai

30 May 2022

CTO ของ LINE MAN Wongnai กางแผนดึง Tech Talent ลุยสร้างบริการ Made in Thailand ย้ำภาพบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในไทย 

LINE MAN Wongnai เดินหน้าขยายทีมเทคโนโลยีเต็มขั้นหลังประกาศระดมทุนซีรี่ส์บีดันมูลค่าบริษัททะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เล็งเพิ่มจำนวนทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกปี 66 เพื่อสร้างบริการ Made in Thailand ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศ  คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันบริษัทกลายเป็นยูนิคอร์นได้สำเร็จ ได้เล่าแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นถัดไป ดังนี้  เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับชาติ คือทีมงานเทคโนโลยีระดับหัวกะทิกว่า 350 คน    LINE MAN Wongnai คือแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานคนไทย 10 ล้านคนใช้งานทุกวัน และมีความถี่ในการใช้งานวันละหลายครั้ง ภายในอีโคซิสเต็มของ LINE MAN Wongnai ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ใช้งาน, ร้านค้า และไรเดอร์ จำเป็นต้องใช้ทีมเทคโนโลยีมากกว่า 350 คน พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แต่ละส่วนมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันมาก แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องให้คนไทยทุกคนใช้งานได้ง่าย โครงสร้างทีมเทคโนโลยีแบ่งเป็น 3 ทีมใหญ่ๆ ได้แก่ ทีม Engineering, ทีม Product และทีม Data ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นทั้ง 1) ผู้ใช้มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านบริการออนดีมานด์ 2) ร้านค้าพันธมิตรสามารถสร้างยอดขายออนไลน์และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจได้ดี และ 3) ไรเดอร์สามารถสร้างอาชีพและรายได้บนแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน เข้าถึง-เข้าใจ-รวดเร็ว จุดแข็งของบริษัทเทคโนโลยีที่มี HQ และทีมงานในไทย “ทีมงานเทคโนโลยีที่ LINE MAN Wongnai กว่า 90% เป็นคนไทย การมีทีมวิศวกรไทยที่นั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ (Headquarter) ในประเทศไทย ทำให้ปรับตัวกับทุกสถานการณ์ได้รวดเร็ว รู้ลึกรู้จริงในความต้องการของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์คนไทยได้อย่างแท้จริง ทุกคนทำงานโดยยึดหลัก Core Values ขององค์กร คือ Innovate Faster สร้างนวัตกรรมและทำให้เร็ว Go Deeper ทำงานลงลึกใกล้ชิดผู้ใช้งาน Respect Everyone ทำงานโดยเคารพทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”  หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำงานของทีมเทคโนโลยีที่สะท้อน Core Values ได้อย่างครบถ้วน คือ การเชื่อมระบบโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เข้ากับบริการส่งอาหารของ LINE MAN ที่สามารถพัฒนาให้สำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ และได้เสียงตอบรับจากร้านอาหารว่าใช้งานง่าย ส่งผลให้มีจำนวนร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 กับ LINE MAN มากถึง 75% จากร้านคนละครึ่งที่ลงทะเบียนขายเดลิเวอรีทั้งหมด นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai เริ่มเปิดออฟฟิศสำหรับทีมเทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้มีพนักงานราว 20 คนที่ทำงานร่วมกับทีมงานที่กรุงเทพฯ และสร้างบริการที่มีคนใช้ทั้งประเทศ โดยพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดใดก็ได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการเท่าเทียมกัน “แม้ว่าเราเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับโลก ดังนั้นเราจึงเริ่มดึงชาวต่างชาติมีประสบการณ์การทำงานกับแพลตฟอร์มระดับโลกมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ จีน หรืออินเดีย  เพื่อนำ Know-how มาปรับใช้และพร้อมสำหรับสเกลอัพในอนาคต โดยทีมงานชาวต่างชาติสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ มีทั้งเลือกอยู่ที่ประเทศเดิมและย้ายมาทำงานในไทย” คุณภัทราวุธ กล่าวเสริม  ปี 66 ขยายทีมเทคเพิ่มขึ้นเป็น 450 คน ด้วยงานที่ท้าทายเทียบชั้นแพลตฟอร์มระดับโลก คุณภัทราวุธยังเล่าว่า หลังการระดมทุนซีรี่ส์บีในปี 65 ตั้งเป้าขยายทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกของปี 66 และเพิ่มสัดส่วนพนักงานระดับอาวุโส (Senior) อีกจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของแพลตฟอร์มที่จะขยายพื้นที่บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้ลึกยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ อีกมากมายในรูปแบบ E-commerce Platform for Services โดยมีกลยุทธ์ดึงดูด-รักษา-พัฒนาทีมงานเทค ตั้งแต่กระบวนการค้นหาคนที่ใช่อย่างเข้มข้น เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างทีมงาน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ท้าทาย ให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล มีสวัสดิการที่สนับสนุนการใช้ชีวิตหลากหลาย และเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดัน Developer Community ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อพัฒนาชุมชนนักพัฒนาในไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย เพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีชาวไทยที่ทำงานอยู่ทั่วโลก ให้สามารถกลับมาพัฒนาแพลตฟอร์มไทยที่มีเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวใช้งานจริงๆ ในทุกวัน รับรองว่าบรรยากาศการทำงานที่ LINE MAN Wongnai เต็มไปด้วยงานที่ท้าทาย และสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มระดับโลก” คุณภัทราวุธ ปิดท้าย 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022

LINE MAN จับตาเทรนด์ “ชาไทย Specialty” ร้านเปิดใหม่โต 205% ใน 3 ปีก้าวสู่สนามเครื่องดื่ม Specialty เต็มตัว

LINE MAN เปิดเทรนด์ “ชาไทย Specialty” มาแรงในรอบ 3 ปีหลัง มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 205% ฝั่งผู้บริโภคแห่ดื่มชาไทยคุณภาพที่สามารถเลือก กลิ่น-รส แหล่งที่ปลูกได้ ยอดสั่งเติบโต 81% ทะลุ 4 แสนแก้วในปี 2024 แนวโน้มการเติบโตของชาไทย Specialty มีจุดเริ่มต้นในปี 2022 ที่อุตสาหกรรมชาขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านคุณภาพของใบชา ความหลากหลายของแหล่งปลูก และกำลังการผลิต ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดค้าชาใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก* ชาไทยเป็นที่ต้องการสูงจากทั้งในไทยและทั่วโลก พันธุ์ชาที่นิยมปลูกในไทยได้แก่ ชาจีน (Chinese Tea) และชาอัสสัม (Assam Tea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของชาไทยสีส้มที่พวกเราคุ้นเคย แล้วถูกพัฒนามาเป็นเมนู “ชาไทย Specialty” ที่สามารถเลือกรสชาติและกลิ่นหอมได้ เหมือนกับเมนูกาแฟ Specialty คุณแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล เจ้าของร้าน KHIRI Thai Tea หนึ่งในร้านชาไทย Specialty ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุดบน LINE MAN เล่าว่าชาไทยอยู่คู่คนไทยมานาน แต่ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงหลังที่หันมาบริโภคเครื่องดื่ม Specialty จากตลาดกาแฟ Specialty ทำให้เกิดตลาดชาไทย “Specialty” ขึ้นตามมา รูปแบบของชาไทย Specialty เชื่อมโยงทุกกระบวนการพัฒนาชาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ใบชาจากเกษตรกรไทย พัฒนาโดยคนไทย และถ่ายทอดเป็นเมนูที่สะท้อนรสชาติแท้ของชาไทย ปัจจุบัน ร้านชาไทยทั่วประเทศเริ่มคัดสรรใบชาคุณภาพจากแหล่งปลูกหลากหลายทั่วไทย ซึ่งมี Taste Notes เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ชาเชียงรายให้กลิ่นอายดอกไม้และเบอร์รี่ ชาแม่ฮ่องสอนมีโน้ตของส้มและเนยสด ชาปัตตานีมีกลิ่นหอมของเนยถั่วและลูกสน นอกจากนี้ กระแส “ชาไทยลิซ่า” เมนู Thai up the World by Lisa ที่สร้างสรรค์โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ร่วมกับ Erewhon ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูในอเมริกา ผู้บริโภคกระแสหลักจึงสนใจเมนูชาไทยพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้ร้านดังอย่าง KHIRI Thai Tea, Unicorn Signature, C PROM และร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศเพิ่มเมนู “ชาไทยลิซ่า” ตามมา เดลิเวอรีหนุนตลาดชาไทย Specialty โตแรงทั่วประเทศจากฐานข้อมูลของ LINE MAN พบแนวโน้มการเติบโตที่สำคัญของเมนูชาไทย Specialty อย่างชัดเจน ในระหว่างปี 2022-2024 ดังนี้ กราฟแสดงการเติบโตของยอดสั่งชาไทย Specialty บน LINE MAN ระหว่าง ปี 2020-2024 คุณแพร กล่าวเสริมว่า ถ้าเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชาไทยได้ดี และมีปัจจัยสนับสนุน เช่น การพัฒนาเมนูใหม่ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น หรือการผลักดันจากแบรนด์ใหญ่ โอกาสที่ชาไทย Specialty จะแมสใกล้เคียงกับกาแฟ Specialty อาจเกิดได้เร็วขึ้นทั้งในไทยและระดับโลก ในภาพใหญ่ของตลาดเครื่องดื่ม Specialty ทั้งหมด กาแฟ Specialty ยังเป็นผู้นำตลาดในแง่จำนวน ส่วนตลาดชาไทย Specialty กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเทียบอัตราการเติบโตในช่วง 3 ปีล่าสุด (2022-2024) จากฐานข้อมูล LINE MAN พบว่า ยอดสั่งชาไทย Specialty โตขึ้นกว่า 3.3 เท่า เทียบกับกาแฟ Specialty ที่เติบโต 2.7 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ร่วมสนับสนุนชาไทยไปตลาดโลก ผ่านการสั่งเมนูชาไทย Specialty จากร้านชา Specialty กว่า 500 ร้านบน LINE MAN *อ้างอิงข้อมูลจากสถิติการประเมินยอดขายชาโดยสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 7 ก.ค. 2023**ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปี 2022 และ ปี 2024 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

25 Feb 2025

LINE MAN Wongnai partners with TAT launch “Food Culture Awakening Old Districts”

LINE MAN Wongnai is investing 80 million THB to launch “Food Culture Awakening Old Districts” campaign in collaboration with the Tourism Authority of Thailand (TAT).  This campaign aims to invigorate the local economy in Bangkok’s historic districts, including Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng.  The campaign seeks to revitalize these old districts, offering a unique food tourism experience for both Thai and international tourists, starting from now until October 31, 2024. Mr. Yod Chinsupakul, CEO LINE MAN Wongnai stated “Partnering with TAT combines the expertise from both of our parties which are tourism and food.  The campaign focuses on elevating secondary tourist areas like Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng to have the same potential as internationally renowned tourist spots like Yaowarat.  We aim to revitalize these historic neighborhoods. Additionally, we are collaborating with local restaurant operators, which we believe will help stimulate the local economy, to blend food, arts, cultures, and lifestyle experiences together.  We’re also offering discount codes for LINE MAN RIDE to ensure convenient and safe travel for visitors, allowing them to fully experience the atmosphere.” “LINE MAN Wongnai x TAT Food Culture Awakening Old Districts” under the concept of ‘Day-to-night Foodmaster Journey’, aims to revitalize Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng.  Visitors can enjoy the Cafe Art Collaboration by Tum Ulit, as well as ‘The Food Culture Journey by Awakening’ the light and digital art festival.  There will also be live performances from renowned artists, along with weekend workshops throughout September. While Ms. Thapanee Kiatphaibool, Governor of the Tourism Authority of Thailand (TAT) expressed “We are delighted to partner with LINE MAN Wongnai on this campaign. It marks a significant step in elevating food tourism through an on-demand platform that excels in restaurant services, including food delivery and ride-hailing.  This collaboration aims to attract both domestic and international tourists to experience the diverse food culture of Thailand while boosting the local economy.  It also provides a platform for restaurants in old districts and other areas to gain recognition, further promoting Thai cuisine as a Soft Power on the global stage.” For Art Enthusiasts: Don’t Miss Tum Ulit’s Cafe Art Collaboration.  LINE MAN Wongnai teams up with ‘Tum Ulit’, the famous artist who brings the unique beauty of old district architecture to life.  His works will be displayed in Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng, blending modern perspectives into these historic areas. For Workshops’ Lovers: Join the activities throughout September. There are plenty of workshops happening on every weekend varying from painting, kneading Chinese buns, making the crispy jellies, and molding upcycled keychains.  For further information, please visit https://www.facebook.com/linemanth/. For Celebrities Aficionados: Bring back the fun vibes. On every Saturday in September, famous artists and celebrities, including Off Jumpol and Landokmai (September 14), Winnie Thanawin, Stang Kittiphop, and Scrubb (September 21), will burst out the live session and mini-concerts from 6:00 PM to 8:30 PM. ‘The Food Culture Journey by Awakening’ is here to revive the old districts. Song Wat and Talat Noi districts will come alive with stunning light displays. Explore the districts, rediscover their charm, and experience these Bangkok’s old neighborhoods. Experience lifestyle and food tourism through the “LINE MAN Wongnai x TAT Food Culture Awakening Old Districts” campaign in Song Wat, Talat Noi, and Nang Loeng, from now until October 31, 2024.  For press inquiries, please contact LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected]

LINE MAN Wongnai

13 Sep 2024