วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม”

การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป?

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ความช่วยเหลือเร่งด่วน

กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ

กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง

รูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ

จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

เด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่  โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ

สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน”

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง

ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย

ปัญหาขาดแคลนอาหารจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

News Release View More

วาเลนไทน์ลดทั้งแอปฯ LINE MAN MART ร่วมเป็นสื่อรัก ส่งของขวัญ-ดอกไม้ พร้อมแปลงโฉมกล่องสีชมพูสุดใจฟู

วาเลนไทน์นี้ LINE MAN MART ช่วยบอกเลิฟ เสิร์ฟความรักถึงหน้าบ้าน ต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก ส่งความสุขให้คนไทยกับบริการเดลิเวอรีทันใจให้ผู้รับใจฟู พร้อมสร้างโมเมนต์สุดพิเศษ เปลี่ยนโฉมกล่องส่งของไรเดอร์ สร้างปรากฏการณ์ชมพูทั่วกรุงฯ​ และอัดแน่นโปรโมชันสุดคุ้มลดทั้งแอปฯ​ สูงสุด 100 บาท*  เทศกาลวาเลนไทน์ปี 2567 นี้ LINE MAN MART ไม่พลาดที่จะขอเป็นตัวช่วยเติมเต็มทุกช่วงโมเมนต์สำคัญของคนไทย ซัพพอร์ตช่วงเวลาพิเศษกับทุกคู่รักและทุกคน ให้ทุกออเดอร์แทนคำบอกรัก ผ่านการสั่งสินค้าบน LINE MAN MART จากมากกว่า 50,000 ร้านค้า ตั้งแต่ร้านค้าดัง ได้แก่ Tops, Tops daily, Gourmet Market, OfficeMate, B2S, HomePro และ BigC Hyper ไปจนถึงร้านดอกไม้ใกล้บ้านอีกมากมาย จะอยู่ใกล้-ไกลกันแค่ไหนก็ส่งของแทนใจให้กับคนที่คุณรักได้ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้เติมเต็มความรัก เติมความหวานด้วยช็อกโกแลต ส่งความรักความห่วงใยด้วยเซตของขวัญสกินแคร์ และสินค้าอีกมากมาย สั่งง่าย ๆ ส่งไวทันใจกับ LINE MAN MART   นอกจากนี้ LINE MAN MART ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ เปลี่ยนโฉมกล่องไรเดอร์ สร้างปรากฏการณ์ไรเดอร์สีชมพูทั่วกรุงเทพฯ รับ-ส่ง ความรักตลอด 24 ชั่วโมง ให้ผู้รับใจฟูตลอดช่วงเทศกาลแห่งความรัก พร้อมมอบโปรโมชันสุดคุ้มลดทั้งแอปฯ “บอกเลิฟ เสิร์ฟโปรคุ้ม” ลดสูงสุด 100 บาท* เพียงใส่โค้ด “LOVE100” (เมื่อสั่งขั้นต่ำ 800 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 17 กุมภาพันธ์ 2567  *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

12 Feb 2024

LINE MAN MART ผนึก Watsons ยกระดับสุขภาพและความงาม ส่งตรงถึงบ้าน พร้อมโปรพิเศษเฉพาะบนแอป

LINE MAN MART เดินหน้าขยายบริการหมวดสินค้า Health & Beauty จับมือ Watsons ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย ให้ผู้ใช้ได้ชอปสินค้าบิวตี้บน LINE MAN MART ได้แล้ววันนี้   ด้วยประสบการณ์ชอปปิงที่สะดวก เร็ว และคุ้มในคลิกเดียว พร้อมมอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 100 บาท และบริการส่งฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2569 คุณสุธาวัลย์ ประสงค์ดี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจุบันสินค้ากลุ่ม Health & Beauty เป็นหนึ่งในหมวดสินค้าที่เติบโตเร็วที่สุดบนแพลตฟอร์มโดยมียอดซื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2024 50% เป็นวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้ทันที LINE MAN MART จึงเดินหน้าขยายบริการหมวดในหมวด Health & Beauty โดยจับมือกับ Watsons ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศ เพื่อยกระดับประสบการณ์ชอปปิงออนไลน์ให้ครบครัน ตอบโจทย์ผู้บริโภค ด้วยจุดแข็งการให้บริการของ LINE MAN MART และสินค้าคุณภาพจาก Watsons ลูกค้าทั่วประเทศสามารถสั่งซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามผ่านแอปได้สะดวก รวดเร็ว พร้อมรับโปรโมชันพิเศษและบริการส่งฟรีในพื้นที่ที่กำหนด” ด้าน คุณอิศราวดี มีป้อม  Customer Controller วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำร้านค้าปลีกด้านเพื่อสุขภาพและความงามของไทย เรามุ่งพัฒนาประสบการณ์การชอปปิงให้ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและความคุ้มค่า ซึ่งความร่วมมือกับ LINE MAN MART ครั้งนี้ ช่วยให้เราขยายการเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านเครือข่ายสาขาที่ให้บริการกว่า 220 สาขา ในหลากหลายพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองหลัก พร้อมส่งมอบสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ครบทุกหมวด ตั้งแต่สกินแคร์ เมคอัพ ไปจนถึงสินค้าสุขภาพ ผ่านบริการจัดส่งถึงบ้านที่สะดวก เพื่อให้การดูแลสุขภาพและความงามเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัว และเข้าถึงได้มากกว่าที่เคย” ผู้ใช้สามารถสั่งสินค้าจากร้าน Watsons บน LINE MAN MART ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับสิทธิเศษสุดคุ้มค่า รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 80 บาท เมื่อใช้โค้ด “WATSONS80” พร้อมบริการส่งฟรีในพื้นที่ที่กำหนด และสำหรับผู้ใช้ใหม่รับส่วนลด 50% สูงสุดถึง 150 บาท เพียงใส่โค้ด “NEWMART” และยังสามารถติดตามส่วนลดพิเศษอื่น ๆ อีกมากมายช่วงโปรโมชันได้บนแอป LINE MAN  ความร่วมมือระหว่าง LINE MAN MART และ Watsons เป็นการผสานจุดแข็งของสองผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับประสบการณ์การชอปปิงสินค้า Health & Beauty ให้ครบวงจร สะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่ากว่าที่เคย ตอกย้ำบทบาทของ LINE MAN MART ในการขับเคลื่อนตลาด Quick Commerce ไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

17 Feb 2026

ประกาศแล้ว! LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2022

รางวัลสุดยอดร้านอาหารที่คัดโดยคนไทย LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2022   การันตีคุณภาพและมาตรฐานแห่งการกิน LINE MAN Wongnai เผยสุดยอด 540 ร้านอาหารทั่วไทยที่ผ่านการคัดเลือกจากรีวิว เรตติ้ง และยอดออร์เดอร์จากผู้ใช้ LINE MAN และ Wongnai กว่า 21 ล้านคน สำหรับ LINE MAN Wongnai            Users’ Choice 2022 รางวัลเพื่อร้านอาหารที่ครอบคลุมร้านทุกรูปแบบตั้งแต่สตรีทฟู้ด เดลิเวอรี ไปจนถึง ไฟน์ไดน์นิง ตอบโจทย์พฤติกรรมนักกินของคนไทยที่หลากหลาย ซึ่งในปีนี้กลับมาในธีม “กินชนะคัดแล้ว ทั่วไทย” กับรางวัล ในสาขา Top Delivery (ที่สุดของร้านอาหารเดลิเวอรี) และรางวัล Top Dine-in (ที่สุดของร้าน ที่มอบประสบการณ์การกิน) รวมถึงเปิดตัวสัญลักษณ์ใหม่ “เวรี่กู๊ด” สัญลักษณ์แห่งการการันตี ร้านขายดี ที่มีการบริการยอดเยี่ยม  เปิดโผสุดยอด 40 ร้านอาหารจากรางวัล Top Delivery และ Top Dine-in ที่คัดแล้วจากคนไทยทั่วประเทศ LINE MAN Wongnai Users’ Choice Top Delivery กับ 20 รางวัล “ที่สุด” ของร้านอาหารเดลิเวอรี การันตีด้วย ยอดออร์เดอร์ในปี 2021 ผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN ในฐานะร้านอาหารที่มียอดขายสูงที่สุดในแต่ละประเภท ร้านอาหาร ได้แก่ LINE MAN Wongnai Users’ Choice Top Dine-in กับ 20 รางวัล “ที่สุด” ของร้านอาหารที่มอบประสบการณ์ การกิน การันตีจากรีวิว และเรตติ้งที่ทำคะแนนดีที่สุดในปี 2021 ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai ในฐานะร้านอาหารที่ดีที่สุด ในแต่ละประเภทร้านอาหาร ได้แก่ 540 ร้าน LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2022 ที่ได้รับการคัดเลือกจากนักกินคนไทย ผ่านการรีวิว เรตติ้ง และยอดออร์เดอร์จากผู้ใช้ LINE MAN และ Wongnai กว่า 21 ล้านคน พร้อมด้วยเกณฑ์การตัดสินที่มีมาตรฐาน ได้แก่  คัดเลือกจากจำนวนรีวิว เรตติ้ง และยอดออร์เดอร์ที่ดีที่สุดในปี 2021 ค่าเฉลี่ยคะแนนรีวิว เรตติ้งมากกว่า 4.0 ครอบคลุมหลากหลายประเภทอาหารและระดับราคา สำหรับร้านสาขา พิจารณาโดย 80% ของทุกสาขาต้องผ่านเงื่อนไขข้างต้น ทีมบรรณาธิการจะคัดเลือกร้านที่เข้าเกณฑ์ข้างต้นอีกครั้งหนึ่ง โดยดูทั้งความหลากหลายของประเภทร้าน ราคา พิกัด และพัฒนาการของร้านในปีที่ผ่านมา  พร้อมกันนี้ ยังได้มีการประกาศเปิดตัวสัญลักษณ์สีทอง “เวรี่กู๊ด’ มอบให้ร้านที่ขายดี มีการจัดการร้านยอดเยี่ยม และให้การบริการที่ดีแก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในการเลือกร้านอาหารได้ อย่างมั่นใจ   ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เผยว่า “การประกาศรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2022 ให้แก่ 540 ร้านในปีนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคนไทย ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เรายังเห็นถึงความมุ่งมั่นของร้านอาหาร ที่ต้องปรับตัว และการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการให้บริการเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับรางวัล        LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2022 รวมถึงสัญลักษณ์ “เวรี่กู๊ด” นับว่าเป็นการสนับสนุนบรรดาร้านอาหารให้รักษา มาตรฐาน และเดินหน้าพัฒนาคุณภาพและการให้บริการต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งแม้จะเจอวิกฤติ นี่คือความภาคภูมิใจ ของวงการร้านอาหารและคนไทยทุกคน”LINE MAN Wongnai ยังคงตั้งใจเป็นตัวกลางระหว่างเหล่านักกินและร้านอาหารทั่วประเทศไทย โดยการมอบ รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2022 ให้กับเหล่าร้านอาหาร เพื่อเป็นเครื่องการันตีถึงการรักษาคุณภาพ และมาตรฐานของร้านอาหาร และนอกจากนี้ LINE MAN Wongnai User’s Choice 2022 จะเป็นคู่มือหาร้านอาหาร ให้กับคนไทย ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนในประเทศไทย ก็สามารถตามไปลิ้มลองรสชาติทั้ง 540 ร้าน ที่ผ่านการตัดสินจากคนไทย ทั่วประเทศได้ที่ https://www.wongnai.com/users-choice?regions=9681

LINE MAN Wongnai

2 Mar 2022

LINE MAN Wongnai รวมพลังพนักงาน-ไรเดอร์ทั่วไทย บริจาคโลหิต เนื่องในวันกาชาดสากล

LINE MAN Wongnai สานต่อแคมเปญ “LINE MAN Wongnai Blood for All” ที่จัดมาอย่างต่อเนื่อง โดย คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai รวมพลพนักงานและเหล่าไรเดอร์จากทั่วประเทศ ร่วมแคมเปญทำดีบริจาคโลหิต เนื่องในวันกาชาดสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 8 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมเล็งเห็นถึงความสำคัญของโลหิตสำรองและปลูกฝังจิตสำนึกการเป็นผู้ให้ สู้วิกฤตความต้องการโลหิตสำรองที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมี คุณสินีนาฏ อุทา ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการบริการโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบโลหิตบริจาครวมกว่า 20,000 มิลลิลิตร นำเข้าคลังโลหิตสำรองเตรียมนำไปส่งต่อให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความต้องการโลหิตได้ทันที ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

LINE MAN Wongnai

7 May 2024