วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม”

การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป?

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ความช่วยเหลือเร่งด่วน

กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ

กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง

รูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ

จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

เด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่  โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ

สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน”

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง

ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย

ปัญหาขาดแคลนอาหารจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

News Release View More

LINE MAN ยอดพุ่งสัปดาห์เดียว 20% ครองแชมป์ร้านคนละครึ่งเยอะที่สุด!

LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรีพุ่ง 20% ในสัปดาห์เดียวครองแชมป์ร้านคนละครึ่งเยอะที่สุด 42,000 ร้านทั่วไทย คนละครึ่งเดลิเวอรีคึกคัก LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรีพุ่ง 20% ในสัปดาห์แรกที่เข้าโครงการคนละครึ่ง (4-10 ต.ค.) โดยมีร้านอาหารเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN มากกว่า 42,000 ร้าน ครองแชมป์ร้านเยอะสุดทั่วไทย ด้านร้านอาหารรายงานยอดขายคนละครึ่งบน LINE MAN สัปดาห์แรกโตเฉลี่ย 80% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “หลังจากโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เริ่มใช้สิทธิ์ผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ยอดออร์เดอร์เดลิเวอรีบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นถึง 20% ภายในสัปดาห์เดียว (4-10 ต.ค.) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงสั่งเดลิเวอรีต่อเนื่องแม้จะเริ่มคลายล็อกดาวน์” นอกจากนี้ ภายใน 1 สัปดาห์นับตั้งแต่เปิดให้ร้านสมัครคนละครึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา มีร้านอาหารเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN รวมกว่า 42,000 ร้านทั่วประเทศ จากจำนวนร้านอาหารทั้งหมดกว่า 54,000 ร้านที่สมัครขายคนละครึ่งกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีตามรายงานของกระทรวงการคลัง จึงทำให้ LINE MAN ครองแชมป์ร้านคนละครึ่งมากที่สุด ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการคนละครึ่งครอบคลุมพื้นที่ให้บริการของ LINE MAN ทั้ง 68 จังหวัดทั่วไทย (ในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดให้บริการครบทั้ง 77 จังหวัด) ในจำนวนนี้มี 29 จังหวัดที่มี LINE MAN เป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเพียงเจ้าเดียวที่รองรับการใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ได้แก่ ภาคกลาง ได้แก่ นครนายก, สมุทรสงคราม, ฉะเชิงเทรา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, อุทัยธานี, ชัยนาท, สุโขทัย, พิจิตรภาคเหนือ ได้แก่ เพชรบูรณ์, แม่ฮ่องสอนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส, สตูล, พัทลุง, ปัตตานี, ระนอง, กระบี่, พังงาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บึงกาฬ, อำนาจเจริญ, หนองบัวลำภู, ยโสธร, มุกดาหาร, ศรีสะเกษ, เลย, สกลนครภาคตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว, ตราด, ปราจีนบุรี ด้านร้านอาหารรายงานยอดขายคนละครึ่งบน LINE MAN ในสัปดาห์แรก (4-10 ต.ค.) เติบโตเฉลี่ย 80% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า คุณอนันทศักดิ์ เอี้ยงทอง เจ้าของร้านเจ๊นิวตำซาดิสต์ รายงานยอดขายหลังจากเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับ LINE MAN มียอดออร์เดอร์โตขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ในขณะเดียวกันระบบคนละครึ่งบน LINE MAN ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งระบบการจัดการออร์เดอร์ที่ดีทั้งร้านค้าและไรเดอร์ ทำให้มีอัตราสำเร็จของการส่งออร์เดอร์สูงมากช่วยให้ร้านสามารถบริหารจัดการหน้าร้านได้ง่าย และไรเดอร์ไม่พ่วงออร์เดอร์ทำให้ส่งอาหารถึงมือผู้บริโภคได้รวดเร็วในช่วงมื้ออาหารที่มียอดสั่งสูง คุณนงนุช นามวงษ์ เจ้าของร้านหนึ่งปูม้าทะเลเผา ที่แม้ว่าคลายล็อกดาวน์แล้วแต่ร้านยังไม่พร้อมเปิดให้นั่งทานในร้าน จึงต้องเน้นขายผ่านเดลิเวอรีเพียงช่องทางเดียว ซึ่งหลังจากเริ่มคนละครึ่งเฟส 3 ก็ช่วยดึงยอดขายกลับมาเติบโตได้อีกครั้งถึง 30% โดยมีสัดส่วนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็นผลกระตุ้นจากโครงการคนละครึ่งที่มีแคมเปญโปรโมชันลดค่าอาหารเพิ่มเติมและค่าส่งเริ่มต้น 0 บาทจาก LINE MAN ในขณะที่คุณษมาพร จิรชัยธร เจ้าของร้านข้าวมันไก่ก่วงเฮงประตูน้ำ เล่าถึงผลกระทบของร้านข้าวมันไก่ที่ถือว่าเป็น เมนูอาหารพื้นฐานที่คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ก็ยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้จ่ายรัดกุมมากยิ่งขึ้น เลือกกินเลือกใช้เท่าที่จำเป็นมากที่สุด ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมาที่สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งผ่าน LINE MAN ได้ทำให้เราเห็นยอดขายโตขึ้นกว่า 50% สะท้อนให้เห็นว่าโครงการคนละครึ่งสามารถช่วยให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นวงจรยาวทั้ง คนซื้อ คนขาย ไรเดอร์ ไปจนถึงคนส่งของ แม่ค้าในตลาด หรือเกษตรกร ถ้าเป็นไปได้จึงอยากให้ภาครัฐสานต่อโครงการคนละครึ่งต่อเนื่องในปีหน้า อย่างน้อยที่สุดควรช่วยลดภาระของปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างการกิน ถ้ามีกินจะได้มีแรงทำงานเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจต่อไป

LINE MAN Wongnai

12 Oct 2021

LINE MAN จับมือ “โคคา-โคล่า” ชวนท้าดวล “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม” ลุ้นรับส่วนลดสุดปัง

LINE MAN ตอกย้ำความสำเร็จร่วมมือกับ “โคคา-โคล่า” เดินหน้าสร้างประสบการณ์การใช้แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีในรูปแบบ Gamification อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งแคมเปญ “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม” ชวนผู้ใช้สนุกกับเกมสุดพิเศษลุ้นรับโค้ดส่วนลดอาหารสูงสุด 50 บาท และเมนูพิเศษกับร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 13 สิงหาคมนี้  “โคคา-โคล่า” ผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทย และ LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทยต่อยอดความร่วมมือสร้างสรรค์แคมเปญที่ให้ผู้ใช้ได้ทั้งอิ่มอร่อยและเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ใหม่ผ่านกลยุทธ์ Gamification Marketing อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้สร้างความสำเร็จในโปรแกรมความร่วมมือกับ “โค้ก” อย่างล้นหลาม ล่าสุดส่งแคมเปญ  “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม” ซึ่งเป็นการสานต่อความสำเร็จระหว่าง LINE MAN และ “โคคา-โคล่า” เพื่อสร้างปรากฎการณ์ความสนุกคู่ความอร่อยกับมื้ออาหารที่หลากหลาย ชวนผู้ใช้มามีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์ “โค้ก” ผ่านความพิเศษของแคมเปญในเกม “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม” ที่ได้นำ Flappy bird เกมนกชวนโชว์ทักษะการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง เพื่อลุ้นรับโค้ดส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 50 บาท และเมนูพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ อาทิ Burger King, Texas Chicken, The pizza company, McDonald’s และ Bonchon  ผู้ใช้สามารถร่วมสนุกกับเกม “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม”ได้ทุกวัน ล่ารางวัลได้ทุกมื้อ บนแอปพลิเคชัน LINE MAN  ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2566 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา LINE MAN และ “โคคา-โคล่า” มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้ เพื่อตอบโจทย์ให้กับคนไทยในทุกมิติ ซึ่งนอกจากเป็นการเติมเต็มประสบการณ์มื้ออาหารสุดพิเศษแล้วยังเป็นการสานต่อความสำเร็จที่ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดีอีกด้วย

LINE MAN Wongnai

2 Aug 2023

LINE MAN Wongnai Grows Tech Diversity Effort with Spectrum Tech Camp Year 2 for Highschoolers Nationwide

LINE MAN Wongnai, in collaboration with The Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPST), recently hosted its second “Spectrum Tech Camp 2025.” Themed “Tech is for Everyone,” the camp aims to showcase diversity in the tech industry beyond gender and provide high school students from all academic backgrounds nationwide with future-ready skills from industry professionals, addressing Thailand’s tech talent shortage. As part of Pride Month, the Spectrum Tech Camp 2025 marks the first time the program is open to the public nationwide with completely free of charge—hosted at LINE MAN Wongnai headquarter in Bangkok. It drew over 1,000 applicants from across Thailand, with 60 students selected from a wide range of backgrounds: different genders, academic tracks, religions, school types both public and private, and from schools across provincial Thailand. This diversity underscores that a passion for tech isn’t limited to men or STEM students. With the right opportunities, it can come from anyone. Isriya Paireepairit, VP of Public Affairs at LINE MAN Wongnai, highlighted that “The global tech industry continues to face significant diversity gaps across gender, age, and background. Women and LGBTQ+ professionals make up less than 30%1 of the workforce and remain underrepresented in leadership roles especially in fields like AI and software engineering. At the same time, Thailand is experiencing a severe tech talent shortage, with over 179,000 open positions but just 9,358 applicants2. The solution lies at the intersection that we need a bigger, more diverse talent pool. That’s where Spectrum Tech Camp comes in for sparking interest and building real-world tech skills among students from all academic backgrounds, whether they’re in STEM, the arts, or other fields. We believe diversity in tech goes beyond gender, it’s also about different perspectives, skills, and backgrounds — all essential for building technology that works for everyone.” The camp gives students the chance to tackle real-world challenges from the LINE MAN app, which serves over 10 million users daily. By working closely with mentors from LINE MAN Wongnai, participants gain firsthand experience and insights into the company’s work culture, something rarely found in traditional classrooms or coding courses. They also hear directly from Pattrawoot Suesatayasilp, CTO of LINE MAN Wongnai and co-founder of Wongnai. Through hands-on workshops in four high-demand fields including Software Development, UX/UI Design, Data Science, and Business Development, students explore the tech world in an inclusive space that encourages them to be themselves, think big, and collaborate. As AI continues to evolve rapidly, LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp focuses on building skills that AI can’t replace, essential for managing large-scale applications. These future-proof skills will help students stand out in the tech industry over the next 5 to 10 years: ●  Critical Thinking & Problem-Solving: The ability to see what AI might miss, think critically about its output, and design creative solutions that work in the real world. ●  Collaboration & Communication: Working with people from different backgrounds, sharing complex ideas in simple ways, and pushing projects forward—something AI still can’t do on its own. Dr. Chaiwut Lertwanasiriwan, Assistant to the President of IPST, added, “Tech learning shouldn’t be confined to classrooms or specific students. This partnership creates an open learning space, encouraging lifelong learning and helping Thai youth keep pace with technological changes.” Since day one, LINE MAN Wongnai has been committed to building an inclusive workplace where people of all genders and ages can grow equally, LGBTQ+ employees are supported, and women and people with disabilities have the opportunity to work as riders. It all reflects one of its core values: Respect Everyone. Because when inclusion is deeply rooted inside the company, it creates the power to drive change outside. Spectrum Tech Camp is a key step in passing that value on to the next generation. Sources:1 Women Tech Network (2024), Nash Squared Digital Leadership Report (2023)2 Office of National Higher Education Science Research and Innovation Policy Council – NXPO (December 2023) For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

LINE MAN Wongnai

9 Jun 2025

MITH x Wongnai เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นชาไทย “Thai Tea” Eau De Parfum ถ่ายทอดกลิ่นละมุนละไมของเครื่องดื่มที่ทุกคนหลงรัก

MITH น้ำหอมแบรนด์ไทย ร่วมกับ Wongnai เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นชาไทยครั้งแรก “Thai Tea” Eau De Parfum ถ่ายทอดกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของหนึ่งในสุดยอดเครื่องดื่มยอดนิยมระดับโลก โดยมีท็อปโน้ตเป็นกลิ่นความหอมหวานของส้มและความอ่อนนุ่มของ Cardamom ที่มีความ Warm Spicy เบา ๆ แทรกเข้ามาพร้อมกลิ่นหอมของช่วงกลางกลิ่นจาก Star Anise ผสมกับกลิ่นชาให้ความหอมหวานของใบไม้สีเขียวที่มีความ Aromatic ผสม Creamy ช่วงเบสมีกลิ่นนมนุ่ม ๆ ของ Vanilla ที่เข้มข้น ชวนให้รู้สึกเคลิ้มด้วย Brown Sugar และ Sandalwood เชื่อว่านี่จะเป็นกลิ่นหอมที่แฟนชาไทยหลาย ๆ คนชื่นชอบอย่างแน่นอน “Thai Tea” Eau De Parfum โดย MITH x Wongnai วางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั้งหน้าร้าน MITH และช่องทางออนไลน์ ดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์

LINE MAN Wongnai

5 Apr 2024