ในวันที่ 6 สิงหาคม 2563  LINE คอร์ปอเรชั่น ประกาศเลือก “ยอด ชินสุภัคกุล” ให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ บริษัท LINE MAN Wongnai บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง “ไลน์แมน” แอปพลิเคชั่นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ชั้นนำของไทย และ “Wongnai” แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ รีวิว และค้นหาร้านอาหารชั้นนำของประเทศ มีผลในช่วงเดือนกันยายน 2563* โดย “ยอด” จะรับหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจ และการปฏิบัติการต่าง ๆ ของบริษัท

การรวมตัวครั้งใหม่ เพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ ในธุรกิจเดลิเวรี

“อึนจอง ลี” หัวหน้าฝ่ายบริหารธุรกิจ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “จากการดำเนินธุรกิจตลอด 4 ปีที่ผ่านมา LINE MAN พิสูจน์ตัวเองในฐานะ ‘ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง’ ของคนไทย และเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจ O2O ของประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management เราเชื่อว่า LINE MAN Wongnai จะก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มซูเปอร์ไลฟ์สไตล์ที่สร้างมิติใหม่ให้กับตลาดประเทศไทยในไม่ช้า”

“คุณยอด ชินสุภัคกุล เป็นผู้ที่เข้าใจในธุรกิจ O2O อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี LINE MAN Wongnai ภายใต้การบริหารของคุณยอด จะเป็นบริษัทที่สร้างโดยคนไทย บริหารโดยคนไทย และดำเนินงานเพื่อคนไทย ซึ่งจะสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ น่าตื่นเต้นและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง” อึนจอง กล่าว

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การผนึกกำลังของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งร้านอาหารและผู้ใช้ สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจ LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย ด้วยความเข้าใจเรื่องอาหารการกินของคนไทยอย่างแท้จริง เรามั่นใจว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับเราที่จะดำเนินธุรกิจที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย และธุรกิจไทยในประเทศไทยเช่นเดียวกัน”

คุณยอด ชินสุภัคกุล ผู้บริหารที่อยากสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai โดยก่อนหน้านั้นรับตำแหน่งเป็น Support Manager ที่ Thomson Reuters ยอดจบการศึกษา MBA จาก UCLA Anderson School of Management ในปี 2010 และด้าน Computer Engineering จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2004

LINE Corporation (NYSE:LN/TSE:3938) เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นปฏิบัติภายใต้พันธกิจ Closing the Distance เชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้วย ข้อมูลข่าวสาร บริการ และผลิตภัณฑ์ของ LINE เริ่มจาก แอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ต่อมาได้เติบโตและขยายธุรกิจออกไป ในรูปแบบ หลากหลายในระบบนิเวศทั่วโลกซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Fintech และอื่น ๆ สำหรับใน ประเทศไทย LINE ได้เข้ามาให้บริการตั้งแต่ปี 2555 จากนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วจนเป็น แพลตฟอร์มการสื่อสารและการบริการออนไลน์ชั้นนำของประเทศ

LINE Plus Corporation เป็นบริษัทย่อยของ LINE Corporation ก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2556 ในประเทศ เกาหลีใต้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการรองรับและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจของ LINE ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีโปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ นักการตลาด และนักขาย รวมถึงนักประชาสัมพันธ์จากทั่วโลกมาทำงานร่วมกัน

โดย LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง LINE MAN และ Wongnai ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบริษัท BRV Capital Management เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 มีเป้าหมายยกระดับธุรกิจอาหารในไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ออนไลน์ไปถึงออฟไลน์ (O2O) ทั้งการค้นหาข้อมูล การรีวิวร้านอาหาร การสั่งอาหารเดลิเวอรี บริการขนส่งออนดีมานด์อื่น ๆ รวมถึงโซลูชันสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร

News Release View More

LINE MAN ควง The Pizza Company ครองเบอร์ 1 ยอดพุ่งทุกเทศกาลส่งเอ็กซ์คลูซีฟ เมนู “สไปซี่มาโยแฮม” ดันยอดขายโต

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย จับมือ The Pizza Company แบรนด์พิซซ่าอันดับ 1 ขวัญใจคนไทยทุกเทศกาล ผนึกพลังเขย่าวงการฟู้ดเดลิเวอรี เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ “ซื้อ 1 แถม 1” สู่การเปิดตัวเมนูเอ็กซ์คลูซีฟ “พิซซ่าหน้าสไปซี่มาโยแฮม” เฉพาะบน LINE MAN ที่เดียว เป็นการครีเอตพิซซ่ารสชาติใหม่ถูกใจคนไทย สะท้อนการยกระดับประสบการณ์สั่งพิซซ่าเดลิเวอรีให้พิเศษยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมโยงทุกมื้ออร่อยเข้ากับโมเมนต์แห่งความสุขของผู้บริโภคในทุกช่วงเทศกาล คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลและโอกาสพิเศษอย่างปาร์ตี้ออฟฟิศ กินเลี้ยงสังสรรค์กับครอบครัว คนไทยมักนิยมเลือก “พิซซ่า” เป็นเมนูหลักในการฉลองช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน เพราะสามารถแบ่งปันได้ง่าย สะดวกสบาย ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จนขึ้นแท่นเป็นเมนูยอดฮิตอันดับ 1 ที่ครองใจคนไทยในช่วงเทศกาลมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ และคริสต์มาส ซึ่งมียอดสั่งซื้อพิซซ่าผ่าน LINE MAN เติบโตขึ้นกว่า 30% ในปี 2024 ที่ผ่านมา เราจึงยกระดับความร่วมมือกับ The Pizza Company ในครั้งนี้ให้เป็นมากกว่าแค่ฟู้ดเดลิเวอรี แต่เป็นการร่วมกันสร้างมาตรฐานคุณภาพใหม่ด้วย เมนูเอ็กซ์คลูซีฟ “พิซซ่าหน้าสไปซี่มาโยแฮม”  ที่ขายเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น ตอกย้ำความพิเศษที่มากกว่าและเป็นแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอันดับ 1 ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง” เปิดอินไซต์เมนู The Pizza Company ขวัญใจมหาชนยอดสั่งโตบน LINE MAN  เมื่อพูดถึงเมนูพิซซ่ายอดฮิตที่ครองใจผู้บริโภคบน LINE MAN ตลอดปีที่ผ่านมา “พิซซ่า” ยังคงเป็นหนึ่งในจานโปรดที่คนไทยเลือกสั่งซ้ำอย่างต่อเนื่อง และจากข้อมูลบน LINE MAN พบว่า 3 อันดับเมนูขายดีแห่งปี 2024 ได้แก่ ในด้านพฤติกรรมการสั่งซื้อ กรุงเทพฯ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุด สะท้อนความนิยมและพฤติกรรมการสั่งอาหารออนไลน์ของคนเมืองใหญ่ ตามมาด้วย เชียงใหม่ และ ภูเก็ต สองหัวเมืองสำคัญที่มีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มผู้ใช้งานหลัก ขณะที่ ภาคใต้ กลายเป็นภูมิภาคที่น่าจับตามอง ด้วยยอดการเติบโตของการสั่งพิซซ่าบน LINE MAN ที่เติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับปีก่อน  เชื่อมความสุขช่วงเทศกาล สร้างความต่างด้วย “เอ็กซ์คลูซีฟ เมนู” เฉพาะบน LINE MAN ด้าน คุณปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนีเปิดเผยว่า “หัวใจสำคัญของ The Pizza Company ที่สามารถครองอันดับหนึ่งในใจคนไทยทุกเทศกาล คือ ความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้า เข้าถึงลูกค้าในทุกพื้นที่ด้วยสาขากว่า 430 สาขา และแคมเปญการตลาดที่โดนใจผู้บริโภค ตัวอย่างแคมเปญ “ซื้อ 1 แถม 1” ที่ทำร่วมกับ LINE MAN ได้รับการตอบรับและทำยอดขายถล่มทลายในเทศกาลต่าง ๆ ที่ผ่านมา จึงนำมาสู่ความร่วมมือครั้งนี้ในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้บริโภค ผ่านเอ็กซ์คลูซีฟเมนูพิซซ่าซุปเปอร์คุ้ม “พิซซ่าหน้าสไปซี่มาโยแฮม” ราคาเพียง 159 บาท โดยดึงข้อมูลอินไซต์ผู้บริโภค มาพัฒนาเป็นรสชาติพิเศษในราคาที่จับต้องได้ให้โดนใจทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งที่ผ่านมาเราพบว่าพิซซ่าหน้าพิเศษที่ทำร่วมกันกับ LINE MAN ได้สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นได้กว่า 15%  และมีการสั่งซ้ำเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังตอกย้ำความพิเศษนี้ด้วยการเปิดให้สั่งเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น ตั้งแต่ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคม 2025 ตั้งเป้ายอดขายโตไม่ต่ำกว่า 12% ดันให้เป็นเมนูพิเศษที่เหมาะสำหรับทุกเทศกาล พร้อมเสริมทัพด้วยโปรโมชันสุดคุ้มบน LINE MAN และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่มีร่วมกันอีกตลอดทั้งปี  ความร่วมมือระหว่าง LINE MAN และ The Pizza Company ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่ง ที่สามารถสร้างยอดขายให้เติบโตได้จริง ผ่านฐานผู้ใช้งานที่แข็งแกร่ง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ ช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันที่ตั้งใจสร้างประสบการณ์ความอร่อยที่ตอบโจทย์คนไทยในทุกช่วงเวลา  กดสั่ง “พิซซ่าหน้าสไปซี่มาโยแฮม” เอ็กซ์คลูซีฟ เมนู เฉพาะบน LINE MAN ได้แล้ววันนี้! สั่งเลย https://lineman.line.me/lm-tooksud-q1-2025  ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

21 May 2025

LINE MAN Wongnai ช่วย #Saveร้านอาหาร สู้วิกฤตโควิด-19 ระลอก 3

LINE MAN Wongnai เดินหน้า #Saveร้านอาหาร อัดมาตรการหนุนผู้ประกอบการร้านอาหารฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอก 3 ในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนนี้ พร้อมมอบอาหารให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ผ่านการอุดหนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม และร่วมบริจาคอุปกรณ์ป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ใน 4 โรงพยาบาลรวม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย LINE MAN Wongnai ช่วย #Saveร้านอาหาร ให้ใช้ Self Delivery และ Pickup ฟรีไม่เก็บ GP, แจกคูปองกระตุ้นลูกค้าอุดหนุนร้านใกล้บ้าน นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ระลอก 3 ครั้งนี้มีแนวโน้มกระจายเป็นวงกว้างและเร็วกว่าที่คาดคิด ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ สภาพคล่อง และการจ้างงานในระยะยาวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะในธุรกิจอาหาร ซึ่งเราไม่ได้นิ่งนอนใจเเละติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทราบดีว่าผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังแบกรับต้นทุนค่าบริหารจัดการต่างๆ โดย LINE MAN Wongnai ได้วาง 3 มาตรการสำคัญภายใต้งบประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ร้านอาหารในการกระตุ้นยอดขายและนำเสนอเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ร้านค้า โดยที่ไม่คิดค่าธรรมเนียม GP ในช่วงที่ถูกงดห้ามนั่งทานที่ร้าน” 3 มาตรการ #Saveร้านอาหาร จาก LINE MAN Wongnai กระตุ้นยอดขายเดลิเวอรีด้วยการมอบคูปองส่วนลดค่าอาหาร 30 บาท เมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำ 100 บาท โดยใช้โค้ด “SAVELOCAL” สำหรับการสั่งในทุกออร์เดอร์จากทั้งร้านอาหาร GP และ Non-GP (ร้านไม่จำเป็นต้องสมัคร GP) บนแอปฯ LINE MAN จำนวน 1,000 สิทธิ์ต่อวัน พร้อมกับคูปองส่วนลดค่าอาหารอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2564 ร้านอาหารใช้ฟีเจอร์ Self Delivery (ระบบร้านรับ-ส่งเอง) และฟีเจอร์ Pickup (รับที่ร้าน) ได้ฟรี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม GP (เดิมคิดที่ 5% ของยอดขาย) เพื่อเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ ทั้งจากร้านให้พนักงานส่งเอง และให้ลูกค้าสั่งผ่านแอปฯ แล้วรับที่ร้าน ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2564 โดยร้านค้าที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3hgjwaG ให้พื้นที่สื่อสำหรับโปรโมทร้านอาหาร เมนู และโปรโมชันของร้านได้ฟรี รวมมูลค่า 10 ล้านบาท ผ่านช่องทางสื่อและโซเชียลทั้งหมดของ LINE MAN Wongnai รวมทั้งสิ้น 1,000 ร้านตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม 2564 รวมถึงช่วยโปรโมทร้านอาหารใกล้บ้านบนแอปฯ LINE MAN ในรูปแบบต่างๆ เช่น ไอคอนพิเศษ แบนเนอร์ คอลเลคชันรวมร้านอาหารทั้ง GP และ Non-GP สำหรับร้านที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/EVyWieSBJi2Ffxdt5 นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai ยังร่วมสร้างรายได้ให้กับร้านอาหารที่ประสบปัญหาผ่านการอุดหนุนอาหารเพื่อส่งต่อให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ได้แก่ ชุมชนคลองเตย และชุมชนราชเทวี จำนวน 1,200 ชุด พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลผ่านการมอบอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และ อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า (Face Shield) ให้กับโรงพยาบาลใน 4 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และโรงพยาบาลศรีสะเกษ LINE MAN Wongnai เดินหน้า #Saveร้านอาหาร พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการร้านอาหารและคนไทย พร้อมกันนี้ เรายังคงให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยในการส่งมอบอาหารเดลิเวอรี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการระบาดของโควิด-19 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

LINE MAN Wongnai

22 Jun 2021

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022

LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย ซื้อหุ้นทั้งหมดของ Rabbit LINE Pay จากผู้ถือหุ้นเดิม

LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย เข้าซื้อกิจการ Rabbit LINE Pay (RLP) จากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ บริษัท แรบบิทเพย์ ซิสเทม จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด การซื้อหุ้นครั้งนี้ทำให้ LINE MAN Wongnai กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RLP โดยคุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณชอง อิน ยัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ LINE MAN Wongnai เข้ามาดำรงตำแหน่งเดียวกันใน RLP ด้วย การซื้อกิจการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมบริการของ RLP เข้ากับระบบนิเวศของ LINE มากขึ้น ได้แก่ LINE MAN, LINE SHOPPING, แอป LINE รวมถึงเครือข่ายร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Wongnai สามารถทำธุรกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่จะช่วยเพิ่มนวัตกรรมของ RLP และสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นในการใช้บริการบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai และระบบนิเวศของ LINE  ผู้ใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น สามารถใช้จ่ายผ่านบริการของ RLP ได้ทุกช่องทางเช่นเดิม รวมทั้งการเชื่อมต่อกับระบบตั๋วรถไฟฟ้า BTS และการชำระค่าบริการ AIS  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “RLP ดำเนินธุรกิจด้าน e-payment ในไทยมาอย่างยาวนาน ให้บริการครอบคลุมทั้งการจ่ายเงินออนไลน์และออฟไลน์ แต่เมื่อพฤติกรรมการใช้ e-payment ของคนไทยและตลาด Fintech ในไทยเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ก็ถึงเวลาที่ควรปรับบทบาทของ RLP ภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นแบบใหม่  เราต้องการใช้จุดแข็งจากการเชื่อมต่อผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนบนแพลตฟอร์ม LINE MAN และ Wongnai รวมถึงร้านค้าอีกกว่า 5 แสนร้านและไรเดอร์อีกมากกว่า 1 แสนคน เพื่อสร้างประสบการณ์ธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันได้อย่างราบรื่น เราเชื่อว่า RLP เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วย LINE MAN Wongnai อยู่ในสถานะที่โดดเด่นในการผลักดันเศรษฐกิจไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล”   คุณชอง อิน ยัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การที่ LINE ประเทศไทย และ LINE MAN Wongnai ร่วมกันเข้าซื้อ RLP มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมต่อฐานผู้ใช้งานและแพลตฟอร์มร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยเข้าด้วยกันผ่านบริการชำระเงิน ดีลครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระหว่าง LINE Group หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และ LINE MAN Wongnai หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีระดับยูนิคอร์นของไทย โดยการเข้าซื้อกิจการต่อเนื่องของ LINE MAN Wongnai ตั้งแต่ธุรกิจ POS ก่อนหน้านี้ และ RLP ในครั้งนี้ ทำให้พวกเรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่คนไทยภาคภูมิใจได้สำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้” ดร. พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “การที่ LINE ประเทศไทย และ LINE MAN Wongnai ร่วมกันเข้าซื้อ RLP ซึ่งมีจุดแข็งในการผสานการชำระเงินแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน เป็นกลยุทธ์ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แอป LINE โดยเชื่อมต่อเข้ากับ LINE MAN แพลตฟอร์มออนดีมานด์ และ LINE SHOPPING ผู้ให้บริการแชตคอมเมิร์ซ ซึ่งเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกกลุ่ม เรายังสามารถนำจุดเด่นของแอปอย่างการแชท, LINE POINTS, LINE STICKERS มายกระดับประสบการณ์ให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย นอกจากนี้เราเชื่อมั่นว่าคุณยอดและทีมงานจะสามารถผลักดัน RLP ขึ้นไปอีกระดับเช่นเดียวกัน” เกี่ยวกับ LINE MAN Wongnai LINE MAN Wongnai คือหนึ่งในบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการระดมทุนซีรีส์บีที่นำโดย GIC และ LINE บริษัทตั้งเป้าสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการครบวงจร ได้แก่ ส่งอาหารและสินค้า แท็กซี่ เมสเซนเจอร์ รีวิวสำหรับธุรกิจท้องถิ่น และโซลูชันสำหรับร้านอาหาร บริษัทขับเคลื่อนโดยพนักงานกว่า 1,000 คนที่ทุ่มเทเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อมต่อผู้ใช้หลายล้านคนในไทยเพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น เกี่ยวกับ LINE ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2557 LINE ประเทศไทยมีหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจและกลยุทธ์ทางการตลาดภายในประเทศ เช่นเดียวกับการพัฒนาธุรกิจและบริการใหม่ๆสำหรับตลาดในเมืองไทย ด้วยพันธกิจ Closing The Distance LINE ประเทศไทยมอบอึโคซิสเต็มสำหรับชีวิตดิจิทัลแบบครบวงจรด้วยบริการที่หลากหลาย เช่น  LINE SHOPPING, LINE VOOM, LINE STICKERS, LINE MELODY, LINE TODAY, LINE OPENCHAT, LINE for Business and LINE Official Account, LINE MAN, LINE GAME, LINE WEBTOON, LINE BK และ Rabbit LINE Pay ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน (MAU) ในไทยรวม 54 ล้านคน (มิถุนายน 2566) เกี่ยวกับ Rabbit LINE Pay (RLP) Rabbit LINE Pay (RLP) คือผู้ให้บริการระบบการชำระเงินแบบออนไลน์และออฟไลน์ ภายใต้การบริหารของ LINE MAN Wongnai หลังการประกาศเข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 โดย RLP ให้บริการครอบคลุมทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล บริการช่องทางชำระเงินที่ง่ายและปลอดภัย สามารถจ่าย โอนเงิน หรือเติมเงิน ที่สามารถใช้ได้กับเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน การชำระค่าสินค้าและบริการจากแบรนด์พันธมิตร รวมถึงชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

31 Aug 2023