LINE MAN Wongnai ลดค่า GP เหลือ 25% ช่วยเหลือร้านอาหาร 4 จังหวัด

LINE MAN Wongnai ประกาศลดค่า GP เหลือ 25% ช่วยเหลือร้านอาหารใน 4 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ LINE MAN Wongnai เดินหน้า #Saveร้านอาหาร ต่อเนื่อง ประกาศมาตรการลดค่า GP เหลือ 25% เพื่อเยียวยาช่วยเหลือร้านอาหารใน 4 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ตลอดเดือนมิถุนายน 2564 สำหรับร้านที่ตรงตามเงื่อนไข สามารถสมัครขอรับสิทธิ์ (จำนวนจำกัด) ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไปที่ https://bit.ly/3wwqOvE นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “แม้ว่าร้านอาหารในพื้นที่สีแดงเข้มจะสามารถกลับมาเปิดให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้ไม่เกิน 25% และเปิดได้ถึง 21.00 น. แล้วนั้น ร้านอาหารก็ยังต้องแบกรับภาระต้นทุนในขณะที่ยังไม่สามารถได้รับรายได้เต็มร้อย ดังนั้น LINE MAN Wongnai ในฐานะที่เป็นพาร์ทเนอร์ของร้านอาหารจึงได้ออกมาตรการเยียวยาลดค่า GP ให้กับร้านอาหารที่มีจำนวนสาขาไม่มากที่ขายเดลิเวอรีในโครงการ LINE MAN GP เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนในช่วงวิกฤต รวมถึงแจกคูปองส่วนลดกระตุ้นลูกค้าอุดหนุนร้านใกล้บ้านตลอดทั้งเดือนมิถุนายนอีกด้วย” เงื่อนไขสำหรับร้านอาหารที่สามารถขอลดค่า GP เหลือ 25% กับ LINE MAN Wongnai มีดังนี้ ร้านในโครงการ LINE MAN GP ที่ปัจจุบันจ่ายค่าธรรมเนียม GP มากกว่า 25% ร้านตั้งอยู่ในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ร้านมีจำนวนสาขาไม่เกิน 2 สาขา สมัครขอรับสิทธิ์ (จำนวนจำกัด) ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไปที่ https://bit.ly/3wwqOvE และจะปิดรับลงทะเบียนเมื่อมีร้านที่ผ่านเงื่อนไขครบตามจำนวนที่กำหนด บริษัทจะพิจารณาสิทธิ์จากลำดับที่สมัครก่อน-หลัง ร้านที่ผ่านเงื่อนไขที่กำหนดตามลำดับที่สมัครก่อน-หลัง จะได้รับการยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปฯ Wongnai Merchant App ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 โดยจะได้ลดค่าธรรมเนียม GP เหลือ 25% สำหรับยอดขาย 10,000 บาทแรกของเดือนมิถุนายน และจะได้รับเงินคืนภายในเดือนถัดไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าบน Wongnai Merchant App *เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

LINE MAN Wongnai

22 Jun 2021

LINE MAN Wongnai ช่วย #Saveร้านอาหาร สู้วิกฤตโควิด-19 ระลอก 3

LINE MAN Wongnai เดินหน้า #Saveร้านอาหาร อัดมาตรการหนุนผู้ประกอบการร้านอาหารฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอก 3 ในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนนี้ พร้อมมอบอาหารให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ผ่านการอุดหนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม และร่วมบริจาคอุปกรณ์ป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ใน 4 โรงพยาบาลรวม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย LINE MAN Wongnai ช่วย #Saveร้านอาหาร ให้ใช้ Self Delivery และ Pickup ฟรีไม่เก็บ GP, แจกคูปองกระตุ้นลูกค้าอุดหนุนร้านใกล้บ้าน นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ระลอก 3 ครั้งนี้มีแนวโน้มกระจายเป็นวงกว้างและเร็วกว่าที่คาดคิด ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ สภาพคล่อง และการจ้างงานในระยะยาวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะในธุรกิจอาหาร ซึ่งเราไม่ได้นิ่งนอนใจเเละติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทราบดีว่าผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังแบกรับต้นทุนค่าบริหารจัดการต่างๆ โดย LINE MAN Wongnai ได้วาง 3 มาตรการสำคัญภายใต้งบประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ร้านอาหารในการกระตุ้นยอดขายและนำเสนอเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ร้านค้า โดยที่ไม่คิดค่าธรรมเนียม GP ในช่วงที่ถูกงดห้ามนั่งทานที่ร้าน” 3 มาตรการ #Saveร้านอาหาร จาก LINE MAN Wongnai กระตุ้นยอดขายเดลิเวอรีด้วยการมอบคูปองส่วนลดค่าอาหาร 30 บาท เมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำ 100 บาท โดยใช้โค้ด “SAVELOCAL” สำหรับการสั่งในทุกออร์เดอร์จากทั้งร้านอาหาร GP และ Non-GP (ร้านไม่จำเป็นต้องสมัคร GP) บนแอปฯ LINE MAN จำนวน 1,000 สิทธิ์ต่อวัน พร้อมกับคูปองส่วนลดค่าอาหารอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2564 ร้านอาหารใช้ฟีเจอร์ Self Delivery (ระบบร้านรับ-ส่งเอง) และฟีเจอร์ Pickup (รับที่ร้าน) ได้ฟรี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม GP (เดิมคิดที่ 5% ของยอดขาย) เพื่อเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ ทั้งจากร้านให้พนักงานส่งเอง และให้ลูกค้าสั่งผ่านแอปฯ แล้วรับที่ร้าน ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2564 โดยร้านค้าที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3hgjwaG ให้พื้นที่สื่อสำหรับโปรโมทร้านอาหาร เมนู และโปรโมชันของร้านได้ฟรี รวมมูลค่า 10 ล้านบาท ผ่านช่องทางสื่อและโซเชียลทั้งหมดของ LINE MAN Wongnai รวมทั้งสิ้น 1,000 ร้านตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม 2564 รวมถึงช่วยโปรโมทร้านอาหารใกล้บ้านบนแอปฯ LINE MAN ในรูปแบบต่างๆ เช่น ไอคอนพิเศษ แบนเนอร์ คอลเลคชันรวมร้านอาหารทั้ง GP และ Non-GP สำหรับร้านที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/EVyWieSBJi2Ffxdt5 นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai ยังร่วมสร้างรายได้ให้กับร้านอาหารที่ประสบปัญหาผ่านการอุดหนุนอาหารเพื่อส่งต่อให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ได้แก่ ชุมชนคลองเตย และชุมชนราชเทวี จำนวน 1,200 ชุด พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลผ่านการมอบอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และ อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า (Face Shield) ให้กับโรงพยาบาลใน 4 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และโรงพยาบาลศรีสะเกษ LINE MAN Wongnai เดินหน้า #Saveร้านอาหาร พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการร้านอาหารและคนไทย พร้อมกันนี้ เรายังคงให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยในการส่งมอบอาหารเดลิเวอรี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการระบาดของโควิด-19 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

LINE MAN Wongnai

22 Jun 2021

Wongnai มอบข้าวในโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง

“พลังแห่งการให้ไม่มีวันสิ้นสุด” พงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงกิจกรรม บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด และคณะ นำผลิตภัณฑ์ “ข้าวหอมกระเจา” เข้าร่วมโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง” โดยมี ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นตัวแทนรับมอบ ที่สำนักงาน กสศ.ชั้น 13 อาคาร เอส.พี พหลโยธิน พงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงกิจกรรม บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา โรงเรียนปิดเทอมยาวนานขึ้น ทำให้นักเรียนไม่ได้รับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียน นักเรียนยากจนพิเศษต้องประสบภาวะโภชนาการ “เมื่อ กสศ. ดำเนินโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง” บริษัทวงใน มีเดีย จำกัด จึงมีความประสงค์ให้การสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค เป็น ข้าวหอมกระเจา จำนวน 100 กิโลกรัม เพื่อส่งมอบให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ เนื่องจากเห็นว่า ปัญหาการขาดแคลนอาหารเป็นปัญหาที่ควรให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อให้น้อง ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบตามหลักโภชนาการ” สำหรับ “ข้าวหอมกระเจา” เป็นข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งปลูกด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP ติดตามความคืบหน้าโครงการ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้องได้ที่เวบไซต์กสศ. สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม  ร่วมบริจาคช่วยเหลือน้อง ๆ ไปกับโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับ กสศ. ตั้งแต่วันนี้ – 18 มิถุนายน 2563 ผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 172-0-30021-6 ชื่อบัญชี “กสศ.-มาตรา 6(6) – เงินบริจาค” บริจาควันนี้ นำไปลดภาษีได้ 2 เท่า สู้วิกฤตให้น้องอิ่มหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

17 Jun 2020

โควิด-19 ทำให้เด็กยากจนกว่า 750,000 ชีวิต ต้องอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร

วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม” การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป? การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” ความช่วยเหลือเร่งด่วน กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ ครูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน” ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

21 May 2020

Covid Relief Gift Voucher ช่วยร้านอาหาร ร้านเสริมสวยสปากว่า 100 ร้าน

Wongnai สานต่อแคมเปญ “สู้ไปด้วยกัน #CovidReliefGiftVoucher” เวาเชอร์ช่วยร้านเพื่อเพิ่มกระแสเงินสดให้ร้านและธุรกิจต่าง ๆ ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ขยายไปทั้งร้านอาหารและบาร์ รวมไปถึงร้านเสริมสวยและสปา รวมกว่า 100 ร้าน อัพเดตใหม่ประจำเดือนพฤษภาคม ราคาเวาเชอร์เริ่มต้น 300 บาทขึ้นไป เก็บเวาเชอร์ไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงเมษายน 2564 พร้อมส่วนลดและสิทธิพิเศษสุดคุ้มมากมาย รวมพลังช่วยร้านด้วยการซื้อ #CovidReliefGiftVoucher เราได้ส่วนลด ร้านได้อยู่ต่อ ได้แล้ววันนี้บนเว็บไซต์และแอป Wongnai หรือคลิก รวมเวาเชอร์สู้ไปด้วยกัน CovidReliefGiftVoucher แคมเปญสุดพิเศษจาก Wongnai ที่ชวนทุกคนรวมพลังเซฟร้านและธุรกิจโปรดให้ได้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในการบริหารจัดการร้านช่วงวิกฤต โดยสิทธิพิเศษที่ผู้ซื้อ #CovidReliefGiftVoucher จะได้รับมีดังนี้ เวาเชอร์ช่วยร้านอาหารและบาร์ ร่วม #Saveร้านอาหาร โดย Pepsi, FWD MAX และ BrandThink เวาเชอร์ช่วยร้านอาหารทุกประเภทร้านนับตั้งแต่คาเฟ่ บาร์ ไปจนถึงร้านอาหารไฟน์ไดน์นิง เริ่มต้นตั้งแต่ 300 – 5,000 บาท จากกว่า 80 ร้าน อาทิ ครัวเจ๊ง้อ, Cuisine De Garden, เซ็งซิมอี้, La Dotta, Audrey Cafe, Beard Papa’s, Maguro, CHAR Bangkok, คำพูน และอีกมากมายให้ได้เลือกสรร ดูรายชื่อร้านทั้งหมดได้ที่ รวมเวาเชอร์ร้านอาหาร ลูกค้าจะได้มูลค่าแทนเงินสดพิเศษออนท็อปเพิ่มเติม สูงสุดถึง 40% เมื่อใช้ที่ร้าน และสามารถใช้แทนเงินสด เมื่อสั่งกลับบ้าน ตามเงื่อนไขของแต่ละร้านได้อีกด้วย รับเมนูพิเศษหรือของสมนาคุณจากร้านอาหาร (มีจำนวนจำกัดต่อวัน) เมื่อซื้อเวาเชอร์บนหน้าแรกบนแอปและเว็บไซต์ Wongnai ซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 และเก็บไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงเมษายน 2564 ตามเงื่อนไขของแต่ละร้าน เวาเชอร์นี้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือคืนเงินได้หลังจาก 7 วันนับจากวันที่ซื้อทุกกรณี เนื่องจากเราจะนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือร้านที่ได้รับผลกระทบ สำหรับสมาชิกแอปพลิเคชัน เอฟดับบลิวดี แมกซ์ ทุกท่านจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 100 บาท วาเชอร์ร้านเสริมสวยและสปา รับส่วนลดสูงสุด 80% อัพสวยได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เวาเชอร์ร้านเสริมสวยและสปาสุดคุ้ม มากกว่า 200 เวาเชอร์ จาก 40 ร้าน ครอบคลุมทุกความงามตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้ง ดัด ตัด ซอย ยืน ทำสีผม, ต่อขนตา, เลเซอร์หลุมสิว, ทำเล็บ, สครับผิว, โบท็อกซ์, เลเซอร์กำจัดขน ฯลฯ จากร้านเสริมสวยและสปาที่ได้รับมาตรฐาน ดูรายชื่อร้านทั้งหมดได้ที่ รวมเวาเชอร์ร้านเสริมสวยและสปา  รับส่วนลดสุดคุ้มเริ่มต้น 20% ไปจนถึงสูงสุด 80% ซื้อเวาเชอร์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปบนแอปและเว็บไซต์ Wongnai และเก็บไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงเมษายน 2564 ตามเงื่อนไขของแต่ละร้าน สำหรับสมาชิกแอปพลิเคชัน เอฟดับบลิวดี แมกซ์ ทุกท่านจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 100 บาท รวมพลังช่วยร้านด้วยการซื้อ #CovidReliefGiftVoucher เราได้ส่วนลด ร้านได้อยู่ต่อ ได้แล้ววันนี้บนเว็บไซต์และแอป Wongnai หรือคลิก รวมเวาเชอร์สู้ไปด้วยกัน #สู้ไปด้วยกัน

LINE MAN Wongnai

12 May 2020

GC, Wongnai และ LINE MAN มอบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ในแคมเปญ “สู้ไปด้วยกัน”

ช่วงเวลานี้คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันก้าวผ่านสถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จึงจับมือกับสองพันธมิตร Wongnai และ LINE MAN ร่วมจัดทำโครงการ “สู้ไปด้วยกัน | Stronger Together” สนับสนุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ เพื่อช่วยในการบริการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี ประกอบไปด้วย ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS 200,000 ใบ, ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพ 100,000 ใบ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพ 10,000 ชุด ให้แก่ ร้านอาหาร 200 ร้าน ที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของ Wongnai และ LINE MAN ซึ่งได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงจากการควบคุมโรคระบาด COVID-19 โดยเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบรรจุภัณฑ์ของร้านอาหารและช่วยให้ร้านอาหารปรับตัวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจแบบเดลิเวอรี นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพดังกล่าว ยังช่วยให้ลูกค้าผู้สั่งอาหารที่ต้องกักตัวเฝ้าดูสถานการณ์ที่บ้าน ปลอดภัยจากความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19 เนื่องจากได้ใช้ภาชนะแยกกัน โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาขยะสะสม และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเหล่านี้สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพในโครงการ “สู้ไปด้วยกัน | Stronger Together” ได้รับการรับรองวัตถุดิบพลาสติกชีวภาพที่ใช้ผลิตด้วยตราสัญลักษณ์ GC Compostable อันหมายถึง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพซึ่งทำมาจากพืช (Biobased) และสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) คือการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ ในสภาวะที่เหมาะสม จนกลายเป็นสารธรรมชาติ คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และสารปรับปรุงดิน โดยไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อม และเราสามารถนำถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ไปใช้ซ้ำเป็นกระถางปลูกต้นไม้เพียงใส่เมล็ดพืชที่พร้อมจะงอกเป็นต้นไม้เมื่อถ้วยย่อยสลายในดิน ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพสามารถนำมาใช้ซ้ำเป็นถุงขยะใส่เศษอาหารและขยะอินทรีย์ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพสามารถทิ้งรวมกับเศษอาหารในถุงหูหิ้ว ซึ่งทั้งถุงและชุดช้อน-ส้อมนี้จะสามารถย่อยสลายในกองปุ๋ยหมักพร้อมเศษอาหารได้ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยทุกคนสู้ไปด้วยกันอย่างแข็งแรงและมีความสุข GC จึงขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพอาหารพร้อมบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพของโครงการ พร้อมติดแฮชแท็ค #สู้ไปด้วยกันStrongerTogether #GCCompostable #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก ตั้งค่าสาธารณะ โพสต์และแชร์ในช่องทาง Facebook, Twitter และ Instagram โดยผู้ที่ได้ยอด Like & Share สูงสุด 4 ท่านแรกจะได้รับรางวัลพิเศษเป็นกระเป๋าเป้ และกระเป๋าสะพายข้างลายพราง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุใช้แล้วจาก Upcycling by GC และยังมีเสื้อยืดรักษ์โลกสุดเก๋จาก Upcycling by GC อีก 6 รางวัล หมายเหตุ: บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด มีจำหน่ายใน Lazada และเว็บไซต์ของแบรนด์ (ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS จากแบรนด์ KMP Green, ถุงหูหิ้วไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Bio-Sure และชุดช้อน-ส้อมไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Leafz)

LINE MAN Wongnai

15 Apr 2020

Covid Relief Gift Voucher จาก Wongnai ช่วยร้านมีรายได้ตอนนี้ให้ผ่านวิกฤต

“ร้านโปรดของคุณกำลังปิด เพื่อให้คุณปลอดภัยจากโควิด-19” Wongnai จึงขอชวนทุกคนสู้ไปด้วยกัน รวมพลังช่วยร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยการซื้อ “Covid Relief Gift Voucher” เวาเชอร์ช่วยร้านจาก Wongnai ให้ร้านได้มีกระแสเงินสดในการหมุนเวียนใช้จ่ายเพื่อผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปให้ได้ ซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2563 และเก็บไว้ใช้ได้สูงสุดถึง 30 เมษายน 2564 ราคาเริ่มต้น 300 – 5,000 บาท รับเมนูพิเศษหรือของสมนาคุณจากร้านอาหาร (มีจำนวนจำกัดต่อวัน) เมื่อซื้อเวาเชอร์บนหน้าแรกบนแอปฯ และเว็บไซต์ Wongnai พร้อมสิทธิพิเศษสุดคุ้ม มูลค่าเพิ่มออนท็อปจากราคาคูปองที่ซื้อ สูงสุดถึง 40% และส่วนลดสำหรับสมาชิก dtac reward โดยเวาเชอร์นี้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือคืนเงินได้หลังจาก 7 วันนับจากวันที่ซื้อทุกกรณี เนื่องจากเราจะนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือร้านที่ได้รับผลกระทบ ดูรายชื่อร้านอาหารเกือบ 50 ร้านที่เข้าร่วมได้ ที่นี่  #CovidReliefGiftVoucher แคมเปญสุดพิเศษจาก Wongnai ที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเซฟร้านโปรดให้ได้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในการบริหารจัดการร้านช่วงวิกฤต นอกจากจะได้ช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจแล้ว ยังได้ช่วยเหลือเชฟ คนทำครัว พนักงานเสิร์ฟ และพนักงานภายในร้านได้อีกด้วย โดยสิทธิพิเศษที่ผู้ซื้อ #CovidReliefGiftVoucher จะได้รับมีดังนี้ มูลค่าแทนเงินสดพิเศษออนท็อปเพิ่มเติม สูงสุดถึง 40% เมื่อใช้ที่ร้าน เช่น ราคาขายเวาเชอร์ผ่าน Wongnai 1,000 บาท ลูกค้าสามารถนำไปใช้แทนเงินสดที่ร้านได้ในมูลค่า 1,400 บาท เป็นต้น รับเมนูพิเศษหรือของสมนาคุณจากร้านอาหาร (มีจำนวนจำกัดต่อวัน) เมื่อซื้อเวาเชอร์บนหน้าแรกบนแอปฯ และเว็บไซต์ Wongnai สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ dtac reward รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 15% ได้ช่วยร้านให้มีรายได้ตอนนี้ เพื่อให้ร้านผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ซื้อ Covid Relief Gift Voucher ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2563 และเก็บไว้ใช้ได้สูงสุดถึง 30 เมษายน 2564 เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น โดยเวาเชอร์นี้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือคืนเงินได้หลังจาก 7 วันนับจากวันที่ซื้อทุกกรณี เนื่องจากเราจะนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือร้านที่ได้รับผลกระทบ โดยร้านอาหารที่เข้าร่วมแคมเปญ ได้แก่ ครัวเจ๊ง้อ, ยุ้งข้าว เขาใหญ่, Cuisine de Garden, Roots, Roast, Crab and Claw, 80/20 Eighty Twenty และอีกมากมาย ซื้อเวาเชอร์ช่วยร้านเพื่อช่วยเหลือร้านโปรดเกือบ 50 ร้านได้แล้ววันนี้บนแอปและเว็บไซต์ Wongnai หรือคลิก ที่นี่  #สู้ไปด้วยกัน

LINE MAN Wongnai

7 Apr 2020

#สปดกรจรกม สู้ไปด้วยกันเราจะรอดกันหมด Wongnai รับมือสถานการณ์ COVID-19

สวัสดีครับ ผู้ใช้งาน Wongnai ทุกคน ตามที่ทราบกันดี สถานการณ์โควิด-19 ลุกลามมากขึ้น ใกล้ตัวเรามากขึ้น และดูท่าว่าจะอยู่กับเราไปอีกสักพักใหญ่แน่ ๆ ผมและทีมงาน Wongnai ทุกคนเข้าใจ และตระหนักถึงผลกระทบของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่พวกเราทุกคนจำเป็นต้องใส่ใจดูแลตัวเอง และคนรอบข้างให้มากที่สุด Wongnai เองก็เช่นกัน ตอนนี้เรามีมาตรการให้ทีมงานของเราแยกย้ายทำงานกันที่บ้าน และได้กำชับให้หลีกเลี่ยงการไปสถานที่เสี่ยงเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของทุกคน โดยผมยืนยันว่า Wongnai ดำเนินการตามปกติ และทีมงานทุกคนพร้อมให้บริการแก่สมาชิกทุกท่านอย่างเต็มรูปแบบเช่นเดิม แม้จะทำงานจากที่บ้านก็ตาม นอกจากเรื่องสุขภาพของทุกคนแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ผมเป็นห่วงมากเป็นพิเศษคือ พาร์ทเนอร์สำคัญของเรา นั่นก็คือ “ร้านอาหาร” ครับ ผมต้องบอกสมาชิก Wongnai ทุกคนตรงนี้ว่า.. “ร้านอาหารกำลังแย่” ร้านที่เคยคิวยาวหลายร้าน ช่วงนี้ก็ไม่มีคิวแล้วจริง ๆ และด้วยสถานการณ์ช่วงนี้ทำให้จำนวนคนที่ไปทานข้าวข้างนอก น่าจะลดลงมากกว่า 50% คลื่นยักษ์ครั้งนี้ไม่ได้ถล่มแค่เจ้าของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงไปถึงเชฟ คนทำครัว น้อง ๆ พนักงานเสิร์ฟ พี่แม่บ้าน และทุกคนในร้านด้วยเช่นกัน ในขณะที่เพื่อนคนสำคัญของเรากำลังแย่ ผมก็อยากจะใช้โอกาสนี้ขอแรงสมาชิก Wongnai ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันเท่าที่เราจะช่วยได้กันเถอะครับ ออกไปรับประทานข้าวบ้าง หลายร้านที่ปรับตัวสู้โควิด-19 ทำ Social Distancing ด้วยการจัดโต๊ะให้ห่างกัน แยกชุดภาชนะ ชุดอาหารเป็นของแต่ละบุคคล รวมไปถึงมีขั้นตอนการทำความสะอาดภาชนะและร้านเป็นอย่างดี แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน อย่าลืมใส่ผ้าปิดปาก พกเจลแอลกอฮอล์กันไปด้วยนะครับ ถ้ามีโอกาสได้ออกไปรับประทาน อย่าลืมให้ทิปพนักงานเยอะ ๆ ใช้ฟีเจอร์ใหม่ Pick-up (Take-out) กดสั่งอาหารแล้วแวะไปรับหน้าร้าน จะได้หลีกเลี่ยงการรอคิวหน้าร้านนาน ๆ หรือสั่ง Delivery โดยเฉพาะกับร้านที่ไม่เคยสั่ง Delivery มาก่อน ซื้อ Voucher ร้านเก็บไว้ใช้เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น หรือซื้อของที่ระลึกของร้านเก็บไว้ก็ได้ ส่วน Wongnai เองเราไม่นิ่งนอนใจ กำลังพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมสู้ไปกับร้านอาหารทุกร้านผ่านทุกวิถีทางที่เราทำได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่สถานการณ์ดีขึ้น ผมหวังว่าพวกเราจะกอดคอกันไปอุดหนุนร้านอาหารกันเยอะ ๆ แต่ ณ เวลานี้ ขอให้เราช่วยเท่าที่ช่วยได้กันไปก่อนนะครับ ..ก่อนที่จะไม่เหลือร้านอาหารดี ๆ ให้เรารับประทาน ในเวลานี้ขอให้ทุกคนและครอบครัวรักษาสุขภาพกันให้ดีครับ ปล. #สปดกรจรกม เป็น hashtag ที่ใช้ส่งให้กับพนักงานใน Wongnai ทีมงานบอกว่าดูฮึกเหิมดี เลยเอามาขึ้นต้นดูครับ – ยอด ชินสุภัคกุล, CEO & Co-Founder

LINE MAN Wongnai

19 Mar 2020

จดหมายเปิดผนึก ถึง วงการร้านอาหารทั่วประเทศ ยอด ชินสุภัคกุล Wongnai

สวัสดีครับ พาร์ทเนอร์ร้านอาหารทุกท่าน ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อแสดงความห่วงใยและแจ้งมาตรการสนับสนุนของเราให้กับเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ เพื่อน และครอบครัวของพวกเราชาว Wongnai เพื่อให้สู้ต่อและก้าวผ่านสถานการณ์เช่นนี้ไปด้วยกัน เราเข้าใจว่าผู้คนในสังคม ณ เวลานี้พยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยการออกจากบ้านให้น้อยลง งดการทำกิจกรรมในที่สาธารณะหรือบริเวณที่มีผู้คนแออัด ตอนนี้จำนวนคนที่ไปรับประทานข้าวข้างนอก น่าจะลดลงมากกว่า 50% ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบกับร้านอาหารของทุกคนโดยตรง หรือแม้แต่ Wongnai เองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน พวกเราชาว Wongnai เองไม่นิ่งนอนใจ กำลังพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมสู้ไปกับทุกคน โดยเราได้มีมาตรการสนับสนุนร้านอาหาร ทั้งผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ Wongnai รวมไปถึงผ่านทาง LINE MAN ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของเรา ดังนี้ เพิ่มช่องทางเพื่อช่วยโปรโมทเมนู Delivery มากขึ้น  พยายามทำให้ร้านอาหารใหม่ ๆ ขึ้นระบบ Delivery ได้เร็วที่สุดภายใน 7 วัน พัฒนาฟีเจอร์ Pick-up (Take-out) และจะนำไปปรับใช้กับร้านอาหารให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถกดสั่งอาหารไว้ก่อนแล้วค่อยไปรับหน้าร้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิวหน้าร้านนาน ๆ ซึ่งจะสามารถลดการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างบุคคลได้ในระดับหนึ่ง เตรียมปล่อยแคมเปญดีล/วอลเชอร์เพื่อช่วยนำ Cashflow เข้ามาให้ร้านอาหารก่อน และให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้นในภายหลัง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับร้านอาหาร หรือถ้าจะมีก็อาจจะมีแค่ค่า Payment Gateway เท่านั้น ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า การพยายามช่วยเหลือร้านอาหารและวงการร้านอาหาร ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดของผมและทีมงานในเวลานี้ ถ้าพาร์ทเนอร์ร้านอาหารท่านใดต้องการคำปรึกษา ผมและชาว Wongnai ทุกคนยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เสมอครับ ขอให้ท่านและครอบครัวของท่านมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน #สปดกรจรกม สู้ไปด้วยกันเราจะรอดกันหมดปล. #สปดกรจรกม เป็น hashtag ที่ใช้ส่งให้กับพนักงานใน Wongnai ทีมงานบอกว่าดูฮึกเหิมดี เลยเอามาขึ้นต้นดูครับ – ยอด ชินสุภัคกุล, CEO & Co-Founder

LINE MAN Wongnai

19 Mar 2020

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020

Wongnai WeGive มอบโรงตาก เครื่องสีเมล็ดกาแฟให้กับวิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์

ต่อเนื่องจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา Wongnai เมล็ดกาแฟระดับโลกอย่าง “เกอิชา” ที่ปลูกได้แล้วด้วยฝีมือของชาวบ้านชุมชนมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน มาร่วมออกบูธขายในงาน Wongnai Bangkok Food Festival 2019 ณ หน้าลาน Central World เมื่อเดือนมกราคม ภายใต้การดูแลของ “Class Cafe” พร้อมทั้งเหล่าบาริสต้าชื่อดัง และเซเลบริตี้มาร่วมช่วยกันในระหว่างงานดังกล่าว เพื่อช่วยในการรวบรวมรายได้จากการขายกาแฟให้กับชาวบ้าน โดยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 ทาง Wongnai ได้นำรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ สร้างเป็นโรงตาก และจัดซื้อเครื่องสีเมล็ดกาแฟ ให้วิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ จ.น่าน ด้วยจุดประสงค์ที่จะต้องการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร และรวมถึงช่วยยกระดับวงการกาแฟไทยให้ดียิ่งขึ้น พ่อฉิ่ง หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ ได้ให้สัญญากับพวกเราทีมงานว่า จะตั้งใจใช้โรงตาก และเครื่องสีเมล็ดกาแฟที่ได้ นำมาใช้อย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมตั้งใจจะผลิตเมล็ดกาแฟตัวใหม่ๆ ต่อไปให้คนไทยต่อไป The Wongnai Team ติดตามเรื่องราวกาแฟชุมชนมณีพฤกษ์เพิ่มเติม Wongnai WeGive สมทบทุนสร้างโรงตากกาแฟให้วิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ จ.น่านตามหากาแฟเกอิชา นางฟ้าแห่งดอยมณีพฤกษ์ เมืองน่าน

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2019

Wongnai WeGive สมทบทุนสร้างโรงตากกาแฟให้วิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ จ.น่าน

กาแฟ เครื่องดื่มแสนคุ้นเคยที่ช่วยปลุกคุณจากความง่วง หลาย ๆ คนเลือกที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟร้อน ๆ สักแก้วเพื่อเพิ่มความสดชื่น แต่สำหรับใครที่เป็นคอกาแฟตัวยงก็คงรู้จักกับเมล็ดกาแฟระดับโลกอย่าง “เกอิชา” เมล็ดกาแฟที่มีราคาแพงอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยเอกลักษณ์ที่โดนเด่นทั้งรสชาติและกลิ่นที่หาไม่ได้ในเมล็ดกาแฟทั่วไป และที่สำคัญต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น จึงทำให้เมล็ดกาแฟ เกอิชา กลายเป็นกาแฟที่หายากและราคาสูงในไทย แต่ตอนนี้ประเทศไทยเองก็สามารถปลูกเมล็ดกาแฟ เกอิชา ได้แล้ว ด้วยฝีมือของชาวบ้านชุมชนมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่พื้นที่ในไทยที่สามารถปลูกได้ แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและความชื้นบนดอย ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถตากกาแฟบนดอยได้ จึงต้องเดินทางกว่าร้อยโลเพื่อขนกาแฟจากบนเขาลงมาตากด้านล่าง ซึ่งทำให้เมล็ดกาแฟเสียหายไปกว่า 30% ในแต่ละครั้งที่เก็บเกี่ยว  ทาง Wongnai ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้เข้าช่วยเหลือ โดยคุณยอด ชินสุภัคกุล กรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ร่วมมือกับคุณมารุต ชุ่มขุนทด ผู้ก่อตั้ง Class Cafe เดินทางเข้าไปดูพื้นที่จริงเพื่อช่วยหาทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยทั้งสองวางแผนจะสร้าง “โรงตากกาแฟ” ให้กับชาวบ้านชุมชุนมณีพฤกษ์ได้ใช้ เพื่อลดความเสียหายของเมล็ดกาแฟที่เกิดจากความชื้น  กาแฟ “เกอิชา” จากดอยมณีพฤกษ์ มาร่วมออกบูธขายในงาน Wongnai Bangkok Food Festival 2019 ณ ลานกิจกรรมหน้าพื้นที่แสควร์ B ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 16 – 20 มกราคม 2019 ภายใต้การดูแลของ Class Cafe ซึ่งนอกจากเมล็ดกาแฟเกอิชาแล้ว ภายในงานยังมีเมนูกาแฟอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น กาแฟชงสดๆ หรือ กาแฟ Cold Brew รวมถึงกาแฟดริปที่เป็นไฮไลท์ของงาน  ที่สำคัญ เรายังได้รับการสนับสนุนจากเหล่าคนดังมากมายที่มาร่วมดริปกาแฟเพื่อช่วยหารายได้ให้แก่ชุมชนมณีพฤกษ์ ไม่ว่าจะเป็น บาริสต้าหนุ่มหล่อ Mr.Gabriel Carol, Brew Master จาก Pacamara Coffee Roaster ดีกรี World Brewers Cup 2018 ลำดับที่ 9 ของโลก, คุณอู๋ เอกพล ดีบุญมี ณ ชุมแพ – GQ Gentleman 2017, คุณสอง พาราด๊อกซ์ – DJ CAT RADIO, คุณหนุ่ย พงศ์สุข – พิธีกรไอทีชื่อดัง หรือแม้แต่ คุณยอด CEO ของ Wongnai พร้อมด้วยนายฮ้อยและล่ามทรง ก็ยังมาร่วมดริปกาแฟเพื่อช่วยงานนี้อีกด้วย โดยรายได้ตลอดทั้ง 5 วัน ทาง Wongnai และ Class Cafe จะนำไปสร้าง “โรงตากกาแฟ” เพื่อลดความเสียหายของเมล็ดกาแฟที่เกิดจากความชื้น ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ รวมถึงช่วยยกระดับวงการกาแฟไทยให้ดียิ่งขึ้น

LINE MAN Wongnai

24 Jan 2019
1 4 5