ช่วงเวลานี้คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันก้าวผ่านสถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จึงจับมือกับสองพันธมิตร Wongnai และ LINE MAN ร่วมจัดทำโครงการ “สู้ไปด้วยกัน | Stronger Together” สนับสนุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ เพื่อช่วยในการบริการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี ประกอบไปด้วย ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS 200,000 ใบ, ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพ 100,000 ใบ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพ 10,000 ชุด ให้แก่ ร้านอาหาร 200 ร้าน ที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของ Wongnai และ LINE MAN ซึ่งได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงจากการควบคุมโรคระบาด COVID-19

แจกฟรีให้กับร้านอาหารร่วม 200 ร้าน

โดยเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบรรจุภัณฑ์ของร้านอาหารและช่วยให้ร้านอาหารปรับตัวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจแบบเดลิเวอรี นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพดังกล่าว ยังช่วยให้ลูกค้าผู้สั่งอาหารที่ต้องกักตัวเฝ้าดูสถานการณ์ที่บ้าน ปลอดภัยจากความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19 เนื่องจากได้ใช้ภาชนะแยกกัน โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาขยะสะสม และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเหล่านี้สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable)

บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพนี้ได้รับการรับรองด้วยฉลาก GC Compostable
ปลอดภัยกับอาหาร ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพในโครงการ “สู้ไปด้วยกัน | Stronger Together” ได้รับการรับรองวัตถุดิบพลาสติกชีวภาพที่ใช้ผลิตด้วยตราสัญลักษณ์ GC Compostable อันหมายถึง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพซึ่งทำมาจากพืช (Biobased) และสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) คือการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ ในสภาวะที่เหมาะสม จนกลายเป็นสารธรรมชาติ คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และสารปรับปรุงดิน โดยไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อม

บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ ในสภาวะที่เหมาะสม จนกลายเป็นสารธรรมชาติ

และเราสามารถนำถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ไปใช้ซ้ำเป็นกระถางปลูกต้นไม้เพียงใส่เมล็ดพืชที่พร้อมจะงอกเป็นต้นไม้เมื่อถ้วยย่อยสลายในดิน ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพสามารถนำมาใช้ซ้ำเป็นถุงขยะใส่เศษอาหารและขยะอินทรีย์ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพสามารถทิ้งรวมกับเศษอาหารในถุงหูหิ้ว ซึ่งทั้งถุงและชุดช้อน-ส้อมนี้จะสามารถย่อยสลายในกองปุ๋ยหมักพร้อมเศษอาหารได้

ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ไปใช้ซ้ำเป็นกระถางปลูกต้นไม้เพียงใส่เมล็ดพืชที่พร้อมจะงอกเป็นต้นไม้เมื่อถ้วยย่อยสลายในดิน

เพื่อสนับสนุนให้คนไทยทุกคนสู้ไปด้วยกันอย่างแข็งแรงและมีความสุข GC จึงขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพอาหารพร้อมบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพของโครงการ พร้อมติดแฮชแท็ค #สู้ไปด้วยกันStrongerTogether #GCCompostable #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก ตั้งค่าสาธารณะ โพสต์และแชร์ในช่องทาง Facebook, Twitter และ Instagram โดยผู้ที่ได้ยอด Like & Share สูงสุด 4 ท่านแรกจะได้รับรางวัลพิเศษเป็นกระเป๋าเป้ และกระเป๋าสะพายข้างลายพราง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุใช้แล้วจาก Upcycling by GC และยังมีเสื้อยืดรักษ์โลกสุดเก๋จาก Upcycling by GC อีก 6 รางวัล

หมายเหตุ: บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด มีจำหน่ายใน Lazada และเว็บไซต์ของแบรนด์ (ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS จากแบรนด์ KMP Green, ถุงหูหิ้วไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Bio-Sure และชุดช้อน-ส้อมไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Leafz)

#สู้ไปด้วยกันStrongerTogether #GCCompostable #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก
บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด มีจำหน่ายใน Lazada และเว็บไซต์ของแบรนด์ (ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS จากแบรนด์ KMP Green, ถุงหูหิ้วไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Bio-Sure และชุดช้อน-ส้อมไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Leafz)

News Release View More

LINE MAN Wongnai ชี้ทำโฆษณายุคนี้ต้อง Personalized ชูจุดแข็ง O2O ยกระดับ Customer Journey ทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ 

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารไทย เผยการทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มต้องยึดวิธี Personalized เข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง พร้อมชูจุดแข็ง O2O เชื่อมต่อผู้ใช้-ไรเดอร์-ร้านอาหาร ยกระดับ Customer Journey ทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ ตอกย้ำจุดแข็งการเป็น End-to-end Food Ecosystem เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคแบบครบวงจร  ภายในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2023 FESTIVAL คุณจิโรจ โหราไทย Head of Business Development จาก LINE MAN Wongnai ได้ฉายภาพเกี่ยวกับแพลตฟอร์มโฆษณาแห่งอนาคต ในหัวข้อ “The Future of Ads Platforms” เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า LINE MAN Wongnai ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน เรียกได้ว่าเป็น Customer Journey ที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน มีมิติด้าน O2O หรือ Online & Offline Intergration เป็นจุดแข็งและกลยุทธ์สำคัญของ LINE MAN Wongnai ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีผู้ใช้คนไทยมากกว่า 10 ล้านคน เชื่อมต่อไปยังร้านค้าและไรเดอร์จำนวนมากทั่วประเทศ ซึ่งบริษัทได้เปิดช่องทางให้แบรนด์ต่าง ๆ เข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มนี้ผ่านรูปแบบการนำเสนอตำแหน่งของสื่อโฆษณาทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งไฮไลท์สำคัญในปีนี้จะสะท้อนให้เห็นภาพของการเป็น O2O ที่ชัดเจน ทำโฆษณาให้สำเร็จในมุม LINE MAN Wongnai ต้อง Personalized เข้าใจลูกค้า คุณจิโรจ เผยถึงหัวใจหลักในการทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มให้ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ระบุว่า LINE MAN Wongnai มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคในการค้นหาร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม โดยใช้วิธี Personalized ตามประวัติการสั่งอาหารของผู้ใช้แต่ละคนเพื่อแนะนำร้านอาหารให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น  โดยธรรมชาติของกลุ่มผู้ใช้งาน LINE MAN เป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อแล้วได้สินค้าทันที (instant gratification) หากแพลตฟอร์มพัฒนาการแนะนำข้อมูลให้กับผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นยอดขายจริงได้ทันที สิ่งสำคัญสำหรับการโฆษณา คือ การไล่ตามให้ทันความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค ที่มองหาความสะดวกสบายและความเป็น Personalized เพิ่มมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการโฆษณาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากเมื่อก่อนมีร้านค้าปลีกที่ต้องไปเลือกซื้อของที่ร้าน ปัจจุบันถูกพัฒนามาสู่บริการแบบออนดีมานด์ที่เชื่อมโลกออฟไลน์กับออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผู้บริโภคที่เคยรอได้ กลายเป็นอยากได้เดี๋ยวนี้ จากเดิมคอนเทนต์เนื้อหากว้าง ๆ เข้าถึงทุกคน กลายเป็นต้องเฉพาะเจาะจงแบบบุคคล “ในฐานะแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย เราเล็งเห็นความสำคัญของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะวิวัฒนาการของธุรกิจค้าปลีกที่เข้าสู่การขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มาสู่การส่งผ่านทางเดลิเวอรี ที่ย่นระยะเวลาให้ของถึงมือผู้บริโภคได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องการปรับตัวสู่ยุคเดลิเวอรีสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านแพลตฟอร์มของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ” คุณจิโรจ กล่าวทิ้งท้าย LINE MAN Wongnai มีโซลูชันการตลาดที่ครบวงจรตอบโจทย์การทำการตลาดแบบ Full-funnel Marketing ตั้งแต่ Awareness สร้างการรับรู้ของผู้บริโภค ผ่านโฆษณาออนไลน์ In-app banner ในแอป LINE MAN และโฆษณาออฟไลน์บนกระเป๋าของไรเดอร์ Consideration สร้างปฏิสัมพันธ์ผ่านคอนเทนต์และ KOLs สายอาหาร ความงาม ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ของ Wongnai Activation ยกระดับประสบการณ์ร่วมของลูกค้ากับแบรนด์ผ่านกิจกรรมออฟไลน์ อย่างเทศกาลอาหารและเอ็กซ์คลูซีฟอีเว้นเฉพาะของแบรนด์ Conversion เพิ่มการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ด้วยการแจกสินค้าตัวอย่างผ่านออเดอร์ LINE MAN และ Loyalty กระชับความสัมพันธ์กับผู้ใช้ผ่านการมอบคูปองส่วนลดพิเศษ LINE MAN จากแบรนด์

LINE MAN Wongnai

26 Jun 2023

LINE MAN เปิดบริการ MESSENGER ครบ 77 จังหวัดทั่วไทยเป็นเจ้าแรก ชูส่งด่วน-ส่งถูก พร้อมออกแพ็คเกจส่วนลดสุดคุ้ม

LINE MAN เดินหน้าขยายพื้นที่ให้บริการ MESSENGER ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วไทยเป็นเจ้าแรก ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งของแบบเร่งด่วน ส่งเอกสาร หรือวางบิล ก็สามารถกดเรียกง่ายๆ ได้ทุกเมื่อ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN สะดวกเหมือนมีแมสเซนเจอร์ส่วนตัวคอยให้บริการ ด้วยค่าส่งถูกจัดประหยัดสุดเมื่อซื้อแพ็คเกจส่วนลดคุ้มค่า ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ทั่วประเทศ ข้อมูลจาก LINE MAN เกี่ยวกับบริการ “MESSENGER” ระบุว่ายอดออเดอร์บริการ LINE MAN MESSENGER เติบโตขึ้นจากเมื่อต้นปี 2564 ถึง 175% และคาดว่ายังสามารถเติบโตได้อีกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ LINE MAN เดินหน้าเจาะตลาดทั่วประเทศไทย เปิดให้บริการ LINE MAN MESSENGER ในพื้นที่ต่างจังหวัดเพิ่มเติม ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดเป็นเจ้าแรก ตอกย้ำการเป็นผู้บุกเบิกด้านการให้บริการที่ครอบคลุม อำนวยความสะดวก และยกระดับการใช้ชีวิตของคนไทย ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์บริษัทฯ Help Thai People Live Better สำหรับบริการ “MESSENGER” บนแอปพลิเคชัน LINE MAN เป็นบริการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานด้านต่างๆ อาทิ การส่งของหรือเอกสารด่วน รวมถึงบริการวางบิล ที่สามารถเรียกใช้บริการได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องจองล่วงหน้า ส่งไว มั่นใจถึงมือคนรับ ในราคาประหยัดเริ่มต้นระหว่าง 19-33 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการ ล่าสุด LINE MAN MESSENGER ได้จัดเต็มส่วนลดแพ็คเกจสุดคุ้มเอาใจเหล่าพ่อค้าแม่ค้านักขายและคนทั่วไปที่ต้องใช้บริการส่งของด่วนบ่อยๆ ด้วยแพ็คเกจที่มีให้เลือกตั้งแต่ไซส์เล็กจนถึงใหญ่ จ่ายครั้งเดียวใช้งานได้ทั่วประเทศ Size S: จ่าย 100 บาท ได้ 250 บาท เป็นส่วนลดค่าส่ง 50 บาท จำนวน 5 ครั้ง Size M: จ่าย 200 บาท ได้ 500 บาท เป็นส่วนลดค่าส่ง 50 บาท จำนวน 10 ครั้ง Size L: จ่าย 525 บาท ได้ 1,250 บาท เป็นส่วนลดค่าส่ง 50 บาท จำนวน 25 ครั้ง Size XL: จ่าย 800 บาท ได้ 2,250 บาท เป็นส่วนลดค่าส่ง 50 บาท จำนวน 45 ครั้ง สามารถซื้อแพ็กเกจสุดคุ้มได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/3t31uwa8พิเศษ! สำหรับลูกค้าใหม่รับทันทีส่วนลด 50%* สูงสุด 25 บาท เมื่อใส่โค้ด NEWSEND สมัครใช้บริการ LINE MAN MESSENGER พร้อมรับโค้ดส่วนลดได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/ycnltqtb (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

LINE MAN Wongnai

22 Jun 2022

LINE MAN จับตาเทรนด์ “ชาไทย Specialty” ร้านเปิดใหม่โต 205% ใน 3 ปีก้าวสู่สนามเครื่องดื่ม Specialty เต็มตัว

LINE MAN เปิดเทรนด์ “ชาไทย Specialty” มาแรงในรอบ 3 ปีหลัง มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 205% ฝั่งผู้บริโภคแห่ดื่มชาไทยคุณภาพที่สามารถเลือก กลิ่น-รส แหล่งที่ปลูกได้ ยอดสั่งเติบโต 81% ทะลุ 4 แสนแก้วในปี 2024 แนวโน้มการเติบโตของชาไทย Specialty มีจุดเริ่มต้นในปี 2022 ที่อุตสาหกรรมชาขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านคุณภาพของใบชา ความหลากหลายของแหล่งปลูก และกำลังการผลิต ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดค้าชาใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก* ชาไทยเป็นที่ต้องการสูงจากทั้งในไทยและทั่วโลก พันธุ์ชาที่นิยมปลูกในไทยได้แก่ ชาจีน (Chinese Tea) และชาอัสสัม (Assam Tea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของชาไทยสีส้มที่พวกเราคุ้นเคย แล้วถูกพัฒนามาเป็นเมนู “ชาไทย Specialty” ที่สามารถเลือกรสชาติและกลิ่นหอมได้ เหมือนกับเมนูกาแฟ Specialty คุณแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล เจ้าของร้าน KHIRI Thai Tea หนึ่งในร้านชาไทย Specialty ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุดบน LINE MAN เล่าว่าชาไทยอยู่คู่คนไทยมานาน แต่ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงหลังที่หันมาบริโภคเครื่องดื่ม Specialty จากตลาดกาแฟ Specialty ทำให้เกิดตลาดชาไทย “Specialty” ขึ้นตามมา รูปแบบของชาไทย Specialty เชื่อมโยงทุกกระบวนการพัฒนาชาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ใบชาจากเกษตรกรไทย พัฒนาโดยคนไทย และถ่ายทอดเป็นเมนูที่สะท้อนรสชาติแท้ของชาไทย ปัจจุบัน ร้านชาไทยทั่วประเทศเริ่มคัดสรรใบชาคุณภาพจากแหล่งปลูกหลากหลายทั่วไทย ซึ่งมี Taste Notes เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ชาเชียงรายให้กลิ่นอายดอกไม้และเบอร์รี่ ชาแม่ฮ่องสอนมีโน้ตของส้มและเนยสด ชาปัตตานีมีกลิ่นหอมของเนยถั่วและลูกสน นอกจากนี้ กระแส “ชาไทยลิซ่า” เมนู Thai up the World by Lisa ที่สร้างสรรค์โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ร่วมกับ Erewhon ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูในอเมริกา ผู้บริโภคกระแสหลักจึงสนใจเมนูชาไทยพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้ร้านดังอย่าง KHIRI Thai Tea, Unicorn Signature, C PROM และร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศเพิ่มเมนู “ชาไทยลิซ่า” ตามมา เดลิเวอรีหนุนตลาดชาไทย Specialty โตแรงทั่วประเทศจากฐานข้อมูลของ LINE MAN พบแนวโน้มการเติบโตที่สำคัญของเมนูชาไทย Specialty อย่างชัดเจน ในระหว่างปี 2022-2024 ดังนี้ กราฟแสดงการเติบโตของยอดสั่งชาไทย Specialty บน LINE MAN ระหว่าง ปี 2020-2024 คุณแพร กล่าวเสริมว่า ถ้าเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชาไทยได้ดี และมีปัจจัยสนับสนุน เช่น การพัฒนาเมนูใหม่ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น หรือการผลักดันจากแบรนด์ใหญ่ โอกาสที่ชาไทย Specialty จะแมสใกล้เคียงกับกาแฟ Specialty อาจเกิดได้เร็วขึ้นทั้งในไทยและระดับโลก ในภาพใหญ่ของตลาดเครื่องดื่ม Specialty ทั้งหมด กาแฟ Specialty ยังเป็นผู้นำตลาดในแง่จำนวน ส่วนตลาดชาไทย Specialty กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเทียบอัตราการเติบโตในช่วง 3 ปีล่าสุด (2022-2024) จากฐานข้อมูล LINE MAN พบว่า ยอดสั่งชาไทย Specialty โตขึ้นกว่า 3.3 เท่า เทียบกับกาแฟ Specialty ที่เติบโต 2.7 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ร่วมสนับสนุนชาไทยไปตลาดโลก ผ่านการสั่งเมนูชาไทย Specialty จากร้านชา Specialty กว่า 500 ร้านบน LINE MAN *อ้างอิงข้อมูลจากสถิติการประเมินยอดขายชาโดยสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 7 ก.ค. 2023**ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปี 2022 และ ปี 2024 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

25 Feb 2025

อาหารอีสานครองแชมป์! ร้านอาหารโดนใจคนไทย

LINE MAN Wongnai เผยเทรนด์ฟู้ดเดลิเวอรีที่น่าจับตาในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา จากฐานข้อมูลร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจำนวนกว่า 900,000 ร้านบนแอปพลิเคชัน Wongnai และผู้ใช้บริการเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN ทั่วประเทศไทยกว่า 10 ล้านคน ร้าน Street Food ยืนหนึ่ง! เปิดใหม่ต่อเนื่องโตกว่าเดิมถึง 12% ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา สถิติร้านอาหารประเภท Street food หรือ Food Stand ที่เปิดใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น 1,203 ร้าน หรือคิดเป็น 12%* อันดับที่สองคือร้านปิ้งย่างที่เปิดเพิ่มเป็นจำนวน 672 ร้าน หรือคิดเป็น 7.10%* และตามมาด้วยร้านอาหารเกาหลีเปิดเพิ่มขึ้น 214 ร้าน หรือคิดเป็น 14.11%* ชี้ให้เห็นว่าเทรนด์ของร้านอาหารประเภทที่เหมาะกับการนั่งรับประทานที่ร้านอย่างอาหารแนวปิ้งย่างหรืออาหารเกาหลีเริ่มกลับมาแล้ว ในขณะที่จำนวนร้านอาหารเปิดใหม่ประเภทอาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง และอาหารอีสาน ค่อนข้างอยู่ตัวและมีจำนวนน้อยลง *ข้อมูลเทียบจากจำนวนร้านเปิดใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2021  เมนูยอดฮิตอาหารอีสานครองแชมป์คนสั่งกินกลางวัน-เย็น! ด้านเมนูที่คนไทยนิยมสั่งเดลิเวอรีมากินตลอดวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ชี้คนไทยติดฟู้ดเดลิเวอรี นิยมสั่งตลอดวัน เช้า-ดึก ในช่วงปีที่ผ่านมาคนไทยเริ่มนิยมสั่งอาหารแบบเดลิเวอรีมากขึ้นเพราะสะดวกสบาย สั่งได้ง่าย สั่งได้ทั้งวัน จะเห็นได้ว่าช่วงเวลา Peak Hours ที่คนนิยมสั่งอาหารจะเริ่มเช้าขึ้น คนจะเริ่มสั่งกันตั้งแต่ 9.00 จนถึง 13.00 น. ค่อยๆ ดรอปลงมาในช่วง 15.00 – 16.00 น. และเริ่มพีคขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเย็น 17.00 – 18.00 น. โดยภาพรวมของปริมาณการสั่งเดลิเวอรียังคงมากกว่าในปี 2021 และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือปี 2022 คนเริ่มสั่งอาหารดึกขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงถึงตี 1 ตี 2 คาดว่าเพราะการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ทำให้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ และการแข่งขันเกมส์กีฬาบางประเภทที่ออกอากาศในช่วงดึกก็อาจมีผลให้คนเลือกสั่งอาหารมารับประทานขณะรับชมด้วยเช่นกัน ช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า ‘ฟู้ดเดลิเวอรี’ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันคู่คนไทยไปแล้ว และคนไม่ได้เลือกสั่งแค่ช่วงมื้ออาหารเพียงอย่างเดียว แต่สั่งตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นไปจนถึงช่วงดึก โดยข้อมูลเทรนด์ร้านอาหารจาก LINE MAN Wongnai จะช่วยให้ร้านอาหารสามารถปรับตัวเพื่อเตรียมรับมือและกำหนดทิศทางการทำธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

LINE MAN Wongnai

31 Oct 2022