LINE MAN Wongnai, in collaboration with The Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPST), recently hosted its second “Spectrum Tech Camp 2025.” Themed “Tech is for Everyone,” the camp aims to showcase diversity in the tech industry beyond gender and provide high school students from all academic backgrounds nationwide with future-ready skills from industry professionals, addressing Thailand’s tech talent shortage.

As part of Pride Month, the Spectrum Tech Camp 2025 marks the first time the program is open to the public nationwide with completely free of charge—hosted at LINE MAN Wongnai headquarter in Bangkok. It drew over 1,000 applicants from across Thailand, with 60 students selected from a wide range of backgrounds: different genders, academic tracks, religions, school types both public and private, and from schools across provincial Thailand. This diversity underscores that a passion for tech isn’t limited to men or STEM students. With the right opportunities, it can come from anyone.

Isriya Paireepairit, VP of Public Affairs at LINE MAN Wongnai, highlighted that “The global tech industry continues to face significant diversity gaps across gender, age, and background. Women and LGBTQ+ professionals make up less than 30%1 of the workforce and remain underrepresented in leadership roles especially in fields like AI and software engineering. At the same time, Thailand is experiencing a severe tech talent shortage, with over 179,000 open positions but just 9,358 applicants2.

The solution lies at the intersection that we need a bigger, more diverse talent pool. That’s where Spectrum Tech Camp comes in for sparking interest and building real-world tech skills among students from all academic backgrounds, whether they’re in STEM, the arts, or other fields. We believe diversity in tech goes beyond gender, it’s also about different perspectives, skills, and backgrounds — all essential for building technology that works for everyone.”

The camp gives students the chance to tackle real-world challenges from the LINE MAN app, which serves over 10 million users daily. By working closely with mentors from LINE MAN Wongnai, participants gain firsthand experience and insights into the company’s work culture, something rarely found in traditional classrooms or coding courses. They also hear directly from Pattrawoot Suesatayasilp, CTO of LINE MAN Wongnai and co-founder of Wongnai. Through hands-on workshops in four high-demand fields including Software Development, UX/UI Design, Data Science, and Business Development, students explore the tech world in an inclusive space that encourages them to be themselves, think big, and collaborate.

As AI continues to evolve rapidly, LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp focuses on building skills that AI can’t replace, essential for managing large-scale applications. These future-proof skills will help students stand out in the tech industry over the next 5 to 10 years:

●  Critical Thinking & Problem-Solving: The ability to see what AI might miss, think critically about its output, and design creative solutions that work in the real world.

●  Collaboration & Communication: Working with people from different backgrounds, sharing complex ideas in simple ways, and pushing projects forward—something AI still can’t do on its own.

Dr. Chaiwut Lertwanasiriwan, Assistant to the President of IPST, added, “Tech learning shouldn’t be confined to classrooms or specific students. This partnership creates an open learning space, encouraging lifelong learning and helping Thai youth keep pace with technological changes.”

Since day one, LINE MAN Wongnai has been committed to building an inclusive workplace where people of all genders and ages can grow equally, LGBTQ+ employees are supported, and women and people with disabilities have the opportunity to work as riders. It all reflects one of its core values: Respect Everyone. Because when inclusion is deeply rooted inside the company, it creates the power to drive change outside. Spectrum Tech Camp is a key step in passing that value on to the next generation.

Sources:
1 Women Tech Network (2024), Nash Squared Digital Leadership Report (2023)
2 Office of National Higher Education Science Research and Innovation Policy Council – NXPO (December 2023)

For press inquiries, please contact
LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

News Release View More

Wongnai WeGive สมทบทุนสร้างโรงตากกาแฟให้วิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ จ.น่าน

กาแฟ เครื่องดื่มแสนคุ้นเคยที่ช่วยปลุกคุณจากความง่วง หลาย ๆ คนเลือกที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟร้อน ๆ สักแก้วเพื่อเพิ่มความสดชื่น แต่สำหรับใครที่เป็นคอกาแฟตัวยงก็คงรู้จักกับเมล็ดกาแฟระดับโลกอย่าง “เกอิชา” เมล็ดกาแฟที่มีราคาแพงอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยเอกลักษณ์ที่โดนเด่นทั้งรสชาติและกลิ่นที่หาไม่ได้ในเมล็ดกาแฟทั่วไป และที่สำคัญต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น จึงทำให้เมล็ดกาแฟ เกอิชา กลายเป็นกาแฟที่หายากและราคาสูงในไทย แต่ตอนนี้ประเทศไทยเองก็สามารถปลูกเมล็ดกาแฟ เกอิชา ได้แล้ว ด้วยฝีมือของชาวบ้านชุมชนมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่พื้นที่ในไทยที่สามารถปลูกได้ แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและความชื้นบนดอย ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถตากกาแฟบนดอยได้ จึงต้องเดินทางกว่าร้อยโลเพื่อขนกาแฟจากบนเขาลงมาตากด้านล่าง ซึ่งทำให้เมล็ดกาแฟเสียหายไปกว่า 30% ในแต่ละครั้งที่เก็บเกี่ยว  ทาง Wongnai ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้เข้าช่วยเหลือ โดยคุณยอด ชินสุภัคกุล กรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ร่วมมือกับคุณมารุต ชุ่มขุนทด ผู้ก่อตั้ง Class Cafe เดินทางเข้าไปดูพื้นที่จริงเพื่อช่วยหาทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยทั้งสองวางแผนจะสร้าง “โรงตากกาแฟ” ให้กับชาวบ้านชุมชุนมณีพฤกษ์ได้ใช้ เพื่อลดความเสียหายของเมล็ดกาแฟที่เกิดจากความชื้น  กาแฟ “เกอิชา” จากดอยมณีพฤกษ์ มาร่วมออกบูธขายในงาน Wongnai Bangkok Food Festival 2019 ณ ลานกิจกรรมหน้าพื้นที่แสควร์ B ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 16 – 20 มกราคม 2019 ภายใต้การดูแลของ Class Cafe ซึ่งนอกจากเมล็ดกาแฟเกอิชาแล้ว ภายในงานยังมีเมนูกาแฟอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น กาแฟชงสดๆ หรือ กาแฟ Cold Brew รวมถึงกาแฟดริปที่เป็นไฮไลท์ของงาน  ที่สำคัญ เรายังได้รับการสนับสนุนจากเหล่าคนดังมากมายที่มาร่วมดริปกาแฟเพื่อช่วยหารายได้ให้แก่ชุมชนมณีพฤกษ์ ไม่ว่าจะเป็น บาริสต้าหนุ่มหล่อ Mr.Gabriel Carol, Brew Master จาก Pacamara Coffee Roaster ดีกรี World Brewers Cup 2018 ลำดับที่ 9 ของโลก, คุณอู๋ เอกพล ดีบุญมี ณ ชุมแพ – GQ Gentleman 2017, คุณสอง พาราด๊อกซ์ – DJ CAT RADIO, คุณหนุ่ย พงศ์สุข – พิธีกรไอทีชื่อดัง หรือแม้แต่ คุณยอด CEO ของ Wongnai พร้อมด้วยนายฮ้อยและล่ามทรง ก็ยังมาร่วมดริปกาแฟเพื่อช่วยงานนี้อีกด้วย โดยรายได้ตลอดทั้ง 5 วัน ทาง Wongnai และ Class Cafe จะนำไปสร้าง “โรงตากกาแฟ” เพื่อลดความเสียหายของเมล็ดกาแฟที่เกิดจากความชื้น ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนมณีพฤกษ์ รวมถึงช่วยยกระดับวงการกาแฟไทยให้ดียิ่งขึ้น

LINE MAN Wongnai

24 Jan 2019

LINE MAN เปิดสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2022” Soft Power คนดังปลุกเมนูฮิตข้ามคืน ด้าน “ส้มตำ” แชมป์ยอดสั่ง 6.8 ล้านจาน

LINE MAN รวบรวมสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2022” เผยเทรนด์การกินของคนไทยกว่า 10 ล้านคนทั้ง 77 จังหวัด ที่สั่งจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านตลอดทั้งปี  พบปรากฏการณ์พลังคนดังรันวงการอาหารไทยแจ้งเกิดเมนูขวัญใจคนไทยในชั่วข้ามคืน พร้อมเผยสถิติที่น่าสนใจในทุกบริการบน LINE MAN ย้ำภาพผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของคนไทย   2022 ปีแห่ง Soft Power คนดังรันวงการอาหารไทย ดันเมนูแจ้งเกิดเป็นพลุแตก ยกให้เป็นปีแห่งปรากฏการณ์พลังของคนดังที่พาอาหารไทยไปสู่ระดับโลก เพียงแค่คำพูดคำเดียวหรือภาพโซเชียลหนึ่งภาพก็สามารถสร้างกระแสฟีเวอร์ ร้านอาหารรับออร์เดอร์ถล่มทลายเพียงข้ามคืน ส่งผลต่อเนื่องไปยังเกษตรกรและผู้ผลิตวัตถุดิบให้มียอดขายโตตามอย่างคึกคัก สำหรับปีนี้เมนูแจ้งเกิดแห่งปีต้องมอบให้ “ส้มตำ” แชมป์ขายดีแห่งปี เสิร์ฟไปแล้วกว่า 6.8 ล้านจาน ส้มตำขึ้นแท่นเป็นเมนูแห่งชาติประจำปีที่มียอดสั่งสูงที่สุดบน LINE MAN กว่า 6.8 ล้านจาน (1 ม.ค. – 28 พ.ย. 65) ปริมาณเทียบเท่ากับการเลี้ยงชาวอีสานได้ครบทุกครัวเรือน สำหรับเมนูส้มตำยอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ ตำปูปลาร้า, ตำป่า และตำไทย นอกจากนี้อาหารอีสานเมนูอื่นๆ ได้แก่ ลาบหมู, คอหมูย่าง และน้ำตกหมู ก็ยังติด 10 อันดับเมนูขายดีเช่นเดียวกัน สะท้อนวัฒนธรรมการ ‘ล้อมวงกินข้าว’ ของคนไทยที่มีส้มตำและอาหารอีสานเป็นตัวกลางกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงในทุกมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี เปิดอันดับของใช้ที่คนไทยมักจะลืมและสินค้าใช้ด่วนบน LINE MAN MART  เทรนด์ Quick Commerce ค่อย ๆ เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในการสั่งของสด-ของใช้จากร้านออนไลน์มากขึ้นไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปซื้อด้วยตัวเอง ปัจจุบัน LINE MAN MART มีร้านค้ารายย่อยหลากหลายประเภทสินค้าบนแพลตฟอร์มมากกว่า 60,000 ร้าน และใช้เวลาเฉลี่ยในการจัดส่งเพียง 20 นาทีตอบรับความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการสินค้าทันที ในปีนี้ LINE MAN MART พบสถิติที่น่าสนใจจากสินค้าที่มักจะลืมหรือสินค้าที่ต้องการใช้ด่วน 5 อันดับที่มียอดสั่งสูงที่สุด ได้แก่  สายชาร์จแบตโทรศัพท์, ผ้าอนามัย, ถุงยางอนามัย, น้ำตาเทียม และที่ตรวจครรภ์ ตามลำดับ สำหรับถุงยางอนามัยพบว่าช่วงเวลาที่มียอดสั่งสูงที่สุดคือช่วง 18.00-20.00 น.  นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลสำคัญ ผู้ใช้ยังมีแนวโน้มสั่งสินค้าประจำเทศกาลมาส่งถึงที่มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงสภาพจราจรหรือฉลองแบบส่วนตัวที่บ้าน โดยสินค้ายอดฮิตช่วงเทศกาล ได้แก่ ชุดหมูกระทะ ช่วงปีใหม่, ดอกกุหลาบ ช่วงวันวาเลนไทน์, พวงมาลัย ช่วงวันแม่แห่งชาติ และใบตอง ช่วงวันลอยกระทง ส่งด่วน ส่งเอกสาร วางบิลได้แล้วทั่วไทยด้วย LINE MAN MESSENGER  ปีนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริการ LINE MAN MESSENGER ส่งของด่วน ส่งเอกสาร วางบิล ที่ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว และได้รับกระแสตอบรับที่ดีในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มการใช้งานเติบโตต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการใช้งานเมสเซนเจอร์สูงสุดประจำแต่ละภาค ได้แก่ พัทยา, เชียงใหม่, สงขลา, กาญจนบุรี และขอนแก่น  ตามสถิติพบว่ากลุ่มผู้ใช้งานอันดับหนึ่งคือ ‘แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์’ เป็นผลจากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศที่ต้องการตอบรับความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการรับของทันที มีผู้ใช้ดีเด่นที่เรียกเมสเซนเจอร์บ่อยที่สุดในปีถึง 6,142 ครั้ง LINE MAN TAXI เผยพื้นที่ปริมณฑลติดอันดับปลายทางที่ถูกเรียกไปส่งมากที่สุด สำหรับบริการ LINE MAN TAXI เรียกแท็กซี่ไว้ใจได้ รับส่งถึงที่ที่ให้บริการครอบคลุมกรุงเทพมหานคร และเขตพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงรวม 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร จากสถิติพบว่าพื้นที่ที่คนเรียกมารับมากที่สุด ได้แก่ จตุจักร, ห้วยขวาง และวัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีออฟฟิศและชุมชนหนาแน่น ในขณะเดียวกันปลายทางที่มีคนเรียกไปส่งมากที่สุดเป็นที่อยู่อาศัยย่านชานเมืองที่ขยายตัวออกไป ได้แก่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ, เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่คนเรียกแท็กซี่มากที่สุดคือช่วง 17.00-20.00 น. นอกจากข้อมูลที่สุดแห่งปี 2022 แล้ว LINE MAN ยังได้สร้างสีสันให้กับนักกินทั่วไทย เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ย้อนรอยความฟินที่คุณกินในปี 2022 ที่จะพาผู้ใช้กว่า 10 ล้านคนย้อนกลับไปดูเมนูโปรดที่สั่งบ่อยที่สุดหรือสไตล์การกินที่เป็นตัวเอง และอันดับที่สุดแห่งปีของตัวเองอีกมากมาย เล่นได้แล้ววันนี้บนแอป LINE MAN คลิก https://lineman.onelink.me/1N3T/xtcwv2ha

LINE MAN Wongnai

23 Dec 2022

LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลริมโขงโตต่อเนื่อง

LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” เดินหน้าสนับสนุนภาครัฐ ภาคธุรกิจท้องถิ่น และผู้ประกอบการร้านอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจริมโขงด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีสำหรับร้านอาหาร พร้อมเชื่อมแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” บน LINE MAN ที่ร้านอาหารเลือกเข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 กว่า 3 หมื่นร้านทั่วไทย กระตุ้นยอดขายและหมุนเวียนรายได้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง จากเมืองผ่านสู่เมืองพัก ‘นครพนม’ เมืองศักยภาพเศรษฐกิจชายแดน คุณชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธาน YEC นครพนม เปิดเผยว่า “นครพนมเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ด้วยทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมไทย–ลาว–เวียดนาม–จีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 ทำให้การส่งออกสินค้าการเกษตรและผลไม้ไทยไปจีนเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าการค้าชายแดนปัจจุบันสูงกว่า 120,000 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อโครงการรถไฟทางคู่บ้านไผ่–นครพนมเสร็จในปี 2571” ด้านการท่องเที่ยว นครพนมมีภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงยาวกว่า 100 กิโลเมตร เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งสายธรรมชาติและสายศรัทธา โดยมีแลนด์มาร์กอย่าง “พระธาตุพนม” “พญาศรีสัตตนาคราช” และแลนด์มาร์กใหม่ “ชิงช้าสวรรค์ Mekong River Eye” สูง 50 เมตร ที่จะเปิดปีนี้ ยกระดับภาพลักษณ์เมืองริมโขงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น “ตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา นครพนมเปลี่ยนผ่านจากเมืองที่นักท่องเที่ยวแวะเพียงชั่วคราว มาเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวเลือกพักค้างคืนจริงจัง เพราะมีบรรยากาศริมโขงที่สวยสงบและเต็มไปด้วยวัฒนธรรม นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจในพื้นที่ สำหรับอนาคต เขามองว่า นครพนมมีศักยภาพสูงในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ที่จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่ยังต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เพื่อให้เมืองเติบโตได้เต็มศักยภาพตลอดทั้งปี ผู้ประกอบการท้องถิ่นปลุกของดีเมืองริมโขง คุณวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของ Chewa Cafe By SK Sroikham ระบุว่า “ผู้ประกอบการนครพนมกำลังต่อยอดของดีท้องถิ่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น การนำ ‘กาละแม’ ของขึ้นชื่อของจังหวัด มาทำเป็นเมนูสมูทตี้ กาแฟ หรือไอศกรีมกาละแม เพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับไปซื้อต้นตำรับของฝากในชุมชน เกิดการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่” ยกตัวอย่าง “ลิ้นจี่ นพ.1” ผลไม้ GI ที่ถูกแปรรูปจนได้รับการนำเสนอในห้างกรุงเทพฯ ขยายตลาดให้เกษตรกรนครพนม “เป้าหมายของการต่อยอดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการทำให้คนท้องถิ่นเห็นคุณค่าและภูมิใจในของบ้านเกิดของตัวเอง” ด้านธุรกิจร้านอาหาร วิศรุตมองว่า ในยุคนี้ “ความอร่อยเป็นเพียงพื้นฐาน” แต่สิ่งที่ตัดสินใจลูกค้าคือ “รีวิวและรางวัลการันตี” ที่สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคจริง “รีวิวคืออาจารย์ที่ดีที่สุด เพราะช่วยให้ร้านรู้ข้อบกพร่องและพัฒนาได้ต่อเนื่อง ส่วนรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice คือเป้าหมายที่ผลักให้เรารักษาคุณภาพไว้ทุกปี มันไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่คือแรงผลักให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืน” เขายังเสริมถึงบทบาทของโครงการคนละครึ่งว่า “ที่ผ่านมาโครงการนี้ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 100–150% และได้ลูกค้าใหม่กว่า 50% ครั้งนี้ที่มี LINE MAN เข้ามาร่วม เชื่อว่าร้านจะเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้ยอดขายโตได้อีก 150–300% จริง ๆ” เดลิเวอรีโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนเมืองรอง คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai เผยว่า “นครพนมเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เติบโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน และเป็นตัวอย่างชัดเจนของเมืองรองกำลังโต (High Growth City) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ LINE MAN ที่ขยายบริการสู่พื้นที่รองทั่วประเทศ ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai พบว่า GMV ของฟู้ดเดลิเวอรีในนครพนมเติบโต 16% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยภาคอีสานที่ 14% ขณะที่ จำนวนออเดอร์โต 12% และผู้ใช้โต 11% สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคหลายเท่า สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับบริการดิจิทัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภค เมนูยอดนิยมของคนอีสาน ได้แก่ ส้มตำ โดยเฉพาะตำป่าและตำปูปลาร้า ส่วน เครื่องดื่มยอดฮิต ได้แก่ อเมริกาโน่และมัทฉะ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ ในหมวดเครื่องดื่มยังมีแบล็คคอฟฟี่ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่เย็น ชาไทย และช็อกโกแลต ติดอันดับยอดนิยม ขณะที่หมวดอาหารมีเมนูขายดีอย่างตำลาว ข้าวมันไก่ และข้าวผัดหมู โดยช่วงเวลา พีคของการสั่งอาหารคือ 11.00–14.00 น. สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคในภูมิภาคเริ่มเปิดรับเมนูใหม่ ๆ เช่น รามยอนเผ็ดเกาหลี ขนมปังเกลือ และมัทฉะลาเต้ พรีเมียม ซึ่งแปลว่ากำลังซื้อของเมืองรองกำลังโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังพบว่า เมืองรองในภาคอีสานเติบโตได้ดีมาก โดย Top 5 เมืองรองที่มีการเติบโตสูงสุดบน LINE MAN ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร รวมถึงอำเภอขนาดเล็กที่แพลตฟอร์มเข้าไปให้บริการแล้ว เช่น ด่านซ้าย (เลย), ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ), บรบือ (มหาสารคาม) และธวัชบุรี (ร้อยเอ็ด) สำหรับแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” ที่เพิ่งเปิดลงทะเบียนรอบใหม่เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา มีจำนวนร้านอาหารลงทะเบียนเข้าร่วมกับ LINE MAN วันแรกกว่า 32,990 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย. เวลา 01.00 น.) สอดคล้องกับรายงานของกระทรงการคลัง ณ วันที่ 3 พ.ย. เวลา 14.00 น ที่ระบุว่า มีร้านค้าเข้าร่วมฟู้ดเดลิเวอรี ลงทะเบียนแล้ว 40,722 ราย โดยร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมกับ LINE MAN มีจำนวน 22,831 ร้านค้า ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 จากทุกแพลตฟอร์ม LINE MAN มั่นใจว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจะช่วยให้ร้านเล็กโตได้จริงและโตได้ยาว จากข้อมูลของ LINE MAN Wongnai หลังสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งในแต่ละเฟส ร้านค้าบนแพลตฟอร์มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าเติบโตเฉลี่ย 3–13.5 เท่าระหว่างเฟส และหลังจบเฟส 5 ยอดขายเฉลี่ยเพิ่มถึง 16.7 เท่าเมื่อเทียบก่อนเริ่มโครงการ ขณะเดียวกันกว่า 50% ของร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 เท่าในทุกเฟส “เราภูมิใจที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์หลักของร้านอาหารทั่วประเทศ และยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพให้ไรเดอร์ในท้องถิ่น ซึ่งมีรายได้ ถือเป็นแรงขับเศรษฐกิจฐานรากที่แท้จริง” นครพนม Next Chapter: วิวสร้างรายได้ สู่ระบบนิเวศการท่องเที่ยวครบวงจร ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การพัฒนานครพนมในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแผนระยะสั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว 3–20 ปี โดยใช้ข้อมูล (Data) และการวิเคราะห์จุดแข็ง–จุดอ่อน (SWOT) เพื่อวางทิศทางจังหวัดอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟทางคู่ และถนนเศรษฐกิจ R8 / R12 ที่เชื่อมไทยกับลาวและเวียดนาม สิ่งเหล่านี้คือหัวจักรเศรษฐกิจของภูมิภาค “นครพนมมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ริมแม่น้ำโขง เป็นวิวที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุน และเป็นเสน่ห์ที่แตกต่างจากเมืองอื่น เรากำลังสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ที่เชื่อมโรงแรม ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ และสินค้าชุมชน โดยอาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE MAN Wongnai มาเชื่อมโยงคนเข้ากับบริการ เพื่อให้รายได้กระจายสู่คนในพื้นที่อย่างแท้จริง และทำให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจจริงในทุกทิศทาง” ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

5 Nov 2025

LINE MAN จับมือ Domino’s Pizza เดินเกมรุกทั่วไทย ผนึกกำลังเบอร์ 1 ขยายสาขา-จัดดีลเอ็กซ์คลูซีฟปั้นยอดโต

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ Domino’s Pizza แบรนด์พิซซ่าระดับโลก เดินเกมขยายสาขาใหม่กว่า 10 แห่ง ทั่วหัวเมืองหลักในไทย พร้อมให้บริการเดลิเวอรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น ในช่วงเปิดสาขา ตอกย้ำความแข็งแกร่งของทั้งสองแบรนด์ที่มุ่งมั่นยกระดับในการเสิร์ฟประสบการณ์ความอร่อยเข้าถึงทุกพื้นที่ พร้อมอัดโปรโมชันสุดคุ้มที่หาที่ไหนไม่ได้ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขยายตลาดของ Domino’s Pizza ไปยังต่างจังหวัด แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของพาร์ทเนอร์ชิประหว่างแบรนด์ระดับโลกกับหนึ่งในแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย ที่ให้บริการครอบคลุมใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และไรเดอร์อีกกว่า 100,000 คน เป็นแรงสำคัญทำให้ Domino’s Pizza สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มส่งอาหาร แต่คือ ‘พาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์’ ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย เราไม่เพียงแค่ให้บริการที่ครอบคลุม แต่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเชื่อมต่อผู้บริโภคให้กับ Domino’s Pizza ในการขยายธุรกิจไปยังพื้นที่ต่างๆ  และยังเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมเดลิเวอรีไทยเป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างร้านอาหารอย่างยั่งยืนอีกด้วย”  นอกเหนือจากศักยภาพของ LINE MAN ในฐานะพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์แล้ว Domino’s Pizza ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดพิซซ่าในไทยที่มีมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท จากตลาดร้านอาหารขายด่วน (QSR) ของไทยปีละกว่า 47,000 ล้านบาท จึงเปิดเกมรุกเดินหน้าขยายสาขา ด้วยการร่วมมือกับ LINE MAN เพื่อยึดหัวหาดในทุกเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวหรือพื้นที่ที่กำลังเติบโต โดยคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วย ผลักดันยอดขายเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 150 ล้านบาท ภายในปีแรกของการเปิดให้บริการร่วมกัน  คุณศิรัตน์ รัตนไพฑูรย์ CEO บริษัท เอธธิคอล กูร์เมต์ จำกัด ผู้มีสิทธิบริหารและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้ Brand Domino’s Pizza ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว กล่าวเพิ่มเติมว่า “การร่วมมือกันครั้งนี้ ถือเป็น Win-Win Situation อย่างแท้จริง LINE MAN คือพาร์ทเนอร์ที่ทำให้ Domino’s Pizza เข้าถึงผู้บริโภคในทำเลใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สร้าง Brand ให้เป็นที่รู้จักอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานความร่วมมือที่ให้ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ผมเชื่อว่าการร่วมมือครั้งนี้ จะสร้างบรรทัดฐานความร่วมมือแบบใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับร้านค้าที่อยู่ในช่วงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เหมือนอย่าง Domino’s Pizza ในปัจจุบัน ให้สามารถเจาะเข้าถึงลูกค้าในทำเลใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”  ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการตอกย้ำว่า LINE MAN คือผู้นำเบอร์ 1 ในตลาดเดลิเวอรีอย่างแท้จริงด้วยความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และการใช้อินไซต์ในการพัฒนาดีลและแคมเปญเฉพาะพื้นที่ ซึ่งนับเป็นตัวเปิดที่สำคัญที่ทำให้ Domino’s Pizza สามารถรุกตลาดเดลิเวอรีในไทยได้อย่างมั่นใจพร้อมลงสนามแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ทางยังพร้อมมอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และเข้าถึงผู้บริโภคในทุกมุมเมืองทั่วไทยอย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Apr 2025