เทศกาล Song Wat Week 2025 ปิดฉากไปอย่างสวยงามระหว่างวันที่ 20–23 พฤศจิกายน นับเป็นปีที่ 4 และเป็นครั้งที่จัดใหญ่ที่สุดของย่านทรงวาด งานปีนี้ยังคงโดดเด่นด้วยเสน่ห์ของย่านเก่าที่ถูกเติมชีวิตด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมตอกย้ำจุดยืนของเทศกาลที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการและชุมชนทรงวาดซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ

ปีนี้ LINE MAN ในฐานะพาร์ทเนอร์ที่ร่วมขับเคลื่อนย่านทรงวาดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 และมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Food Culture ปลุกย่านเก่าทั่วกรุงเทพฯ ให้เป็น Soft Power ของไทย ได้นำเสนอพื้นที่พิเศษ “The Moon Guide House” จุดเช็กอินใหม่ของงานที่ออกแบบเป็น One-stop Hub แนะนำทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับย่าน ทั้งร้านอร่อย คาเฟ่ดี ๆ มุมศิลปะ ไปจนถึงดีลพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาล โดยมีมาสคอต “มูน” ไกด์ส่วนตัวจาก LINE MAN ช่วยต้อนรับและให้ข้อมูลอย่างเป็นกันเอง

อีกไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจคือกิจกรรม “ทำนายไลน์แมน เขย่าเซียมซี” พร้อมใบเสี่ยงทายที่สอดซ่อนโค้ดโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาไว้ เพิ่มความสนุกให้การเดินงานไปอีกขั้น ขณะเดียวกัน มาสคอตมูนยังร่วมเดินสร้างรอยยิ้มและความคึกคักตลอด 4 วันของเทศกาล

ในวันปิดเทศกาล คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ได้เข้าร่วมดินเนอร์พิเศษ “Made in Song Wat – The Long Table” ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมย่านผ่านเมนูอาหารสร้างสรรค์ โดยเชฟแพม–พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟปิ๊ก–สรมย์เวท ธีระพจน์ และเมนูพิเศษจากเชฟต้น–ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ร่วมกับร้านอาหารและคาเฟ่กว่า 21 ร้าน รวมกว่า 24 เมนูที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะงานนี้ รวมถึงร่วมแสดงความยินดีกับ คุณเกียรติวัฒน์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ ประธานกลุ่ม Made in Song Wat ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ย่านทรงวาดกลายเป็นหนึ่งในย่านที่มีเสน่ห์และประสบความสำเร็จที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

“LINE MAN x ช้างศึก Foodball Fest” ขนทัพร้านอร่อย เติมพลังแฟนบอลไทยในแมทช์ใหญ่ ไทย vs เกาหลีใต้ ศึกบอลโลกรอบคัดเลือก

LINE MAN หนุนทัพ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทยลุยฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เปิดตัวงาน “LINE MAN x ช้างศึก Foodball Fest” จัดเต็ม 45 ร้าน กองทัพร้านอาหารอร่อย ไว้ที่ศึกแมทช์ใหญ่ทีมชาติไทยเจอทีมชาติเกาหลีใต้ ให้คอบอลไทยได้เอนจอยกับอาหารทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะสายสตรีทฟู้ดหรือสายเกาหลีก็มีครบ ร่วมเติมพลังเพื่อไปเชียร์ให้สุดเสียงในวันที่ 26 มีนาคม 2567 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน และมอบโค้ดส่วนลดบริการ LINE MAN RIDE สำหรับแฟนบอลที่จะเดินทางมาเชียร์ริมสนามด้วยตัวเอง โดย LINE MAN ได้ร่วมมือกับ Plan B Eleven ในการผลักดันทีมช้างศึก ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนสำคัญของทั้งสองบริษัทสัญชาติไทยที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อส่งเสริมความภูมิใจของคนไทย ในการรวมพลังส่งกำลังใจให้กับนักเตะทีมชาติไทย พร้อมปลุกกระแสฟุตบอลโลกและสร้างบรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทยให้เป็นวาระแห่งชาติ ร่วมส่งใจเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยสู้ศึกนี้ไปด้วยกัน!

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2024

LINE MAN Wongnai Grows Tech Diversity Effort with Spectrum Tech Camp Year 2 for Highschoolers Nationwide

LINE MAN Wongnai, in collaboration with The Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPST), recently hosted its second “Spectrum Tech Camp 2025.” Themed “Tech is for Everyone,” the camp aims to showcase diversity in the tech industry beyond gender and provide high school students from all academic backgrounds nationwide with future-ready skills from industry professionals, addressing Thailand’s tech talent shortage. As part of Pride Month, the Spectrum Tech Camp 2025 marks the first time the program is open to the public nationwide with completely free of charge—hosted at LINE MAN Wongnai headquarter in Bangkok. It drew over 1,000 applicants from across Thailand, with 60 students selected from a wide range of backgrounds: different genders, academic tracks, religions, school types both public and private, and from schools across provincial Thailand. This diversity underscores that a passion for tech isn’t limited to men or STEM students. With the right opportunities, it can come from anyone. Isriya Paireepairit, VP of Public Affairs at LINE MAN Wongnai, highlighted that “The global tech industry continues to face significant diversity gaps across gender, age, and background. Women and LGBTQ+ professionals make up less than 30%1 of the workforce and remain underrepresented in leadership roles especially in fields like AI and software engineering. At the same time, Thailand is experiencing a severe tech talent shortage, with over 179,000 open positions but just 9,358 applicants2. The solution lies at the intersection that we need a bigger, more diverse talent pool. That’s where Spectrum Tech Camp comes in for sparking interest and building real-world tech skills among students from all academic backgrounds, whether they’re in STEM, the arts, or other fields. We believe diversity in tech goes beyond gender, it’s also about different perspectives, skills, and backgrounds — all essential for building technology that works for everyone.” The camp gives students the chance to tackle real-world challenges from the LINE MAN app, which serves over 10 million users daily. By working closely with mentors from LINE MAN Wongnai, participants gain firsthand experience and insights into the company’s work culture, something rarely found in traditional classrooms or coding courses. They also hear directly from Pattrawoot Suesatayasilp, CTO of LINE MAN Wongnai and co-founder of Wongnai. Through hands-on workshops in four high-demand fields including Software Development, UX/UI Design, Data Science, and Business Development, students explore the tech world in an inclusive space that encourages them to be themselves, think big, and collaborate. As AI continues to evolve rapidly, LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp focuses on building skills that AI can’t replace, essential for managing large-scale applications. These future-proof skills will help students stand out in the tech industry over the next 5 to 10 years: ●  Critical Thinking & Problem-Solving: The ability to see what AI might miss, think critically about its output, and design creative solutions that work in the real world. ●  Collaboration & Communication: Working with people from different backgrounds, sharing complex ideas in simple ways, and pushing projects forward—something AI still can’t do on its own. Dr. Chaiwut Lertwanasiriwan, Assistant to the President of IPST, added, “Tech learning shouldn’t be confined to classrooms or specific students. This partnership creates an open learning space, encouraging lifelong learning and helping Thai youth keep pace with technological changes.” Since day one, LINE MAN Wongnai has been committed to building an inclusive workplace where people of all genders and ages can grow equally, LGBTQ+ employees are supported, and women and people with disabilities have the opportunity to work as riders. It all reflects one of its core values: Respect Everyone. Because when inclusion is deeply rooted inside the company, it creates the power to drive change outside. Spectrum Tech Camp is a key step in passing that value on to the next generation. Sources:1 Women Tech Network (2024), Nash Squared Digital Leadership Report (2023)2 Office of National Higher Education Science Research and Innovation Policy Council – NXPO (December 2023) For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

LINE MAN Wongnai

9 Jun 2025

LINE MAN Wongnai ร่วมกับ ทีทีบี – FlowAccount – Skooldio พัฒนาโซลูชันเชื่อม ‘หน้าร้าน-บัญชี-ธนาคาร’ พร้อมคอร์ส AI อัปสกิลเจ้าของร้านแบบครบวงจร

LINE MAN Wongnai ผนึกกำลังกับ ทีทีบี ร่วมกับ FlowAccount และ Skooldio พัฒนาโซลูชันดิจิทัลครบวงจรสำหรับธุรกิจร้านอาหารไทย เชื่อมโยงทุกระบบตั้งแต่การขายหน้าร้าน หลังบ้าน บัญชี การเงิน ไปจนถึงการเสริมทักษะดิจิทัล ช่วยให้เจ้าของร้านมองเห็นภาพรวมธุรกิจ คุมต้นทุนและเงินสดได้อย่างแม่นยำ พร้อมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน นายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions LINE MAN Wongnai กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม พบว่า นอกเหนือจากระบบจัดการร้านค้าและการรับชำระเงินแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยกว่า 53% ระบุว่าเป็นความต้องการอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยความสนใจในการทำบัญชี ถึง 29% ขณะที่ปัจจุบันระบบ Wongnai POS มียอดธุรกรรมผ่านระบบสูงถึง 1.76 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่าร้านอาหารจำนวนมากในประเทศไทยยังขาด โครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินและบัญชีที่เชื่อมโยงข้อมูลการดำเนินธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี, FlowAccount และ Skooldio ในครั้งนี้ จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการโดยตรง โดยมีเป้าหมายในการยกระดับ Wongnai POS ให้กลายเป็น “ระบบปฏิบัติการของร้านอาหาร” ที่เชื่อมต่อการทำงานตั้งแต่หน้าร้าน หลังร้าน ไปจนถึงระบบการเงินและบัญชีไว้อย่างครบวงจรเมื่อร้านค้าใช้งานระบบร่วมกัน ยอดขายจาก Wongnai POS จะถูกส่งเข้าสู่ระบบบัญชีของ FlowAccount โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของร้านสามารถบริหารจัดการบัญชีได้ง่ายขึ้น ปิดบัญชีได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ทีทีบี ก็สามารถใช้ข้อมูลธุรกรรมเหล่านี้ประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อได้ ลดขั้นตอนเอกสาร ลดภาระการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกระบวนการตั้งแต่การขาย การจัดทำบัญชี ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุนได้ ภายในระบบเดียว ยกตัวอย่าง ร้านอาหารเล็ก ๆ อย่างร้านข้าวแกง หลังจากเชื่อมต่อ Wongnai POS, FlowAccount, Skooldio และ ทีทีบี แล้วเมื่อปิดร้านในแต่ละวัน ระบบจะสรุปบัญชีให้โดยอัตโนมัติ งบการเงินพร้อมใช้งาน และสามารถนำไปยื่นขอสินเชื่อได้ทันที โดยเป้าหมายของเราคือ ทำให้เจ้าของร้านอาหารสามารถเปิดร้านได้อย่างมั่นใจ รู้ตัวเลขทางธุรกิจของตนเอง ควบคุมต้นทุนได้ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และมีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การทำอาหารที่ดีและการดูแลลูกค้า นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจเครื่องดื่ม (F&B) ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย และมีฐานร้านค้า F&B และค้าปลีกทั่วประเทศ รวมกว่า 260,000 ร้าน สะท้อนถึงตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยในปีที่ผ่านมา ทีทีบีได้ร่วมกับ Wongnai POS เพื่อยกระดับระบบการชำระเงินของร้านอาหารไทย ผ่านการเชื่อมต่อ POS เข้ากับ ttb QR และ EDC แบบไร้รอยต่อ  สำหรับเฟส 2 ของปีนี้ผู้ประกอบการจะสามารถเชื่อมบัญชีทีทีบี เข้าสู่ระบบหลังบ้านได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไปอีกขั้นด้วยแนวคิด Power ×3 ซึ่งเป็นการนำโซลูชันดิจิทัลมายกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยในอีก 3 มิติหลัก ได้แก่ 1.Power of Automation ทีทีบีเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่เชื่อมต่อรายการเดินบัญชีธนาคารกับ FlowAccount ได้แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ร้านค้าสามารถบันทึกบัญชี เห็นกำไรขาดทุน กระแสเงินสด ได้โดยไม่ต้องทำงานซ้ำ ช่วยลดภาระงาน และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำขึ้น 2. Power of Growth นำข้อมูลยอดขายจริงจาก POS ผสานกับข้อมูลรับเงินผ่านบัญชีทีทีบี เพื่อเปลี่ยนยอดขายเป็นพลังการเติบโต ช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงวงเงิน พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรซัพพลายเออร์วัตถุดิบชั้นนำ 3. Power of AI เสริมศักยภาพเจ้าของร้านและทีมงาน ด้วยคอร์ส AI และหลักสูตรดิจิทัลที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับธุรกิจร้านอาหาร SME เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดการบริหารได้จริง ทีทีบีมุ่งมั่นเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับระบบนิเวศร้านอาหารไทย ด้วยการทำให้การขายหน้าร้าน การรับเงิน และบัญชีธนาคาร เชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพธุรกิจชัดขึ้นและเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น เพื่อธุรกิจร้านอาหารไทยแข็งแรงและเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว นายกฤษฎา ชุตินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FlowAccount ผู้นำในการให้บริการโปรแกรมบัญชีออนไลน์ กล่าวว่า การทำบัญชีร้านอาหารมีความสำคัญต่อการบริหารธุรกิจในหลายมิติ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ทำให้เจ้าของร้านเข้าใจตัวเลขของร้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เห็นต้นทุนร้าน ค่าแรงพนักงาน และภาพรวมกำไร–ขาดทุนอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดทำงบการเงินได้สะดวก และบริหารจัดการภาษีได้ครบในที่เดียว นอกจากนี้ ระบบยังช่วยให้การจัดการข้อมูลง่ายขึ้นด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเพื่อนำเข้าข้อมูลจาก Wongnai POS มาเปิดบิลอัตโนมัติ หรือการดึงรายการเดินบัญชีจาก ทีทีบี ซึ่งเป็นธนาคารแรกที่เชื่อมต่อ Statement เข้าสู่โปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ช่วยลดงานซ้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมประหยัดเวลาในการบริหารจัดการร้านอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้าน Skooldio พันธมิตรด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับ SME มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านหลักสูตรคอร์สออนไลน์ ที่เน้นการเรียนรู้จาก Use Case จริง เพื่อให้ร้านค้าเข้าใจธุรกิจ บริหารจัดการได้ดีขึ้น และใช้เทคโนโลยีรวมถึง AI วิเคราะห์ข้อมูลและต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Skooldio ย้ำว่า เทคโนโลยีจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ ‘คนใช้เป็น’ เราจึงเน้น Upskill ด้าน Digital / Data / AI เพื่อให้เจ้าของร้านอ่านข้อมูล คิดและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ให้เครื่องมือที่ดีสร้างผลลัพธ์ที่ดีแก่ธุรกิจได้จริง ร้านอาหารที่สนใจโซลูชันนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://flowaccount.com/restaurant-solutions ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

6 Mar 2026

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020