Rabbit Crossing ทางกระต่าย โดยกลุ่มเพื่อนหมอกระต่าย จับมือ LINE MAN รณรงค์การใช้รถใช้ถนน ให้ไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ลดอุบัติเหตุ ผ่านการสื่อสาร 3 ข้อ ได้แก่ ชะลอความเร็ว หยุดรถให้คนข้ามถนน และอย่าแซงบริเวณทางม้าลาย พร้อมตั้งเป้าให้ไรเดอร์ร่วมสนับสนุนโครงการผ่านการติดสติกเกอร์เพื่อเตือนสติผู้ใช้ถนนเคารพกฎจราจร สร้างสังคมที่ปลอดภัย

หมอเจี๊ยบ – ลลนา ก้องธรนินทร์ ตัวแทนกลุ่มเพื่อนหมอกระต่าย เปิดเผยถึงความร่วมมือกับ LINE MAN ว่า “หลังจากที่หมอกระต่ายประสบอุบัติเหตุขณะข้ามทางม้าลายและเป็นข่าวดังเมื่อหลายเดือนก่อน พวกเรากลุ่มเพื่อนหมอกระต่ายได้ร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ในเรื่องการขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนนกับหลายหน่วยงาน ซึ่ง LINE MAN ถือเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีรายแรกที่ให้การตอบรับเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ เพื่อให้ไรเดอร์ของ LINE MAN ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจทุกการเดินทางบนท้องถนน ลดอุบัติเหตุตามจุดสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะทางม้าลาย และร่วมกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางทีม Rabbit Crossing ได้ทำเพลงเพื่อรณรงค์ทางม้าลายปลอดภัยขึ้นมา 2 เพลง ชื่อเพลงนิทานของม้าลายที่มีเนื้อหาความล้มเหลวของทางม้าลายในการทำหน้าที่ปกป้องคนเดินถนนให้ปลอดภัย และเพลงแตะเบรคที่กระตุ้นให้ผู้ขับขี่เข้าใจหน้าที่ของตนในฐานะคนขับให้ขับอย่างปลอดภัย โดยทั้งสองเพลงจะเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook และ Instagram ของทีม Rabbit Crossing ในเดือนมิถุนายนนี้”

ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มีไรเดอร์จำนวนมากบนท้องถนนโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่ ซึ่งเราตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ของไรเดอร์ ดังนั้นความร่วมมือกับทีม Rabbit Crossing ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้ามาช่วยกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่ไรเดอร์ให้หยุดรถทางม้าลายทุกครั้ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อคนเดินถนน โดยเฉพาะคนเดินถนนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากที่สุด โดยตั้งใจสื่อสารไปยังไรเดอร์ 3 ข้อ ได้แก่ 1) ชะลอความเร็วก่อนถึงทางม้าลาย 2) หยุดให้คนเดินข้ามทางม้าทุกครั้ง และ 3) อย่าขี่รถแซงบริเวณทางม้าลาย ผ่านวิดีโอที่จะเผยแพร่บนช่องทางสื่อสารกับไรเดอร์โดยตรง”

“นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการผลิตสติกเกอร์ ‘จอดให้ข้ามที่ทางม้าลาย’ โดยตั้งเป้าแจกให้กับไรเดอร์กว่า 1 หมื่นคนโดยเริ่มจากในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เป็นเครื่องหมายเตือนสติแก่ไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นและเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนนที่พบเห็นสติกเกอร์โครงการบนกระเป๋า LINE MAN ไปพร้อมๆ กัน เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบริเวณจุดข้ามถนนทางม้าลาย และเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนเคารพกฎจราจร” ดร.มาลียา กล่าวทิ้งท้าย

News Release View More

LINE MAN กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ลงนามความร่วมมืออัพสกิลไรเดอร์ และเสริมความรู้สิทธิประกันสังคม

LINE MAN จับมือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ สำนักงานประกันสังคม ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาทักษะไรเดอร์ และความรู้สิทธิประกันสังคม ตั้งเป้าส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ความมุ่งมั่นของการลงนามความร่วมมือครั้งนี้คือการส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม โดยอาศัยความร่วมมือและความเชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ปัจจุบัน อาชีพไรเดอร์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งแบบเต็มเวลาและพาร์ตไทม์ หากมีทักษะซ่อมบำรุงพาหนะเบื้องต้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความพร้อมในการทำงาน ระหว่างปี 2023-2025 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมกับ LINE MAN จัดอบรมหลักสูตรบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้นให้ไรเดอร์แล้ว 372 คน และเตรียมขยายการฝึกอบรมเพิ่มอีก 80 คน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ชุมพร กำแพงเพชร และพิษณุโลก ในหลักสูตร 6 ชั่วโมง ครอบคลุมเกี่ยวกับกฎจราจร ความรู้พื้นฐานรถจักรยานยนต์ การดูแลรักษารถจักรยานยนต์  นอกจากนี้ ยังพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training เพื่อให้ไรเดอร์เข้าถึงความรู้ได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน แรงงานในอาชีพไรเดอร์จำนวนมากยังเข้าไม่ถึงสิทธิประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมจึงร่วมกับ LINE MAN ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 พร้อมแนะนำช่องทางสมัครและชำระเงินสมทบให้แรงงานอิสระบนแพลตฟอร์มดิจิทัลด้วยซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้แรงงานอิสระได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึง คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “พันธกิจของเรามุ่งมั่นที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของไรเดอร์กว่า 100,000 คน โดยส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ในส่วนของ LINE MAN จะสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงานในสาขาอาชีพตามความต้องการ โดยบริษัทจะจัดหากลุ่มเป้าหมายในการฝึกอบรม และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแผนการฝึกอบรมตามที่ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันตามภารกิจที่เหมาะสมภายใต้งบประมาณที่บริษัทได้จัดสรรไว้ ซึ่งเราได้เชิญชวนไรเดอร์เข้าร่วมอบรม ผ่านช่องทางสื่อสารของ LINE MAN มีการลงพื้นที่จัดอบรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่ผ่านมาได้ร่วมจัดอบรมซ่อมรถจักรยานยนต์ไปแล้ว 17 จังหวัด ให้ความรู้ด้านประกันสังคมซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากไรเดอร์ ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้จะจัดอบรมเพิ่มอีก 20 จังหวัด เพื่อต่อยอดสู่ทุกจังหวัดทั่วไทยในอนาคต และผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยให้ไรเดอร์ได้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการทำงานได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน” สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Mar 2025

LINE MAN Wongnai จัดกิจกรรม Reskill–Upskill ผู้สูงวัยยุคดิจิทัล ในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้

LINE MAN Wongnai จับมือ Young Happy คอมมูนิตี้ผู้สูงวัย พร้อมด้วยพันธมิตร กรมกิจการผู้สูงอายุ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Central Restaurants Group (CRG) ร่วมเสริมทักษะผู้สูงวัยในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้สูงอายุ ผ่านการอบรมเข้มข้นตลอด 1 เดือน รวมกว่า 30 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งการขายอาหารบนฟู้ดเดลิเวอรีกับ LINE MAN การวางแผนและโปรโมทร้านอาหาร พร้อมเวิร์กชอปพิเศษกับเชฟและผู้ประกอบการจริง ไปจนถึงกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย คุณวริศรา กลีบบัว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยังแฮปปี้ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ Young Happy ทำงานกับผู้สูงวัย เราเห็นชัดว่าพวกเขามีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการและพร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม การร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผนึกกำลังกันเพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้สูงวัยได้พัฒนาทักษะ ทั้งการทำอาหาร การเรียนรู้ด้านดิจิทัล ไปจนถึงการนำความรู้ไปใช้เปิดร้านและสร้างรายได้จริง เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสร้างอาชีพ แต่ยังช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงวัย สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคมอย่างแท้จริง” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “โครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ LINE MAN Wongnai ตั้งใจถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารออนไลน์อย่างรอบด้าน เราเริ่มตั้งแต่การสอนพื้นฐานการเปิดร้านบน Wongnai Merchant App การรับออเดอร์บน LINE MAN ไปจนถึงการเรียนรู้เทคนิคการขายเดลิเวอรีจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อร้านให้ค้นหาเจอง่าย การเลือกใช้รูปภาพที่ดึงดูดใจ รวมถึงการจับคู่เมนูเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้ผู้สูงวัยสามารถทำตามได้ง่ายและนำไปใช้จริง ซึ่งระยะเวลาร่วมกิจกรรมเราพบว่า มีสมาชิกกลุ่ม Young Happy หลายท่านสามารถเปิดร้านบน LINE MAN และเริ่มมีรายได้แล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงเป้าหมายของเราที่ต้องการ Empowering Merchant ด้วยเครื่องมือดิจิทัล และสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้คนทุกกลุ่มในสังคม” ดร. สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “การสูงวัยอย่างมีคุณภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของสุขภาพกาย แต่ยังรวมถึงการมีเป้าหมายและคุณค่าของชีวิต โครงการเชฟรุ่นใหญ่จึงเปรียบเสมือน ‘มหาวิทยาลัยชีวิต’ สำหรับผู้สูงอายุ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สร้างอาชีพและรายได้ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้มีเป้าหมายในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิต ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกภาคภูมิใจ มีกำลังใจ และสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า” ด้าน คุณนัจนันท์ พฤกษ์ไพบูลย์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านกำเสี่ยะตามสั่ง กล่าวว่า “ร้านอาหารตามสั่งของครอบครัวเปิดมากว่า 60 ปี หลังจากเกษียณจึงตัดสินใจสานต่อธุรกิจของแม่ ความท้าทายใหญ่คือเรื่องเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย แต่รู้ว่าการทำเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN เป็นสิ่งจำเป็น เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ถ้าไม่ปรับตัวก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โครงการเชฟรุ่นใหญ่ช่วยให้เข้าใจการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ทั้งเรื่องการตั้งราคา การจัดโปรโมชัน และการบริหารเวลาให้ออเดอร์เสร็จทัน ทำให้มั่นใจและพร้อมเปิดร้านบน LINE MAN อย่างจริงจัง ถือเป็นโอกาสครั้งใหม่ในการส่งต่อรสชาติความทรงจำของครอบครัวสู่ลูกค้าในยุคดิจิทัล” ขณะที่ คุณจันทร์เพ็ญ จันแดง ผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านข้าวเหนียวมะม่วงจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า “หลังจากออกมาเป็นแม่บ้านได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อย่าง เมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่ทำเป็นหลัก แต่ก็มีความคิดที่อยากขยายไปสู่เมนูคาวอย่างข้าวหมูคัตสึด้ง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกกับร้านของเรามากขึ้น แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนรุ่นเรา คือ การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ พอได้มาเรียนรู้ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ ก็ทำให้เข้าใจระบบของ LINE MAN มากขึ้น ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย GP การตั้งราคาที่เหมาะสม และวิธีการนำเสนอร้านให้น่าสนใจ โดยเฉพาะการเลือกภาพและการจับคู่เมนูเพื่อดันยอดขาย นอกจากนี้ยังได้สูตรใหม่ ๆ จาก CRG อย่างคัตสึด้งหรือน้ำส้มยูสุ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านได้ทันที ทุกวันนี้มองว่า LINE MAN เป็นช่องทางเสริมที่ช่วยระบายสินค้าและเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ ไม่ได้เน้นแค่เรื่องกำไร แต่เป็นโอกาสที่จะส่งต่ออาหารที่ทำด้วยความตั้งใจให้คนได้กินของดี ผลผลิตบางส่วนยังปลูกเองแบบไม่ใช้สารเคมี และนำกำไรไปแบ่งปันให้เด็กกำพร้าหรือผู้สูงอายุในชุมชน เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจคือการแบ่งปันความสุข ไม่ใช่เพียงการขายอาหาร” คุณอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า “ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีอาชีพและรายได้จึงเป็นภารกิจสำคัญของกรมกิจการผู้สูงอายุ เพราะนอกจากช่วยให้ผู้สูงวัยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังทำให้พวกเขาแข็งแรงทั้งกายและใจ สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี กรมฯ จึงพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ Young Happy จัดขึ้น รวมถึงโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ที่ได้ร่วมกับ LINE MAN Wongnai ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยอย่างยั่งยืน” โครงการนี้สะท้อนพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดย LINE MAN Wongnai สนับสนุนด้านแพลตฟอร์มและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการขายอาหารและการปรับตัวในโลกออนไลน์ ขณะที่ Young Happy เชื่อมโยงผู้สูงวัยและออกแบบหลักสูตรที่เข้าใจง่าย ด้าน  Central Restaurants Group (CRG) มาร่วมถ่ายทอดมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในครัว เปิดคลาสสอนทำอาหารเมนูฮิตใหม่ๆ เช่น เมนูทงคัตสึ  เสริมด้วยการสนับสนุนเชิงนโยบายและสุขภาวะจากกรมกิจการผู้สูงอายุและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ผู้สูงวัยที่รักการทำอาหารได้ “เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้” อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก คุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด  ร่วมกิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

27 Nov 2025

LINE MAN Wongnai Reveals Food Delivery Outpacing Growth, Expands Non-Food Businesses and Merchant Solutions for Long-Term Growth

LINE MAN Wongnai, Thailand’s leading on-demand and restaurant discovery platform, has reported that the food delivery service is growing faster than the industry as a whole. To solidify its position and become a national champion in the food delivery sector, the company plans to expand growth in provincial areas, venture into non-food services and merchant solutions. LINE MAN’s gross merchandise value (GMV) has increased by 33%, surpassing market growth, as the company continues to expand growth for non-food services. Yod Chinsupakul, CEO, LINE MAN Wongnai, stated that from January 2022 until April 2023, the company experienced a 33% increase in GMV. However, the food delivery market is expected to decline by 0.8-6.5% this year, reaching an estimated value of 81-86 billion baht according to KResearch.  In 2022, the number of orders in Bangkok and surrounding areas rose by 25%, with a 27% increase in users. In provincial areas, the number of orders surged by 17%, accompanied by a 10% growth in users. To attract more customers and expand restaurant choices nationwide, LINE MAN plans to invest in marketing efforts. The platform has also introduced user-friendly features like Group Ordering, allowing users to place food orders together with friends and family, as well as LINE MAN Only, offering exclusive restaurants available only on the LINE MAN platform and a feature to collect top-up discount codes. In addition, LINE MAN is expanding its on-demand services in non-food sectors such as MART, MESSENGER, and TAXI. In 2022, significant milestones included: Merchant Solutions is an important business group for LINE MAN Wongnai, focused on boosting revenue. One of its key offerings is Wongnai POS, a top-ranked restaurant management and sales delivery system in the POS market. With over 50,000 restaurant operators already using it, Wongnai POS is experiencing growth due to the renewed popularity of dining out. LINE MAN aims to further promote the adoption of technology in restaurant management by increasing the usage of Wongnai POS in dine-in restaurants nationwide.  Environmental, social, and governance (ESG) considerations in business practices In 2022, LINE MAN Wongnai introduced ESG guidelines to address various company-related issues. For instance, they developed a feature on the LINE MAN app to discourage users from accepting plastic cutlery, resulting in a reduction of over 3,286 tons of single-use plastic waste. Furthermore, they plan to add new features, like opting out of condiment packages, to further reduce plastic and food waste, with an expected reduction of over 5 tons of food and plastic waste per month. The company is committed to enhancing the quality of life and career skills of its riders through training programs in collaboration with agencies like the Department of Skill Development. LINE MAN Wongnai also promotes diversity and inclusion, fostering a safe environment for individuals to express themselves and showcase their full potential. They support social welfare initiatives that aim for gender equality, including providing congratulatory money to same-sex married couples on par with opposite-sex couples, irrespective of the effective date of marriage equality laws in Thailand. “Our goal today does not confine itself to the area of our success; we also include the achievements of everyone within our ecosystem, which defines sustainable success. We aspire to grow together, following the vision of ‘Help Thai People Live Better,’ with the objective of becoming a national champion that has a positive impact across all sectors and instills pride in Thai people from all walks of life,” Yod concluded.

LINE MAN Wongnai

22 May 2023

LINE MAN Wongnai เปิดดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วไทยพุ่งเฉลี่ย 6.7% เทียบเงินเฟ้อปี 65

LINE MAN Wongnai เปิดรายงานดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565 เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลราคาที่ขายจริงจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านที่ขายเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย พบประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยในรอบปี แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่างพฤษภาคม 2564 และพฤษภาคม 2565) ใกล้เคียงกับตัวเลขเงินเฟ้อ 7.1% ของกระทรวงพาณิชย์ ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ยจานละ 7 บาท แต่ต่างจังหวัดมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นชัดเจน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง แพงขึ้นเฉลี่ย 3 บาท ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2565 (ข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2565) จากเฉลี่ยจานละ 56 บาท เพิ่มเป็นเฉลี่ยจานละ 59 บาท ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: เงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยปี 2565 แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่าง พ.ค. 64 และ พ.ค. 65) LINE MAN Wongnai รายงานความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ ข้าวผัดกะเพรา อาหารตามสั่ง ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ราดหน้า ฯลฯ ที่ขายในแต่ละเดือนระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวในปี 2563 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2564 โดยตัวเลขของปี 2564 น้อยกว่าของปี 2563 อยู่เล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวของปี 2565 กลับเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยในเดือนมกราคม 2565 อยู่ที่ 55.33 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ที่ 53.33 บาท (แพงขึ้น 2 บาท) และถ้าดูตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 57.87 บาท เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ 54.21 บาทเพิ่มขึ้น 3.66 บาท หรือประมาณ 6.7% ใกล้เคียงกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินไว้ราว 7.1% เดือนพฤษภาคม 2565 (อ้างอิง) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของอาหารจานเดียวแพงที่สุดอยู่ที่ 59.96 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 49.92 บาท (มิถุนายน 2565) โดยภาคกลางเป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 3.97 บาท (เทียบระหว่างมกราคมและมิถุนายน 2565) ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวแยกตามภูมิภาค ในเดือนมิถุนายน 2565 (ราคาที่เพิ่มขึ้นจากมกราคม 2565) ภาคกลาง 59.63 บาท (+3.97 บาท) ภาคตะวันออก 59.96 บาท (+3.16 บาท) ภาคเหนือ 50.26 บาท (+2.94 บาท) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 56.04 บาท (+3.51 บาท) ภาคใต้ 57.46 บาท (+2.58 บาท) ภาคตะวันตก 49.92 บาท (+2.43 บาท) เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว ระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและจังหวัดอื่นๆ Key Finding: ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ย 7 บาท แต่มีอัตราราคาอาหารเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล LINE MAN Wongnai รายงานราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เปรียบเทียบ ระหว่างกรุงเทพและปริมณฑล 6 จังหวัด (กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) กับจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยที่ขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าครองชีพของกรุงเทพและปริมณฑลกับต่างจังหวัด พบว่า ราคาอาหารจานเดียวในกรุงเทพและปริมณฑล แพงกว่าต่างจังหวัดเฉลี่ยประมาณ 8 บาท (1 มกราคม 2564) แต่ส่วนแต่งนี้ลดลงเหลือประมาณ 7 บาทแล้ว (1 พฤษภาคม 2565) ตลอดทั้งปี 2564 ราคาอาหารจานเดียวในต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นในอัตรา 5.9% ซึ่งขึ้นเร็วกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2565 ราคาอาหารเริ่มปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ราคาอาหารจายเดียวเฉลี่ยในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นมาแล้ว 6.68% และต่างจังหวัดเพิ่ม 7.98% (เทียบ 1 มกราคม 2565 กับ 1 พฤษภาคม 2565)  ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 พ.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 65 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ1 พ.ค. 65 กรุงเทพฯ และปริมณฑล 56.77  57.19 58.38(+2.8% YoY) 61.01(+6.68% YoY)(+4.5% จาก 1 ม.ค. 65) จังหวัดอื่นๆ 48.78 50.02 51.64(+5.9% YoY) 54.01(+7.98% YoY)(+4.6% จาก 1 ม.ค. 65) ราคาต่างกัน 7.99 7.17 6.74 7 ราคาเฉลี่ยเมนูอาหารแต่ละวัตถุดิบทั่วไทย ช่วงครึ่งปีแรก 2565 Key Finding: อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นมากตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา LINE MAN Wongnai รายงานการเปรียบเทียบราคาอาหารเฉลี่ย (นับรวมอาหารทุกประเภท ทุกระดับราคา) โดยแยกตามประเภทของเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบของอาหาร พบว่าเมนูอาหารที่มีไก่เป็นส่วนประกอบมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุด สอดคล้องกับข่าวเนื้อไก่แพงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี (อ้างอิง) ราคาเฉลี่ยของอาหารที่ใช้ไก่เป็นส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 และพุ่งขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน 2565 ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับลดลงมาในเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังถือว่าสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า ราคาเฉลี่ยอาหารเมนูไก่ ในช่วงครึ่งปีแรก 2565  1 มีนาคม 80.37 บาท 1 เมษายน 109 บาท 13 เมษายน 134 บาท (ปรับขึ้นมากเป็นพิเศษในช่วงหยุดสงกรานต์) 1 พฤษภาคม 113 บาท 1 มิถุนายน 93.9 บาท ส่วนเมนูอาหารที่ใช้หมูเป็นส่วนประกอบ คงอยู่ที่ราว 64-69 บาทตลอดทั้งช่วงครึ่งปีแรก 2565 อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาอาหารเฉลี่ย (รวมเนื้อสัตว์ทุกประเภท) ที่อยู่ราว 64-80 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง จากราคาเฉลี่ยจานละ 56 บาทช่วงต้นปี 2565 เป็นราคาเฉลี่ยจานละ 59 บาท เฉลี่ยแพงขึ้น 3 บาท LINE MAN Wongnai ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยของ “ข้าวผัดกะเพรา” อาหารยอดนิยมของคนไทย (นับทั้งข้าวผัดกะเพรา ข้าวราดกะเพรา ใส่เนื้อสัตว์ทุกประเภท แต่ไม่รวมตัวเลือกเสริม เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ที่เลือกสั่งเพิ่มเป็น top-up แยกต่างหาก) ระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาช่วงต้นปี 2564 อยู่ที่จานละ 52.78 บาท และค่อยๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 54.73 บาทในช่วงปลายปี (เพิ่มขึ้นประมาณ 2 บาท) แต่ในปี 2565 สถานการณ์ราคาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยช่วงต้นปี ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราหนึ่งจานคือ 55.9 บาท และเพิ่มมาเป็น 59 บาทในเดือนพฤษภาคม (แพงขึ้น 3 บาทภายใน 4 เดือน) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราแพงที่สุดอยู่ที่ 62.24 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 50.08 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราแยกตามภูมิภาค  ภาคกลาง 60.63 บาท ภาคตะวันออก 62.24 บาท ภาคเหนือ 50.57 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 57.30 บาท ภาคใต้ 56.79 บาท ภาคตะวันตก 50.08 บาท

LINE MAN Wongnai

27 Jun 2022