LINE MAN และ LINE Pay ร่วมมือกับ Mastercard สมทบ 10 บาทให้กับทุกออร์เดอร์ฟู้ดเดลิเวอรี ส่งมอบแก่โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ ส่งมื้อดีให้เด็กไทยได้กินดีมีโภชนาการที่เหมาะสม ผู้ใช้สามารถสั่งมื้อนี้ ส่งมื้อดีให้น้อง เพียงสั่งอาหารบน LINE MAN และจ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2566   

FOOD FOR GOOD คือโครงการภายใต้มูลนิธิยุวพัฒน์ ทำหน้าที่สร้างการมีส่วนร่วมของสังคม เพื่อแก้ปัญหาเรื่องโภชนาการของเด็กไทยโดยเฉพาะ นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2557 โครงการ FOOD FOR GOOD และพันธมิตรได้ร่วมกันช่วยดูแลโภชนาการที่ดีให้เด็กไทย 23,790 คนใน 125 โรงเรียนห่างไกลทั่วประเทศ โดยมีความเชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับอาหารและสารอาหารที่ถูกต้อง ครบถ้วน เหมาะสมตามวัย เพื่อมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี

คุณประภาพรรณ บรรลุศิลป์ รองผู้อำนวยการโครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า “ภารกิจสำคัญของเราคือเป็นกลไกสร้างความมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างวิธีการดูแลโภชนาการเด็กที่มีประสิทธิภาพ เพื่อขจัดปัญหาเด็กทุพโภชนาการอย่างยั่งยืน ทางโครงการรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความร่วมมือของ LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ที่ช่วยกันผลักดันให้ผู้คนในสังคมตระหนักและเห็นความสำคัญของการดูแลภาวะโภชนาการเด็กและสร้างความมั่นคงทางอาหารของเด็กไทย ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตในอนาคต 

สิ่งที่ FOOD FOR GOOD ทำ คือการทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อให้เกิดระบบการดูแลเรื่องอาหารและโภชนาการที่มีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่องโดยเงินบริจาคที่ได้ในครั้งนี้นอกจากจะนำมาสนับสนุนการจัดซื้อวัตถุดิบในมื้ออาหารของเด็กๆให้มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน เหมาะสม และเพียงพอมากขึ้น ทางโครงการจะนำไปใช้เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางโภชนาการและสร้างระบบการจัดการที่ถูกต้องแก่คุณครูและบุคลากรที่จัดเตรียมอาหารให้กับเด็กๆ เพื่อให้การแก้ปัญหาด้านโภชนาการในเด็กได้รับการสานต่อและทำได้จริงอย่างยั่งยืน”

คุณ ณ หทัย ภูพิชญ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ LINE Pay กล่าวว่า “LINE Pay ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลเพย์เมนต์ที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อรูปแบบการชำระเงินผ่านบัตร Mastercard เข้ากับบริการของ LINE MAN เป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยส่งต่อความตั้งใจดีๆ แก่เด็กในโรงเรียนห่างไกล พวกเราร่วมสมทบ 10 บาทให้กับทุกออร์เดอร์ฟู้ดเดลิเวอรีโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ใช้ เพื่อให้ทุกมื้ออาหารของเด็กๆ ครบ 5 หมู่ถูกหลักโภชนาการ รวมถึงพัฒนาระบบจัดการอาหารภายในโรงเรียนในระยะยาว” 

คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “พันธมิตรทุกรายเห็นความสำคัญด้านความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ห่างไกล เราจึงตั้งใจให้ลูกค้าเข้ามาเป็นแนวร่วมเพื่อสังคมได้อย่างสะดวกผ่านการสั่งอาหาร โดยตั้งเป้าส่งมอบเงินสมทบกว่า 2 ล้านบาท ให้กับโครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ นำไปบริหารจัดการเพื่อลดจำนวนเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการได้อย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ซึ่งตรงกับแนวคิดด้าน ESG ที่ LINE MAN ยึดถือมาโดยตลอด”

สำหรับการเปิดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณพิรุฬห์ โรจนกมลสันต์ รองประธานฝ่ายลูกค้าสถาบันการเงิน และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท มาสเตอร์การ์ด (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมถ่ายภาพ 

ผู้ใช้สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ สั่งมื้อนี้ ส่งมื้อดีให้น้อง ได้ง่ายๆ ทุกการสั่งอาหารบน LINE MAN และจ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay เราจะสมทบเงิน 10 บาท มอบให้กับโครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อเติมเต็มถาดหลุมของเด็กๆ ให้ครบ 5 หมู่ ส่งมื้อดีให้เด็กไทยได้กินดีมีโภชนาการที่เหมาะสม  มีแรงกำลังเติบโตตามฝัน ร่วมสั่งมื้อนี้ ส่งมื้อดีให้น้อง ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. – 31 ธ.ค. 66 นี้

News Release View More

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020

LINE MAN Wongnai Aims to Secure Top Spot in POS Market; Reports 100K Newly Opened Restaurants in 2023

LINE MAN Wongnai, Thailand’s leading on-demand and restaurant discovery platform,  recently held the ‘Restaurant 2023: Future’s Recipe’ annual event to reveal an overview of Thailand’s restaurant industry, highlight dining trends, and a plan following the acquisition of FoodStory. With the goal of solidifying the top position as a restaurant solutions leader, LINE MAN Wongnai seeks to offer innovative features that cater to the diverse needs of all types of restaurants. Over 100K New Restaurants Open Amidst Challenges Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai, said, “In 2023, the restaurant industry witnessed a 13.6% increase, with over 100,000 new restaurants emerging. Among these, breakfast eateries (sandwiches), Chinese restaurants, and sukiyaki/shabu restaurants experienced the highest growth rates, while food trucks, late-night congee places, and pizzerias saw relatively slower growth. As Covid-19 restrictions eased, data from Wongnai POS revealed a steady rise in gross merchandise value (GMV) of total dine-in sales. Despite the continuous emergence of new restaurant openings, 50% of them will close within the first year, and 65% will shut down in the first three years. As the leading restaurant solutions provider, LINE MAN Wongnai aids eateries in boosting revenue and cutting costs, enabling them to thrive in the competitive market. By utilizing advanced POS (Point of Sale) technology, suitable for all restaurant types, owners can efficiently manage front-house orders and back-office operations.” Post-acquisition plan with FoodStory to accelerate all-in-one solutions for all restaurant types Yod added, “With the acquisition of FoodStory, we are combining the expertise of an 11-year restaurant solutions provider with the largest restaurant database platform in Thailand. Currently, we hold the top position in the POS market, with 55,000 restaurants using Wongnai POS and FoodStory POS, accounting for 40% of the market share. Together, both POS systems have generated 180 billion baht in GMV, processed 636 million orders, and reduced paper usage by 323 tonnes.” Introducing New Restaurant Management Features for Increased Sales and Reduced Costs. Thagoon Chartsutipol, Head of FoodStory POS of LINE MAN Wongnai, said, “Wongnai POS and FoodStory POS are invaluable partners for restaurants at every stage of their journey, from initial setup during opening, catering to increasing customer demand, to expanding with new branches. Based on a survey with 1,230 restaurants conducted in the first half of 2023, we identified their top concerns as ingredient costs, labor expenses, hidden costs, heightened competition, and fewer new and returning customers. In response, we have developed new solutions to address the challenges faced by all restaurants.” During the event, dining trends among Thai users in 2023 were unveiled. The most searched menus on LINE MAN Wongnai included crispy pork, ice cream, cake, sukiyaki, and mala, while the top delivery-ordered menus on LINE MAN were papaya salad with fermented fish, stir-fried spicy basil crispy pork, and grilled chicken. Among the drinks, the top three bestsellers were milk matcha, chocolate drink, and Thai tea. The “Restaurant 2023: Future’s Recipe” event, which was held at Samyan Mitrtown Hall, saw esteemed guests in attendance. Thanapong Wongchinsri from Torpenguin Facebook page, Pornchai Nitmetawong from เพื่อนแท้ร้านอาหาร Facebook page, Kunapong Techavoraprasert from ขายดีไปด้วยกัน Facebook page,  and representatives from famous restaurants such as Mo-Mo-Paradise, Siam Steak, and NANA Coffee Roasters shared their experience in restaurant management while many restaurateurs attended the event.  1Data from all restaurants on LINE MAN Wongnai platform compared between June 2022 and June 2023. 2Combined data from Wongnai POS and FoodStory POS between 2014 and 2023

LINE MAN Wongnai

24 Jul 2023

อยากกินต้องได้กิน สั่งอาหารเดลิเวอรี่ผ่านเว็บ Wongnai ได้แล้ววันนี้

LINE MAN ผนึก Wongnai พัฒนาบริการใหม่สั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ Wongnai เพิ่มความสะดวกมากขึ้น ทั้งค้นหาร้านอาหารและสั่งได้ครบจบในที่เดียว ตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศซึ่งนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ปลดล็อคข้อจำกัดเดิมไม่ต้องเสียเวลาเข้าแอปฯ มั่นใจช่องทางใหม่กระตุ้นคนใช้บริการมากขึ้น Wongnai ก้าวไปอีกขั้นของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมมือกันพัฒนาบริการใหม่เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสั่งซื้ออาหารจากร้านดังพร้อมใช้บริการส่งอาหารจาก LINE MAN ผ่านเว็บไซต์ได้อีกหนึ่งช่องทาง จากเดิมที่สั่งผ่านแอปพลิเคชั่นเพียงอย่างเดียว พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2562    ในช่วงที่ผ่านมาบริการ Delivery เข้ามาตอบโจทย์เรื่องความสะดวก และความปลอดภัยในการสั่งซื้ออาหาร ทำให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนในปีนี้จะมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลสื่อสารกับผู้ใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจให้ตามหาร้านอาหาร ซึ่งปัจจุบันกลุ่มที่ใช้บริการมากสุดจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 ครั้งต่อเดือน พร้อมรับตลาด Food Delivery มีศักยภาพที่จะเติบโตหลายเท่าตัวในระยะเวลาอันใกล้ ด้วยปัจจัยหลายด้าน เช่น ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่สะดวก ปัญหาการจราจรติดขัด และการขับรถไปเองก็มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ โดยเฉพาะร้านอาหารที่เป็นสตรีทฟู้ด ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลา รวมทั้งเรื่องโปรโมชั่นที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ใช้บริการต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งบริการใหม่นี้จะเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้บริการมากขึ้น เพราะสามารถเลือกดูร้านอาหารและสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่แอปพลิเคชั่นอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่จะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์กันอยู่แล้ว เมื่อสามารถสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ได้เลย จึงเป็นการตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศได้เป็นอย่างดี ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของบริการใหม่ที่พัฒนาขึ้นมา ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มีพฤติกรรม “อยากกินต้องได้กิน” มองอาหารเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ เป็นเรื่องแฟชั่น ต้องมีความแปลกใหม่ ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ได้มองว่าทำงานเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ตอนเกษียณ แต่ทำงานไปและใช้ชีวิตไปพร้อมกัน ทำให้บริการ Delivery มีประโยชน์ และสร้างความคุ้มค่าแม้ต้องจ่ายเงินเพิ่มในระดับหนึ่ง เพื่อให้ชีวิตสะดวกมากขึ้น ช่วยประหยัดเวลา ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่วางแผนไว้สำหรับบริการนี้คือ เมื่อเห็นสื่อของวงในแล้วจะมีการสั่งอาหารตามมาด้วย ส่วนการแข่งขันในตลาด Food Delivery ที่มีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากผู้ประกอบการรายใหม่มีเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้นนั้น แน่นอนว่า ย่อมมีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเข้ามาแข่งขันแน่นอน ซึ่ง LINE MAN ก็พยายามทำราคาให้ดีที่สุด แต่การดำเนินธุรกิจต้องมีความยั่งยืน ทำให้ไม่สามารถลงไปเล่นสงครามราคาได้ อย่างไรก็ตาม ทั้ง LINE MAN และ Wongnai ก็มีโปรโมชั่นออกมาต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้มีการสั่งอาหารมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคจะต้องระวังเรื่องโปรโมชั่นของแต่ละแบรนด์เหมือนกัน เพราะบางครั้งอาจลดค่าส่งอาหารแต่ไปเพิ่มราคาอาหาร แต่หากสั่งกับ LINE MAN มั่นใจได้ว่าเป็นราคาหน้า ร้านไม่มีบวกเพิ่มแน่นอน

LINE MAN Wongnai

5 Apr 2019

CTO ของ LINE MAN Wongnai กางแผนดึง Tech Talent ลุยสร้างบริการ Made in Thailand ย้ำภาพบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในไทย 

LINE MAN Wongnai เดินหน้าขยายทีมเทคโนโลยีเต็มขั้นหลังประกาศระดมทุนซีรี่ส์บีดันมูลค่าบริษัททะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เล็งเพิ่มจำนวนทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกปี 66 เพื่อสร้างบริการ Made in Thailand ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศ  คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันบริษัทกลายเป็นยูนิคอร์นได้สำเร็จ ได้เล่าแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นถัดไป ดังนี้  เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับชาติ คือทีมงานเทคโนโลยีระดับหัวกะทิกว่า 350 คน    LINE MAN Wongnai คือแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานคนไทย 10 ล้านคนใช้งานทุกวัน และมีความถี่ในการใช้งานวันละหลายครั้ง ภายในอีโคซิสเต็มของ LINE MAN Wongnai ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ใช้งาน, ร้านค้า และไรเดอร์ จำเป็นต้องใช้ทีมเทคโนโลยีมากกว่า 350 คน พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แต่ละส่วนมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันมาก แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องให้คนไทยทุกคนใช้งานได้ง่าย โครงสร้างทีมเทคโนโลยีแบ่งเป็น 3 ทีมใหญ่ๆ ได้แก่ ทีม Engineering, ทีม Product และทีม Data ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นทั้ง 1) ผู้ใช้มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านบริการออนดีมานด์ 2) ร้านค้าพันธมิตรสามารถสร้างยอดขายออนไลน์และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจได้ดี และ 3) ไรเดอร์สามารถสร้างอาชีพและรายได้บนแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน เข้าถึง-เข้าใจ-รวดเร็ว จุดแข็งของบริษัทเทคโนโลยีที่มี HQ และทีมงานในไทย “ทีมงานเทคโนโลยีที่ LINE MAN Wongnai กว่า 90% เป็นคนไทย การมีทีมวิศวกรไทยที่นั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ (Headquarter) ในประเทศไทย ทำให้ปรับตัวกับทุกสถานการณ์ได้รวดเร็ว รู้ลึกรู้จริงในความต้องการของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์คนไทยได้อย่างแท้จริง ทุกคนทำงานโดยยึดหลัก Core Values ขององค์กร คือ Innovate Faster สร้างนวัตกรรมและทำให้เร็ว Go Deeper ทำงานลงลึกใกล้ชิดผู้ใช้งาน Respect Everyone ทำงานโดยเคารพทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”  หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำงานของทีมเทคโนโลยีที่สะท้อน Core Values ได้อย่างครบถ้วน คือ การเชื่อมระบบโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เข้ากับบริการส่งอาหารของ LINE MAN ที่สามารถพัฒนาให้สำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ และได้เสียงตอบรับจากร้านอาหารว่าใช้งานง่าย ส่งผลให้มีจำนวนร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 กับ LINE MAN มากถึง 75% จากร้านคนละครึ่งที่ลงทะเบียนขายเดลิเวอรีทั้งหมด นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai เริ่มเปิดออฟฟิศสำหรับทีมเทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้มีพนักงานราว 20 คนที่ทำงานร่วมกับทีมงานที่กรุงเทพฯ และสร้างบริการที่มีคนใช้ทั้งประเทศ โดยพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดใดก็ได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการเท่าเทียมกัน “แม้ว่าเราเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับโลก ดังนั้นเราจึงเริ่มดึงชาวต่างชาติมีประสบการณ์การทำงานกับแพลตฟอร์มระดับโลกมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ จีน หรืออินเดีย  เพื่อนำ Know-how มาปรับใช้และพร้อมสำหรับสเกลอัพในอนาคต โดยทีมงานชาวต่างชาติสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ มีทั้งเลือกอยู่ที่ประเทศเดิมและย้ายมาทำงานในไทย” คุณภัทราวุธ กล่าวเสริม  ปี 66 ขยายทีมเทคเพิ่มขึ้นเป็น 450 คน ด้วยงานที่ท้าทายเทียบชั้นแพลตฟอร์มระดับโลก คุณภัทราวุธยังเล่าว่า หลังการระดมทุนซีรี่ส์บีในปี 65 ตั้งเป้าขยายทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกของปี 66 และเพิ่มสัดส่วนพนักงานระดับอาวุโส (Senior) อีกจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของแพลตฟอร์มที่จะขยายพื้นที่บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้ลึกยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ อีกมากมายในรูปแบบ E-commerce Platform for Services โดยมีกลยุทธ์ดึงดูด-รักษา-พัฒนาทีมงานเทค ตั้งแต่กระบวนการค้นหาคนที่ใช่อย่างเข้มข้น เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างทีมงาน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ท้าทาย ให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล มีสวัสดิการที่สนับสนุนการใช้ชีวิตหลากหลาย และเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดัน Developer Community ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อพัฒนาชุมชนนักพัฒนาในไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย เพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีชาวไทยที่ทำงานอยู่ทั่วโลก ให้สามารถกลับมาพัฒนาแพลตฟอร์มไทยที่มีเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวใช้งานจริงๆ ในทุกวัน รับรองว่าบรรยากาศการทำงานที่ LINE MAN Wongnai เต็มไปด้วยงานที่ท้าทาย และสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มระดับโลก” คุณภัทราวุธ ปิดท้าย 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022