LINE MAN Wongnai เดินหน้าขยายทีมเทคโนโลยีเต็มขั้นหลังประกาศระดมทุนซีรี่ส์บีดันมูลค่าบริษัททะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เล็งเพิ่มจำนวนทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกปี 66 เพื่อสร้างบริการ Made in Thailand ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศ 

คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันบริษัทกลายเป็นยูนิคอร์นได้สำเร็จ ได้เล่าแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นถัดไป ดังนี้ 

เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับชาติ คือทีมงานเทคโนโลยีระดับหัวกะทิกว่า 350 คน   

LINE MAN Wongnai คือแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานคนไทย 10 ล้านคนใช้งานทุกวัน และมีความถี่ในการใช้งานวันละหลายครั้ง ภายในอีโคซิสเต็มของ LINE MAN Wongnai ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ใช้งาน, ร้านค้า และไรเดอร์ จำเป็นต้องใช้ทีมเทคโนโลยีมากกว่า 350 คน พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แต่ละส่วนมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันมาก แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องให้คนไทยทุกคนใช้งานได้ง่าย โครงสร้างทีมเทคโนโลยีแบ่งเป็น 3 ทีมใหญ่ๆ ได้แก่ ทีม Engineering, ทีม Product และทีม Data ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นทั้ง 1) ผู้ใช้มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านบริการออนดีมานด์ 2) ร้านค้าพันธมิตรสามารถสร้างยอดขายออนไลน์และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจได้ดี และ 3) ไรเดอร์สามารถสร้างอาชีพและรายได้บนแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน

โปรดักท์ทั้งหมดในอีโคซิสเต็มของ LINE MAN Wongnai

เข้าถึง-เข้าใจ-รวดเร็ว จุดแข็งของบริษัทเทคโนโลยีที่มี HQ และทีมงานในไทย

“ทีมงานเทคโนโลยีที่ LINE MAN Wongnai กว่า 90% เป็นคนไทย การมีทีมวิศวกรไทยที่นั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ (Headquarter) ในประเทศไทย ทำให้ปรับตัวกับทุกสถานการณ์ได้รวดเร็ว รู้ลึกรู้จริงในความต้องการของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์คนไทยได้อย่างแท้จริง ทุกคนทำงานโดยยึดหลัก Core Values ขององค์กร คือ Innovate Faster สร้างนวัตกรรมและทำให้เร็ว Go Deeper ทำงานลงลึกใกล้ชิดผู้ใช้งาน Respect Everyone ทำงานโดยเคารพทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน” 

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำงานของทีมเทคโนโลยีที่สะท้อน Core Values ได้อย่างครบถ้วน คือ การเชื่อมระบบโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เข้ากับบริการส่งอาหารของ LINE MAN ที่สามารถพัฒนาให้สำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ และได้เสียงตอบรับจากร้านอาหารว่าใช้งานง่าย ส่งผลให้มีจำนวนร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 กับ LINE MAN มากถึง 75% จากร้านคนละครึ่งที่ลงทะเบียนขายเดลิเวอรีทั้งหมด

นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai เริ่มเปิดออฟฟิศสำหรับทีมเทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้มีพนักงานราว 20 คนที่ทำงานร่วมกับทีมงานที่กรุงเทพฯ และสร้างบริการที่มีคนใช้ทั้งประเทศ โดยพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดใดก็ได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการเท่าเทียมกัน

“แม้ว่าเราเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับโลก ดังนั้นเราจึงเริ่มดึงชาวต่างชาติมีประสบการณ์การทำงานกับแพลตฟอร์มระดับโลกมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ จีน หรืออินเดีย  เพื่อนำ Know-how มาปรับใช้และพร้อมสำหรับสเกลอัพในอนาคต โดยทีมงานชาวต่างชาติสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ มีทั้งเลือกอยู่ที่ประเทศเดิมและย้ายมาทำงานในไทย” คุณภัทราวุธ กล่าวเสริม 

ปี 66 ขยายทีมเทคเพิ่มขึ้นเป็น 450 คน ด้วยงานที่ท้าทายเทียบชั้นแพลตฟอร์มระดับโลก

คุณภัทราวุธยังเล่าว่า หลังการระดมทุนซีรี่ส์บีในปี 65 ตั้งเป้าขยายทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกของปี 66 และเพิ่มสัดส่วนพนักงานระดับอาวุโส (Senior) อีกจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของแพลตฟอร์มที่จะขยายพื้นที่บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้ลึกยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ อีกมากมายในรูปแบบ E-commerce Platform for Services โดยมีกลยุทธ์ดึงดูด-รักษา-พัฒนาทีมงานเทค ตั้งแต่กระบวนการค้นหาคนที่ใช่อย่างเข้มข้น เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างทีมงาน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ท้าทาย ให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล มีสวัสดิการที่สนับสนุนการใช้ชีวิตหลากหลาย และเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดัน Developer Community ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อพัฒนาชุมชนนักพัฒนาในไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน

“ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย เพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีชาวไทยที่ทำงานอยู่ทั่วโลก ให้สามารถกลับมาพัฒนาแพลตฟอร์มไทยที่มีเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวใช้งานจริงๆ ในทุกวัน รับรองว่าบรรยากาศการทำงานที่ LINE MAN Wongnai เต็มไปด้วยงานที่ท้าทาย และสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มระดับโลก” คุณภัทราวุธ ปิดท้าย 

เชื่อมระบบ LINE MAN Delivery เข้ากับโครงการคนละครึ่งที่ใช้งานได้ง่ายภายใน 6 สัปดาห์ ทำให้มีจำนวนร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 กับ LINE MAN มากถึง 75% จากร้านคนละครึ่งที่ลงทะเบียนขายเดลิเวอรีทั้งหมด
การนำ Data มาวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ปริมาณงานเดลิเวอรีในแต่ละพื้นที่และแนะนำให้ไรเดอร์ไปวิ่งงานบริเวณที่มีงานหนาแน่น / การใช้เทคโนโลยี AI ในการคัดเลือกรูปภาพที่สวยที่สุดให้กับหน้าร้านบน Wongnai

News Release View More

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล Digital Startup of the Year จาก Prime Minister’s Digital Awards 2022

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย นำโดยคุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับมอบรางวัล Digital Startup of the Year จาก Prime Minister’s Digital Awards 2022 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า รางวัลเชิดชูเกียรติที่มอบให้แก่ผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของประเทศไทย ประจำปี 2565 ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 โดย LINE MAN Wongnai เป็นแพลตฟอร์มไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัล Digital Startup of the Year ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับสตาร์ตอัพที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถแก้ไขปัญหาในเชิงธุรกิจ อันก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน นับเป็นรางวัลที่เป็นการตอกย้ำศักยภาพการเป็นบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้วิสัยทัศน์ “Help Thai People Live Better” ทั้งในด้านการให้บริการที่สะดวกแก่ผู้ใช้ เพิ่มช่องทางการขายให้กับร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ประกอบการรายเล็ก (SME) รวมถึงการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ไรเดอร์ทั่วประเทศ เป้าหมายต่อไปสำหรับ LINE MAN Wongnai คือการเป็น National Champion ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับทุกภาคส่วน และเดินหน้าสู่การ IPO ในประเทศไทยเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ตอัพไทยรุ่นถัดไป

LINE MAN Wongnai

7 Feb 2023

LINE MAN เปิดสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2022” Soft Power คนดังปลุกเมนูฮิตข้ามคืน ด้าน “ส้มตำ” แชมป์ยอดสั่ง 6.8 ล้านจาน

LINE MAN รวบรวมสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2022” เผยเทรนด์การกินของคนไทยกว่า 10 ล้านคนทั้ง 77 จังหวัด ที่สั่งจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านตลอดทั้งปี  พบปรากฏการณ์พลังคนดังรันวงการอาหารไทยแจ้งเกิดเมนูขวัญใจคนไทยในชั่วข้ามคืน พร้อมเผยสถิติที่น่าสนใจในทุกบริการบน LINE MAN ย้ำภาพผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของคนไทย   2022 ปีแห่ง Soft Power คนดังรันวงการอาหารไทย ดันเมนูแจ้งเกิดเป็นพลุแตก ยกให้เป็นปีแห่งปรากฏการณ์พลังของคนดังที่พาอาหารไทยไปสู่ระดับโลก เพียงแค่คำพูดคำเดียวหรือภาพโซเชียลหนึ่งภาพก็สามารถสร้างกระแสฟีเวอร์ ร้านอาหารรับออร์เดอร์ถล่มทลายเพียงข้ามคืน ส่งผลต่อเนื่องไปยังเกษตรกรและผู้ผลิตวัตถุดิบให้มียอดขายโตตามอย่างคึกคัก สำหรับปีนี้เมนูแจ้งเกิดแห่งปีต้องมอบให้ “ส้มตำ” แชมป์ขายดีแห่งปี เสิร์ฟไปแล้วกว่า 6.8 ล้านจาน ส้มตำขึ้นแท่นเป็นเมนูแห่งชาติประจำปีที่มียอดสั่งสูงที่สุดบน LINE MAN กว่า 6.8 ล้านจาน (1 ม.ค. – 28 พ.ย. 65) ปริมาณเทียบเท่ากับการเลี้ยงชาวอีสานได้ครบทุกครัวเรือน สำหรับเมนูส้มตำยอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ ตำปูปลาร้า, ตำป่า และตำไทย นอกจากนี้อาหารอีสานเมนูอื่นๆ ได้แก่ ลาบหมู, คอหมูย่าง และน้ำตกหมู ก็ยังติด 10 อันดับเมนูขายดีเช่นเดียวกัน สะท้อนวัฒนธรรมการ ‘ล้อมวงกินข้าว’ ของคนไทยที่มีส้มตำและอาหารอีสานเป็นตัวกลางกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงในทุกมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี เปิดอันดับของใช้ที่คนไทยมักจะลืมและสินค้าใช้ด่วนบน LINE MAN MART  เทรนด์ Quick Commerce ค่อย ๆ เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในการสั่งของสด-ของใช้จากร้านออนไลน์มากขึ้นไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปซื้อด้วยตัวเอง ปัจจุบัน LINE MAN MART มีร้านค้ารายย่อยหลากหลายประเภทสินค้าบนแพลตฟอร์มมากกว่า 60,000 ร้าน และใช้เวลาเฉลี่ยในการจัดส่งเพียง 20 นาทีตอบรับความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการสินค้าทันที ในปีนี้ LINE MAN MART พบสถิติที่น่าสนใจจากสินค้าที่มักจะลืมหรือสินค้าที่ต้องการใช้ด่วน 5 อันดับที่มียอดสั่งสูงที่สุด ได้แก่  สายชาร์จแบตโทรศัพท์, ผ้าอนามัย, ถุงยางอนามัย, น้ำตาเทียม และที่ตรวจครรภ์ ตามลำดับ สำหรับถุงยางอนามัยพบว่าช่วงเวลาที่มียอดสั่งสูงที่สุดคือช่วง 18.00-20.00 น.  นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลสำคัญ ผู้ใช้ยังมีแนวโน้มสั่งสินค้าประจำเทศกาลมาส่งถึงที่มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงสภาพจราจรหรือฉลองแบบส่วนตัวที่บ้าน โดยสินค้ายอดฮิตช่วงเทศกาล ได้แก่ ชุดหมูกระทะ ช่วงปีใหม่, ดอกกุหลาบ ช่วงวันวาเลนไทน์, พวงมาลัย ช่วงวันแม่แห่งชาติ และใบตอง ช่วงวันลอยกระทง ส่งด่วน ส่งเอกสาร วางบิลได้แล้วทั่วไทยด้วย LINE MAN MESSENGER  ปีนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริการ LINE MAN MESSENGER ส่งของด่วน ส่งเอกสาร วางบิล ที่ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว และได้รับกระแสตอบรับที่ดีในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มการใช้งานเติบโตต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการใช้งานเมสเซนเจอร์สูงสุดประจำแต่ละภาค ได้แก่ พัทยา, เชียงใหม่, สงขลา, กาญจนบุรี และขอนแก่น  ตามสถิติพบว่ากลุ่มผู้ใช้งานอันดับหนึ่งคือ ‘แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์’ เป็นผลจากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศที่ต้องการตอบรับความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการรับของทันที มีผู้ใช้ดีเด่นที่เรียกเมสเซนเจอร์บ่อยที่สุดในปีถึง 6,142 ครั้ง LINE MAN TAXI เผยพื้นที่ปริมณฑลติดอันดับปลายทางที่ถูกเรียกไปส่งมากที่สุด สำหรับบริการ LINE MAN TAXI เรียกแท็กซี่ไว้ใจได้ รับส่งถึงที่ที่ให้บริการครอบคลุมกรุงเทพมหานคร และเขตพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงรวม 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร จากสถิติพบว่าพื้นที่ที่คนเรียกมารับมากที่สุด ได้แก่ จตุจักร, ห้วยขวาง และวัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีออฟฟิศและชุมชนหนาแน่น ในขณะเดียวกันปลายทางที่มีคนเรียกไปส่งมากที่สุดเป็นที่อยู่อาศัยย่านชานเมืองที่ขยายตัวออกไป ได้แก่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ, เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่คนเรียกแท็กซี่มากที่สุดคือช่วง 17.00-20.00 น. นอกจากข้อมูลที่สุดแห่งปี 2022 แล้ว LINE MAN ยังได้สร้างสีสันให้กับนักกินทั่วไทย เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ย้อนรอยความฟินที่คุณกินในปี 2022 ที่จะพาผู้ใช้กว่า 10 ล้านคนย้อนกลับไปดูเมนูโปรดที่สั่งบ่อยที่สุดหรือสไตล์การกินที่เป็นตัวเอง และอันดับที่สุดแห่งปีของตัวเองอีกมากมาย เล่นได้แล้ววันนี้บนแอป LINE MAN คลิก https://lineman.onelink.me/1N3T/xtcwv2ha

LINE MAN Wongnai

23 Dec 2022

LINE MAN คว้าอันดับ 1 สาขา Delivery จาก Thailand Social Awards 2 ปีซ้อน ชูกระแส Eatfluencer – พลังจิ้น – Miss Grand ครองใจโซเชียลไทย

LINE MAN ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ คว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Delivery ผู้ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดียในกลุ่มธุรกิจขนส่งอาหารและบริการเรียกรถ เป็นปีที่สองติดต่อกัน จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดโดยบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จด้าน Social Media Marketing ที่สามารถครองใจผู้บริโภคและสร้าง Engagement อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ LINE MAN กลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ใน Top of Mind ของผู้ใช้ทั่วประเทศ ด้วยผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนต่อเดือน และบริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย ความสำเร็จนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า LINE MAN ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มเดลิเวอรี แต่คือเบอร์ 1 ด้าน Social Media Marketing ที่ขับเคลื่อนเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีเดียอย่างแท้จริง ยืนหนึ่งขวัญใจชาวโซเชียล ดึงกระแสคู่จิ้นติดท็อปเทรนด์หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ LINE MAN ครองตำแหน่งผู้นำขวัญใจชาวโซเชียล และคว้ารางวัลนี้ได้ต่อเนื่องถึงสองปีซ้อน คือ กลยุทธ์การตลาดที่ใช้พลังของแฟนด้อมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ และนำกระแสที่มาแรงมาปรับให้เข้ากับแบรนด์อย่างแยบยล หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือการจับกระแส ‘คู่จิ้นสุดฮอต’ ไม่ว่าจะเป็นคู่จิ้นนางงามตัวแม่อย่าง อิงฟ้า-ชาล็อต, มาร์คคริส-จินวุค จากวง BUS, ซี-นุนิว คู่จิ้นสุดสวีท และ ต้าห์อู๋-ออฟโรด คู่จิ้นทีป๊อปมากความสามารถที่มีทั้งงานเพลงและการแสดง ที่สามารถสร้างกระแสและดึงดูดความสนใจจากแฟนคลับได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคอนเทนต์ที่เหล่านี้มักได้รับ Engagement สูงสุด ติดอันดับท็อปอยู่เสมอ นอกจากนี้ LINE MAN ยังมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านคอนเทนต์ฟินๆ คูปองส่วนลดสุดคุ้ม และกิจกรรมที่ให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกับคนดังในดวงใจ เช่น การไลฟ์สดและอีเวนต์ลงพื้นที่ ซึ่งช่วยสร้าง Engagement ที่ถล่มทลาย และทำให้ขึ้นติด Top Trending อย่างต่อเนื่อง สร้างการรับรู้ และย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำที่เกาะทุกกระแสในโซเชียลได้อย่างแท้จริง จากซ้ายไปขวา: คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai จับเทรนด์ Eatfluencer กินตามคนดังบนโซเชียลดันยอดขายบน LINE MAN LINE MAN ยกระดับกระแสกินตามเทรนด์ให้เป็นมากกว่าความฮิตชั่วคราว ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่เข้าใจเทรนด์ไวรัลและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้เข้าถึงทุกกระแสนิยมผ่านการร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง โดยในปีที่ผ่านมา LINE MAN ต่อยอดความสำเร็จจากเมนูไวรัล ‘ไข่พะโล้’ ร้าน ‘ครัวบ้านเอ’ ของ “เอ ศุภชัย” ผู้จัดการดาราชื่อดังที่สร้างกระแสผ่านร้านอาหารของตัวเองทำให้เกิดการแชร์และพูดถึงเป็นวงกว้าง จนทำให้ยอดออร์เดอร์เมนูไข่พะโล้เดลิเวอรีบนร้านข้าวแกงทั่วประเทศเติบโตแรงพุ่งขึ้นกว่า 2 เท่าในเดือนเดียว (ส.ค.-ก.ย. 2567) และยังมีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีฐานแฟนคลับแน่น เช่น “บิว-วราภรณ์” เจ้าของแบรนด์ Bonnana เค้กกล้วยหอมยอดฮิต ซึ่งเป็นร้านที่ขายเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น จุดกระแส เค้กกล้วยหอมฟีเวอร์ ให้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับประเทศ กลยุทธ์นี้ช่วยกระตุ้นทั้งยอดสั่งซื้อ และสร้างการรับรู้ถึงแพลตฟอร์มในกลุ่มแฟนคลับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้มีร้านอาหารกว่า 2,000 ร้านทั่วประเทศเพิ่มเมนูเค้กกล้วยหอมตามเทรนด์ และสร้างยอดออร์เดอร์เค้กกล้วยหอมพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์! นอกจากนี้ LINE MAN ยังแสดงให้เห็นถึงความทันในการจับทุกกระแสไวรัล เช่น การต่อยอด MV ลิซ่าพาบุกเยาวราช ด้วยการส่งโปรโมชันพิเศษและคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งการนำ กระแสหมูเด้ง มาสร้างคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงอารมณ์กับผู้ใช้อย่างสร้างสรรค์ ก็สามารถดึงดูดความสนใจได้อย่างล้นหลาม ทุกกลยุทธ์เหล่านี้ไม่เพียงยืนยันความเป็นผู้นำตลาดเดลิเวอรี แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจตลาดและความสามารถในการสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ครีเอทคอนเทนต์นอกกรอบ ข้ามไปเกาะกระแสภาพยนตร์ซีรีส์ นอกจากนี้ยังได้ยกระดับการตลาดด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่แตกต่างและเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมบันเทิง โดยหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ คอนเทนต์ ‘เปิบพิศวาส’ ที่รวมเมนูสุดยั่วลิ้น เพื่อต่อยอดกระแสและร่วมโปรโมทซีรีส์ ‘ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว’ บน Netflix สะท้อนถึงความสามารถของ LINE MAN ในการผสานความบันเทิงเข้ากับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีได้อย่างแตกต่าง รางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Delivery จากเวที Thailand Social Awards เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง ด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและการสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ในแต่ละช่วงเวลา LINE MAN จึงไม่เพียงเป็นแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่ครองใจคนไทย แต่ยังเป็นผู้นำในการสร้าง Engagement บนโซเชียลมีเดียอันแข็งแกร่งที่สามารถเชื่อมต่อผู้บริโภค แบรนด์ และร้านค้า สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2025

CTO ของ LINE MAN Wongnai กางแผนดึง Tech Talent ลุยสร้างบริการ Made in Thailand ย้ำภาพบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในไทย 

LINE MAN Wongnai เดินหน้าขยายทีมเทคโนโลยีเต็มขั้นหลังประกาศระดมทุนซีรี่ส์บีดันมูลค่าบริษัททะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เล็งเพิ่มจำนวนทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกปี 66 เพื่อสร้างบริการ Made in Thailand ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศ  คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันบริษัทกลายเป็นยูนิคอร์นได้สำเร็จ ได้เล่าแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นถัดไป ดังนี้  เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับชาติ คือทีมงานเทคโนโลยีระดับหัวกะทิกว่า 350 คน    LINE MAN Wongnai คือแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานคนไทย 10 ล้านคนใช้งานทุกวัน และมีความถี่ในการใช้งานวันละหลายครั้ง ภายในอีโคซิสเต็มของ LINE MAN Wongnai ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ใช้งาน, ร้านค้า และไรเดอร์ จำเป็นต้องใช้ทีมเทคโนโลยีมากกว่า 350 คน พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แต่ละส่วนมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันมาก แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องให้คนไทยทุกคนใช้งานได้ง่าย โครงสร้างทีมเทคโนโลยีแบ่งเป็น 3 ทีมใหญ่ๆ ได้แก่ ทีม Engineering, ทีม Product และทีม Data ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นทั้ง 1) ผู้ใช้มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านบริการออนดีมานด์ 2) ร้านค้าพันธมิตรสามารถสร้างยอดขายออนไลน์และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจได้ดี และ 3) ไรเดอร์สามารถสร้างอาชีพและรายได้บนแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน เข้าถึง-เข้าใจ-รวดเร็ว จุดแข็งของบริษัทเทคโนโลยีที่มี HQ และทีมงานในไทย “ทีมงานเทคโนโลยีที่ LINE MAN Wongnai กว่า 90% เป็นคนไทย การมีทีมวิศวกรไทยที่นั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ (Headquarter) ในประเทศไทย ทำให้ปรับตัวกับทุกสถานการณ์ได้รวดเร็ว รู้ลึกรู้จริงในความต้องการของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์คนไทยได้อย่างแท้จริง ทุกคนทำงานโดยยึดหลัก Core Values ขององค์กร คือ Innovate Faster สร้างนวัตกรรมและทำให้เร็ว Go Deeper ทำงานลงลึกใกล้ชิดผู้ใช้งาน Respect Everyone ทำงานโดยเคารพทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”  หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำงานของทีมเทคโนโลยีที่สะท้อน Core Values ได้อย่างครบถ้วน คือ การเชื่อมระบบโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เข้ากับบริการส่งอาหารของ LINE MAN ที่สามารถพัฒนาให้สำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ และได้เสียงตอบรับจากร้านอาหารว่าใช้งานง่าย ส่งผลให้มีจำนวนร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 กับ LINE MAN มากถึง 75% จากร้านคนละครึ่งที่ลงทะเบียนขายเดลิเวอรีทั้งหมด นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai เริ่มเปิดออฟฟิศสำหรับทีมเทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้มีพนักงานราว 20 คนที่ทำงานร่วมกับทีมงานที่กรุงเทพฯ และสร้างบริการที่มีคนใช้ทั้งประเทศ โดยพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดใดก็ได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการเท่าเทียมกัน “แม้ว่าเราเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับโลก ดังนั้นเราจึงเริ่มดึงชาวต่างชาติมีประสบการณ์การทำงานกับแพลตฟอร์มระดับโลกมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ จีน หรืออินเดีย  เพื่อนำ Know-how มาปรับใช้และพร้อมสำหรับสเกลอัพในอนาคต โดยทีมงานชาวต่างชาติสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ มีทั้งเลือกอยู่ที่ประเทศเดิมและย้ายมาทำงานในไทย” คุณภัทราวุธ กล่าวเสริม  ปี 66 ขยายทีมเทคเพิ่มขึ้นเป็น 450 คน ด้วยงานที่ท้าทายเทียบชั้นแพลตฟอร์มระดับโลก คุณภัทราวุธยังเล่าว่า หลังการระดมทุนซีรี่ส์บีในปี 65 ตั้งเป้าขยายทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกของปี 66 และเพิ่มสัดส่วนพนักงานระดับอาวุโส (Senior) อีกจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของแพลตฟอร์มที่จะขยายพื้นที่บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้ลึกยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ อีกมากมายในรูปแบบ E-commerce Platform for Services โดยมีกลยุทธ์ดึงดูด-รักษา-พัฒนาทีมงานเทค ตั้งแต่กระบวนการค้นหาคนที่ใช่อย่างเข้มข้น เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างทีมงาน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ท้าทาย ให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล มีสวัสดิการที่สนับสนุนการใช้ชีวิตหลากหลาย และเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดัน Developer Community ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อพัฒนาชุมชนนักพัฒนาในไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย เพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีชาวไทยที่ทำงานอยู่ทั่วโลก ให้สามารถกลับมาพัฒนาแพลตฟอร์มไทยที่มีเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวใช้งานจริงๆ ในทุกวัน รับรองว่าบรรยากาศการทำงานที่ LINE MAN Wongnai เต็มไปด้วยงานที่ท้าทาย และสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มระดับโลก” คุณภัทราวุธ ปิดท้าย 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022