LINE MAN Wongnai เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ โดยใช้บทบาทการเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” (Digital Infrastructure) เชื่อมโยงระบบนิเวศร้านอาหาร-คนทำงาน-รายได้ ให้กลับมาเดินหน้าต่อได้ทันที ผ่านโมเดล “ครัว LINE MAN สัญจร” (Cloud Kitchen) พื้นที่ทำกินสำเร็จรูปที่พร้อมให้ร้านค้าที่เสียหายเข้าใช้งานได้ทันที พร้อมกางแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการ 300 แห่ง มุ่งคืนรายได้รายวันให้แก่ร้านค้า ลูกจ้าง และไรเดอร์อย่างเป็นรูปธรรม

จากข้อมูลของ LINE MAN Wongnai หาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ โดยมีระบบนิเวศร้านอาหารท้องถิ่นในพื้นที่หาดใหญ่คิดเป็น 15% ของภาคใต้ ช่วงปกติก่อนน้ำท่วม (21 ต.ค. – 20 พ.ย. 2568) มีร้านอาหารในระบบอยู่ราว 2,800 ร้าน หลังน้ำท่วม (27 พ.ย. 2568 – 6 ม.ค. 2569) มีร้านประมาณ 75% ที่ฟื้นกลับมาขายได้อีกครั้ง โดยยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่ยังไม่สามารถกลับมาขายได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ต้องได้รับการฟื้นฟูโดยเร็ว

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ในภาวะที่เมืองยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้เต็มร้อย LINE MAN Wongnai ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยง ร้านค้า-คนทำงาน-รายได้ และข้อมูลเข้าด้วยกัน เราตระหนักว่า ‘ที่ทำกิน’ คือสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงเปิด ‘ครัว LINE MAN สัญจร’ ซึ่งเป็นโมเดล Cloud Kitchen เพื่อให้ร้านที่หน้าร้านพังเสียหายสามารถกลับมาปรุงอาหารและสร้างรายได้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอซ่อมแซมร้านเสร็จ โดยเราวางแผนเปิดให้บริการเบื้องต้น 3 เดือน และพร้อมขยายเวลาต่อหากช่วยให้ผู้ประกอบการตั้งตัวได้แข็งแกร่งขึ้น เป้าหมายของเราคือการทำให้ระบบนิเวศการทำกินของหาดใหญ่ยังคงเปิดอยู่ แม้ในพื้นที่ที่ยังฟื้นฟูไม่เสร็จสิ้น”

คุณทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การฟื้นฟูหาดใหญ่ต้องทำควบคู่ไปทั้งการซ่อมแซมเมืองและการกู้เศรษฐกิจและการทำมาหากินให้กลับมาเร็วที่สุด หอการค้าฯ มุ่งมั่นที่จะช่วยให้ SME ในพื้นที่กลับมาตั้งตัวได้ใหม่ ความร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้จึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยลดอุปสรรคเรื่องสถานที่ประกอบการ และยังต่อยอดวางแผนไปถึงโครงการ Shark Tank ที่เราจะช่วยสนับสนุนข้อมูลและหาแหล่งทุนใหม่ให้กับร้านค้าที่ต้องการปรับโมเดลธุรกิจให้แข็งแรงกว่าเดิมหลังวิกฤต เร็วๆ นี้ เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ได้อีกครั้ง”

เพื่อให้เศรษฐกิจปากท้องของชาวหาดใหญ่กลับมาคึกคัก LINE MAN Wongnai ได้ออกมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ ดังนี้:

  • คืนพื้นที่ทำกินด้วยครัว LINE MAN สัญจร: ชวนร้านอาหารชื่อดังและร้านที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ร้านตะแคงชาม เตี๋ยวต้มยำโบราณ, ร้านข้าวมันไก่ใจฟู, ร้าน White Blue Coffee, ร้าน Hatyai Salmon และอีก 10 กว่าร้าน เข้าใช้งานครัวสัญจรที่ทีมงานช่วยบริหารจัดการ พร้อมด้วยอุปกรณ์ครัว ระบบเดลิเวอรีและรับหน้าร้าน เพื่อสร้างรายได้และรักษาการจ้างงานในร้าน 
  • มาตรการลดต้นทุน-เสริมสภาพคล่อง: มอบส่วนลดค่า GP พิเศษสำหรับร้านค้ากลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ และเตรียมเปิดตัวโครงการสนับสนุนแหล่งเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเร็วๆ นี้
  • มาตรการกระตุ้นยอดขาย-ลดค่าครองชีพ: มอบคูปองส่วนลดพิเศษสนับสนุนการสั่งซื้อในพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อดึงยอดขายกลับเข้าสู่ร้านค้าและเพิ่มงานให้กับไรเดอร์ และเตรียมเปิดตัวเมนูอิ่มคุ้ม สั่งได้ผ่านครัว LINE MAN สัญจร เพื่อเป็นทางเลือกในการลดค่าครองชีพให้แก่ชาวหาดใหญ่ในช่วงที่กำลังฟื้นฟูเมือง
  • โครงการ Shark Tank: ร่วมกับหอการค้าจังหวัดสงขลา สนับสนุนข้อมูลและหาผู้ร่วมลงทุนสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับโมเดลธุรกิจหลังวิกฤต

คุณศิวัตน์ สุวรรณวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา และเจ้าของโรงแรมบุรีศรีภู ผู้สนับสนุนพื้นที่ในการสร้างครัว LINE MAN สัญจรเสริมว่า “ในฐานะผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการ เราเห็นความลำบากของร้านค้าที่อยากขายแต่เปิดร้านไม่ได้เพราะหน้าร้านพังเสียหาย เมื่อได้เจอกับคุณยอด LINE MAN Wongnai ผมจึงยินดีสนับสนุนพื้นที่หน้าโรงแรมบุรีศรีภูให้เป็นครัวสัญจรทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้กลายเป็นพื้นที่ทำกินสำเร็จรูป จาก 2 สัปดาห์ก่อนที่เป็นพื้นที่ว่าง วันนี้ได้เห็นเจ้าของร้านและลูกจ้างกลับมามีงานทำและมีรายได้อีกครั้ง จากการขายอาหารบนแอป 100% นี่คือตัวอย่างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ช่วยรักษาและพยุงไม่ให้เศรษฐกิจรายย่อยล้ม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้หาดใหญ่กลับมาเป็นเมืองเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอีกครั้ง”

คุณฐิติกาญจน์ จตุรพิตร เจ้าของร้านตะแคงชาม เตี๋ยวต้มยำโบราณ และคุณณัฐฒ์พงศ์ มัณยานนท์ เจ้าของร้าน White Blue Coffee เล่าว่า “น้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในชีวิต ร้านพังเสียหายจนเรียกได้ว่า ไม่เหลือเลย หมดทุกอย่าง จนเกิดคำถามในหัวว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ และเคยคิดว่าจะปิดร้านไปแบบไม่มีกำหนด แต่การเข้ามาของ ‘ครัว LINE MAN สัญจร’ ถือเป็นโอกาสที่ช่วยกอบกู้ความรู้สึกให้ ความภูมิใจกลับมาอีกครั้ง การได้กลับมาทำอาหารทำให้เรามีความสุขและช่วยให้ลูกน้องมีรายได้ระหว่างรอซ่อมร้าน ซึ่งผลตอบรับดีมาก ยอดขายผ่านเดลิเวอรีกลับมาเกิน 50% แล้วเมื่อเทียบกับช่วงก่อนน้ำท่วม ทำให้เรามีความหวังที่จะกลับมาเปิดหน้าร้านจริงอีกครั้งในอนาคต”

LINE MAN Wongnai ยืนหยัดเคียงข้างชาวหาดใหญ่ โดยจะงดเว้นการหักกำไรจากการดำเนินงานในพื้นที่ตลอด 3 เดือน เพื่อนำรายได้ทั้งหมดกลับไปเพิ่มค่ารอบให้ไรเดอร์และจัดทำแคมเปญสนับสนุนร้านอาหารทั่วเมือง โดยที่ผ่านมาได้เร่งเยียวยาระบบนิเวศธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบถุงยังชีพ 1,000 ชุดแก่ไรเดอร์ในพื้นที่ราว 1,000 คนและครอบครัว การร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปิดจุดซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ให้แก่ไรเดอร์ รวมถึงมาตรการลดค่าเครื่อง Wongnai POS 50% และพักชำระหนี้-ค่าบริการรายเดือนเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ร้านค้า นอกจากนี้ยังร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงาจ้างงานไรเดอร์ในพื้นที่เพื่อกระจายอาหารสู่ผู้ได้รับผลกระทบ และระดมทุนร่วมกับสภากาชาดไทยผ่านแอป LINE MAN และ LINE Pay รวมยอดบริจาคจากผู้ใช้งานกว่า 5.4 ล้านบาท เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือสู่พื้นที่อย่างเต็มกำลัง 

โครงการครัว LINE MAN สัญจร ประสบความสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์ในพื้นที่ ได้แก่ โรงแรมบุรีศรีภู ผู้สนับสนุนพื้นที่โครงการ, อุปกรณ์เครื่องครัว Lucky Flame และ หาดใหญ่เครื่องเย็น ผู้สนับสนุนอุปกรณ์ครัวมาตรฐาน, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศูนย์รวมไฟฟ้า ผู้สนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง และ API Marketing ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูที่ทำกินเพื่อคนหาดใหญ่

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp ครั้งแรกที่สาธิต มธ. สร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่ เพิ่มความหลากหลายทางเพศในสายอาชีพเทคฯ

LINE MAN Wongnai ร่วมกับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมนำร่อง “Spectrum Tech Camp ทุกคน ทุกเฉดสี มีที่ยืน” เปิดคอร์ส Software Engineer และ UX Design เบื้องต้น แนะแนวสายอาชีพเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่เพื่อทลายอคติทางเพศและนำความหลากหลายมาสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทยที่กำลังขาดแคลนบุคลากรคุณภาพ  ปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกยังคงมีผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ การขาดแคลนบุคคลต้นแบบที่เป็นเพศหลากหลาย รวมถึงการเลือกปฏิบัติทางเพศที่ยังคงมีอยู่ โดยข้อมูลจากงานวิจัยของ McKinsey พบว่าบริษัทที่มีความหลากหลายทางเพศในทีมผู้บริหารมีโอกาสสูงถึง 27% ที่จะมีผลประกอบการทางการเงินดีกว่าบริษัทที่มีความหลากหลายน้อย เนื่องจากทีมเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายจะสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของคนทุกกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ อาชีพ หรือเพศ LINE MAN Wongnai ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไทย ให้ความสำคัญเรื่องความหลากหลายของบุคลากรมาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนพนักงานสายเทคโนโลยีประมาณ 500 คน เป็นผู้หญิงและ LGBTQ+ สัดส่วน 20.6% เนื่องในโอกาส Pride Month ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้จัดกิจกรรม LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยนำพนักงานทีมเทคโนโลยีของบริษัท มาช่วยปูพื้นฐานความรู้ด้านอาชีพสายเทคโนโลยีให้กับนักเรียน ในรูปแบบกิจกรรมเวิร์กชอปที่ให้ลงมือปฏิบัติจริง โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40 คน เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีในอนาคต คุณอานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “บริษัทของเราให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศผ่านสวัสดิการและวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความแตกต่าง ภายใต้ Core Value อย่าง Respect Everyone ที่ไม่เพียงเกิดขึ้นแต่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปฏิบัติต่อบุคคลภายนอกด้วย ซึ่งเรามองว่าการเพิ่มความหลากหลายโดยเฉพาะกลุ่ม tech Talent นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศ” คุณเพ็ญทิพา แจ่มจันทร์เกษม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ LINE Pay ประเทศไทย กล่าวว่า “อคติทางเพศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีมาตลอดทุกยุคสมัย เนื่องจากสังคมชายเป็นใหญ่มีอิทธิพลต่อการศึกษาและความคิดของผู้คน แต่ในปัจจุบันพบว่า มีการเปิดโอกาสและให้ความสำคัญกับเพศอื่น ๆ มากขึ้น เพราะเทคโนโลยีไม่มีเพศ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน กิจกรรม Spectrum Tech Camp นี้เป็นความพยายามปลูกฝังแนวคิด ‘เทคโนโลยีไม่มีเพศ’ ให้กับเยาวชน เพื่อสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจให้พวกเขาก้าวเข้าสู่วงการโดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศ คอร์สเรียนที่เราจัดกิจกรรมกับน้อง ๆ นักเรียน คือ การปูพื้นฐานความรู้ด้านเทคโนโลยี พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปที่ให้ได้ลงมือทำจริง โดยมีพี่ ๆ พนักงานในบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai ได้มาสอนด้วยตัวเอง” คุณพรรษพร โตเทศ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนานักเรียนและกิจกรรม โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า “โรงเรียนของเราไม่ปิดกั้นเรื่องเพศสภาพ เราเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงออกตามตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา พร้อมสนับสนุนการค้นหาความเป็นตัวเอง ผ่านการเลือกวิชาอาชีพตามความสนใจ โดยกิจกรรม LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp นี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ด้านเทคโนโลยีให้กับเด็ก ๆ ของเรา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนที่มีความสนใจด้านเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี และเยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นแกนนำในการสร้างความรู้ความเข้าใจกับเพื่อน ๆ และพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อลดอคติทางเพศ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มความหลากหลายให้กับวงการเทคโนโลยีในอนาคต” LINE MAN Wongnai ผลักดันนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและไม่แบ่งแยก (Diversity & Inclusion)  โดยยึดมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โอบรับทุกความแตกต่าง และให้ความสำคัญในการสนับสนุนสวัสดิการที่ครอบคลุมพนักงานทุกคนให้เป็นมาตรฐานขององค์กรรุ่นใหม่ สำหรับสวัสดิการสนับสนุนกลุ่มพนักงาน LGBTQ+ ได้แก่ เงินสนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกัน สิทธิ์วันลาสำหรับรับบุตรบุญธรรม สิทธิ์วันลาสำหรับการผ่าตัดแปลงเพศ และหลังจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้จริง สวัสดิการเงินค่าทำศพสำหรับคู่สมรสตามกฎหมายก็จะครอบคลุมกับกลุ่มพนักงาน LGBTQ+ ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นความก้าวแรกของความก้าวหน้าทางสังคม กฎหมาย และธุรกิจของประเทศไทย *ภาพเยาวชนทั้งหมดในข่าวได้รับการอนุญาตเผยแพร่จากผู้ปกครองเป็นที่เรียบร้อย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

9 Jul 2024

LINE MAN จับมือ กทม.-จุฬา จัดถนนคนเดินบรรทัดทอง ตอกย้ำภาพตัวจริงอันดับ 1 เรื่องอาหาร

LINE MAN ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ในกิจกรรม “Bangkok Car Free 2024” เปลี่ยนถนนบรรทัดทองให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ตอกย้ำความสำเร็จในการทำงานร่วมกันโดยมี ภาครัฐ, ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อพัฒนาต้นแบบพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ พร้อมดึง เทศน์ – ไมรอน และ พีพี – ปุญญ์ปรีดี นักแสดงดาวรุ่งจากละครชุดดวงใจเทวพรหม แท็กทีมตะลุยแลนด์มาร์กของอร่อยย่านบรรทัดทอง ระหว่างวันที่ 21-22 กันยายนที่ผ่านมา LINE MAN เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว ทั้งด้านการจัดระเบียบจุดจอดไรเดอร์, การตกแต่งถนนด้วยคาแรกเตอร์  “น้องบุช (Bush)” ผลงานศิลปะจากศิลปิน Tum Ulit x LINE MAN และชวนดาราศิลปินที่มาสร้างสีสันให้กับย่านบรรทัดทอง รวมถึงการสนับสนุนส่วนลดค่าอาหารและการเดินทางผ่าน LINE MAN ในงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai พร้อมด้วยทีมงานและไรเดอร์ LINE MAN ได้เข้าร่วมกิจกรรม “Bangkok Car Free 2024” ณ ถนนบรรทัดทอง โดยถ่ายภาพร่วมกับคุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ  ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ผู้รักษาการอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

24 Sep 2024

LINE MAN Wongnai เปิดดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วไทยพุ่งเฉลี่ย 6.7% เทียบเงินเฟ้อปี 65

LINE MAN Wongnai เปิดรายงานดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565 เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลราคาที่ขายจริงจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านที่ขายเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย พบประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยในรอบปี แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่างพฤษภาคม 2564 และพฤษภาคม 2565) ใกล้เคียงกับตัวเลขเงินเฟ้อ 7.1% ของกระทรวงพาณิชย์ ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ยจานละ 7 บาท แต่ต่างจังหวัดมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นชัดเจน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง แพงขึ้นเฉลี่ย 3 บาท ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2565 (ข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2565) จากเฉลี่ยจานละ 56 บาท เพิ่มเป็นเฉลี่ยจานละ 59 บาท ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: เงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยปี 2565 แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่าง พ.ค. 64 และ พ.ค. 65) LINE MAN Wongnai รายงานความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ ข้าวผัดกะเพรา อาหารตามสั่ง ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ราดหน้า ฯลฯ ที่ขายในแต่ละเดือนระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวในปี 2563 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2564 โดยตัวเลขของปี 2564 น้อยกว่าของปี 2563 อยู่เล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวของปี 2565 กลับเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยในเดือนมกราคม 2565 อยู่ที่ 55.33 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ที่ 53.33 บาท (แพงขึ้น 2 บาท) และถ้าดูตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 57.87 บาท เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ 54.21 บาทเพิ่มขึ้น 3.66 บาท หรือประมาณ 6.7% ใกล้เคียงกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินไว้ราว 7.1% เดือนพฤษภาคม 2565 (อ้างอิง) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของอาหารจานเดียวแพงที่สุดอยู่ที่ 59.96 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 49.92 บาท (มิถุนายน 2565) โดยภาคกลางเป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 3.97 บาท (เทียบระหว่างมกราคมและมิถุนายน 2565) ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวแยกตามภูมิภาค ในเดือนมิถุนายน 2565 (ราคาที่เพิ่มขึ้นจากมกราคม 2565) ภาคกลาง 59.63 บาท (+3.97 บาท) ภาคตะวันออก 59.96 บาท (+3.16 บาท) ภาคเหนือ 50.26 บาท (+2.94 บาท) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 56.04 บาท (+3.51 บาท) ภาคใต้ 57.46 บาท (+2.58 บาท) ภาคตะวันตก 49.92 บาท (+2.43 บาท) เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว ระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและจังหวัดอื่นๆ Key Finding: ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ย 7 บาท แต่มีอัตราราคาอาหารเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล LINE MAN Wongnai รายงานราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เปรียบเทียบ ระหว่างกรุงเทพและปริมณฑล 6 จังหวัด (กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) กับจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยที่ขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าครองชีพของกรุงเทพและปริมณฑลกับต่างจังหวัด พบว่า ราคาอาหารจานเดียวในกรุงเทพและปริมณฑล แพงกว่าต่างจังหวัดเฉลี่ยประมาณ 8 บาท (1 มกราคม 2564) แต่ส่วนแต่งนี้ลดลงเหลือประมาณ 7 บาทแล้ว (1 พฤษภาคม 2565) ตลอดทั้งปี 2564 ราคาอาหารจานเดียวในต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นในอัตรา 5.9% ซึ่งขึ้นเร็วกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2565 ราคาอาหารเริ่มปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ราคาอาหารจายเดียวเฉลี่ยในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นมาแล้ว 6.68% และต่างจังหวัดเพิ่ม 7.98% (เทียบ 1 มกราคม 2565 กับ 1 พฤษภาคม 2565)  ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 พ.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 65 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ1 พ.ค. 65 กรุงเทพฯ และปริมณฑล 56.77  57.19 58.38(+2.8% YoY) 61.01(+6.68% YoY)(+4.5% จาก 1 ม.ค. 65) จังหวัดอื่นๆ 48.78 50.02 51.64(+5.9% YoY) 54.01(+7.98% YoY)(+4.6% จาก 1 ม.ค. 65) ราคาต่างกัน 7.99 7.17 6.74 7 ราคาเฉลี่ยเมนูอาหารแต่ละวัตถุดิบทั่วไทย ช่วงครึ่งปีแรก 2565 Key Finding: อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นมากตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา LINE MAN Wongnai รายงานการเปรียบเทียบราคาอาหารเฉลี่ย (นับรวมอาหารทุกประเภท ทุกระดับราคา) โดยแยกตามประเภทของเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบของอาหาร พบว่าเมนูอาหารที่มีไก่เป็นส่วนประกอบมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุด สอดคล้องกับข่าวเนื้อไก่แพงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี (อ้างอิง) ราคาเฉลี่ยของอาหารที่ใช้ไก่เป็นส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 และพุ่งขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน 2565 ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับลดลงมาในเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังถือว่าสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า ราคาเฉลี่ยอาหารเมนูไก่ ในช่วงครึ่งปีแรก 2565  1 มีนาคม 80.37 บาท 1 เมษายน 109 บาท 13 เมษายน 134 บาท (ปรับขึ้นมากเป็นพิเศษในช่วงหยุดสงกรานต์) 1 พฤษภาคม 113 บาท 1 มิถุนายน 93.9 บาท ส่วนเมนูอาหารที่ใช้หมูเป็นส่วนประกอบ คงอยู่ที่ราว 64-69 บาทตลอดทั้งช่วงครึ่งปีแรก 2565 อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาอาหารเฉลี่ย (รวมเนื้อสัตว์ทุกประเภท) ที่อยู่ราว 64-80 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง จากราคาเฉลี่ยจานละ 56 บาทช่วงต้นปี 2565 เป็นราคาเฉลี่ยจานละ 59 บาท เฉลี่ยแพงขึ้น 3 บาท LINE MAN Wongnai ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยของ “ข้าวผัดกะเพรา” อาหารยอดนิยมของคนไทย (นับทั้งข้าวผัดกะเพรา ข้าวราดกะเพรา ใส่เนื้อสัตว์ทุกประเภท แต่ไม่รวมตัวเลือกเสริม เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ที่เลือกสั่งเพิ่มเป็น top-up แยกต่างหาก) ระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาช่วงต้นปี 2564 อยู่ที่จานละ 52.78 บาท และค่อยๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 54.73 บาทในช่วงปลายปี (เพิ่มขึ้นประมาณ 2 บาท) แต่ในปี 2565 สถานการณ์ราคาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยช่วงต้นปี ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราหนึ่งจานคือ 55.9 บาท และเพิ่มมาเป็น 59 บาทในเดือนพฤษภาคม (แพงขึ้น 3 บาทภายใน 4 เดือน) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราแพงที่สุดอยู่ที่ 62.24 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 50.08 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราแยกตามภูมิภาค  ภาคกลาง 60.63 บาท ภาคตะวันออก 62.24 บาท ภาคเหนือ 50.57 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 57.30 บาท ภาคใต้ 56.79 บาท ภาคตะวันตก 50.08 บาท

LINE MAN Wongnai

27 Jun 2022

“LINE MAN x ช้างศึก Foodball Fest” ขนทัพร้านอร่อย เติมพลังแฟนบอลไทยในแมทช์ใหญ่ ไทย vs เกาหลีใต้ ศึกบอลโลกรอบคัดเลือก

LINE MAN หนุนทัพ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทยลุยฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เปิดตัวงาน “LINE MAN x ช้างศึก Foodball Fest” จัดเต็ม 45 ร้าน กองทัพร้านอาหารอร่อย ไว้ที่ศึกแมทช์ใหญ่ทีมชาติไทยเจอทีมชาติเกาหลีใต้ ให้คอบอลไทยได้เอนจอยกับอาหารทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะสายสตรีทฟู้ดหรือสายเกาหลีก็มีครบ ร่วมเติมพลังเพื่อไปเชียร์ให้สุดเสียงในวันที่ 26 มีนาคม 2567 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน และมอบโค้ดส่วนลดบริการ LINE MAN RIDE สำหรับแฟนบอลที่จะเดินทางมาเชียร์ริมสนามด้วยตัวเอง โดย LINE MAN ได้ร่วมมือกับ Plan B Eleven ในการผลักดันทีมช้างศึก ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนสำคัญของทั้งสองบริษัทสัญชาติไทยที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อส่งเสริมความภูมิใจของคนไทย ในการรวมพลังส่งกำลังใจให้กับนักเตะทีมชาติไทย พร้อมปลุกกระแสฟุตบอลโลกและสร้างบรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทยให้เป็นวาระแห่งชาติ ร่วมส่งใจเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยสู้ศึกนี้ไปด้วยกัน!

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2024