LINE MAN Wongnai ผนึกกำลัง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า  เดินหน้ายกระดับความสามารถร้านอาหารไทย เคียงข้างผู้ประกอบการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Help Thai People Live Better เปิดตัว “ห้องเรียนร้านค้า LINE MAN Wongnai powered by depa” พื้นที่ในการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการบริหารการจัดการร้านค้า เพื่อช่วยผู้ประกอบการทั่วไทย สอดรับความตั้งใจของดีป้าในการส่งเสริมขีดความสามารถของ SMEs ไทย ให้สามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในยุคปัจจุบัน

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เรามีฐานข้อมูลร้านอาหารและร้านค้ารายเล็กมากกว่า 700,000 ร้าน และมีความเข้าใจถึงความต้องการของผู้ประกอบการร้านค้าเป็นอย่างดี โดยภายใต้ความร่วมมือกับดีป้า จึงได้เปิด “ห้องเรียนร้านค้า LINE MAN Wongnai powered by depa” เพื่อเป็นพื้นที่เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการบริหารจัดการร้านค้าให้ดียิ่งขึ้น เรารวบรวมประสบการณ์และความรู้จากการให้บริการแพลตฟอร์มร้านอาหาร มาพัฒนาเป็นองค์ความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ไว้ใน LINE MAN Wongnai Merchant Center เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ร้านค้าสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

สำหรับความร่วมมือระหว่าง LINE MAN Wongnai และ ดีป้า ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากภายใต้แนวคิดเดียวกัน คือ การส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการรายย่อยของไทย ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มและความสนใจในการเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ “ห้องเรียนร้านค้า LINE MAN Wongnai powered by depa” จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ให้สามารถเข้าถึงความรู้ ทักษะ การบริหารจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่ประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ เคล็ดลับที่จำเป็นในการบริหารจัดการร้าน จากทีมผู้เชี่ยวชาญของ LINE MAN Wongnai ประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศไทย เช่น วิธีการตั้งราคาสินค้า การโปรโมทอาหารสำหรับคนต้นทุนน้อย การทำบัญชีฉบับง่าย การโปรโมทร้านค้าให้น่าสนใจ เป็นต้น ผ่านทาง LINE MAN Wongnai Merchant Center ในรูปแบบการนำเสนอที่กระชับ เข้าใจง่าย โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจเปิดร้านค้าผ่านออนไลน์แพลตฟอร์ม เข้าถึงฟรี ได้ที่ https://www.lmwnmerchantcenter.com/line-man-classroom 

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า การส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนนับเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ ดีป้า ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการมอบองค์ความรู้และยกระดับทักษะด้านดิจิทัล รวมถึงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการร้านค้าผ่านมาตรการต่าง ๆ ของ ดีป้า 

“สำหรับ ห้องเรียนร้านค้า LINE MAN Wongnai powered by depa ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ดีป้า และ LINE MAN Wongnai จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการไทย โดยผู้ประกอบการสามารถถอดบทเรียนความรู้และประสบการณ์จริงจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ LINE MAN Wongnai และเครือข่ายผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ถูกรวบรวมไว้ใน LINE MAN Wongnai Merchant Center เพื่อเป็นตัวช่วยในการสร้างทักษะที่จำเป็น ต่อยอดแนวทางการบริหารจัดการร้านค้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพิ่มศักยภาพและโอกาสในการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ก่อนนำไปสู่การพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย และขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในระยะถัดไป” ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าว

นอกจากนี้ ดีป้า ยังมีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพและผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Provider) สัญชาติไทยของ ดีป้า ในชื่อ TECHHUNT โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหาดิจิทัลโซลูชันไปใช้แก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการกระบวนการผลิต ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการสามารถวางใจได้ว่า สินค้าและบริการดิจิทัลจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพและผู้ให้บริการดิจิทัลที่เลือกสรรมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน อยู่ในระดับราคาที่คุ้มค่า และตรงตามความต้องการอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ภายใต้ความร่วมมือในดังกล่าว ได้นำร่องในฐานะพันธมิตร ในงาน HACKaTHAILAND #TheKickOff โดยในพิธีเปิดงานวันที่ 17 ธันวาคม 2565 นี้ ณ SIAMSCAPE คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “National Champion กับการยกระดับเศรษฐกิจไทย” และต่อยอดสู่การจัดกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการไทย กระตุ้นให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจได้เข้าถึงแหล่งความรู้จากผู้เชี่ยวชาญได้ ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางในการช่วยยกระดับทักษะและขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย โดย LINE MAN Wongnai จะร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญของดีป้าในการมอบองค์ความรู้และทักษะให้กับผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศตลอดปี 2566

คุณยอด กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราเชื่อว่าการร่วมมือกับดีป้า ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ผลักดัน สนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลและสตาร์ทอัปในประเทศครั้งนี้นั้น ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ Help Thai People Live Better ในการช่วยยกระดับให้ร้านค้า ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

News Release View More

LINE MAN Wongnai จับมือ ททท. เนรมิตแคมเปญ “ฟู้ดคัลเจอร์ ปลุกย่านเก่า” ทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง

LINE MAN Wongnai ทุ่มงบ 80 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ “ฟู้ดคัลเจอร์ ปลุกย่านเก่า” ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปลุกกระแสความคึกคักกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในย่านเก่ากรุงเทพฯ ได้แก่ ทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง  ผ่านการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอาหารและศิลปะ เนรมิตย่านเก่าสร้างความคึกคักมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารที่แปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2567 นี้  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การจับมือกับ ททท. ในแคมเปญนี้ถือเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและด้านอาหารเข้าด้วยกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยปลุกปั้นย่านทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง ให้มีศักยภาพทัดเทียมกับย่านท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติอย่างเยาวราช นอกจากนี้เรายังร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหารในย่านเพื่อสร้างการรับรู้ทั้งด้านอาหาร ศิลปะ รวมถึงความสนใจในวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของย่าน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนโค้ดส่วนลดบริการ LINE MAN RIDE ที่ช่วยให้คนมาเที่ยวงานสามารถเดินทางสะดวก ปลอดภัย และสัมผัสบรรยากาศจริงได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังแจกโค้ดส่วนลดสั่งอาหารจากร้านดังใน 3 ย่านนี้รวมกว่า 300 ร้าน” สำหรับแคมเปญ “LINE MAN Wongnai x ททท. ฟู้ดคัลเจอร์ ปลุกย่านเก่า” เกิดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Day-to-night Foodmaster Journey” มุ่งคืนชีวิตชีวาให้ย่าน ทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ภายในงานจะได้พบกับ Cafe Art Collaboration โดย Tum Ulit และเทศกาลไฟและดิจิทัลอาร์ต ‘The Food Culture Journey by Awakening’ ในยามค่ำคืน พร้อมการแสดงดนตรีสดจากศิลปินชื่อดัง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop ในช่วง Weekend ที่ไม่ควรพลาดตลอดเดือนกันยายนนี้ ด้านคุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้ นับเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหารในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านแพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญในด้านร้านอาหารและการให้บริการ ตั้งแต่การจัดส่งอาหาร และบริการเรียกรถรับ-ส่ง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้สัมผัสวัฒนธรรมการกินที่หลากหลายของไทย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเปิดโอกาสให้ร้านอาหารในย่านเก่าและพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับความสนใจเป็นการผลักดัน Soft Power ด้านอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล” สายอาร์ตเตรียมเช็คอิน Cafe Art Collaboration โดย Tum Ulit สายอาร์ตตัวจริงต้องไม่พลาด! งานนี้ LINE MAN Wongnai ร่วมกับศิลปินชื่อดัง Tum Ulit สร้างสรรค์ผลงานศิลปะถ่ายทอดความงดงามและเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในย่านเก่า ผ่านคาแรกเตอร์ที่ชื่อว่า “Bush” ผลงานของ Tum Ulit จะถูกติดตั้งเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังในย่านทรงวาด ตลาดน้อย และนางเลิ้ง โดยนำมุมมองใหม่ ๆ มาผสานเข้ากับศิลปะแบบดั้งเดิม เนรมิตให้ย่านเก่ากลับมามีชีวิตชีวา เติมเต็มบรรยากาศใหม่ให้ชิคและสนุกสนานยิ่งกว่าเคย  จัดหนักจัดเต็มรวมมิตรเวิร์คชอปสุดปังสำหรับสายไลฟ์สไตล์ งานนี้ไม่ได้มีแค่ร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังมีเวิร์คชอปให้ร่วมสนุกมากมายตลอดเดือนกันยายนนี้ เริ่มด้วย “Sip and Paint in the Dark (14, 22 ก.ย.)” เปิดโซนศิลปะให้คุณได้โชว์สกิลวาดรูป Canvas ด้วยสี Neon ท่ามกลางบรรยากาศแสงสี Backlight สุดตื่นตาตื่นใจ, “ตั้งวง ปั้นเปา” กับ กู่หลงเปา (15 ก.ย.) เวิร์คชอป จากร้านซาลาเปาสูตรแต้จิ๋วโบราณที่ส่งต่อความอร่อยมานานถึง 5 ชั่วอายุคน ที่คุณจะได้ลงมือผสมแป้ง นวดแป้ง และปั้นซาลาเปาหลากหลายรูปแบบด้วยตัวเอง, “Kohakutou วุ้นกรอบ Candy Workshop” กับ AGAR RAGA (21 ก.ย.) มาสอนงานคราฟท์วุ้นกรอบสวยๆ ด้วยสูตรหวานน้อย แต่อร่อยมาก, “Friendly Keychain” ที่ A Thing That is pieces Studio (28, 29 ก.ย.) ชวนคุณร่วมออกแบบพวงกุญแจรีไซเคิลจากฝาพลาสติกสีเขียว ปลุกกระแสรักสิ่งแวดล้อม ยกทัพดาราศิลปินบุกย่านดัง ชวนฟังมินิคอนเสิร์ต  สร้างบรรยากาศสุดฟินให้เต็มไปด้วยความสนุกและความทรงจำสุดประทับใจจากเหล่าศิลปินนักร้องทุกวันเสาร์ตลอดเดือนกันยายน นำโดย ออฟ จุมพล และ Landokmai (14 ก.ย.), วินนี่ ธนวินท์ – สตางค์ กิตติภพ นักแสดงจากซีรีส์ We Are คือเรารักกัน และ Scrubb (21 ก.ย.) ตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.30 น.  ตระการตากับแสง สี ในยามค่ำคืนกับงานไฟ ‘The Food Culture Journey by Awakening’  ตื่นตากับแสงสีของเทศกาลไฟและดิจิทัลอาร์ต เนรมิตค่ำคืนในย่านทรงวาด-ตลาดน้อยให้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่งดงาม น่าตื่นตาตื่นใจ ชวนทุกคนไปเดินสำรวจ ออกตามหา และทำความรู้จักย่านเก่าในมุมมองใหม่ ที่แสนอบอุ่นหัวใจในยามค่ำคืน พิเศษ! LINE MAN แจกโปรปลุกย่านร้านอร่อยด้วยโค้ดส่วนลดทั้งการเดินทางและสั่งอาหาร  ร่วมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์และอาหารในแคมเปญ “LINE MAN Wongnai x ททท. ฟู้ดคัลเจอร์ ปลุกย่านเก่า” ที่ทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2567 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/linemanth/ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

13 Sep 2024

LINE MAN ส่งมอบเสื้อแจ็คเก็ตเด็กให้แก่สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2567 

LINE MAN นำโดย ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai ร่วมสนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษา เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2567 มอบเสื้อแจ็คเก็ตเด็กให้กับสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครกว่า 200 แห่ง นำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอน และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโรงเรียน ทั้งนี้เพื่อเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนให้นักเรียนได้ทำความรู้จักความหลากหลายของอาชีพในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยมี นายธนกร ไชยศรี ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งมอบแก่ผู้แทนกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ เขตกรุงธนใต้ และกลุ่มกรุงเทพกลาง เมื่อเร็วๆ นี้ ณ  สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

12 Jan 2024

CTO ของ LINE MAN Wongnai กางแผนดึง Tech Talent ลุยสร้างบริการ Made in Thailand ย้ำภาพบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในไทย 

LINE MAN Wongnai เดินหน้าขยายทีมเทคโนโลยีเต็มขั้นหลังประกาศระดมทุนซีรี่ส์บีดันมูลค่าบริษัททะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เล็งเพิ่มจำนวนทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกปี 66 เพื่อสร้างบริการ Made in Thailand ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศ  คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันบริษัทกลายเป็นยูนิคอร์นได้สำเร็จ ได้เล่าแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นถัดไป ดังนี้  เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับชาติ คือทีมงานเทคโนโลยีระดับหัวกะทิกว่า 350 คน    LINE MAN Wongnai คือแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานคนไทย 10 ล้านคนใช้งานทุกวัน และมีความถี่ในการใช้งานวันละหลายครั้ง ภายในอีโคซิสเต็มของ LINE MAN Wongnai ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ใช้งาน, ร้านค้า และไรเดอร์ จำเป็นต้องใช้ทีมเทคโนโลยีมากกว่า 350 คน พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แต่ละส่วนมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันมาก แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องให้คนไทยทุกคนใช้งานได้ง่าย โครงสร้างทีมเทคโนโลยีแบ่งเป็น 3 ทีมใหญ่ๆ ได้แก่ ทีม Engineering, ทีม Product และทีม Data ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นทั้ง 1) ผู้ใช้มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านบริการออนดีมานด์ 2) ร้านค้าพันธมิตรสามารถสร้างยอดขายออนไลน์และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจได้ดี และ 3) ไรเดอร์สามารถสร้างอาชีพและรายได้บนแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน เข้าถึง-เข้าใจ-รวดเร็ว จุดแข็งของบริษัทเทคโนโลยีที่มี HQ และทีมงานในไทย “ทีมงานเทคโนโลยีที่ LINE MAN Wongnai กว่า 90% เป็นคนไทย การมีทีมวิศวกรไทยที่นั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ (Headquarter) ในประเทศไทย ทำให้ปรับตัวกับทุกสถานการณ์ได้รวดเร็ว รู้ลึกรู้จริงในความต้องการของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์คนไทยได้อย่างแท้จริง ทุกคนทำงานโดยยึดหลัก Core Values ขององค์กร คือ Innovate Faster สร้างนวัตกรรมและทำให้เร็ว Go Deeper ทำงานลงลึกใกล้ชิดผู้ใช้งาน Respect Everyone ทำงานโดยเคารพทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”  หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำงานของทีมเทคโนโลยีที่สะท้อน Core Values ได้อย่างครบถ้วน คือ การเชื่อมระบบโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เข้ากับบริการส่งอาหารของ LINE MAN ที่สามารถพัฒนาให้สำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ และได้เสียงตอบรับจากร้านอาหารว่าใช้งานง่าย ส่งผลให้มีจำนวนร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 กับ LINE MAN มากถึง 75% จากร้านคนละครึ่งที่ลงทะเบียนขายเดลิเวอรีทั้งหมด นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai เริ่มเปิดออฟฟิศสำหรับทีมเทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้มีพนักงานราว 20 คนที่ทำงานร่วมกับทีมงานที่กรุงเทพฯ และสร้างบริการที่มีคนใช้ทั้งประเทศ โดยพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดใดก็ได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการเท่าเทียมกัน “แม้ว่าเราเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับโลก ดังนั้นเราจึงเริ่มดึงชาวต่างชาติมีประสบการณ์การทำงานกับแพลตฟอร์มระดับโลกมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ จีน หรืออินเดีย  เพื่อนำ Know-how มาปรับใช้และพร้อมสำหรับสเกลอัพในอนาคต โดยทีมงานชาวต่างชาติสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ มีทั้งเลือกอยู่ที่ประเทศเดิมและย้ายมาทำงานในไทย” คุณภัทราวุธ กล่าวเสริม  ปี 66 ขยายทีมเทคเพิ่มขึ้นเป็น 450 คน ด้วยงานที่ท้าทายเทียบชั้นแพลตฟอร์มระดับโลก คุณภัทราวุธยังเล่าว่า หลังการระดมทุนซีรี่ส์บีในปี 65 ตั้งเป้าขยายทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกของปี 66 และเพิ่มสัดส่วนพนักงานระดับอาวุโส (Senior) อีกจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของแพลตฟอร์มที่จะขยายพื้นที่บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้ลึกยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ อีกมากมายในรูปแบบ E-commerce Platform for Services โดยมีกลยุทธ์ดึงดูด-รักษา-พัฒนาทีมงานเทค ตั้งแต่กระบวนการค้นหาคนที่ใช่อย่างเข้มข้น เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างทีมงาน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ท้าทาย ให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล มีสวัสดิการที่สนับสนุนการใช้ชีวิตหลากหลาย และเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดัน Developer Community ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อพัฒนาชุมชนนักพัฒนาในไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย เพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีชาวไทยที่ทำงานอยู่ทั่วโลก ให้สามารถกลับมาพัฒนาแพลตฟอร์มไทยที่มีเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวใช้งานจริงๆ ในทุกวัน รับรองว่าบรรยากาศการทำงานที่ LINE MAN Wongnai เต็มไปด้วยงานที่ท้าทาย และสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มระดับโลก” คุณภัทราวุธ ปิดท้าย 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022

LINE MAN ร่วมกับ สสส. ปั้นหลักสูตรดูแลสุขภาวะไรเดอร์ ลุยวิจัยสกัดหลักสูตรที่ไรเดอร์ต้องการ เตรียมขยายผลทั่วประเทศ

LINE MAN ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมภาคีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ปั้นหลักสูตรดูแลสุขภาวะไรเดอร์ กาย-ใจ-ความปลอดภัยบนท้องถนน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพไรเดอร์ให้ยั่งยืน ล่าสุดนำร่องจัดกิจกรรมอบรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเตรียมขยายผลหลักสูตรให้เข้าถึงไรเดอร์ทั่วประเทศ ไม่จำกัดค่าย อาชีพไรเดอร์กลายเป็นอาชีพมาแรงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีคนหลายแสนคนที่ก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้และกลายเป็นที่พึ่งให้กับคนทั่วไป ร้านค้า และร้านอาหารในทุกๆ วัน แต่การทำงานบนท้องถนนทั้งวันทำให้ไรเดอร์ต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพตามมาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์หลายชั่วโมง และความเครียดจากการจราจร ด้วยเหตุนี้ LINE MAN และ สสส. ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ไรเดอร์ไทยจึงได้ร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรดูแลสุขภาวะที่ผ่านการวิจัยความต้องการจากไรเดอร์โดยตรง โดยได้นำร่องจัดการอบรมไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “สำหรับ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์ม เราต้องการผลักดันวิชาชีพไรเดอร์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งรากฐานที่สำคัญคือเรื่องสุขภาพของไรเดอร์ ถ้าไรเดอร์มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงก็จะทำให้สร้างโอกาสทำมาหากินได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพโดยเฉพาะ อย่าง สสส. เพื่อเริ่มต้นวิจัยความต้องการของไรเดอร์เกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพและนำมาสกัดเพื่อพัฒนาหลักสูตรสุขภาวะเพื่อสร้างความรู้ในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องขั้นต้นให้แก่ไรเดอร์” ด้าน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า “หนึ่งในความตั้งใจของ สสส. คือการปลูกฝังเรื่องการดูแลสุขภาพให้แก่คนทำงานอาชีพไรเดอร์ การร่วมมือในหลักสูตร ‘ไรเดอร์สร้างเสริมสุขภาพ’ ครั้งนี้ LINE MAN ถือเป็นแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์เจ้าแรกที่ร่วมมือลงแรงปั้นหลักสูตรเพื่อดูแลสุขภาวะของไรเดอร์อย่างจริงจัง พร้อมได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย คณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย โดยนำร่องจัดกิจกรรมอบรมไปแล้ว 3 ครั้งตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้แก่ “หลักสูตรเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาจากทีมนักวิจัยที่ทำแบบสำรวจความต้องการของจำนวนไรเดอร์เกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นและสกัดออกมาเป็นหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มไรเดอร์ได้เป็นอย่างดี  สำหรับกิจกรรมอบรมทั้ง 3 ครั้งมีไรเดอร์เข้าร่วมกว่า 70 คน และในอนาคตเตรียมขยายผลหลักสูตรให้เข้าถึงไรเดอร์ทั่วประเทศ ไม่จำกัดค่ายให้มีส่วนร่วมได้” คุณอิสริยะทิ้งท้าย นอกจากนี้ ช่วงสิ้นปี LINE MAN ยังได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS) จัดกิจกรรมอบรมการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานประจำปี 2565 ภายใต้โครงการ “BDMS อบรมการช่วยชีวิต” สำหรับไรเดอร์ LINE MAN จำนวน 50 คน เพื่อตอกย้ำความตั้งใจของ LINE MAN ในการช่วยเสริมสร้างทักษะในการช่วยชีวิตให้แก่ไรเดอร์บนท้องถนน

LINE MAN Wongnai

22 Dec 2022