LINE MAN Wongnai เปิดเผยสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในไทยปลายปี 2025 หลังผ่านครึ่งปีแรกที่ซบเซาหนัก จากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ต้นทุนอาหารสูง ทำให้ยอดขายร้านอาหารตกลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจาก Wongnai POS (ยอดขายหน้าร้าน) และแพลตฟอร์ม LINE MAN (ยอดขายเดลิเวอรี) สะท้อนว่า “คนละครึ่ง พลัส” ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและอัดฉีดร้านเล็กให้โตได้จริง โดยเฉพาะจังหวัดเมืองรองมียอดขายเติบโตพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว

ตลาดร้านอาหารพลิกกลับมาบวกใน Q4 หลังจมดิ่งใน Q2

ในงาน “LINE MAN Wongnai กินข้าว เล่าข่าว” ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า“ครึ่งปีแรก 2025 ถือเป็นช่วงต่ำสุดของธุรกิจร้านอาหาร โดยยอดขายต่อร้าน (sales per store) หดตัวหนักถึง -14% ใน Q2 แต่หลังจากเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ตลาดเริ่มกลับมาเป็นบวก โดย Q3 โต +1% และ Q4 (ข้อมูลเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) กลับมาโต +5% สะท้อนการกลับมาของกำลังซื้อในวงกว้าง หลังแรงส่งของโครงการคนละครึ่ง พลัส”

แม้จำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 3% ในครึ่งปีหลัง 2025 แต่อัตราร้านที่ปิดตัวลงยังอยู่ที่ 50% ถือว่าคงตัวจากครึ่งปีแรก แปลว่าธุรกิจร้านอาหารยังแข่งขันหนักและได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่สูง

“คนละครึ่ง พลัส” เร่งตลาด ส่งกำลังซื้อพุ่ง-ร้านเล็กโตเกือบ 6 เท่า

มาตรการรัฐช่วยปลดล็อกกำลังซื้อในวงกว้าง และ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเบอร์ 1 คนละครึ่งที่เชื่อมผู้คนกับร้านอาหารได้รวดเร็ว ทำให้เงินสะพัดสู่ฐานรากตั้งแต่ร้านเล็กจนถึงไรเดอร์ โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ดังนี้

  • LINE MAN เป็นแพลตฟอร์มเดลิเวอรีหลักของโครงการ โดย 65% ของร้านที่เข้าโครงการเลือกขายบน LINE MAN และทำยอดขายคนละครึ่ง พลัสคิดเป็น 63% มากที่สุดในตลาด
  • เกิดยอดออเดอร์คนละครึ่งรวมกว่า 8 ล้านออเดอร์ ภายใน 3 สัปดาห์ 
  • ยอดขายร้านค้าทั่วประเทศ เติบโตเฉลี่ย 4.2 เท่า และเติบโตสูงสุดมากกว่า 10 เท่า สูงกว่าโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมา 
  • คนละครึ่ง พลัส ช่วยขยายฐานผู้ใช้และกระตุ้นกำลังซื้ออย่างชัดเจน ร้านค้าได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น +22% ความถี่ในการสั่งบ่อยขึ้น +30% และมูลค่าต่อบิลโต +15%

ที่น่าสนใจที่สุดคือคนละครึ่ง พลัสช่วยให้ “ร้านเล็ก” (นับรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโตได้จริง มียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง (รายได้มากกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโต 2 เท่า ถือเป็นการอัดฉีดของรัฐที่ทำให้เม็ดเงินไหลสู่ร้านรายย่อยอย่างชัดเจน ฝั่งไรเดอร์เองก็ได้อานิสงส์จากโครงการ มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15–25% ตามปริมาณออเดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น

เมนูที่มียอดสั่งสูงสุดผ่านแคมเปญคนละครึ่ง พลัสบน LINE MAN 5 อันดับแรก ได้แก่ ชาไทย, ตำปูปลาร้า, ชาเขียวนม, โกโก้ และ ตำป่า และคนละครึ่งยังทำให้เกิดเมนู “จัดหนัก” ที่มียอดบิลสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แซลมอน, ทุเรียนหมอนทองแกะเนื้อ, กุ้งเผา, ปูไข่นึ่ง และหมูหัน มูลค่าบิลสูงสุดแตะ 1,700 บาท แสดงว่าผู้บริโภคมองโปรโมชันจากรัฐเป็นโอกาสลองของแพง

ร้านอาหารต่างจังหวัดฟื้นแรง อานิสงส์คนละครึ่ง พลัส สวนทางกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว

ในช่วง Q4 (นับเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2025) ภาพรวมตลาดร้านอาหารในต่างจังหวัดฟื้นตัวแรงกว่ากรุงเทพฯ โดยยอดขายต่อร้านต่างจังหวัดโตเฉลี่ย +7% (จาก -11% ใน Q2) ขณะที่กรุงเทพฯ โตเพียง +2% (จาก -16% ใน Q2) ด้านเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ (+9%), พัทยา (+12%) และภูเก็ต (+7%) เริ่มฟื้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว

ผลจากคนละครึ่ง พลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี (+9.4 เท่า), หนองบัวลำภู (+9.3 เท่า), อุตรดิตถ์ (+8.9 เท่า), อุดรธานี (+8 เท่า) และเชียงราย (+7 เท่า)

แม้ตลาดภาพรวมจะเริ่มฟื้นช่วงสิ้นปี แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ที่ฟื้นตัวช้าที่สุด โดย “โซนฮอตสปอต” หลายย่านยังมียอดขายติดลบ ได้แก่

  • ย่านธุรกิจสุขุมวิท-สีลม-สาทร ที่มียอดขายต่อร้าน -19% ใน Q2 และแม้ดีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน แต่ยังติดลบเล็กน้อยที่ -1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • ย่านบรรทัดทอง ชะลอตัวหนักที่สุด ติดลบถึง -35% ใน Q2 และยังติดลบ -21% ในช่วงปลายปี สะท้อนว่าร้านอาหารในย่านยอดนิยมของเมืองหลวงยังต้องเผชิญการแข่งขันและต้นทุนสูงต่อเนื่อง
  • ร้านในห้าง เริ่มเห็นสัญญาณบวก ยอดขายช่วง Q2 ลดลง -21% แต่ดีดตัวขึ้นมาที่ +1% ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เป็นกลุ่มเดียวในกรุงเทพฯ ที่พลิกกลับมาบวกได้ในช่วงปลายปี

พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2025: “เลือกกินคุ้มค่า” เมนูต่ำกว่า 500 บาทยังเป็นพระเอก

ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ชี้ว่าคนไทย “เลือกกินคุ้มค่า” มากขึ้น กลุ่มเมนูยอดบิลต่ำกว่า 500 บาทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่า ยอดขายต่อร้านลดลงเพียง -12% ใน Q2 ก่อนจะกลับมาโต +5% ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน แต่ในทางตรงกันข้าม เมนูที่ยอดบิลสูงกว่า 500 บาทถูกกดดันหนักกว่าในช่วงกลางปี -14% ใน Q2 และเริ่มฟื้นปลายปีเป็น +4% แต่ยังโตน้อยกว่าเมนูราคาถูก แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อระดับกลางยัง “รัดเข็มขัด” ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริโภคหันมานิยมเมนูราคาจับต้องได้มากขึ้นในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงตัว

สถานการณ์ร้านอาหารปี 2025 แม้ตลาดจะกลับมาเริ่มดีขึ้น แต่พฤติกรรมคนไทย “เลือกกิน” มากขึ้น มุ่งเมนูราคาจับต้องได้ และเพิ่มการใช้จ่ายเฉพาะช่วงที่มีแรงกระตุ้น เช่น คนละครึ่ง พลัส ทั้งหมดนี้ทำให้ปี 2026 เป็นปีที่ต้องจับตา เพราะเมื่อแรงกระตุ้นจากรัฐหมดลง ตลาดจะรักษาโมเมนตัมได้หรือไม่ สำหรับ LINE MAN Wongnai บทเรียนจากปลายปีนี้ยืนยันบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มหลักที่เชื่อมโครงการรัฐเข้ากับคนไทยเพื่อช่วยกระจายรายได้แก่ร้านค้าทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศอาหารไทยเดินหน้าต่อได้ในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN Wongnai ยกระดับโครงการร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น

เตรียมจัดสัมนาออนไลน์สนับสนุนพันธมิตรติดปีกร้านอาหารต่อเนื่อง ดันให้ยอดขายพุ่ง เติบโตอย่างยั่งยืน LINE MAN Wongnai เดินหน้าหนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม จับมือพันธมิตรติดปีกร้านอาหารให้ยอดขายพุ่ง เคียงข้างผู้ประกอบการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Help Thai People Live Better ล่าสุดจัดงานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” มอบความรู้ส่งเสริมร้านอาหาร แนะเทคนิคพิชิตใจลูกค้า เพื่อผลักดันยอดขาย ยกระดับเป็นร้านอาหารมืออาชีพ  คุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า LINE MAN Wongnai ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เราเข้าใจความต้องการของร้านอาหารเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อร่วมสนับสนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์มให้เติบโตไปด้วยกัน โดยกลุ่มร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นผลักดันและสนับสนุนร้านค้าด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อช่วยลดต้นทุน และทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจของกลุ่มร้านอาหารเวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! กับพันธมิตรของ LINE MAN Wongnai อาทิ ผลิตภัณฑ์นมตรามะลิ, DezPax, น้ำปลาตราคนแบกกุ้ง, ไลปอนเอฟ, ดีแทค, ลิน, Ocean Glass, Unilever, คิเรอิคิเรอิ และเวิลด์แก๊ส รวมถึงการช่วยโปรโมตร้านและกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมตอกย้ำความตั้งใจในการสนับสนุนร้านค้าผ่านการจัดงานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” ที่อัดแน่นไปด้วยเทคนิคการพิชิตใจลูกค้า กลยุทธ์ช่วยสร้างยอดขายให้กับร้านอาหาร และสำหรับร้านค้าใหม่ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! เพิ่มในรอบนี้ สามารถติดตามผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE MAN ได้เช่นกัน ร้านอาหารที่มีตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! จะได้รับการสนับสนุนจาก LINE MAN Wongnai ด้วยสิทธิพิเศษในการช่วยโปรโมตร้านค้าและกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น พื้นที่โฆษณาร้านบนหน้าแรกของแอปพลิเคชัน LINE MAN, สิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย โอกาสในการขึ้นโปรโมตบนช่องทางโซเชียลมีเดียของ Wongnai for Business และชุดคูปองส่วนลดต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการขาย อาทิ คูปองส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าและวัตถุดิบจาก LINE MAN MART คูปองส่วนลดสำหรับใช้บริการ  LINE MAN MESSENGER รวมถึงชุดสื่อโฆษณาหน้าร้านรุ่นพิเศษจาก LINE MAN และ สิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ของ LINE MAN Wongnai อีกมากมาย ทั้งนี้ งานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” ถือเป็นกิจกรรมพิเศษที่มอบให้กับร้านอาหารที่เปิดขายบนแอปพลิเคชัน LINE MAN และร้านค้าที่สนใจ เพื่ออัปสกิลให้กับธุรกิจร้านอาหาร โดยกิจกรรมครั้งนี้จะมาในรูปแบบ LIVE Event ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ Wongnai for Business ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยภายในงานผู้ประกอบการร้านอาหารจะได้พบกับความรู้ด้านการเจาะลึกเทรนด์ธุรกิจร้านอาหาร แนะนำเทคนิคปั้นร้านให้ประสบความสําเร็จ พร้อมด้วยเรื่องราวประสบการณ์จากร้านอาหารตัวท็อป และพันธมิตรผู้สนับสนุน คุณเอกลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การสนับสนุนของ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ Help Thai People Live Better ในการช่วยยกระดับให้ร้านอาหารสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

LINE MAN Wongnai

20 Oct 2022

LINE MAN Wongnai จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
จัดสัมมนา “LINE MAN MART ขายได้ทุกอย่าง ช่องทางขายใหม่ บริการส่งไว ดันยอดขายโตขึ้นเฉลี่ย 3 เท่า”หนุนผู้ประกอบการสู่ดิจิทัล

LINE MAN Wongnai และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเดินหน้ายกระดับความสามารถผู้ประกอบการไทย สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน จัดงานสัมมนา “LINE MAN MART ขายได้ทุกอย่าง ช่องทางขายใหม่ บริการส่งไว ดันยอดขายโตขึ้นเฉลี่ย 3 เท่า” หนุนผู้ประกอบการโชห่วยไทยเตรียมความพร้อมปรับตัวสู่ยุคการตลาดออนไลน์ สอดรับความมุ่งมั่นของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในการเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการและพัฒนาสู่การเป็น “สมาร์ทโชห่วย” ที่เข้มแข็งและแข่งขันได้  คุณกิตติสันต์ คำทิพย์ รองประธานฝ่ายธุรกิจ LINE MAN MART กล่าวว่า ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย ที่มีฐานข้อมูลร้านอาหารและร้านค้ารายเล็กบนแพลตฟอร์มมากกว่า 700,000 ร้าน ทำให้เรามีความเข้าใจถึงความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านค้าเป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมา Merchant Academy LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายในการส่งเสริมศักยภาพให้แก่ร้านค้าและผู้ประกอบการในไทย อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเราได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเติมเต็มศักยภาพให้แก่ร้านค้ารายย่อยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ “โชห่วย” ในการสร้างโอกาส เพิ่มช่องทางการขายบน LINE MAN MART ที่จะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างการเติบโตให้กับพ่อค้า แม่ค้า ในยุคที่แพลตฟอร์มเดลิเวอรีกำลังมาแรงได้เป็นอย่างดี คุณทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจโชห่วยยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็มีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเช่นกัน โดยสังเกตได้จากการขยายตัวของห้างค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่ในรูปแบบโมเดลร้านค้าปลีกโฉมใหม่ที่มีภาพลักษณ์สวยงาม มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการ ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันต่างหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากผู้ประกอบการโชห่วยแบบดั้งเดิมไม่ยอมปรับตัวก็เป็นการสูญเสียโอกาสทางการตลาดอย่างน่าเสียดาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการกลุ่มนี้เนื่องจากเป็นกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ จึงมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินโครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” ซึ่งเป็นความร่วมแรงร่วมใจของพันธมิตรทุกฝ่ายที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เป็น “สมาร์ทโชห่วย” ที่มีภาพลักษณ์ร้านค้าที่ดีคงความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น และใช้ระบบ POS ในการบริหารจัดการร้านค้า นอกจากนี้ กรมฯ ยังมุ่งมั่นที่จะผลักดันผู้ประกอบการโชห่วยที่มีศักยภาพให้สามารถขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยพันธมิตรภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ กรมฯ จึงได้ร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai คิกออฟจัดสัมมนาออนไลน์ by DBD ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการโชห่วยเป็นอย่างดี กรมฯ มีความเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการโชห่วยจะสามารถปรับตัวและพัฒนาศักยภาพใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว โดยกรมฯ จะจัดหลักสูตรสัมมนาออนไลน์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ติดตามข้อมูลข่าวสาร ได้ที่เฟสบุ๊คเพจสมาร์ทโชห่วย พลัส ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการส่งเสริมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการโชห่วยของไทย LINE MAN Wongnai และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้ร่วมมือจัดงานสัมมนาผ่านรูปแบบออนไลน์ในหัวข้อ “LINE MAN MART ขายได้ทุกอย่าง ช่องทางขายใหม่ บริการส่งไว ดันยอดขายโตขึ้นเฉลี่ย 3 เท่า” เปิดพื้นที่เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการบริหารจัดการร้านค้าให้ดียิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย 1) การเตรียมความพร้อมสำหรับการขายสินค้าบน LINE MAN MART 2) เรียนรู้การใช้งาน LINE MAN MART และ 3) เรื่องเล่าประสบการณ์จริงจากร้านค้ารุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จจากการขายสินค้าบน LINE MAN MART  เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการโชห่วยรายอื่น ๆ ในการเริ่มต้นขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับร้านค้าที่ผ่านการสัมมนาและสนใจเปิดร้านค้าบน LINE MAN MART อาทิ ทดลองเปิดร้านบน LINE MAN MART ฟรี! 14 วัน, ส่วนลดค่าจัดส่งฟรี 3 กิโลเมตรแรก, ส่วนลดค่าบริการ รวมไปถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยให้การเปิดร้านเป็นเรื่องง่าย ๆ สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดร้านค้าบน LINE MAN MART ได้ที่ https://bit.ly/3gwS2wq  ปัจจุบัน LINE MAN MART ให้บริการในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ อาทิ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, นครปฐม, นนทบุรี, อยุธยา, ชลบุรี และระยอง เป็นต้น อีกทั้งได้ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยไปมากกว่า 60,000 ร้านค้า ซึ่งนอกจากเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพ่อค้า แม่ค้าแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกและความหลากหลายให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

LINE MAN Wongnai

3 Feb 2023

ยอด ชินสุภัคกุล เตรียมรับตำแหน่งซีอีโอ LINE MAN Wongnai

ในวันที่ 6 สิงหาคม 2563  LINE คอร์ปอเรชั่น ประกาศเลือก “ยอด ชินสุภัคกุล” ให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ บริษัท LINE MAN Wongnai บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง “ไลน์แมน” แอปพลิเคชั่นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ชั้นนำของไทย และ “Wongnai” แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ รีวิว และค้นหาร้านอาหารชั้นนำของประเทศ มีผลในช่วงเดือนกันยายน 2563* โดย “ยอด” จะรับหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจ และการปฏิบัติการต่าง ๆ ของบริษัท “อึนจอง ลี” หัวหน้าฝ่ายบริหารธุรกิจ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “จากการดำเนินธุรกิจตลอด 4 ปีที่ผ่านมา LINE MAN พิสูจน์ตัวเองในฐานะ ‘ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง’ ของคนไทย และเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจ O2O ของประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management เราเชื่อว่า LINE MAN Wongnai จะก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มซูเปอร์ไลฟ์สไตล์ที่สร้างมิติใหม่ให้กับตลาดประเทศไทยในไม่ช้า” “คุณยอด ชินสุภัคกุล เป็นผู้ที่เข้าใจในธุรกิจ O2O อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี LINE MAN Wongnai ภายใต้การบริหารของคุณยอด จะเป็นบริษัทที่สร้างโดยคนไทย บริหารโดยคนไทย และดำเนินงานเพื่อคนไทย ซึ่งจะสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ น่าตื่นเต้นและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง” อึนจอง กล่าว ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การผนึกกำลังของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งร้านอาหารและผู้ใช้ สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจ LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย ด้วยความเข้าใจเรื่องอาหารการกินของคนไทยอย่างแท้จริง เรามั่นใจว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับเราที่จะดำเนินธุรกิจที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย และธุรกิจไทยในประเทศไทยเช่นเดียวกัน” ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai โดยก่อนหน้านั้นรับตำแหน่งเป็น Support Manager ที่ Thomson Reuters ยอดจบการศึกษา MBA จาก UCLA Anderson School of Management ในปี 2010 และด้าน Computer Engineering จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2004 LINE Corporation (NYSE:LN/TSE:3938) เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นปฏิบัติภายใต้พันธกิจ Closing the Distance เชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้วย ข้อมูลข่าวสาร บริการ และผลิตภัณฑ์ของ LINE เริ่มจาก แอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ต่อมาได้เติบโตและขยายธุรกิจออกไป ในรูปแบบ หลากหลายในระบบนิเวศทั่วโลกซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Fintech และอื่น ๆ สำหรับใน ประเทศไทย LINE ได้เข้ามาให้บริการตั้งแต่ปี 2555 จากนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วจนเป็น แพลตฟอร์มการสื่อสารและการบริการออนไลน์ชั้นนำของประเทศ LINE Plus Corporation เป็นบริษัทย่อยของ LINE Corporation ก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2556 ในประเทศ เกาหลีใต้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการรองรับและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจของ LINE ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีโปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ นักการตลาด และนักขาย รวมถึงนักประชาสัมพันธ์จากทั่วโลกมาทำงานร่วมกัน โดย LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง LINE MAN และ Wongnai ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบริษัท BRV Capital Management เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 มีเป้าหมายยกระดับธุรกิจอาหารในไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ออนไลน์ไปถึงออฟไลน์ (O2O) ทั้งการค้นหาข้อมูล การรีวิวร้านอาหาร การสั่งอาหารเดลิเวอรี บริการขนส่งออนดีมานด์อื่น ๆ รวมถึงโซลูชันสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร

LINE MAN Wongnai

7 Aug 2020

กทม. ดึง LINE MAN Wongnai ออกแคมเปญ ‘ร้านนี้ ไม่เทรวม’ ชวนร้านแยกขยะก่อนทิ้ง

LINE MAN Wongnai ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) นำโดยคุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai พร้อมด้วย คุณพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์  ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร เปิดตัวแคมเปญ ‘ร้านนี้ ไม่เทรวม’ เพื่อสนับสนุนการแยกขยะอินทรีย์จากต้นทาง โดยมุ่งหวังลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะและส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  แคมเปญ ‘ร้านนี้ ไม่เทรวม’ LINE MAN Wongnai ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการเป็นตัวกลางในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนร้านอาหารในพื้นที่ กทม. อยู่บนแพลตฟอร์มกว่า 200,000 ร้าน เพื่อเชิญชวนให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ นำอาหารส่วนเกินและนำเศษอาหารที่เหลือไปกำจัดอย่างถูกวิธี ช่วยลดปัญหาขยะและของเสียจากธุรกิจร้านอาหาร พร้อมร่วมผลักดันการแยกและลดขยะอินทรีย์จากต้นทาง ให้การกำจัดขยะที่ปลายทางมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายในงานเปิดตัวแคมเปญ ‘ร้านนี้ ไม่เทรวม’ ได้รับเกียรติจากภาคีเครือข่าย ได้แก่ ตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหารในเขตหนองแขม และผู้ประกอบการร้านอาหารจาก LINE MAN Wongnai ร่วมลงพื้นที่ ณ ศูนย์เรียนรู้การกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยการเลี้ยงหนอนแมลงทหารดำ (BSF) ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา  สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแคมเปญผ่านเว็บไซต์ https://forms.gle/Hg3TkNQuCTkqWFbP6 ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน 2567 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

15 Oct 2024