เตรียมจัดสัมนาออนไลน์สนับสนุนพันธมิตรติดปีกร้านอาหารต่อเนื่อง ดันให้ยอดขายพุ่ง เติบโตอย่างยั่งยืน

LINE MAN Wongnai เดินหน้าหนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม จับมือพันธมิตรติดปีกร้านอาหารให้ยอดขายพุ่ง เคียงข้างผู้ประกอบการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Help Thai People Live Better ล่าสุดจัดงานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” มอบความรู้ส่งเสริมร้านอาหาร แนะเทคนิคพิชิตใจลูกค้า เพื่อผลักดันยอดขาย ยกระดับเป็นร้านอาหารมืออาชีพ 

คุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า LINE MAN Wongnai ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เราเข้าใจความต้องการของร้านอาหารเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อร่วมสนับสนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์มให้เติบโตไปด้วยกัน โดยกลุ่มร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นผลักดันและสนับสนุนร้านค้าด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อช่วยลดต้นทุน และทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจของกลุ่มร้านอาหารเวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! กับพันธมิตรของ LINE MAN Wongnai อาทิ ผลิตภัณฑ์นมตรามะลิ, DezPax, น้ำปลาตราคนแบกกุ้ง, ไลปอนเอฟ, ดีแทค, ลิน, Ocean Glass, Unilever, คิเรอิคิเรอิ และเวิลด์แก๊ส รวมถึงการช่วยโปรโมตร้านและกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมตอกย้ำความตั้งใจในการสนับสนุนร้านค้าผ่านการจัดงานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” ที่อัดแน่นไปด้วยเทคนิคการพิชิตใจลูกค้า กลยุทธ์ช่วยสร้างยอดขายให้กับร้านอาหาร และสำหรับร้านค้าใหม่ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! เพิ่มในรอบนี้ สามารถติดตามผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE MAN ได้เช่นกัน

ร้านอาหารที่มีตราสัญลักษณ์ เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! จะได้รับการสนับสนุนจาก LINE MAN Wongnai ด้วยสิทธิพิเศษในการช่วยโปรโมตร้านค้าและกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น พื้นที่โฆษณาร้านบนหน้าแรกของแอปพลิเคชัน LINE MAN, สิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย โอกาสในการขึ้นโปรโมตบนช่องทางโซเชียลมีเดียของ Wongnai for Business และชุดคูปองส่วนลดต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการขาย อาทิ คูปองส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าและวัตถุดิบจาก LINE MAN MART คูปองส่วนลดสำหรับใช้บริการ  LINE MAN MESSENGER รวมถึงชุดสื่อโฆษณาหน้าร้านรุ่นพิเศษจาก LINE MAN และ สิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ของ LINE MAN Wongnai อีกมากมาย

ทั้งนี้ งานสัมมนาออนไลน์ “เปิดตัวร้าน เวรี่กู๊ด! และ กู๊ด! ดันร้านตัวท็อปให้ปังอีกขั้น” ถือเป็นกิจกรรมพิเศษที่มอบให้กับร้านอาหารที่เปิดขายบนแอปพลิเคชัน LINE MAN และร้านค้าที่สนใจ เพื่ออัปสกิลให้กับธุรกิจร้านอาหาร โดยกิจกรรมครั้งนี้จะมาในรูปแบบ LIVE Event ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ Wongnai for Business ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยภายในงานผู้ประกอบการร้านอาหารจะได้พบกับความรู้ด้านการเจาะลึกเทรนด์ธุรกิจร้านอาหาร แนะนำเทคนิคปั้นร้านให้ประสบความสําเร็จ พร้อมด้วยเรื่องราวประสบการณ์จากร้านอาหารตัวท็อป และพันธมิตรผู้สนับสนุน

คุณเอกลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การสนับสนุนของ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ Help Thai People Live Better ในการช่วยยกระดับให้ร้านอาหารสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

News Release View More

เทศกาลกินเจ 2565 “ภูเก็ต” ครองแชมป์ต่างจังหวัดออร์เดอร์อาหารเจสูงสุดบน LINE MAN

LINE MAN เผยยอดออร์เดอร์อาหารเจโตอย่างต่อเนื่อง ชี้คนไทยนิยมสั่งอาหารเจเดลิเวอรีมากขึ้นแม้ช่วงผ่อนคลาย “ภูเก็ต” ครองแชมป์ในพื้นที่ต่างจังหวัด และ “จตุจักร” ครองแชมป์ในพื้นที่ กรุงเทพฯ ที่มียอดออร์เดอร์อาหารเจสูงสุด เทศกาลกินเจ หรือเทศกาลถือศีลกินผักที่คนไทยเชื้อสายจีนสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ผู้ที่ถือศีลกินผักจะต้องถือศีล 8 งดบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด รวมไปถึงไข่ เครื่องใน โปรตีนจากสัตว์ และอาหารอื่น ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ งดทำบาปเพื่อหวังให้เภทภัยต่าง ๆ หายไป และยังมีข้อห้ามอื่น ๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม ได้แก่ ห้ามกินผักที่มีกลิ่นฉุน ห้ามกินอาหารรสจัด ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ซึ่งเทศกาลกินเจปีนี้อยู่ในช่วง 25 กันยายน – 4 ตุลาคม 2565 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายแล้ว แต่คนไทยยังคงคุ้นชินกับการสั่งอาหารเดลิเวอรี ส่งผลให้มีการสั่งอาหารเจบน LINE MAN โตขึ้นจากปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด โดยพื้นที่ต่างจังหวัดที่มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด คือ จังหวัดภูเก็ต แม้ว่าเทศกาลกินเจภูเก็ตจะถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่เดลิเวอรีก็ยังเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีส่วนในการช่วยกระตุ้นให้เทศกาลกินเจปีนี้คึกคัก ด้านกรุงเทพฯ “เขตจตุจักร” มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด นอกจากปัจจัยด้านพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นชินในความสะดวกสบายและความคุ้มค่าของโปรโมชันในการสั่งอาหารเดลิเวอรีแล้ว ปัจจัยอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคเจมากขึ้นคือเทรนด์รักสุขภาพที่ยังคงเป็นเทรนด์การกินกระแสหลักที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี

LINE MAN Wongnai

19 Oct 2022

LINE MAN ร่วมมือ “โคคา-โคล่า” เปิดตัวแคมเปญ “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ต้อนรับเทศกาลเชียร์บอลครั้งยิ่งใหญ่ ให้คนไทยสนุกไปกับทุกมื้อพิเศษ

LINE MAN ร่วมมือ “โคคา-โคล่า” รับกระแสเชียร์บอลครั้งยิ่งใหญ่ เปิดตัวแคมเปญ “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ต่อยอดความสำเร็จการตลาดในรูปแบบ Gamification Marketing เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ให้มีความหลากหลายและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น  พร้อมตอกย้ำความตั้งใจในการจุดประกายความสุขกับมื้อพิเศษและสร้างความสนุกให้กับผู้ใช้ในทุกมื้ออาหารและทุกช่วงเวลา  “โคคา-โคล่า” ผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทย และ LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย ร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่บนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ในแคมเปญ “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ต้อนรับเทศกาลเชียร์บอลครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี พร้อมร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีตลอดเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมนี้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จโปรแกรมความร่วมมือกับ “โค้ก” หลังจากสร้างความสำเร็จในแคมเปญ “อร่อยซ่ากับโค้ก” ได้อย่างล้นหลาม โดยในครั้งนี้นอกจากการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของโคคา-โคล่าบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีแล้ว ยังถือเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหาร ผ่านการทำโปรโมชันคู่ผลิตภัณฑ์ “โค้ก” และมอบประสบการณ์อร่อยซ่าให้แก่ผู้ใช้แพลตฟอร์มในทุกมื้อพิเศษตลอดเทศกาลเชียร์บอลที่จะมาถึง ความพิเศษของแคมเปญนี้ คือ การนำเกมเตะฟุตบอล มาสร้างความสนุกให้กับผู้ใช้แพลตฟอร์มในช่วงเทศกาลเชียร์บอลนี้ ผ่านกลยุทธ์ Gamification Marketing บนแอปพลิเคชัน LINE MAN กับเกม “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” เพื่อลุ้นรับโค้ดส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 50 บาท และโค้ดส่วนลดในการสั่งซื้อสินค้าจาก LINE MAN MART สูงสุด 100 บาท พิเศษ ! ลุ้นรับกระเป๋าเก็บความเย็นจากโค้กและเมนูพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ อาทิ Burger King, Texas Chicken, The pizza company, McDonald’s และ Popcorn major โดยผู้ใช้สามารถร่วมสนุกกับเกม “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ได้ทุกวัน ล่ารางวัลได้ทุกมื้อ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม 2565 บนแอปพลิเคชัน LINE MAN   สุดท้ายนี้ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่รู้ใจผู้ใช้คนไทยมากที่สุด มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือกับ “โคคา-โคล่า” ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นการตอกย้ำเพื่อเติมเต็มประสบการณ์มื้อพิเศษและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด เพื่อสร้างความสนุกให้กับผู้ใช้ในทุกมื้ออาหารและทุกช่วงเวลา

LINE MAN Wongnai

21 Nov 2022

LINE MAN Wongnai เผยยอดสั่ง “ข้าวแกง” ทะลุ 52 ล้านจาน ดัน Fast Food แบบไทยโกอินเตอร์ ในเวที “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล”

LINE MAN Wongnai เผยยอดสั่ง “ข้าวแกง” ทะลุ 52 ล้านจานทั่วไทยในช่วง 9 เดือนแรกปี 2025 สวนกระแสตลาดอาหารทั่วไปที่มียอดขายร้านเดิมลดลง -14% ขณะที่ร้านข้าวแกงลดลงเพียง -4% สะท้อนจุดแข็ง Fast Food แบบไทยที่ทั้งสั่งได้เร็ว เข้าถึงง่าย และราคาย่อมเยา ล่าสุดจับมือสมาคมภัตตาคารไทย เปิดศึก “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล” ดันเมนูตำนานข้างทางสู่เวทีโลกและหนุนการเติบโตของร้านอาหารรายย่อย ร้านข้าวแกงครอง 10% ของร้านบน LINE MAN ยอดสั่งทะลุ 52 ล้านจาน ตลาด Fast Food แบบไทยยังแกร่ง คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai ให้ข้อมูลว่า “ร้านข้าวแกงเล็กๆ ข้างทางปรับตัวสู่เดลิเวอรีได้อย่างรวดเร็วเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าเดิม ปัจจุบันมีร้านข้าวแกงบน LINE MAN มากกว่า 10% ของร้านอาหารทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ข้อมูลจาก Wongnai POS ในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 พบว่ายอดขายร้านเดิม (Same store sales) ของร้านข้าวแกงลดลงเพียง -4% ในขณะที่ร้านอาหารทั่วไปยอดตกเฉลี่ยถึง -14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่า Fast Food แบบไทยยังคงไปต่อได้ดีในยุคเศรษฐกิจผันผวน เนื่องจากเป็นเมนูที่คนไทยกินได้ทุกมื้อ ทุกวัน สะดวกรวดเร็ว และราคาเข้าถึงง่าย” โดยเมนูข้าวแกงที่มีคนสั่งสูงที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 ไข่พะโล้ เมนูที่ถูกจุดกระแสโดย ‘พี่เอ ศุภชัย’ ตั้งแต่ปีก่อนและยังคงครองความนิยมต่อเนื่อง อันดับ 2 หมูก้อนทอด และอันดับ 3 แกงเหลือง ยอดสั่งข้าวแกงรวมทุกเมนูบน LINE MAN ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2025 เสิร์ฟไปแล้วกว่า 52 ล้านจานใน 77 จังหวัดทั่วไทย เราเห็นศักยภาพของร้านข้าวแกงที่สามารถเติบโตไปได้ไกลทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้สนับสนุนทุกร้านที่ผ่านการคัดเลือกในการเข้าแข่งขันครั้งนี้ ด้าน คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า “การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และยกระดับข้าวแกงไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมตอกย้ำถึงความสำคัญของข้าวแกงที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และยังมีบทบาทสำคัญในขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในมิติการท่องเที่ยว ภาคบริการ และการกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและชุมชนฐานรากทั่วประเทศ เนื่องจากข้าวแกงถือเป็นเมนูที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสรสชาติไทยแท้ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในโครงการประกวดนี้ เพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อร้านข้าวแกงให้เข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ผ่านบริการเดลิเวอรีที่เข้าใจลูกค้าคนไทย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างคุณค่าและเรื่องราวให้ข้าวแกงไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” คุณลุงบุญช่วย เทอดทูลกิติกุล เจ้าของร้านนายอู๋ ข้าวแกงสามย่าน – ปทุมวัน กล่าวว่า “จุดเด่นของร้านเราคือรสชาติข้าวแกงที่คนไทยคุ้นเคย และมีเมนูให้เลือกเกือบร้อยรายการ ทำให้ลูกค้ากินได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกเบื่อ ที่สำคัญยังใช้วัตถุดิบคุณภาพดีในราคาย่อมเยาที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน นักศึกษา หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสรสชาติอาหารไทยแบบท้องถิ่น โดยเราตัดสินใจเพิ่มช่องทางขายบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอย่าง LINE MAN เข้ามา เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงรสชาติข้าวแกงแบบนี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าหลายคน จนกลายเป็นร้าน LINE MAN Only ที่มียอดขายสูงสุด และยังเป็นขวัญใจลูกค้าจนได้รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจที่ทำให้เราเห็นว่าข้าวแกงมีเสน่ห์และคุณค่าที่เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งยังรู้สึกขอบคุณที่ภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดงานแข่งขันขึ้น เพื่อส่งเสริมข้าวแกงไทยให้ดังไกลไประดับโลก” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้านข้าวแกงและขนมไทยชื่อดังมาร่วมส่งเสริมและยกระดับชื่อเสียงของข้าวราดแกงไทยให้เป็นที่รู้จัก อาทิ Kai chef house ร้านอาหารไทยรสจัดจ้านฝีมือเชฟไก่, ร้านส้มตำคุณกัญจณ์ ที่มีทั้งอาหารอีสานและขนมไทยรสชาติดั้งเดิม, กิ่งหลิว ร้านขนมเค้กและเบเกอรี่ที่โดดเด่นเรื่องชิฟฟ่อน, หมี่คลุกโบราณบ้านแม่ติ๋ม, และ Y-Prepper ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่เน้นเมนูจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ โครงการประกวดอาหาร สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์และยกระดับเมนูข้าวแกงไทย อาหารตำนานที่อยู่คู่สังคมไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก ผ่านการแข่งขันตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคม ณ ชั้น 4 ตึก Phenix ประตูน้ำ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดร้านข้าวแกงที่โดดเด่นด้านรสชาติและยกระดับมาตรฐานสู่สากล สำหรับทุกร้านที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ จะได้รับการสนับสนุนจาก LINE MAN Wongnai ดังนี้ การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ Skills Challenge Day, Creativity Challenge Day และ Grand Finale Day รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้เชิง Interactive เสวนาเชิงวิชาการ เวิร์กชอป และการแสดงศิลปวัฒนธรรม เพื่อมุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ข้าวแกงไทยในฐานะ Soft Power ที่ทรงพลังของชาติ โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่เกียรติยศและประกาศนียบัตร “Professional ข้าวแกงไทย” จากสมาคมภัตตาคารไทยและพันธมิตร พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1-4 รับเงินรางวัลตั้งแต่ 10,000 – 50,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร รวมมูลค่ารางวัลทั้งหมดกว่า 200,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: สมาคมภัตตาคารไทย และ Facebook: Khao Gaeng – Thai Curry Rice Championship 2025 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

19 Sep 2025

LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลริมโขงโตต่อเนื่อง

LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” เดินหน้าสนับสนุนภาครัฐ ภาคธุรกิจท้องถิ่น และผู้ประกอบการร้านอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจริมโขงด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีสำหรับร้านอาหาร พร้อมเชื่อมแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” บน LINE MAN ที่ร้านอาหารเลือกเข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 กว่า 3 หมื่นร้านทั่วไทย กระตุ้นยอดขายและหมุนเวียนรายได้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง จากเมืองผ่านสู่เมืองพัก ‘นครพนม’ เมืองศักยภาพเศรษฐกิจชายแดน คุณชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธาน YEC นครพนม เปิดเผยว่า “นครพนมเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ด้วยทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมไทย–ลาว–เวียดนาม–จีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 ทำให้การส่งออกสินค้าการเกษตรและผลไม้ไทยไปจีนเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าการค้าชายแดนปัจจุบันสูงกว่า 120,000 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อโครงการรถไฟทางคู่บ้านไผ่–นครพนมเสร็จในปี 2571” ด้านการท่องเที่ยว นครพนมมีภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงยาวกว่า 100 กิโลเมตร เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งสายธรรมชาติและสายศรัทธา โดยมีแลนด์มาร์กอย่าง “พระธาตุพนม” “พญาศรีสัตตนาคราช” และแลนด์มาร์กใหม่ “ชิงช้าสวรรค์ Mekong River Eye” สูง 50 เมตร ที่จะเปิดปีนี้ ยกระดับภาพลักษณ์เมืองริมโขงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น “ตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา นครพนมเปลี่ยนผ่านจากเมืองที่นักท่องเที่ยวแวะเพียงชั่วคราว มาเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวเลือกพักค้างคืนจริงจัง เพราะมีบรรยากาศริมโขงที่สวยสงบและเต็มไปด้วยวัฒนธรรม นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจในพื้นที่ สำหรับอนาคต เขามองว่า นครพนมมีศักยภาพสูงในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ที่จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่ยังต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เพื่อให้เมืองเติบโตได้เต็มศักยภาพตลอดทั้งปี ผู้ประกอบการท้องถิ่นปลุกของดีเมืองริมโขง คุณวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของ Chewa Cafe By SK Sroikham ระบุว่า “ผู้ประกอบการนครพนมกำลังต่อยอดของดีท้องถิ่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น การนำ ‘กาละแม’ ของขึ้นชื่อของจังหวัด มาทำเป็นเมนูสมูทตี้ กาแฟ หรือไอศกรีมกาละแม เพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับไปซื้อต้นตำรับของฝากในชุมชน เกิดการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่” ยกตัวอย่าง “ลิ้นจี่ นพ.1” ผลไม้ GI ที่ถูกแปรรูปจนได้รับการนำเสนอในห้างกรุงเทพฯ ขยายตลาดให้เกษตรกรนครพนม “เป้าหมายของการต่อยอดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการทำให้คนท้องถิ่นเห็นคุณค่าและภูมิใจในของบ้านเกิดของตัวเอง” ด้านธุรกิจร้านอาหาร วิศรุตมองว่า ในยุคนี้ “ความอร่อยเป็นเพียงพื้นฐาน” แต่สิ่งที่ตัดสินใจลูกค้าคือ “รีวิวและรางวัลการันตี” ที่สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคจริง “รีวิวคืออาจารย์ที่ดีที่สุด เพราะช่วยให้ร้านรู้ข้อบกพร่องและพัฒนาได้ต่อเนื่อง ส่วนรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice คือเป้าหมายที่ผลักให้เรารักษาคุณภาพไว้ทุกปี มันไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่คือแรงผลักให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืน” เขายังเสริมถึงบทบาทของโครงการคนละครึ่งว่า “ที่ผ่านมาโครงการนี้ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 100–150% และได้ลูกค้าใหม่กว่า 50% ครั้งนี้ที่มี LINE MAN เข้ามาร่วม เชื่อว่าร้านจะเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้ยอดขายโตได้อีก 150–300% จริง ๆ” เดลิเวอรีโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนเมืองรอง คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai เผยว่า “นครพนมเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เติบโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน และเป็นตัวอย่างชัดเจนของเมืองรองกำลังโต (High Growth City) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ LINE MAN ที่ขยายบริการสู่พื้นที่รองทั่วประเทศ ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai พบว่า GMV ของฟู้ดเดลิเวอรีในนครพนมเติบโต 16% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยภาคอีสานที่ 14% ขณะที่ จำนวนออเดอร์โต 12% และผู้ใช้โต 11% สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคหลายเท่า สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับบริการดิจิทัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภค เมนูยอดนิยมของคนอีสาน ได้แก่ ส้มตำ โดยเฉพาะตำป่าและตำปูปลาร้า ส่วน เครื่องดื่มยอดฮิต ได้แก่ อเมริกาโน่และมัทฉะ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ ในหมวดเครื่องดื่มยังมีแบล็คคอฟฟี่ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่เย็น ชาไทย และช็อกโกแลต ติดอันดับยอดนิยม ขณะที่หมวดอาหารมีเมนูขายดีอย่างตำลาว ข้าวมันไก่ และข้าวผัดหมู โดยช่วงเวลา พีคของการสั่งอาหารคือ 11.00–14.00 น. สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคในภูมิภาคเริ่มเปิดรับเมนูใหม่ ๆ เช่น รามยอนเผ็ดเกาหลี ขนมปังเกลือ และมัทฉะลาเต้ พรีเมียม ซึ่งแปลว่ากำลังซื้อของเมืองรองกำลังโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังพบว่า เมืองรองในภาคอีสานเติบโตได้ดีมาก โดย Top 5 เมืองรองที่มีการเติบโตสูงสุดบน LINE MAN ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร รวมถึงอำเภอขนาดเล็กที่แพลตฟอร์มเข้าไปให้บริการแล้ว เช่น ด่านซ้าย (เลย), ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ), บรบือ (มหาสารคาม) และธวัชบุรี (ร้อยเอ็ด) สำหรับแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” ที่เพิ่งเปิดลงทะเบียนรอบใหม่เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา มีจำนวนร้านอาหารลงทะเบียนเข้าร่วมกับ LINE MAN วันแรกกว่า 32,990 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย. เวลา 01.00 น.) สอดคล้องกับรายงานของกระทรงการคลัง ณ วันที่ 3 พ.ย. เวลา 14.00 น ที่ระบุว่า มีร้านค้าเข้าร่วมฟู้ดเดลิเวอรี ลงทะเบียนแล้ว 40,722 ราย โดยร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมกับ LINE MAN มีจำนวน 22,831 ร้านค้า ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 จากทุกแพลตฟอร์ม LINE MAN มั่นใจว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจะช่วยให้ร้านเล็กโตได้จริงและโตได้ยาว จากข้อมูลของ LINE MAN Wongnai หลังสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งในแต่ละเฟส ร้านค้าบนแพลตฟอร์มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าเติบโตเฉลี่ย 3–13.5 เท่าระหว่างเฟส และหลังจบเฟส 5 ยอดขายเฉลี่ยเพิ่มถึง 16.7 เท่าเมื่อเทียบก่อนเริ่มโครงการ ขณะเดียวกันกว่า 50% ของร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 เท่าในทุกเฟส “เราภูมิใจที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์หลักของร้านอาหารทั่วประเทศ และยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพให้ไรเดอร์ในท้องถิ่น ซึ่งมีรายได้ ถือเป็นแรงขับเศรษฐกิจฐานรากที่แท้จริง” นครพนม Next Chapter: วิวสร้างรายได้ สู่ระบบนิเวศการท่องเที่ยวครบวงจร ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การพัฒนานครพนมในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแผนระยะสั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว 3–20 ปี โดยใช้ข้อมูล (Data) และการวิเคราะห์จุดแข็ง–จุดอ่อน (SWOT) เพื่อวางทิศทางจังหวัดอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟทางคู่ และถนนเศรษฐกิจ R8 / R12 ที่เชื่อมไทยกับลาวและเวียดนาม สิ่งเหล่านี้คือหัวจักรเศรษฐกิจของภูมิภาค “นครพนมมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ริมแม่น้ำโขง เป็นวิวที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุน และเป็นเสน่ห์ที่แตกต่างจากเมืองอื่น เรากำลังสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ที่เชื่อมโรงแรม ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ และสินค้าชุมชน โดยอาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE MAN Wongnai มาเชื่อมโยงคนเข้ากับบริการ เพื่อให้รายได้กระจายสู่คนในพื้นที่อย่างแท้จริง และทำให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจจริงในทุกทิศทาง” ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

5 Nov 2025