LINE MAN Wongnai ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดโครงการ “Spectrum Tech Camp 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Tech is for Everyone – ทุกคนอยู่ได้ ในสายงานเทคฯ” เพื่อเปิดโลกความหลากหลายในวงการเทคฯ ที่ไปไกลกว่ามิติเรื่องเพศ และขยายโอกาสให้นักเรียนมัธยมจากทุกสายการเรียนทั่วประเทศเข้าบ่มเพาะทักษะแห่งอนาคตจากประสบการณ์ของคนทำงานตัวจริง ตั้งเป้าเติมคนรุ่นใหม่สู่โลกเทคโนโลยีที่ไทยยังขาดแคลน

เนื่องในเดือนแห่งความหลากหลาย LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp 2025 จัดขึ้นในรูปแบบค่ายสาธารณะครั้งแรก ณ สำนักงานใหญ่ LINE MAN Wongnai เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนไทยจากทั่วประเทศได้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครกว่า 1,000 คนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ คัดเหลือเพียง 60 คนที่มีความสนใจการทำงานในบริษัทเทคโนโลยี และมาจากพื้นเพที่หลากหลาย ทั้งเพศ ระดับชั้น ศาสนา สายการเรียน โรงเรียนรัฐและเอกชน ไปจนถึงโรงเรียนในต่างจังหวัด สะท้อนให้เห็นว่าคนที่มี “ใจรักในเทคโนโลยี” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพศชายหรือสายวิทย์-เทคโนโลยีเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในเยาวชนทุกกลุ่มหากได้รับโอกาสที่เหมาะสม

คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “วงการเทคโนโลยีทั่วโลกยังเผชิญกับความท้าทายด้านความหลากหลาย ทั้งในมิติของเพศ วัย และพื้นเพ ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนว่า สัดส่วนของผู้หญิง และกลุ่ม LGBTQ+ ในสายงานเทคโนโลยียังมีไม่ถึง 30%1 และมีความไม่สมดุลในระดับผู้นำ โดยเฉพาะในสาย AI และวิศวกรรมซอฟต์แวร์ จากภาพความท้าทายด้านความหลากหลายในระดับโลกนี้ เมื่อมองมาที่ประเทศไทยซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนบุคลากรด้านเทคโนโลยีอย่างหนัก ข้อมูลระบุว่าประเทศไทยมีตำแหน่งงานเทคโนโลยีว่างกว่า 179,000 ตำแหน่ง แต่มีผู้สมัครเพียง 9,358 คน2 สะท้อนถึงความไม่สมดุลอย่างรุนแรงในตลาดแรงงาน

ทั้งสองประเด็นนี้มีจุดตัดร่วมกันคือความต้องการกลุ่มบุคลากรที่ใหญ่ขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้น การส่งเสริมความหลากหลายจึงอาจเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพและเพิ่มจำนวนผู้มีความสามารถเข้ามาในอุตสาหกรรมที่ต้องเริ่มตั้งแต่วัยมัธยม LINE MAN Wongnai จึงได้ริเริ่ม ‘Spectrum Tech Camp’ เพื่อเปิดโลกเทคโนโลยีให้กับนักเรียนมัธยมจากทุกสายการเรียน ทั้งสายวิทย์-เทคโนโลยีหรือสายศิลป์ ได้เข้ามาสำรวจอาชีพจริงและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่วงการเทคฯ ในอนาคต เพราะเราเชื่อว่าความหลากหลายในอุตสาหกรรมนี้ไปไกลกว่าเรื่องเพศ แต่รวมไปถึงมุมมอง ทักษะ และพื้นเพของแต่ละคน ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่มได้อย่างแท้จริง”

จุดเด่นของ LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp คือ นักเรียนที่เข้าค่ายจะได้ลงมือแก้ปัญหาจากโจทย์จริงที่เกิดขึ้นบนแอปพลิเคชัน LINE MAN ที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนในชีวิตประจำวัน โดยมีทีมทำงานจริงคอยให้ความรู้อย่างใกล้ชิดและแชร์หลักคิดในโลกการทำงานที่ไม่มีในห้องเรียนหรือคลาสเขียนโค้ดทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีการแชร์ประสบการณ์จากคุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai พร้อมทั้งกิจกรรมเวิร์คช็อป 4 สายงานมาแรง ได้แก่ Software Development, UX/UI Design, Data Science และ Business Development ในบรรยากาศที่เท่าเทียม สนุก และเป็นตัวของตัวเอง

ในยุคที่ AI พัฒนาอย่างก้าวกระโดด LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ และเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสร้างสรรค์และบริหารจัดการแอปพลิเคชันที่มีผู้ใช้งานหลายสิบล้านคน ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ ไม่เพียงแต่เอาตัวรอด แต่ยังสามารถโดดเด่นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น:

  • Critical Thinking & Problem-Solving: ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาที่ AI อาจมองข้าม การประเมินผลลัพธ์จาก AI อย่างมีวิจารณญาณ และการออกแบบโซลูชันที่สร้างสรรค์
  • Collaboration & Communication: ทำงานกับผู้คนที่มีความหลากหลาย และสื่อสารไอเดียซับซ้อนให้เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนโปรเจกต์ให้สำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้จำกัด  

ด้าน ดร.ชัยวุฒิ เลิศวนสิริวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน หรือเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่เก่งวิชาการเท่านั้น แต่ควรเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนและทุกสายการเรียนได้ทดลอง ลงมือทำ และเห็นภาพอนาคตที่เป็นไปได้สำหรับตัวเองในองค์กรเทคโนโลยีที่มีพื้นที่ให้กับความหลากหลาย ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงาน ในการนำเอาความรู้ ความสามารถ และทรัพยากรที่มีอยู่มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดกว้าง และสนับสนุนให้เด็กไทยมี Lifelong Learning ที่ไม่หยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”

LINE MAN Wongnai ให้ความสำคัญกับส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมและความหลากหลายในสถานที่ทำงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่ดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการเติบโตของพนักงานทุกเพศทุกวัยอย่างเท่าเทียม สวัสดิการที่ครอบคลุมสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ รวมถึงการสร้างโอกาสให้ไรเดอร์หญิงและผู้พิการเข้ามาทำงานในระบบ สะท้อนคุณค่าเรื่อง “Respect Everyone” ที่องค์กรยึดถือและนำมาใช้จริง เมื่อเราสร้างความแข็งแกร่งและความหลากหลายภายในองค์กรได้อย่างแท้จริง เราจึงพร้อมส่งต่อพลังบวกนั้นออกสู่ภายนอก และค่าย Spectrum Tech Camp คือก้าวสำคัญของการขยายผลนั้น 

 ที่มา:
1 Women Tech Network (2024), Nash Squared Digital Leadership Report (2023) 
2 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ – NXPO (ธันวาคม 2023) 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

GC, Wongnai และ LINE MAN มอบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ในแคมเปญ “สู้ไปด้วยกัน”

ช่วงเวลานี้คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันก้าวผ่านสถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จึงจับมือกับสองพันธมิตร Wongnai และ LINE MAN ร่วมจัดทำโครงการ “สู้ไปด้วยกัน | Stronger Together” สนับสนุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ เพื่อช่วยในการบริการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี ประกอบไปด้วย ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS 200,000 ใบ, ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพ 100,000 ใบ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพ 10,000 ชุด ให้แก่ ร้านอาหาร 200 ร้าน ที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของ Wongnai และ LINE MAN ซึ่งได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงจากการควบคุมโรคระบาด COVID-19 โดยเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบรรจุภัณฑ์ของร้านอาหารและช่วยให้ร้านอาหารปรับตัวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจแบบเดลิเวอรี นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพดังกล่าว ยังช่วยให้ลูกค้าผู้สั่งอาหารที่ต้องกักตัวเฝ้าดูสถานการณ์ที่บ้าน ปลอดภัยจากความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19 เนื่องจากได้ใช้ภาชนะแยกกัน โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาขยะสะสม และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเหล่านี้สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพในโครงการ “สู้ไปด้วยกัน | Stronger Together” ได้รับการรับรองวัตถุดิบพลาสติกชีวภาพที่ใช้ผลิตด้วยตราสัญลักษณ์ GC Compostable อันหมายถึง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพซึ่งทำมาจากพืช (Biobased) และสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) คือการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ ในสภาวะที่เหมาะสม จนกลายเป็นสารธรรมชาติ คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และสารปรับปรุงดิน โดยไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อม และเราสามารถนำถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ไปใช้ซ้ำเป็นกระถางปลูกต้นไม้เพียงใส่เมล็ดพืชที่พร้อมจะงอกเป็นต้นไม้เมื่อถ้วยย่อยสลายในดิน ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพสามารถนำมาใช้ซ้ำเป็นถุงขยะใส่เศษอาหารและขยะอินทรีย์ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพสามารถทิ้งรวมกับเศษอาหารในถุงหูหิ้ว ซึ่งทั้งถุงและชุดช้อน-ส้อมนี้จะสามารถย่อยสลายในกองปุ๋ยหมักพร้อมเศษอาหารได้ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยทุกคนสู้ไปด้วยกันอย่างแข็งแรงและมีความสุข GC จึงขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพอาหารพร้อมบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพของโครงการ พร้อมติดแฮชแท็ค #สู้ไปด้วยกันStrongerTogether #GCCompostable #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก ตั้งค่าสาธารณะ โพสต์และแชร์ในช่องทาง Facebook, Twitter และ Instagram โดยผู้ที่ได้ยอด Like & Share สูงสุด 4 ท่านแรกจะได้รับรางวัลพิเศษเป็นกระเป๋าเป้ และกระเป๋าสะพายข้างลายพราง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุใช้แล้วจาก Upcycling by GC และยังมีเสื้อยืดรักษ์โลกสุดเก๋จาก Upcycling by GC อีก 6 รางวัล หมายเหตุ: บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด มีจำหน่ายใน Lazada และเว็บไซต์ของแบรนด์ (ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS จากแบรนด์ KMP Green, ถุงหูหิ้วไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Bio-Sure และชุดช้อน-ส้อมไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Leafz)

LINE MAN Wongnai

15 Apr 2020

โควิด-19 ทำให้เด็กยากจนกว่า 750,000 ชีวิต ต้องอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร

วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม” การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป? การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” ความช่วยเหลือเร่งด่วน กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ ครูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน” ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

21 May 2020

Wongnai ควง dtac reward และ Citi ส่งแคมเปญ Wongnai Deal 2020

กรุงเทพฯ – 10 มีนาคม พ.ศ. 2563 – Wongnai ปล่อยไม้เด็ดส่งแคมเปญดีลร้านอาหารแห่งปี “Wongnai Deal 2020” ภายใต้กลยุทธ์ Partnership Marketing จับมือ dtac reward และ Citi มอบสิทธิ์ทานอาหารมื้อพิเศษจากร้านอาหารชื่อดังที่คัดสรรโดย Wongnai ในราคาพิเศษตลอดทั้งปี ตอกย้ำแหล่งรวมดีลร้านอาหารชั้นนำที่ทุกคนรอคอย ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าและเพิ่มจำนวนขายดีลขึ้น 50% ภายในสิ้นปี ซื้อดีลร้านอาหารได้แล้ววันนี้บนเว็บไซต์และแอปฯ Wongnai คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “Wongnai Deal 2020 เป็นแคมเปญรวมดีลร้านอาหารสุดพิเศษแห่งปีที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด โดยในปีนี้ Wongnai มีเป้าหมายสำคัญในการขยายฐานลูกค้าใหม่โดยเฉพาะลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบลิ้มลองร้านอาหารใหม่ๆ ร้านในโรงแรม ร้านอาหารโดยเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง และเพิ่มยอดจำนวนขายดีลขึ้น 50% จากจำนวนดีลร้านอาหารบน Wongnai ที่ขายได้กว่า 15,000 ครั้ง ในปี 2019 ด้วยเป้าหมายดังกล่าวเราจึงจับมือกับพันธมิตรรายใหญ่ ได้แก่ dtac reward และ Citi เพื่อร่วมกันการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในการมอบสิทธิพิเศษในการทานอาหารมื้อพิเศษในร้านอาหารชื่อดังที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ ในราคาสุดพิเศษที่สามารถซื้อได้บน Wongnai เท่านั้น โดยแคมเปญนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเชื่อมั่นที่พันธมิตรได้มองเห็นศักยภาพในการเติบโตของวัฒนธรรมการกินของคนเมืองที่ใส่ใจในประสบการณ์การทานอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงเชื่อมั่นในความตั้งใจของ Wongnai ในการเชื่อมต่อสิ่งดี ๆ ให้กับผู้ใช้กว่า 3 ล้านคนมาโดยตลอด โดยดีลร้านอาหารในแคมเปญ Wongnai Deal 2020 จะทยอยเปิดตัวออกมาให้เหล่าฟู้ดดี้ได้ลิ้มลองตลอดทั้งปี 2020 นี้” Wongnai Deal 2020 แคมเปญที่รวบรวมดีลสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ทั่วภูมิภาคที่คัดสรรโดย Wongnai เสิร์ฟเป็นเซตเมนูที่หลากหลายในราคาสุดพิเศษ รวมถึงโปรโมชันสุดคุ้มและเวาเชอร์แทนเงินสด โดยดีลที่เป็นไฮไลท์แห่งปี ได้แก่ Wongnai Bangkok Restaurant Week: Wongnai Users’ Choice 2020 (เดือนมีนาคม): ดีลพิเศษสำหรับสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมแห่งปีที่ได้รับรางวัล Wongnai Users’ Choice 2020 กว่า 20 ร้าน ไม่ว่าจะเป็น Mahanakhon Bangkok SkyBar, Scarlett Wine Bar & Restaurant, J’AIME by Jean-Michel Lorain, Il Fumo และอื่นๆ อีกมากมาย ในราคาเริ่มต้น 599++ บาท โดยสามารถซื้อดีลได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม บนเว็บไซต์และแอปฯ Wongnai และสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึงวันที่ 19 เมษายนนี้ Wongnai Bangkok Restaurant Week: Fine Dining (เดือนกันยายน): ดีลพิเศษสำหรับร้านอาหาร Fine dining กว่า 50 ร้าน ให้เหล่าฟู้ดดี้ได้ลิ้มรสชาติอาหารชั้นเลิศในบรรยากาศสุดพิเศษ โดยสามารถซื้อดีลได้ช่วงกันยายน บนเว็บไซต์และแอปฯ Wongnai  พิเศษสุด! สำหรับลูกค้า dtac reward  ลูกค้า PLATINUM BLUE MEMBER กดรับสิทธิ์ 140382#  โทรออก (ฟรี) (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด)  ลูกค้า GOLD MEMBER และ SILVER MEMBER กดรับสิทธิ์ 140384#  โทรออก (ฟรี)(สิทธิ์มีจำนวนจำกัด)  สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้รับส่วนลดสูงสุด 20% เมื่อจ่ายดีลผ่านบัตรเครดิตซิตี้ ผู้ที่สนใจสามารถซื้อดีลร้านอาหารได้ตลอดทั้งปี โดยมีร้านอาหารหลากหลายประเภทตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชาวฟูดดี้ทั่วไทยในราคาสุดคุ้ม ที่คัดสรรร้านอาหารคุณภาพเพื่อผู้ใช้ Wongnai โดยเฉพาะ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อร้านอาหารที่ร่วมรายการ Wongnai Deal 2020 และวิธีการซื้อดีล ดูได้ที่ https://www.wongnai.com/restaurantweek #WongnaiDeal2020

LINE MAN Wongnai

12 Mar 2020

LINE MAN ปั้น “อีโคซิสเต็ม EV” ผนึก 3 พันธมิตร หนุนไรเดอร์-คนขับเปลี่ยนสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับหนึ่งของไทย เปิดตัวความร่วมมือกับ 3 พันธมิตรหลักในวงการยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ SLEEK EV (ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า), EV7 (ผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า), และ SHARGE (ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ) เพื่อสร้างระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร ตั้งเป้าสนับสนุนไรเดอร์และคนขับทั่วประเทศให้เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้อย่างราบรื่น เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดปัญหามลพิษ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ครอบคลุมทั้งบริการฟู้ดเดลิเวอรี และบริการเรียกรถ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ LINE MAN ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสะอาดในธุรกิจอย่างจริงจัง LINE MAN ร่วมมือกับ SLEEK EV ดันสองล้อไฟฟ้า สำหรับกลุ่มไรเดอร์ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีอยู่กว่า 100,000 คนทั่วประเทศ LINE MAN ได้จับมือกับ SLEEK EV แบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทย เพื่อส่งเสริมการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในกลุ่มไรเดอร์โดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงให้แก่ไรเดอร์ และลดการปล่อยมลพิษทางอากาศอย่างฝุ่น PM2.5 ในเขตเมือง เริ่มโครงการนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ก่อนจะขยายผลทั่วประเทศต่อไป นายพีรพงศ์ ประพจน์โสภานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายซัพพลายมาร์เก็ตเพลส LINE MAN กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ SLEEK EV คือการนำนวัตกรรมมาสนับสนุนการทำงานของไรเดอร์ ทั้งในด้านประสิทธิภาพและต้นทุน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” LINE MAN RIDE ผนึก EV7 และ SHARGE สร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้า ในส่วนของบริการเรียกรถยนต์ LINE MAN RIDE ได้ผนึกกำลังกับ 2 พันธมิตรสำคัญเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ นายอภินัทธ์ อนุสรศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจใหม่ LINE MAN RIDE เสริมว่า “LINE MAN ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพาร์ทเนอร์คนขับในทุกมิติ ความร่วมมือกับทั้ง EV7 และ SHARGE จะทำให้พาร์ทเนอร์สามารถเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ EV ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมายของบริษัท” การผนึกกำลังของ LINE MAN กับทั้งสามพันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบขนส่งสีเขียวที่จับต้องได้บนบริการออนดีมานด์ของ LINE MAN สอดรับกับนโยบายภาครัฐ และเป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการนำพาภาคบริการเดลิเวอรีและเรียกรถของไทยมุ่งสู่อนาคตที่สะอาด ประหยัด และยั่งยืนสำหรับทุกคน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

20 Jun 2025