LINE MAN เผยสถิติยอดออเดอร์ร้านน้ำแข็งไส-บิงซูเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เปิดโผรสชาติน้ำแข็งไส-บิงซูมาแรงที่ถูกสั่งสูงสุด ได้แก่ รสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ คาดเป็นเมนูฮิตติดเทรนด์ต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าร้อน

ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศา ร้อนกว่าปีที่แล้วทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไสเมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในหน้าร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น สำหรับปีนี้ยอดออเดอร์เดลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัว* ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ

ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซู กว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จ.พัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จ.น่าน และ ร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย 9 จ.นครศรีธรรมราช

นายวทัญญู ชุติศิลป์ เจ้าของร้านขนมหวาน ถิงถิง บิงซูน้ำขิง  กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อนปีนี้พบว่าเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูที่ถูกสั่งผ่านเดลิเวอรีเติบโตขึ้นอย่างมาก พบว่าช่วงเวลาที่ผู้คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ช่วงหลังมื้อเย็นเป็นต้นไป เนื่องจากน้ำแข็งไสเป็นเมนูขนมหวานที่ต้องรับประทานแบบไม่เร่งรีบเพื่อใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จุดเด่นของร้านเรานอกจากการเลือกท้อปปิ้งได้เองแล้ว คือเรื่องการจัดส่งที่ดีที่สุด โดยทางร้านมีการออกแบบแพคเกจถุงเก็บความเย็นที่ทดลองแล้วว่าเมื่อถึงมือผู้บริโภคน้ำแข็งไสยังคงสภาพปกติพร้อมทาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการสั่งเมนูน้ำแข็งไสไปทานที่บ้านก็เหมือนการมาทานที่หน้าร้าน ทั้งนี้ การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีถือเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไ้ด้เพิ่มขึ้นและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ 

นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังเปิดเผยสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปืนฉีดน้ำ, น้ำแข็ง, พวงมาลัย, ซองกันน้ำ และผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นสงกรานต์ สะท้อนกระแสคึกคักของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ได้เป็นอย่างดี

 *ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2565 และวันที่ 1-15 เมษายน 2566

News Release View More

GC, Wongnai และ LINE MAN มอบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ในแคมเปญ “สู้ไปด้วยกัน”

ช่วงเวลานี้คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันก้าวผ่านสถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จึงจับมือกับสองพันธมิตร Wongnai และ LINE MAN ร่วมจัดทำโครงการ “สู้ไปด้วยกัน | Stronger Together” สนับสนุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ เพื่อช่วยในการบริการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี ประกอบไปด้วย ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS 200,000 ใบ, ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพ 100,000 ใบ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพ 10,000 ชุด ให้แก่ ร้านอาหาร 200 ร้าน ที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของ Wongnai และ LINE MAN ซึ่งได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงจากการควบคุมโรคระบาด COVID-19 โดยเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบรรจุภัณฑ์ของร้านอาหารและช่วยให้ร้านอาหารปรับตัวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจแบบเดลิเวอรี นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพดังกล่าว ยังช่วยให้ลูกค้าผู้สั่งอาหารที่ต้องกักตัวเฝ้าดูสถานการณ์ที่บ้าน ปลอดภัยจากความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19 เนื่องจากได้ใช้ภาชนะแยกกัน โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาขยะสะสม และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเหล่านี้สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพในโครงการ “สู้ไปด้วยกัน | Stronger Together” ได้รับการรับรองวัตถุดิบพลาสติกชีวภาพที่ใช้ผลิตด้วยตราสัญลักษณ์ GC Compostable อันหมายถึง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพซึ่งทำมาจากพืช (Biobased) และสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable) คือการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ ในสภาวะที่เหมาะสม จนกลายเป็นสารธรรมชาติ คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และสารปรับปรุงดิน โดยไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อม และเราสามารถนำถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS ไปใช้ซ้ำเป็นกระถางปลูกต้นไม้เพียงใส่เมล็ดพืชที่พร้อมจะงอกเป็นต้นไม้เมื่อถ้วยย่อยสลายในดิน ถุงหูหิ้วพลาสติกชีวภาพสามารถนำมาใช้ซ้ำเป็นถุงขยะใส่เศษอาหารและขยะอินทรีย์ และชุดช้อน-ส้อมพลาสติกชีวภาพสามารถทิ้งรวมกับเศษอาหารในถุงหูหิ้ว ซึ่งทั้งถุงและชุดช้อน-ส้อมนี้จะสามารถย่อยสลายในกองปุ๋ยหมักพร้อมเศษอาหารได้ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยทุกคนสู้ไปด้วยกันอย่างแข็งแรงและมีความสุข GC จึงขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพอาหารพร้อมบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพของโครงการ พร้อมติดแฮชแท็ค #สู้ไปด้วยกันStrongerTogether #GCCompostable #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก ตั้งค่าสาธารณะ โพสต์และแชร์ในช่องทาง Facebook, Twitter และ Instagram โดยผู้ที่ได้ยอด Like & Share สูงสุด 4 ท่านแรกจะได้รับรางวัลพิเศษเป็นกระเป๋าเป้ และกระเป๋าสะพายข้างลายพราง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุใช้แล้วจาก Upcycling by GC และยังมีเสื้อยืดรักษ์โลกสุดเก๋จาก Upcycling by GC อีก 6 รางวัล หมายเหตุ: บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด มีจำหน่ายใน Lazada และเว็บไซต์ของแบรนด์ (ถ้วยกระดาษเคลือบ BioPBS จากแบรนด์ KMP Green, ถุงหูหิ้วไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Bio-Sure และชุดช้อน-ส้อมไบโอพลาสติกจากแบรนด์ Leafz)

LINE MAN Wongnai

15 Apr 2020

LINE MAN Wongnai ปล่อยฟีเจอร์ “ไม่รับเครื่องปรุง” ลดขยะเครื่องปรุงไปแล้วกว่า 20 ล้านซอง ภายใน 2 เดือน

LINE MAN Wongnai เปิดตัวฟีเจอร์รักษ์โลก “ไม่รับเครื่องปรุง” บนแอป LINE MAN สานต่อความสำเร็จหลังเปิดใช้ฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” ลดขยะจากซองเครื่องปรุงไปแล้วกว่า 20 ล้านซองภายใน 2 เดือน ตั้งเป้าช่วยลดขยะพลาสติกและขยะอาหารจากฟู้ดเดลิเวอรีรวม 4,200 ตันต่อปี เดินหน้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารรักษ์โลกบนแพลตฟอร์มเป็น 100,000 ร้านทั่วประเทศ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) เกิดขึ้นภายหลังการบริโภคประมาณ 2.76 ล้านตัน ด้วยเหตุนี้ LINE MAN Wongnai ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงเร่งขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้และร้านค้าจำนวนมาก เพื่อร่วมกันลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน หลังจากเปิดใช้ฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” มาได้ระยะหนึ่ง ล่าสุดเราได้พัฒนาฟีเจอร์ตัวเลือก “ไม่รับเครื่องปรุง” บนแอป LINE MAN ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่นิยมปรุงอาหารด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำจิ้ม และซอสต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเครื่องปรุงสามารถแจ้งร้านได้โดยตรง ช่วยลดขยะพลาสติกจากซองเครื่องปรุงลงได้มาก หลังจากปล่อยฟีเจอร์นี้เป็นเวลา 2 เดือน มีผู้ใช้กดเลือกไม่รับเครื่องปรุงรวมกว่า 20 ล้านซอง เมนูก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูที่ผู้ใช้เลือกไม่รับเครื่องปรุงสูงที่สุด คาดว่าจะช่วยลดขยะพลาสติกที่เกิดจากฟู้ดเดลิเวอรี (ช้อนส้อมพลาสติกและซองเครื่องปรุง) และขยะอาหารในซองเครื่องปรุงรวมกันกว่า 350 ตันต่อเดือน หรือเท่ากับ 4,200 ตันต่อปี นอกจากแนวทางการลดขยะจากผู้สั่งอาหารแล้ว LINE MAN Wongnai ยังมีโครงการภาชนะรักษ์โลกร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ Doozy Online, Dezpax, gracz และ aro ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Green Packaging เพื่อสนับสนุนร้านค้าให้เปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีร้านอาหารเข้าร่วมแล้วกว่า 1,300 ร้าน ร้านเหล่านี้จะได้สัญลักษณ์  “ภาชนะรักษ์โลก” บนแอป LINE MAN เพื่อบ่งบอกให้ผู้ใช้ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับรู้ บริษัทยังมีความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) ภายใต้โครงการ Plastic ACTion (PACT), Plastic Smart Cities – TVA ลงพื้นที่สร้างความตระหนักรู้เรื่องการลดการใช้พลาสติกแก่ร้านอาหารใน 4 พื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ สงขลา หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี และเกาะสมุย โดยภายในสิ้นปี 2567 LINE MAN Wongnai ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารรักษ์โลกที่เพิ่มตัวเลือกไม่รับเครื่องปรุงหรือใช้ภาชนะรักษ์โลกรวมเป็น 100,000 ร้านทั่วประเทศ คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษมีแนวทางการจัดการขยะตามวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดยการมุ่งเน้นให้ผู้ผลิตสินค้าออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หมด (Eco-design) และมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลางทาง มุ่งเน้นให้ผู้จำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ รวมถึงประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้บรรจุภัณฑ์เท่าที่จำเป็น ลดหรืองดการให้/การใช้ที่ฟุ่มเฟือย หรือไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ถุงหูหิ้ว หลอด ช้อมส้อมพลาสติก กล่องโฟม รวมถึงซองเครื่องปรุง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน ทำให้ขยะรีไซเคิลไม่เข้าสู่ระบบ จึงทำให้ขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเหล่านี้ตกค้างในสถานที่ฝังกลบขยะมูลฝอยจำนวนมาก และย่อยสลายได้ช้า รวมทั้งอาจแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ประชาชนควรมีการลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดที่ปลายทาง และเพิ่มศักยภาพในการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ รวมทั้งง่ายต่อการจัดการ เพราะฉะนั้นการที่แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีคิดค้นฟีเจอร์ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกและซองเครื่องปรุง ถือเป็นการร่วมด้วยช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจำนวนมาก รวมถึงการสนับสนุนให้ร้านอาหารใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกกันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีเป็นลูกโซ่ไปถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ต้นทางในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่คุณภาพดีและราคาที่เข้าถึงได้ยิ่งขึ้น ด้านนางสาวสรชา พวงพัฒน์ หรือ พี่กุ้ง เจ้าของร้านผัดไทยร้อยห้ากุ้งเต้น หนึ่งในร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สะท้อนได้จากจำนวนออร์เดอร์ของลูกค้า LINE MAN ประมาณ 30% ที่กดเลือกไม่รับเครื่องปรุงและไม่รับช้อนส้อมพลาสติก โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ร้านใช้มัดใจลูกค้า นอกจากเลือกใช้ของดี ตั้งแต่วัตถุดิบคุณภาพที่สดใหม่แล้ว คือการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างกระดาษและใบตองแทนการใช้พลาสติกก็เป็นหนึ่งปัจจัยหลักสำคัญที่เราทำมาอย่างยาวนานกว่า 6 ปี เนื่องจากเราคำนึงถึงความปลอดภัยไม่มีสารตกค้างกับผู้รับประทาน และย่อยสลายง่าย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังช่วยสร้างคุณค่าที่แตกต่างให้กับร้านอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Jun 2024

LINE MAN Wongnai เพิ่มหมวด ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวมุสลิม สร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ร้านฮาลาล

LINE MAN Wongnai จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ  สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘ฮาลาล’ สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล เปิดหมวดร้านอาหาร ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ยกระดับร้านที่ได้มาตรฐานสู่ผู้ใช้ไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมที่มีจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง พร้อมสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจร้านอาหารไทย ชี้โอกาสทองตลาดอาหารฮาลาล มูลค่าแตะล้านล้านดอลลาร์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันธุรกิจร้านอาหารฮาลาลไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามองเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสให้กับร้านอาหารฮาลาล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกลางฯ เข้ามาร่วมตรวจสอบและออกหนังสือรับรองมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวมุสลิม นักชิมไทย และต่างประเทศ ปัจจุบัน มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2568 จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจฮาลาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งใช้ประโยชน์เพื่อโอกาสในการแข่งขันได้ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ”  ด้าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การรับรองมาตรฐานฮาลาลไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านศาสนา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฮาลาลของไทย” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจุบันเรามีร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วประเทศอยู่บนแพลตฟอร์มแล้วกว่าร้อยละ 70 และยังมีแผนขยายจำนวนร้านอาหารฮาลาลในพื้นที่บริการเดลิเวอรีทั้ง 77 จังหวัด เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้บริโภคชาวมุสลิมที่มองหาร้านที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจริงๆ และยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารฮาลาลไทยก้าวสู่แพลทฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้าน ช่อมาลี (Chormalee Bistro) ร้านอาหารไทย-มุสลิมสมัยใหม่ ที่เป็นตัวแทนร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลและอยู่บนแพลตฟอร์ม LINE MAN เข้าร่วมพิธีลงนาม พร้อมนำเมนูจากทางร้านมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิม การได้รับมาตรฐานฮาลาล เป็นเสมือนตรารับรองคุณภาพที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหารและเมื่อผนวกเข้ากับพลังของแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่ง จะช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

30 Sep 2025

LINE MAN x Spotify ส่งแคมเปญ “ฟังเสียงท้องร้องเป็นเพลง” เชื่อมอาหารมื้ออร่อยผ่านเพลย์ลิสต์ชวนหิว ชูกลยุทธ์ Sensory Marketing  

ครั้งแรกของสองแพลตฟอร์มต่างขั้ว LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย และ Spotify ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงและพอดแคสต์รายใหญ่ของโลก เปิดตัวแคมเปญ “ฟังเสียงท้องร้องเป็นเพลง” ชูกลยุทธ์ Sensory Marketing มอบประสบการณ์ใหม่ที่จะเชื่อมอาหารมื้ออร่อยกับเพลย์ลิสต์ชวนหิวให้ฟังเพลินได้อรรถรส และกระตุ้นต่อมหิว พร้อมชวน YourMOOD ศิลปิน T-Pop ชื่อดังจากโครงการ Radar ของ Spotify มาร่วมสร้างประสบการณ์ความน่าตื่นเต้นครั้งใหม่ของวงการอาหารและเพลงไทย ผ่านการสร้างสรรค์เพลง ‘อยากกินหมูกระทะกะเธอ’ เวอร์ชั่นพิเศษ ซึ่งสามารถฟังได้แล้ววันนี้ในเพลย์ลิสต์ เพลงดังฟังแล้วหิว บน Spotify พร้อมมอบโปรโมชั่นส่วนลดอีกมากมายเมื่อสั่งอาหารบน LINE MAN คุณกฤษฏิ์ ใบสิริกุล รองประธานฝ่ายการตลาด จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ความร่วมมือของ LINE MAN และ Spotify ในแคมเปญ “ฟังเสียงท้องร้องเป็นเพลง” เป็นการนำจุดแข็งของสองแพลตฟอร์มมาผสานกัน นับเป็นครั้งแรกของวงการอาหารและเพลงไทยที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าผ่านกลยุทธ์ Sensory Marketing เพื่อดึงดูดประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งของลูกค้า โดยแคมเปญนี้อาศัยการฟังเพลงมากระตุ้นอารมณ์ความหิวในการรับประทานอาหาร และเมื่อหิวก็สามารถสั่งเดลิเวอรีได้จากร้านอาหารทั่วไทยกว่า 700,000 ร้านบน LINE MAN พร้อมมอบโค้ดส่วนลดให้กับผู้ใช้ที่สั่งอาหารบน LINE MAN ตลอดระยะเวลาของแคมเปญ”  คุณปิโยรส หลักคำ บรรณาธิการดนตรีอาวุโส จาก Spotify Thailand กล่าวว่า “ดนตรีมีความเชื่อมโยงกับหลาย ๆ ช่วงเวลาในชีวิต บางครั้งดนตรีก็มีส่วนช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารมื้อนั้นมากขึ้น การร่วมมือกับ LINE MAN ในครั้งนี้จึงเป็นการมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับคนไทยผ่านทางการฟังและการลิ้มรส โดยเราได้สร้างสรรค์เพลย์ลิสต์สุดพิเศษ “เพลงดังฟังแล้วหิว” สำหรับแคมเปญนี้รวบรวมเพลงกว่า 50 เพลงจากศิลปินไทยไว้ในที่เดียว และเมื่อเรานึกถึงของกิน ก็สามารถสั่งเดลิเวอรีได้ทันทีบน LINE MAN ทาง Spotify เองเชื่อว่าแคมเปญนี้จะทำให้เกิดการเข้าถึงผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่จากทั้งสองแพลตฟอร์มอย่างแน่นอน”  ค้นพบความหลากหลายของมื้ออาหารได้บน LINE MAN รวมถึงเสียงเพลงที่หลากหลายได้บน Spotify นอกจากนี้ยังดึงศิลปิน YourMOOD เจ้าของเพลงไวรัล ‘ลาก่อน’ ซึ่งเป็นศิลปินในโครงการ RADAR ของ Spotify ที่ช่วยส่งเสริมศิลปินหน้าใหม่ให้ได้แจ้งเกิด และส่งมอบความสนุกจากการได้ค้นพบศิลปินหน้าใหม่ไปพร้อมกัน โดย YourMOOD ได้มาร่วมสร้างประสบการณ์ความน่าตื่นเต้นครั้งใหม่ของวงการอาหารและเพลงไทย  ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใหม่และเอนจอยไปกับแคมเปญจาก LINE MAN x Spotify “ฟังเสียงท้องร้องเป็นเพลง” ถ้ามื้อนี้ยังเลือกไม่ถูกว่า…กินอะไร? ลองฟังเพลย์ลิสต์พิเศษ “เพลงดังฟังแล้วหิว” บน Spotify  https://spotify.link/zTlvkYuKNDb ท้องร้องเป็นเมนูไหน ก็กดสั่งเมนูนั้นผ่าน LINE MAN ได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/hqk5l4pe พร้อมกดโค้ดส่วนลดได้เลย พร้อมสนุกกับกิจกรรมอีกมากมายตลอดทั้งแคมเปญ อาทิ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. 66 – 26 พ.ย. 66**เฉพาะวันที่ 18 ต.ค. 66 – 31 ต.ค. 66 เท่านั้น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

18 Oct 2023