LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย จัดงานใหญ่แห่งปี Restaurant 2023: Future’s Recipe เผยภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในไทยปี 66 และเทรนด์การกินที่น่าจับตา พร้อมประกาศแผนหลังปิดดีลซื้อกิจการ FoodStory เร่งเครื่องเพิ่มฟีเจอร์โซลูชันจัดการร้านอาหารตอบโจทย์ร้านทุกรูปแบบ ยึดที่มั่นอันดับ 1 ผู้นำด้านโซลูชันสำหรับร้านอาหารที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไว้วางใจมากที่สุด   

ร้านอาหารในไทยเปิดใหม่เพิ่มหลักแสน ในขณะที่เผชิญความท้าทาย

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยในปี 2566 มีจำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นถึง 13.6% หรือราว 1 แสนกว่าร้าน* โดยประเภทร้านอาหารเปิดใหม่ที่เติบโตสูงสุด ได้แก่ ร้านอาหารเช้า (แซนด์วิช) ร้านอาหารจีน และร้านสุกี้ยากี้ ชาบู ตามลำดับ ในขณะที่ประเภทร้านอาหารเปิดใหม่ที่เติบโตชะลอลง ได้แก่ ฟู้ดทรัก ร้านข้าวต้มมื้อดึก และร้านพิซซ่า นอกจากนี้ จากข้อมูลของร้านอาหารที่ใช้ Wongnai POS ยังพบว่ามูลค่าการซื้อขายรวม (GMV) ของยอดขายประเภทนั่งรับประทานที่ร้าน (Dine-in) กลับมามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย 

อย่างไรก็ตาม แม้มีร้านอาหารเปิดใหม่ตลอดเวลา แต่จากสถิติพบว่ามีร้านอาหารถึง 50% ที่ต้องปิดตัวลงภายในปีแรก และ 65% ที่ปิดตัวลงภายใน 3 ปี ดังนั้นบทบาทของ LINE MAN Wongnai ในฐานะผู้นำโซลูชันสำหรับร้านอาหารแบบครบวงจรของไทย คือ ช่วยให้ร้านสามารถเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักให้ร้านอยู่รอดและเติบโตในสภาวะตลาดแข่งขันสูง ด้วยเทคโนโลยี POS (Point of Sale) ที่ล้ำหน้าและเหมาะกับการใช้งานของร้านอาหารทุกประเภทในไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับออร์เดอร์หน้าร้าน และบริหารระบบหลังร้าน”

ประกาศแผนหลังปิดดีลซื้อกิจการ FoodStory เร่งเครื่องโซลูชันครบวงจรสำหรับร้านทุกประเภท

คุณยอดเสริมว่า “การเข้าซื้อกิจการ FoodStory คือ การรวมทรัพยากรของผู้พัฒนาระบบจัดการร้านอาหารที่ทำงานใกล้ชิดกับร้านอาหารทั่วประเทศมานานกว่า 11 ปีเข้ากับแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลร้านอาหารมากที่สุดในไทย ตอนนี้เราถือเป็นอันดับ 1 ในตลาด POS สำหรับร้านอาหาร มีร้านอาหารกว่า 55,000 ร้านทั่วประเทศที่เลือกใช้ Wongnai POS และ FoodStory POS คิดเป็นสัดส่วน 40% ของตลาดนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สร้างมูลค่าการซื้อขายรวม (GMV) กว่า 180,000 ล้านบาท และจัดการออร์เดอร์ร้านอาหารไปแล้วรวมกว่า 636 ล้านออร์เดอร์** ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษไปถึง 323 ตัน

เปิดฟีเจอร์ใหม่สำหรับบริหารจัดการร้านอาหาร เพิ่มยอดขาย-ลดต้นทุน

คุณฐากูร ชาติสุทธิผล ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS ของ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “Wongnai POS และ FoodStory POS คือผู้ช่วยที่ดีที่สุดของร้านอาหารไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงเปิดร้านใหม่ที่กำลังเริ่มวางโครงสร้างธุรกิจ ช่วงที่ต้องปรับโครงสร้างเพื่อรองรับปริมาณที่เติบโตขึ้น ไปจนถึงช่วงขยายโครงสร้างเพื่อเพิ่มจำนวนสาขา เราได้สำรวจข้อมูลจากร้านอาหาร 1,230 แห่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 66 พบว่าปัญหาหนักใจที่สุด ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน ต้นทุนแฝงที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงจำนวนร้านคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่จำนวนลูกค้าใหม่และลูกค้าประจำลดลง เราจึงพัฒนาโซลูชันใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาของร้านอาหาร ทุกประเภทได้มากขึ้น” 

  • โซลูชันจัดการร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มีสาขา
    • Mobile Order ระบบสั่งอาหารผ่านการสแกน QR CODE เพื่อส่งออร์เดอร์เข้าสู่ระบบ POS ตรงถึงพนักงานในครัว ลดปัญหาการรับออร์เดอร์ผิดพลาดหรือตกหล่น 
    • Master Data ระบบรวมศูนย์จัดการข้อมูลจากหลายสาขา สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นของร้านอาหารทุกสาขาได้ทุกที่ทุกเวลา
    • Inventory Management ระบบบริหารคลังวัตถุดิบ สามารถคำนวณสัดส่วนวัตถุดิบของแต่ละเมนู และตัดคลังวัตถุดิบอัตโนมัติ รวมถึงแจ้งสถานะสต็อกเมื่อวัตถุดิบใกล้หมด
  • โซลูชันจัดการร้านอาหารขนาดกลางถึงเล็ก
    • Wongnai POS Manager แอปพลิเคชันบนมือถือสำหรับเจ้าของร้าน ใช้งานง่ายขึ้นทุกที่ทุกเวลาตั้งแต่เปิด-ปิดเมนูบน LINE MAN, อัปเดตราคาขายทุกช่องทาง, แก้ไขข้อมูลเมนูอาหาร, เช็คยอดขายแบบเรียลไทม์ และจัดโปรโมชัน 
    • Wongnai POS Staff ระบบการรับออร์เดอร์หน้าร้านผ่านโทรศัพท์มือถือของพนักงาน
    • Wongnai POS Mobile Order ฟีเจอร์ใหม่ที่ลูกค้าสามารถสามารถสั่งอาหารได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์ ช่วยร้านประหยัดต้นทุนพนักงาน พร้อมเพิ่มประสิทธิในการให้บริการ

ภายในงานนี้ ยังเปิดเผยเทรนด์การกินของคนไทยที่น่าจับตาในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา พบว่า เมนูมาแรงที่จำนวนค้นหาเติบโตสูงสุดบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai ได้แก่ หมูกรอบ ไอศกรีม เค้ก สุกี้ และหม่าล่า รวมถึงเมนูที่มียอดขายเดลิเวอรีเติบโตสูงสุดบน LINE MAN โดยเมนูอาหาร ได้แก่ ส้มตำปูปลาร้า กะเพราหมูกรอบ และไก่ย่าง ส่วนเมนูเครื่องดื่ม ได้แก่ ชาเขียวนม ช็อกโกแล็ต และชาไทย

งาน “Restaurant 2023: Future’s Recipe” จัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์เมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้รับเกียรติจาก คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของเพจ Torpenguin, คุณพรชัย นิตย์เมธาวงศ์ เจ้าของเพจเพื่อนแท้ร้านอาหาร, คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน และตัวแทนจากร้านอาหารชื่อดัง ได้แก่ Mo-Mo-Paradise, Siam Steak, NANA Coffee Roasters มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการทำธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน โดยมีจำนวนผู้ประกอบการร้านอาหารให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก 

*ข้อมูลจากร้านอาหารทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai เปรียบเทียบระหว่างเดือนมิถุนายน 2565 และมิถุนายน 2566

 **ข้อมูลรวมระหว่าง Wongnai POS และ FoodStory POS ตั้งแต่ปี 2557-2566

News Release View More

LINE MAN Food Delivery App Introduces Translation Feature and English Stickers for Expats and Tourists

For expats and tourists in Thailand, ordering local food just got easier! LINE MAN, The No.1 Thai food delivery app, has launched an automatic English translation feature and English chat stickers, making it simple for non-Thai speakers to explore and order from local restaurants across Thailand’s 77 provinces without needing a Thai keyboard. The automatic translation feature enables users to seamlessly navigate the LINE MAN app, translating restaurant menus into English and assisting in chatting with riders. Key highlights include: Foreign users of LINE MAN have tripled recently, especially in big cities or tourist areas like Bangkok, Chonburi and Chiang Mai. The most popular Thai dishes ordered by foreigners and tourists on LINE MAN are Khao Kha Moo (braised pork leg), Noodles, and Mango Sticky Rice. Each offers its own appeal, from the tender, flavorful pork of Khao Kha Moo to the variety of noodles in hot soups, and the sweet, fragrant coconut sticky rice with mango. The new translation feature allows you to explore authentic Thai cuisine and discover local favorites, while allowing restaurants to expand their foreign customer base. Whether you’re living here or just visiting, download the LINE MAN app at lineman.onelink.me/1N3T/kvoqlcyd. For press inquiries, please contact LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected]

LINE MAN Wongnai

9 Oct 2024

LINE MAN Wongnai จับมือ ทีทีบี เพิ่มช่องทางรับ-จ่ายเงินให้ผู้ใช้และไรเดอร์ด้วยการสแกน QR Code รองรับทุกธนาคาร

LINE MAN Wongnai จับมือพันธมิตร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี สนับสนุนการให้บริการโซลูชันธุรกรรมทางการเงินในประเทศแบบครบวงจร เพิ่มช่องทางการรับ-จ่ายเงินให้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยไรเดอร์สามารถรับชำระเงินจากลูกค้า ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด ผ่านระบบของทีทีบี (ttb QR API) อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai สามารถสแกนจ่ายค่าสินค้าและบริการกับไรเดอร์ ได้จากแอปพลิเคชัน Mobile Banking ของทุกธนาคาร ไม่ต้องใช้เงินสดและไม่เสียค่าธรรมเนียม โดยผู้บริหารจาก LINE MAN Wongnai นำโดย นายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services และ นายเจษฎา ธนสิทธิพันธ์ (ซ้าย) รองประธานฝ่ายปฏิบัติการด้านการเงิน ได้ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารจาก ทีทีบี นำโดย นางกนกพร จูฑา (ที่ 2 จากขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ และ นายสุชัย จรีอาภาภรณ์ (ขวา) หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าบรรษัทธุรกิจ

LINE MAN Wongnai

17 Aug 2023

LINE MAN Wongnai ปล่อยฟีเจอร์ “ไม่รับเครื่องปรุง” ลดขยะเครื่องปรุงไปแล้วกว่า 20 ล้านซอง ภายใน 2 เดือน

LINE MAN Wongnai เปิดตัวฟีเจอร์รักษ์โลก “ไม่รับเครื่องปรุง” บนแอป LINE MAN สานต่อความสำเร็จหลังเปิดใช้ฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” ลดขยะจากซองเครื่องปรุงไปแล้วกว่า 20 ล้านซองภายใน 2 เดือน ตั้งเป้าช่วยลดขยะพลาสติกและขยะอาหารจากฟู้ดเดลิเวอรีรวม 4,200 ตันต่อปี เดินหน้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารรักษ์โลกบนแพลตฟอร์มเป็น 100,000 ร้านทั่วประเทศ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) เกิดขึ้นภายหลังการบริโภคประมาณ 2.76 ล้านตัน ด้วยเหตุนี้ LINE MAN Wongnai ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงเร่งขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้และร้านค้าจำนวนมาก เพื่อร่วมกันลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน หลังจากเปิดใช้ฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” มาได้ระยะหนึ่ง ล่าสุดเราได้พัฒนาฟีเจอร์ตัวเลือก “ไม่รับเครื่องปรุง” บนแอป LINE MAN ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่นิยมปรุงอาหารด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำจิ้ม และซอสต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเครื่องปรุงสามารถแจ้งร้านได้โดยตรง ช่วยลดขยะพลาสติกจากซองเครื่องปรุงลงได้มาก หลังจากปล่อยฟีเจอร์นี้เป็นเวลา 2 เดือน มีผู้ใช้กดเลือกไม่รับเครื่องปรุงรวมกว่า 20 ล้านซอง เมนูก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูที่ผู้ใช้เลือกไม่รับเครื่องปรุงสูงที่สุด คาดว่าจะช่วยลดขยะพลาสติกที่เกิดจากฟู้ดเดลิเวอรี (ช้อนส้อมพลาสติกและซองเครื่องปรุง) และขยะอาหารในซองเครื่องปรุงรวมกันกว่า 350 ตันต่อเดือน หรือเท่ากับ 4,200 ตันต่อปี นอกจากแนวทางการลดขยะจากผู้สั่งอาหารแล้ว LINE MAN Wongnai ยังมีโครงการภาชนะรักษ์โลกร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ Doozy Online, Dezpax, gracz และ aro ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Green Packaging เพื่อสนับสนุนร้านค้าให้เปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีร้านอาหารเข้าร่วมแล้วกว่า 1,300 ร้าน ร้านเหล่านี้จะได้สัญลักษณ์  “ภาชนะรักษ์โลก” บนแอป LINE MAN เพื่อบ่งบอกให้ผู้ใช้ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับรู้ บริษัทยังมีความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) ภายใต้โครงการ Plastic ACTion (PACT), Plastic Smart Cities – TVA ลงพื้นที่สร้างความตระหนักรู้เรื่องการลดการใช้พลาสติกแก่ร้านอาหารใน 4 พื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ สงขลา หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี และเกาะสมุย โดยภายในสิ้นปี 2567 LINE MAN Wongnai ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารรักษ์โลกที่เพิ่มตัวเลือกไม่รับเครื่องปรุงหรือใช้ภาชนะรักษ์โลกรวมเป็น 100,000 ร้านทั่วประเทศ คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษมีแนวทางการจัดการขยะตามวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดยการมุ่งเน้นให้ผู้ผลิตสินค้าออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หมด (Eco-design) และมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลางทาง มุ่งเน้นให้ผู้จำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ รวมถึงประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้บรรจุภัณฑ์เท่าที่จำเป็น ลดหรืองดการให้/การใช้ที่ฟุ่มเฟือย หรือไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ถุงหูหิ้ว หลอด ช้อมส้อมพลาสติก กล่องโฟม รวมถึงซองเครื่องปรุง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน ทำให้ขยะรีไซเคิลไม่เข้าสู่ระบบ จึงทำให้ขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเหล่านี้ตกค้างในสถานที่ฝังกลบขยะมูลฝอยจำนวนมาก และย่อยสลายได้ช้า รวมทั้งอาจแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ประชาชนควรมีการลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดที่ปลายทาง และเพิ่มศักยภาพในการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ รวมทั้งง่ายต่อการจัดการ เพราะฉะนั้นการที่แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีคิดค้นฟีเจอร์ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกและซองเครื่องปรุง ถือเป็นการร่วมด้วยช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจำนวนมาก รวมถึงการสนับสนุนให้ร้านอาหารใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกกันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีเป็นลูกโซ่ไปถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ต้นทางในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่คุณภาพดีและราคาที่เข้าถึงได้ยิ่งขึ้น ด้านนางสาวสรชา พวงพัฒน์ หรือ พี่กุ้ง เจ้าของร้านผัดไทยร้อยห้ากุ้งเต้น หนึ่งในร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สะท้อนได้จากจำนวนออร์เดอร์ของลูกค้า LINE MAN ประมาณ 30% ที่กดเลือกไม่รับเครื่องปรุงและไม่รับช้อนส้อมพลาสติก โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ร้านใช้มัดใจลูกค้า นอกจากเลือกใช้ของดี ตั้งแต่วัตถุดิบคุณภาพที่สดใหม่แล้ว คือการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างกระดาษและใบตองแทนการใช้พลาสติกก็เป็นหนึ่งปัจจัยหลักสำคัญที่เราทำมาอย่างยาวนานกว่า 6 ปี เนื่องจากเราคำนึงถึงความปลอดภัยไม่มีสารตกค้างกับผู้รับประทาน และย่อยสลายง่าย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังช่วยสร้างคุณค่าที่แตกต่างให้กับร้านอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Jun 2024

LINE MAN จับตาเทรนด์ “ชาไทย Specialty” ร้านเปิดใหม่โต 205% ใน 3 ปีก้าวสู่สนามเครื่องดื่ม Specialty เต็มตัว

LINE MAN เปิดเทรนด์ “ชาไทย Specialty” มาแรงในรอบ 3 ปีหลัง มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 205% ฝั่งผู้บริโภคแห่ดื่มชาไทยคุณภาพที่สามารถเลือก กลิ่น-รส แหล่งที่ปลูกได้ ยอดสั่งเติบโต 81% ทะลุ 4 แสนแก้วในปี 2024 แนวโน้มการเติบโตของชาไทย Specialty มีจุดเริ่มต้นในปี 2022 ที่อุตสาหกรรมชาขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านคุณภาพของใบชา ความหลากหลายของแหล่งปลูก และกำลังการผลิต ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดค้าชาใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก* ชาไทยเป็นที่ต้องการสูงจากทั้งในไทยและทั่วโลก พันธุ์ชาที่นิยมปลูกในไทยได้แก่ ชาจีน (Chinese Tea) และชาอัสสัม (Assam Tea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของชาไทยสีส้มที่พวกเราคุ้นเคย แล้วถูกพัฒนามาเป็นเมนู “ชาไทย Specialty” ที่สามารถเลือกรสชาติและกลิ่นหอมได้ เหมือนกับเมนูกาแฟ Specialty คุณแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล เจ้าของร้าน KHIRI Thai Tea หนึ่งในร้านชาไทย Specialty ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุดบน LINE MAN เล่าว่าชาไทยอยู่คู่คนไทยมานาน แต่ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงหลังที่หันมาบริโภคเครื่องดื่ม Specialty จากตลาดกาแฟ Specialty ทำให้เกิดตลาดชาไทย “Specialty” ขึ้นตามมา รูปแบบของชาไทย Specialty เชื่อมโยงทุกกระบวนการพัฒนาชาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ใบชาจากเกษตรกรไทย พัฒนาโดยคนไทย และถ่ายทอดเป็นเมนูที่สะท้อนรสชาติแท้ของชาไทย ปัจจุบัน ร้านชาไทยทั่วประเทศเริ่มคัดสรรใบชาคุณภาพจากแหล่งปลูกหลากหลายทั่วไทย ซึ่งมี Taste Notes เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ชาเชียงรายให้กลิ่นอายดอกไม้และเบอร์รี่ ชาแม่ฮ่องสอนมีโน้ตของส้มและเนยสด ชาปัตตานีมีกลิ่นหอมของเนยถั่วและลูกสน นอกจากนี้ กระแส “ชาไทยลิซ่า” เมนู Thai up the World by Lisa ที่สร้างสรรค์โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ร่วมกับ Erewhon ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูในอเมริกา ผู้บริโภคกระแสหลักจึงสนใจเมนูชาไทยพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้ร้านดังอย่าง KHIRI Thai Tea, Unicorn Signature, C PROM และร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศเพิ่มเมนู “ชาไทยลิซ่า” ตามมา เดลิเวอรีหนุนตลาดชาไทย Specialty โตแรงทั่วประเทศจากฐานข้อมูลของ LINE MAN พบแนวโน้มการเติบโตที่สำคัญของเมนูชาไทย Specialty อย่างชัดเจน ในระหว่างปี 2022-2024 ดังนี้ กราฟแสดงการเติบโตของยอดสั่งชาไทย Specialty บน LINE MAN ระหว่าง ปี 2020-2024 คุณแพร กล่าวเสริมว่า ถ้าเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชาไทยได้ดี และมีปัจจัยสนับสนุน เช่น การพัฒนาเมนูใหม่ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น หรือการผลักดันจากแบรนด์ใหญ่ โอกาสที่ชาไทย Specialty จะแมสใกล้เคียงกับกาแฟ Specialty อาจเกิดได้เร็วขึ้นทั้งในไทยและระดับโลก ในภาพใหญ่ของตลาดเครื่องดื่ม Specialty ทั้งหมด กาแฟ Specialty ยังเป็นผู้นำตลาดในแง่จำนวน ส่วนตลาดชาไทย Specialty กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเทียบอัตราการเติบโตในช่วง 3 ปีล่าสุด (2022-2024) จากฐานข้อมูล LINE MAN พบว่า ยอดสั่งชาไทย Specialty โตขึ้นกว่า 3.3 เท่า เทียบกับกาแฟ Specialty ที่เติบโต 2.7 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ร่วมสนับสนุนชาไทยไปตลาดโลก ผ่านการสั่งเมนูชาไทย Specialty จากร้านชา Specialty กว่า 500 ร้านบน LINE MAN *อ้างอิงข้อมูลจากสถิติการประเมินยอดขายชาโดยสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 7 ก.ค. 2023**ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปี 2022 และ ปี 2024 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

25 Feb 2025