LINE MAN เผยบริการเรียกรถ LINE MAN RIDE เติบโตกว่า 60%1 หลังเปิดให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการเรียกรถยนต์, แท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์ ชูจุดเด่น “ราคาถูก ปลอดภัย” มีฟีเจอร์ที่ออกแบบมาสำหรับคนไทย ทั้ง Toll Selection เลือกว่าจะขึ้นทางด่วนหรือไม่ ใช้ Chat Stickers สื่อสารกับคนขับโดยไม่ต้องพิมพ์ข้อความ และชำระเงินผ่าน QR Payment พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการด้วยการเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

คุณศิวภูมิ เลิศสรรค์ศรัญย์ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจบริการด้านออนดีมานด์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “หลังจากบริการ LINE MAN RIDE ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบกในช่วงต้นปี 2567 มีการเติบโตถึง 60%1 ซึ่งประเภทบริการเรียกรถยอดนิยม ได้แก่ LINE MAN Eco , LINE MAN Bike, และ LINE MAN Taxi ตามลำดับ โดย LINE MAN Bike บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์เติบโตถึง 390%2 เนื่องจากเป็นบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่ต้องการความรวดเร็วและการเดินทางที่คล่องตัว ส่วนแผนขยายการพื้นที่ให้บริการ ตั้งเป้าครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศภายใน 2  ปี”


จุดเด่นของบริการเรียกรถ LINE MAN RIDE  คือ “ราคาถูก ปลอดภัย” โดย  LINE MAN RIDE มอบความคุ้มค่าในการเดินทางทุกระยะทาง ด้วยราคาที่ถูกกว่า พร้อมอัดแน่นโปรโมชั่นสุดคุ้ม ขณะที่ด้านความปลอดภัยของผู้ใช้บริการถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก มีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) ตรวจสอบประวัติคนขับอย่างละเอียด มีประกันครอบคลุมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มีระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อให้บริการมีความโปร่งใส และเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

LINE MAN RIDE ยังมีฟีเจอร์ออกแบบมาเพื่อการใช้งานของคนไทย ได้แก่ ฟีเจอร์ Toll Selection ให้ผู้ใช้เจาะจงเลือกเส้นทางตั้งแต่ก่อนเริ่มเดินทางว่าต้องการขึ้นทางด่วนหรือไม่ การใช้ Chat Stickers เพื่อสื่อสารกับคนขับอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพิมพ์ข้อความ  และการชำระเงินผ่าน QR Payment ซึ่งกำลังจะเปิดให้ใช้บริการในเร็ว ๆ นี้

ด้านคุณสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “LINE MAN RIDE ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางที่สะดวกและทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัล ซึ่งได้รับการรับรองจากทางกรมการขนส่งทางบกภายใต้กระทรวงคมนาคมในฐานะแอปพลิเคชันเรียกรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ใช้บริการสามารถมั่นใจได้ในทุกการเรียกใช้ เนื่องจากมีการรับรองตามมาตรฐานความปลอดภัยทั้งคนขับและยานพาหนะ รวมถึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลการให้บริการที่สอดคล้องกับกฏหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

สามารถเรียกใช้บริการ LINE MAN RIDE ได้บนแอปพลิเคชัน LINE MAN พร้อมรับโค้ดส่วนลดบริการเรียกรถ LINE MAN Eco สำหรับผู้ใช้ใหม่รับส่วนลด 100 บาท*  ไม่มีขั้นต่ำ เพียงกรอกโค้ด “NEW100” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2567 

1 ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 15 ตุลาคม ของปี 2567 และ ปี 2566
2ข้อมูลการให้บริการระหว่างเดือนมกราคม – ตุลาคม 2567 โดยบริการ LINE MAN Bike เปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2567
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN Wongnai ชี้ธุรกิจร้านอาหารปลายปี 2025 ฟื้นตัวชัด แรงส่ง “คนละครึ่ง พลัส” ดันยอดร้านโตเฉลี่ย 4 เท่าทั่วประเทศ

LINE MAN Wongnai เปิดเผยสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในไทยปลายปี 2025 หลังผ่านครึ่งปีแรกที่ซบเซาหนัก จากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ต้นทุนอาหารสูง ทำให้ยอดขายร้านอาหารตกลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจาก Wongnai POS (ยอดขายหน้าร้าน) และแพลตฟอร์ม LINE MAN (ยอดขายเดลิเวอรี) สะท้อนว่า “คนละครึ่ง พลัส” ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและอัดฉีดร้านเล็กให้โตได้จริง โดยเฉพาะจังหวัดเมืองรองมียอดขายเติบโตพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว ตลาดร้านอาหารพลิกกลับมาบวกใน Q4 หลังจมดิ่งใน Q2 ในงาน “LINE MAN Wongnai กินข้าว เล่าข่าว” ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า“ครึ่งปีแรก 2025 ถือเป็นช่วงต่ำสุดของธุรกิจร้านอาหาร โดยยอดขายต่อร้าน (sales per store) หดตัวหนักถึง -14% ใน Q2 แต่หลังจากเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ตลาดเริ่มกลับมาเป็นบวก โดย Q3 โต +1% และ Q4 (ข้อมูลเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) กลับมาโต +5% สะท้อนการกลับมาของกำลังซื้อในวงกว้าง หลังแรงส่งของโครงการคนละครึ่ง พลัส” แม้จำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 3% ในครึ่งปีหลัง 2025 แต่อัตราร้านที่ปิดตัวลงยังอยู่ที่ 50% ถือว่าคงตัวจากครึ่งปีแรก แปลว่าธุรกิจร้านอาหารยังแข่งขันหนักและได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่สูง “คนละครึ่ง พลัส” เร่งตลาด ส่งกำลังซื้อพุ่ง-ร้านเล็กโตเกือบ 6 เท่า มาตรการรัฐช่วยปลดล็อกกำลังซื้อในวงกว้าง และ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเบอร์ 1 คนละครึ่งที่เชื่อมผู้คนกับร้านอาหารได้รวดเร็ว ทำให้เงินสะพัดสู่ฐานรากตั้งแต่ร้านเล็กจนถึงไรเดอร์ โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ดังนี้ ที่น่าสนใจที่สุดคือคนละครึ่ง พลัสช่วยให้ “ร้านเล็ก” (นับรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโตได้จริง มียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง (รายได้มากกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโต 2 เท่า ถือเป็นการอัดฉีดของรัฐที่ทำให้เม็ดเงินไหลสู่ร้านรายย่อยอย่างชัดเจน ฝั่งไรเดอร์เองก็ได้อานิสงส์จากโครงการ มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15–25% ตามปริมาณออเดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น เมนูที่มียอดสั่งสูงสุดผ่านแคมเปญคนละครึ่ง พลัสบน LINE MAN 5 อันดับแรก ได้แก่ ชาไทย, ตำปูปลาร้า, ชาเขียวนม, โกโก้ และ ตำป่า และคนละครึ่งยังทำให้เกิดเมนู “จัดหนัก” ที่มียอดบิลสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แซลมอน, ทุเรียนหมอนทองแกะเนื้อ, กุ้งเผา, ปูไข่นึ่ง และหมูหัน มูลค่าบิลสูงสุดแตะ 1,700 บาท แสดงว่าผู้บริโภคมองโปรโมชันจากรัฐเป็นโอกาสลองของแพง ร้านอาหารต่างจังหวัดฟื้นแรง อานิสงส์คนละครึ่ง พลัส สวนทางกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว ในช่วง Q4 (นับเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2025) ภาพรวมตลาดร้านอาหารในต่างจังหวัดฟื้นตัวแรงกว่ากรุงเทพฯ โดยยอดขายต่อร้านต่างจังหวัดโตเฉลี่ย +7% (จาก -11% ใน Q2) ขณะที่กรุงเทพฯ โตเพียง +2% (จาก -16% ใน Q2) ด้านเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ (+9%), พัทยา (+12%) และภูเก็ต (+7%) เริ่มฟื้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว ผลจากคนละครึ่ง พลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี (+9.4 เท่า), หนองบัวลำภู (+9.3 เท่า), อุตรดิตถ์ (+8.9 เท่า), อุดรธานี (+8 เท่า) และเชียงราย (+7 เท่า) แม้ตลาดภาพรวมจะเริ่มฟื้นช่วงสิ้นปี แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ที่ฟื้นตัวช้าที่สุด โดย “โซนฮอตสปอต” หลายย่านยังมียอดขายติดลบ ได้แก่ พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2025: “เลือกกินคุ้มค่า” เมนูต่ำกว่า 500 บาทยังเป็นพระเอก ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ชี้ว่าคนไทย “เลือกกินคุ้มค่า” มากขึ้น กลุ่มเมนูยอดบิลต่ำกว่า 500 บาทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่า ยอดขายต่อร้านลดลงเพียง -12% ใน Q2 ก่อนจะกลับมาโต +5% ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน แต่ในทางตรงกันข้าม เมนูที่ยอดบิลสูงกว่า 500 บาทถูกกดดันหนักกว่าในช่วงกลางปี -14% ใน Q2 และเริ่มฟื้นปลายปีเป็น +4% แต่ยังโตน้อยกว่าเมนูราคาถูก แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อระดับกลางยัง “รัดเข็มขัด” ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริโภคหันมานิยมเมนูราคาจับต้องได้มากขึ้นในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงตัว สถานการณ์ร้านอาหารปี 2025 แม้ตลาดจะกลับมาเริ่มดีขึ้น แต่พฤติกรรมคนไทย “เลือกกิน” มากขึ้น มุ่งเมนูราคาจับต้องได้ และเพิ่มการใช้จ่ายเฉพาะช่วงที่มีแรงกระตุ้น เช่น คนละครึ่ง พลัส ทั้งหมดนี้ทำให้ปี 2026 เป็นปีที่ต้องจับตา เพราะเมื่อแรงกระตุ้นจากรัฐหมดลง ตลาดจะรักษาโมเมนตัมได้หรือไม่ สำหรับ LINE MAN Wongnai บทเรียนจากปลายปีนี้ยืนยันบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มหลักที่เชื่อมโครงการรัฐเข้ากับคนไทยเพื่อช่วยกระจายรายได้แก่ร้านค้าทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศอาหารไทยเดินหน้าต่อได้ในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

12 Dec 2025

LINE MAN จับมือ กรีนเวฟ และ กทม. เปิดโครงการเปลี่ยนขวดพลาสติกใสเป็นแคนวาส-จานสี ส่งต่อเด็กยากไร้ได้วาดฝัน

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย นำโดยคุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ ร่วมเปิดโครงการ  Green Charity Share For Art ร่วมกับกรีนเวฟ กรุงเทพมหานคร และพันธมิตรทั้ง 5 องค์กร ได้แก่ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ เพื่อเด็กและเยาวชนฯ, เครือข่ายสังคมลดขยะ Less Plastic Thailand, กลุ่มเรารักอโศก, Recycle Day และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รับบริจาคขวดน้ำดื่มพลาสติกเพ็ทใสและฝาขวดใช้แล้ว เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเฟรมผ้าใบแคนวาสและจานสี ส่งต่อให้เด็กยากไร้ได้วาดฝันและแต่งเติมจินตนาสู่การเพิ่มโอกาสการศึกษา ผ่านแคมป์ศิลปะกว่า 25 จังหวัดทั่วประเทศ ณ อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เมื่อเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ LINE MAN ยังร่วมกันเดินขบวนเพื่อเปิดรับประชาสัมพันธ์จากอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส จนถึง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โดยได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนจากชาวอโศกอย่างล้มหลาม พร้อมทั้งประกาศรับบริจาคขวดน้ำดื่มพลาสติกเพ็ทใสและฝาขวดใช้แล้วจากพาร์ทเนอร์ร้านและผู้ใช้ในแพลตฟอร์ม LINE MAN รวมถึงพนักงานในบริษัทอีกด้วย

LINE MAN Wongnai

27 Jul 2023

LINE MAN ยกทัพร้านดังในเครือ iberry Group-ทองสมิทธ์-เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร จัดเต็มส่วนลดและโปรพิเศษตลอดปี 

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย ผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ดัง ได้แก่ iberry Group-ทองสมิทธ์-เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร  ยกทัพร้านอาหารในเครือกว่า 11 แบรนด์ ได้แก่ กับข้าว’ กับปลา, รส’นิยม, โรงสีโภชนา, เจริญแกง, ฟ้าปลาทาน, เบิร์นบุษบา, โรงสีข้าวต้มกุ๊ย By Rongsipochana, รวมมิตร คลาวด์ คิทเช่น, ทองสมิทธ์, FRAN’S และ Ăn Cơm Ăn Cá (อัน-เกิม-อัน-ก๋า) มอบส่วนลดสองต่อแบบจัดเต็ม ทั้งส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 100 บาทและค่าส่งเริ่มต้น 0 บาท ให้คนไทยได้อิ่มคุ้มทุกช่วงเวลากับร้านอาหารที่คุ้นเคยตลอดปี คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มุ่งมั่นเติมเต็มประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในความตั้งใจของเราด้านการเพิ่มจำนวนร้านอาหาร และพันธมิตรร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับอีโคซิสเต็ม ล่าสุดได้จับมือกับ iberry Group-ทองสมิทธ์-เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร กลุ่มธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ดังที่มีร้านในเครือกว่า 10 แบรนด์ และมีจำนวนสาขามากกว่า 100 สาขา ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งด้านการสร้างสรรค์เมนูอาหารที่หลากหลายและมีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มผ่านบริการเดลิเวอรีที่สะดวกสบาย”  คุณอัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้ง iberry Group และหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท ทองสมิทธิ์ สยาม จำกัด และเดอะ แพลทเทอส์ มหานคร กล่าวว่า “ในฐานะของผู้ประกอบการร้านอาหาร เราถือคติในการทำร้านอาหารแบบให้เกียรติและต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน โดยส่งมอบอาหารที่ดี มีคุณภาพไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ในหลากหลายช่องทาง ดังนั้นการร่วมมือกับทาง LINE MAN ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่เข้ามาช่วยตอกย้ำความตั้งใจของเราในการขยายช่องทางส่งต่อความอร่อยไปสู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายให้ได้กินของอร่อยกันมากขึ้น” LINE MAN และ iberry Group ร่วมกันส่งต่อความอร่อยให้กับคนไทยตลอดปี 2566 จัดเต็มโปรโมชันและโค้ดส่วนลดร้านอาหารในเครือ iberry group 8 แบรนด์ ได้แก่ กับข้าว’ กับปลา, รส’นิยม, โรงสีโภชนา, เจริญแกง, ฟ้าปลาทาน, เบิร์นบุษบา, โรงสีข้าวต้มกุ๊ย By Rongsipochana, รวมมิตร คลาวด์ คิทเช่น รวมถึงร้านทองสมิทธ์ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือขวัญใจคนไทย และร้านอาหารภายใต้ เดอะ แพลทเทอส์ มหานคร อีก 2 แบรนด์ ได้แก่ FRAN’S และ Ăn Cơm Ăn Cá (อัน-เกิม-อัน-ก๋า) นอกจากนี้ ยังสามารถรับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 100 บาทต่อครั้ง ภายในไอคอน “เก็บโค้ดลดเพิ่ม”  สั่งซื้ออาหารจากร้านในเครือ iberry Group ได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/cowle99e 

LINE MAN Wongnai

24 Jan 2023

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022