โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถูกจับตามองในฐานะมาตรการสำคัญที่เป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งไม่เพียงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังสร้างโอกาสให้ร้านอาหารเล็กทั่วประเทศเข้าถึงผู้บริโภคและต่อยอดการเติบโตได้จริง LINE MAN ในฐานะเบอร์ 1 คนละครึ่งเดลิเวอรี่ จัดเวทีสนทนาโต๊ะกลม “ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหารและปากท้องคนไทย” สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์ม พร้อมหยิบยกประเด็นจริงที่สังคมกำลังเผชิญ ทั้งความกังวลด้านภาษีและความหวังของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเติบโตมากกว่าการเพียงอยู่รอ เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการสนับสนุนที่ต่อเนื่องเป็นระบบ และเหมาะสมกับร้านค้าทุกขนาด โดยมี “คนละครึ่ง” เป็นต้นแบบความร่วมมือที่พิสูจน์แล้วว่าควรได้รับการต่อยอดอย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่น่าสนใจจากเวทีสนทนาโต๊ะกลม ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหารและปากท้องคนไทย

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยข้อมูลสำคัญตอกย้ำ LINE MAN เบอร์ 1 คนละครึ่ง

  • จากสถิติความสำเร็จคนละครึ่งบน LINE MAN รอบก่อนหน้ามีร้านกว่า 100,000 ร้านเข้าร่วมบนระบบเดลิเวอรี และกว่า 70% ของร้านค้าที่เข้าร่วมเลือกขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ขณะที่กว่า 90% ของยอดการใช้สิทธิคนละครึ่งบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ทั้งหมดเกิดขึ้นบน LINE MAN สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำตลาดและความเชื่อมั่นจากทั้งร้านค้าและผู้บริโภคอย่างแท้จริง
  • โครงการ คนละครึ่ง ยังช่วยสร้างการเติบโตให้ยอดขายเฉลี่ย 1-5 เท่าบางร้านเติบโตสูงสุดถึง 16 เท่า ตอกย้ำว่าโครงการนี้สร้างการเติบโตที่จับต้องได้และยั่งยืนให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ
  • LINE MAN ยังมีการช่วย Up-Skill และ Re-Skill ร้านค้าเพิ่มเติม โดยมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ร่วมกับ Depa เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และการใช้เทคโนโลยีอย่างซอฟต์แวร์จัดการร้าน หรือ POS เพื่อมุ่งสร้างความเติบโตให้ร้านค้า ปูทางไปสู่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของร้านค้า ซึ่งทาง LINE MAN มีการสนับสนุนโซลูชันตรงนี้ให้พร้อม 
  • นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือร้านค้าในด้านอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ ลดค่า GP เหลือ 7%, ส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก, อัดงบการตลาด 300 ล้านบาทผ่านแคมเปญต่าง ๆ  และสร้างความมั่นใจด้วยพรีเซ็นเตอร์อย่างพี่หนุ่ม กรรชัย ส่วนการสนับสนุนไรเดอร์จะมีการเพิ่มเงินอัดฉีดในไรเดอร์เพื่อรองรับปริมาณงานที่มากขึ้น

คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ให้ความเห็นว่า

  • มองว่า “คนละครึ่งพลัส” เป็นเหมือน “สเตียรอยด์” ที่ฉีดแล้วเศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนนี้ และรัฐบาลชุดนี้ ฉลาดและแก้ไขจุดอ่อน จากโครงการที่ผ่านมาได้ดี
  • บทบาทในการร่วมผลักดันร้านอาหารในโครงการได้ผลักดันเรื่องคนละครึ่งอีกครั้งตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจแย่มาก และร้านอาหารต้องการทางรอด โดยมีหลักฐานจากข้อมูลที่ปรึกษาร่วมกับคุณยอด CEO LINE MAN Wongnai สนับสนุนว่ายอดขายร้านอาหารเติบโตขึ้นได้จริงในช่วงที่มีคนละครึ่งความสำเร็จหลังจากผลักดันโครงการคนละครึ่งร่วมกับ LINE MAN ทางรัฐบาลชุดปัจจุบันรับหลักการ ให้มีโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งถือเป็น ของขวัญที่ดีที่สุด สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและ Micro SME อื่น ๆ (ร้านสปา, ร้านตัดผม, ขนส่งสาธารณะ, ชุมชน)
  • ผลที่ได้คือ ร้านไซซ์ S (ยอดขาย 15,000 – 30,000 บาทต่อวัน) และMicro SME (ร้านรายได้ไม่เกิน 5,000 ต่อวัน) รวมจำนวนกว่า 600,000 ได้เข้าร่วม ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ ขนส่ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
  • เรื่องการเสียภาษีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านค้าเติบโตได้ ซึ่งรัฐก็ควรช่วยเหลือ แม้ว่าร้านเล็กกลัวว่าถ้าบวก 7% ขึ้นไป ลูกค้าจะไม่กิน เพราะต้องขายแพงขึ้น ในความเห็นสมาคม คิดว่ารัฐควรให้ Value สร้างแรงจูงใจ และควรขยายการเข้าร่วมของร้านที่มีรายได้ 1.8 ล้านขึ้นไป เพราะตอนนี้ต้นทุนร้านอาหารสูงขึ้นมาก  ไม่ว่าจะเป็นภาษีป้าย ประกันสังคมที่เจ้าของต้องทำให้ลูกจ้าง

คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ กูรูร้านอาหาร เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน ชี้ คนละครึ่งคือโอกาสทองร้านอาหาร แนะร้านไม่ต้องกลัวภาษี แต่มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโต

  • จากเสียงสะท้อนของร้านค้าทั่วประเทศ พบว่าผู้ประกอบการรายใหม่ยังมีความลังเลในการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เนื่องจากกังวลเรื่องภาษี ขณะที่ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมมาก่อนเห็นตรงกันว่าโครงการนี้ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีการขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีทำให้เข้าถึงลูกค้าได้สะดวกและครอบคลุมมากขึ้น แม้จะมีความกังวลบางอย่าง แต่โดยภาพรวมร้านค้าและผู้บริโภคต่างตื่นตัวและรอคอยการกลับมาของโครงการในรอบใหม่นี้อย่างคึกคัก
  • ในมุมของเจ้าของร้านข้าวมันไก่ที่มียอดขายบน LINE MAN กว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน มองว่าการเสียภาษีไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการอยู่ในระบบภาษีช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและต่อยอดสู่การขยายกิจการได้ในอนาคต พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการนิติบุคคลมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจร้านอาหารไทยให้แข็งแกร่งในระยะยาว
  • การใช้เดลิเวอรีเป็นช่องทางที่สะดวกมาก ไม่อยากให้ร้านค้าลังเลที่จะเข้าร่วม ซึ่งจากประสบการณ์การใช้ส่วนตัวมองว่า LINE MAN ตอบโจทย์ ร้านค้ามั่นใจถึงระบบการใช้งานที่เสถียร ไม่ค้าง ซึ่งจากโครงการรอบที่แล้วแอป LINE MAN ก็ไม่มีปัญหา ช่วยให้การจัดการร้านเป็นได้สะดวกรวดเร็ว

คุณธนันท์รัท เกื้อหนุน เจ้าของร้านตำยำยั่ว by โบตั๋น ตัวแทนร้านที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ชวนร้านเล็กเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ดันยอดขายโตด้วยแพลตฟอร์มเดลิเวอรี

  • โครงการคนละครึ่งเป็นความหวังของผู้ประกอบการ เพราะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น และการมีเดลิเวอรียังทำให้ความแออัดหน้าร้านน้อยลง ทำให้ร้านยอดขายโตขึ้น 2-3 เท่า รวมทั้งยังทำให้ร้านเราเป็นที่จดจำมีตัวตนกับลูกค้าเพิ่มขึ้น เช่น การมีรีวิวที่ดีบน LINE MAN ทำให้ร้านเล็กมีศักยภาพสู้กับร้านใหญ่ได้ดีขึ้น
  • ในส่วนการเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการคือ การเทรนพนักงานว่าไม่ควรจัดการออเดอร์หนึ่งนานเกิน 15 นาที เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้าและไรเดอร์ไม่ต้องรอนาน
  • ความพิเศษของ LINE MAN ในรอบนี้คือ ลดค่า GP เหลือ 7% จึงอยากเชิญชวนให้ร้านค้าเข้าร่วม เพราะช่วยสร้างการเติบโตของยอดขายได้จริง

เจ้เอ๋ คุณณัฐฐารินทร์ เจ้าหนี้คนดัง ตัวแทนประชาชนผู้ใช้คนละครึ่ง เผยถึงบรรยากาศความคึกคักจากการเปิดใช้คนละครึ่งวันแรก พร้อมเป็นตัวแทนส่งเสียงถึงภาครัฐ เดินหน้าให้ความรู้ภาษีประชาชน

  • ในมุมมองของผู้บริโภคจากจังหวัดสระบุรี พบว่าผู้ประกอบการร้านค้ามีความคึกคักสูงมาก เพราะการมีคนละครึ่งทำให้คนรู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย และยังเป็นโอกาสให้ร้านเป็นที่รู้จักเพิ่ม นำไปสู่การต่อยอดโอกาสการขายใหม่ ๆ ในอนาคตแม้โครงการจะจบลงไปแล้ว
  • เม็ดเงินจากคนละครึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายไปทุกหย่อมหญ้าในชุมชนได้จริง ถ้าชาวบ้าน ร้านค้า และไรเดอร์ เมื่อยอดมาคึกคักทุกคนก็มีความหวัง ได้เลี้ยงปากท้อง
  • ส่วนที่ต้องการให้รัฐช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมคือ อยากให้รัฐมาช่วยให้ความรู้เรื่องภาษี เพราะชาวบ้านร้านค้าไม่เข้าใจเรื่องระบบภาษี ทำให้ร้านค้ากลัวที่จะเข้าโครงการ โดยการให้ความรู้จะเป็นพื้นฐานที่ทำให้ร้านค้าเข้าใจและกล้าเข้าร่วมโครงการมากขึ้น และนำไปสู่การเติบโตได้ 

เตรียมพร้อมร้านค้าต้องรู้ 3 เรื่อง ก่อนเริ่มรับออเดอร์ ‘คนละครึ่ง พลัส’ กับ LINE MAN บน Wongnai Merchant App ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.lmwnmerchantcenter.com/half-half-manual-guide 

สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน LINE MAN ที่แอปถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้

  • รับ 7% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการกับ LINE MAN ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568  หรือรับ 9% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส ที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลังวันดังกล่าวจนจบโครงการ
  • คูปองส่วนลดเร่งยอดขายสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชันสูงสุด  4,000 บาท
  • LINE MAN ออกส่วนลดให้ลูกค้าเพิ่ม 2,500 บาท
  • เครดิตโฆษณาเพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
  • ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
  • สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
  • ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
  • วงเงินกู้เพื่อร้านค้า นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ
  • กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

“Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” เสิร์ฟดีลสุขสุดคุ้มกว่า 80 ร้านดัง ต้อนรับเทศกาลความสุขส่งท้ายปลายปี 

Wongnai ผู้นำไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มและข้อมูลร้านอาหารของไทย เดินหน้าสานต่อเทศกาลดีลร้านอาหารสุดยิ่งใหญ่ประจำปีที่ทุกคนรอคอย “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022: Experience the Best” จัดเต็มเสิร์ฟความสุขสุดคุ้มให้คนไทยได้ฟินด้วยดีลที่ดีที่สุด กับพันธมิตรร้านอาหารชื่อดังกว่า 80 ร้านเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม Ecosystem ธุรกิจร้านอาหารให้เติบโต จับมือบัตรเครดิตซิตี้มอบส่วนลดสุดพิเศษให้กับนักกินได้สัมผัสประสบการณ์สุดฟิน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคมนี้ ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปลายปีของคนไทย กับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022”  เทศกาลดีลร้านอาหารที่มีมาอย่างต่อเนื่อง 7 ปี โดยในครั้งนี้มาในธีม Experience the Best ที่รวมร้านดังมาไว้ในเทศกาลครั้งนี้กว่า 80 ร้าน ทั้งร้านอาหารไทย, ฝรั่งเศส, อิตาเลียน, ญี่ปุ่น และอื่น ๆ อาทิ J’AIME by Jean-Michel Lorain, Rang Mahal, Uraki Sushi, Teppen, Scalini, Copper Buffet, EL TORO, Praya Dining, Burapa Easten Thai Cousin ฯลฯ ที่ต่างคัดสรรซิกเนเจอร์เมนูและเมนูพิเศษมาเสิร์ฟความสุขให้คนไทยอย่างพร้อมเพรียง   คุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา ประธานเจ้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า Wongnai เล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนร้านอาหารและต้องการให้คนไทยมีความสุขไปกับทุกมื้ออาหารในทุกช่วงเวลา ในฐานะผู้นำไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มและข้อมูลร้านอาหารของไทย อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังถือเป็นหนึ่งใน Food Destination ที่โดดเด่นไม่แพ้ชาติอื่น จึงเป็นที่มาของการจัด Wongnai Bangkok Restaurant Week ขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในตลอด 7 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบัน Wongnai Bangkok Restaurant Week ได้กลายเป็นแคมเปญที่ช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์อุตสาหกรรมร้านอาหารและเพิ่มรายได้ให้กับร้านอาหารมาอย่างต่อเนื่อง  “เทศกาลดีล Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022: Experience the Best ในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมดีลที่คุ้มที่สุดจากร้านอาหารชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ มากกว่า 80 ร้าน ซึ่งเชื่อว่าจะถูกใจคนที่กำลังมองหาดีลพิเศษสำหรับการเฉลิมฉลองในเทศกาลความสุขส่งท้ายปลายปี ด้วยการสัมผัสประสบการณ์สุดพรีเมียมที่จะเติมเต็มความสุขด้วยเมนูสุดสร้างสรรค์จากร้านอาหารชื่อดัง ประกอบกับความความตั้งใจของ Wongnai ในการสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารและ Ecosystem ของธุรกิจร้านอาหารให้เติบโตอย่างยั่งยืน” สำหรับการการกลับมาในครั้งนี้ของ “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” ได้ร่วมมือกับบัตรเครดิตซิตี้ ในฐานะผู้นำด้านสิทธิประโยชน์ด้านร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่คนไทยในการจับจ่ายเลือกสรรดีลสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 80 ร้าน พร้อมส่วนลดสุดพิเศษมากมายเพื่อให้ทุกคนได้อิ่มเอมกับสิทธิประโยชน์แบบคุ้มค่ามากขึ้น ด้านคุณสุภวรรณ ลีไตรรงค์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะผู้นำด้านสิทธิประโยชน์ด้านร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ บัตรเครดิตซิตี้ได้คัดสรรสิทธิประโยชน์เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดแก่สมาชิกบัตรฯ อย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมมือกับ Wongnai ในฐานะ exclusive partner ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำความตั้งใจของเรา ในการมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรฯ ในการจับจ่ายเลือกสรรร้านอาหารในราคาสุดคุ้ม เพื่อต้อนรับการกลับมาของบรรยากาศการกินดื่มนอกบ้านอีกครั้งหลังสถานการณ์ต่างๆ เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ  โดยสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้สามารถรับสิทธิประโยชน์การซื้อดีลต่าง ๆ ในเทศกาลอาหาร “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” รับส่วนลดสูงสุด 18% ตั้งแต่วันนี้- 31 ตุลาคมนี้ (เงื่อนไขส่วนลดมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามบริษัทกำหนด) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อดีลสุดพิเศษในเทศกาล “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” ได้ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai และสามารถดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wongnai.com/restaurantweek ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคมนี้ โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง วันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น เกี่ยวกับ Wongnai Bangkok Restaurant WeekWongnai Bangkok Restaurant Week คือ เทศกาลดีลร้านอาหารที่เน้นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ที่ Wongnai เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2558 โดยรวบกระบวนการทุกอย่างตั้งแต่การวางขาย ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่น เปิดให้ซื้อดีลและการ Redeem ได้ง่ายและสะดวกผ่าน application Wongnai และ Wongnai Merchant App โดย Wongnai Bangkok Restaurant Week มีร้านอาหารพันธมิตรเข้าร่วมในโครงการกว่า 2,000 ราย และจำนวนลูกค้าใช้มีบริการรวมกว่า 7 หมื่นราย 

LINE MAN Wongnai

5 Oct 2022

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022

LINE MAN invests 200m baht to stimulate sales for participant restaurants in the the 5th Half-Half program

Offering a GP rate of 9% and the most user-friendly integration in its app. LINE MAN confirms its participation in the 5th phase of Half-Half program, allocating 200 million baht to benefit restaurants.  GP fees will be decreased to 9% for Half-Half program orders.  Discount coupons will be given to boost sales.  Taking orders will be done seamlessly with making payment on the Pao Tang app, making it the easiest delivery platform to use in conjunction with the co-payment subsidy scheme for both restaurants and customers.  Restaurants can register to join Half-Half program on LINE MAN from 17 August 2022 onwards. Yod Chinsupakul, Chief Executive Officer of LINE MAN Wongnai said, “During the 3rd and 4th phase of the Half-Half program, LINE MAN had over 70,000 restaurants that joined the Half-Half program delivery, amounting to 75% of all participating restaurants from every platform.  LINE MAN has developed the system for a seamless connection with the Pao Tang app to make it as easy for both restaurants and customers as possible.  We also invested in marketing to boost sales, with a proven sales record from the previous phase of Half-Half program with over 31 million orders and a new customer base growth by 140%. For the 5th phase of Half-Half Campaign  that will be open for registration on 17 August 2022, LINE MAN wants to instill the confidence among restaurants of our expertise as the first food delivery platform that covers the Half-Half Campaign  in 77 provinces across Thailand.  We’ve also allocated 200 million baht for the entire campaign to boost sales for restaurants and help save the cost of living for customers.  We’re readying the system to be user-friendly, stable and simple so both restaurants and customers can get the best experience and the highest level of convenience.  They can feel at ease when they order using the Half-Half Campaign on LINE MAN.” Sunanta Kulsunthornrat, owner of Pa Nong’s a la carte and meal box eatery in Sampran district, Nakhon Pathom province, said that her shop has been participating in the Half-Half program with LINE MAN.  During the scheme, there were evidently more orders coming in compared to the normal time period.  The systems on LINE MAN’s Half-Half are user-friendly.  Restaurants can easily and conveniently manage orders as well as the payment system. Participating restaurants in Half-Half program with LINE MAN will receive the following benefits: Decreased GP fees to only 9% for Half-Half program orders for every restaurant regardless of the time they register. Receive 1,500 baht of special coupons from LINE MAN to boost sales and create a new customer base.  The coupons can be used after the 5th phase of the Half-Half program. The government will provide 800 baht in subsidies during the 5th phase of the Half-Half program.  LINE MAN will top-up another 800 baht to help with customers’ cost of living and boost sales for restaurants for the duration of the scheme. Discount up to 5,000 baht/restaurant when purchasing the Wongnai POS restaurant management system.  “In the latter half of 2022, we will also have Yaya – Urassaya Sperbund, the top actress and superstar of the country, as the presenter for LINE MAN.  Representing real users, Yaya will help spice up and boost the usage of LINE MAN app in every campaign,” concluded Yod. For those who are interested in participating in the Half-Half program delivery on LINE MAN, be ready to register on 17 August 2022.  For further information, application and instruction, visit https://www.wongnai.com/business-owners/half-half-merchant-condition?ref=ct

LINE MAN Wongnai

16 Aug 2022

ประกาศแล้ว! LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 – 650 ร้านทั่วไทย และเสิร์ฟเมนูลิมิเต็ดจากร้านดังที่ขายเฉพาะบน LINE MAN

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย จัดงานประกาศรางวัล “LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 – ที่สุดของร้านอร่อยรีวิวดี” พร้อมทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท อัดแคมเปญการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี และเปิดตัวความร่วมมือกับร้านอาหารสร้างสรรค์เมนู Exclusive Collaboration นำร่องด้วย 5 ร้านดังที่ได้รับรางวัล ได้แก่ หมึกมันไก่, Kenny’s Pizza,  ไก่ทอดอภิสิทธิ์,  Bonnana และ Evie’s Cookies โดยเมนูพิเศษทั้งหมดจะวางขายเฉพาะบนแอป LINE MAN เท่านั้น รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 เป็นรางวัลที่การันตีความอร่อยจากเสียงของผู้ใช้งานจริงกว่า 26 ล้านคน โดยคัดสรรความเป็นที่สุดจากร้านอาหารทั่วประเทศ ให้เหลือเพียง 650 ร้านยอดนิยมจากกว่า 700,000 ร้านทั่วไทย ตอกย้ำความเป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่มีเครือข่ายร้านอาหารมากที่สุดในไทย ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงไฟน์ไดนิ่ง ซึ่งทุกร้านผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มงวด จากคะแนนรีวิว เรตติ้ง และยอดออเดอร์จริงจากผู้ใช้แอปฯ LINE MAN  และ Wongnai  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai  กล่าวว่า “รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice มีมายาวนานกว่า 12 ปี เราอยากให้รางวัลนี้เป็นมากกว่าเครื่องหมายการันตีคุณภาพร้านอาหาร แต่เป็นรางวัลที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตและกระตุ้นยอดขายให้กับร้าน เราจึงทุ่มงบการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์กว่า 300 ล้านบาท ทั้งในสื่อโฆษณาที่ครอบคลุมย่านเศรษฐกิจสำคัญทั่วกรุงเทพฯ เช่น ย่านศูนย์กลางธุรกิจตามพื้นที่ BTS และ MRT รวมถึงย่านร้านอาหารยอดนิยมอย่างเยาวราช และบรรทัดทอง เพื่อขยายการรับรู้ของรางวัลให้เป็นที่จดจำและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการตลาดเชิงดิจิทัลผ่านแคมเปญออนไลน์ทั่วประเทศทั้งบน Social Media, Influencer Marketing และ Digital Ads เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับรีวิวร้านอาหาร และเรายังมีแผนทำ Special Collaboration ร่วมกับร้านอาหารที่ได้รับรางวัลตลอดทั้งปีด้วยการสร้างสรรค์เมนูพิเศษที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ จากร้านอาหารที่ได้รับการโหวตว่าเป็นที่สุดของปี โดยจะขายเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น” ไฮไลท์พิเศษในปีนี้ LINE MAN Wongnai ต่อยอดความสำเร็จของรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 นำร่องเปิดตัวเมนู Exclusive Collaboration ร่วมกับ 5 ร้านดังที่ได้รับรางวัล เพื่อยกระดับรางวัลให้เป็นมากกว่าแค่เครื่องหมายการันตีความอร่อย แต่เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มยอดขายแบบจับต้องได้ โดยเมนูทั้งหมดวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน LINE MAN เท่านั้น ได้แก่ ร้านหมึกมันไก่ กับเมนูพิเศษ “ข้าวมันไก่สองตับ”, ร้าน Kenny’s Pizza เมนู “Bangkok heat” พิซซ่า Hot Chilli Pesto เสริมด้วยกุ้งเนื้อเด้งผัดเนยสมุนไพรและ Roasted Tomatoes, ร้านไก่ทอดอภิสิทธิ์ เมนู “ดิปปิ้งซอสพิเศษรสแกงเขียวหวาน”, ร้าน Bonnana และ ร้าน Evie’s Cookies จัด Special Bundle Set ขนมหวานกับกล่องดีไซน์พิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค ด้าน เชฟชุมพล แจ้งไพร  ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหารและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า “อาหารไทยเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ โดย LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 เป็นรางวัลรวบรวมร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคที่กินจริงรีวิวจริง ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาตามรอยร้านยอดนิยม รางวัลนี้จึงเป็น ‘ตัวชี้วัดความสำเร็จของร้านอาหาร’ สะท้อนมาตรฐานร้านอาหารไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลมุ่งยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai ก็มีบทบาทสำคัญในการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ดังนั้นรางวัลนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ แต่ยังเป็นตัวช่วยผลักดันให้ร้านอาหารทุกระดับพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน นอกจากนี้งบการตลาดกว่าหลายร้อยล้านบาทจาก LINE MAN Wongnai ก็ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมอาหารและท่องเที่ยว กระตุ้นการเติบโตของร้านอาหารทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญในวงการอาหารตบเท้าเข้าร่วมงานและขึ้นรับรางวัลกันมากมาย อาทิ คุณอิ๊งค์-ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์, เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม เจ้าของร้านไฟน์ไดน์นิ่งอย่าง Restaurant Potong, คุณปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ เจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร iberry Group, คุณแต๋ง-กฤษฏิ์กุล ชุมแก้ว และ คุณดุจดิว – ธีรวิวัฒน์ บุตรตะยา เจ้าของร้านยำชื่อดัง After Yum, คุณระริน ธรรมวัฒนะ ผู้ร่วมก่อตั้ง Guss Damn Good, คุณธีรกรณ์ ไรวา และ เชฟอิโนะอุเอะ ชินจิ จาก No Name Noodle BKK, คุณไท้-วสุวัส คูหาเปรมกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ HOLIDAY PASTRY, คุณเอ-ศุภชัย ผู้อยู่เบื้องหลังเมนูไข่พะโล้ฟีเวอร์ รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 คือ สัญลักษณ์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค ติดตามรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัลทั้งหมด 650 ร้านทั่วไทย ได้ที่ https://www.wongnai.com/news/line-man-wongnai-users-choice-2025  ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

7 Apr 2025