โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถูกจับตามองในฐานะมาตรการสำคัญที่เป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งไม่เพียงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังสร้างโอกาสให้ร้านอาหารเล็กทั่วประเทศเข้าถึงผู้บริโภคและต่อยอดการเติบโตได้จริง LINE MAN ในฐานะเบอร์ 1 คนละครึ่งเดลิเวอรี่ จัดเวทีสนทนาโต๊ะกลม “ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหารและปากท้องคนไทย” สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์ม พร้อมหยิบยกประเด็นจริงที่สังคมกำลังเผชิญ ทั้งความกังวลด้านภาษีและความหวังของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเติบโตมากกว่าการเพียงอยู่รอ เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการสนับสนุนที่ต่อเนื่องเป็นระบบ และเหมาะสมกับร้านค้าทุกขนาด โดยมี “คนละครึ่ง” เป็นต้นแบบความร่วมมือที่พิสูจน์แล้วว่าควรได้รับการต่อยอดอย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่น่าสนใจจากเวทีสนทนาโต๊ะกลม ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหารและปากท้องคนไทย

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยข้อมูลสำคัญตอกย้ำ LINE MAN เบอร์ 1 คนละครึ่ง

  • จากสถิติความสำเร็จคนละครึ่งบน LINE MAN รอบก่อนหน้ามีร้านกว่า 100,000 ร้านเข้าร่วมบนระบบเดลิเวอรี และกว่า 70% ของร้านค้าที่เข้าร่วมเลือกขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ขณะที่กว่า 90% ของยอดการใช้สิทธิคนละครึ่งบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ทั้งหมดเกิดขึ้นบน LINE MAN สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำตลาดและความเชื่อมั่นจากทั้งร้านค้าและผู้บริโภคอย่างแท้จริง
  • โครงการ คนละครึ่ง ยังช่วยสร้างการเติบโตให้ยอดขายเฉลี่ย 1-5 เท่าบางร้านเติบโตสูงสุดถึง 16 เท่า ตอกย้ำว่าโครงการนี้สร้างการเติบโตที่จับต้องได้และยั่งยืนให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ
  • LINE MAN ยังมีการช่วย Up-Skill และ Re-Skill ร้านค้าเพิ่มเติม โดยมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ร่วมกับ Depa เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และการใช้เทคโนโลยีอย่างซอฟต์แวร์จัดการร้าน หรือ POS เพื่อมุ่งสร้างความเติบโตให้ร้านค้า ปูทางไปสู่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของร้านค้า ซึ่งทาง LINE MAN มีการสนับสนุนโซลูชันตรงนี้ให้พร้อม 
  • นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือร้านค้าในด้านอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ ลดค่า GP เหลือ 7%, ส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก, อัดงบการตลาด 300 ล้านบาทผ่านแคมเปญต่าง ๆ  และสร้างความมั่นใจด้วยพรีเซ็นเตอร์อย่างพี่หนุ่ม กรรชัย ส่วนการสนับสนุนไรเดอร์จะมีการเพิ่มเงินอัดฉีดในไรเดอร์เพื่อรองรับปริมาณงานที่มากขึ้น

คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ให้ความเห็นว่า

  • มองว่า “คนละครึ่งพลัส” เป็นเหมือน “สเตียรอยด์” ที่ฉีดแล้วเศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนนี้ และรัฐบาลชุดนี้ ฉลาดและแก้ไขจุดอ่อน จากโครงการที่ผ่านมาได้ดี
  • บทบาทในการร่วมผลักดันร้านอาหารในโครงการได้ผลักดันเรื่องคนละครึ่งอีกครั้งตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจแย่มาก และร้านอาหารต้องการทางรอด โดยมีหลักฐานจากข้อมูลที่ปรึกษาร่วมกับคุณยอด CEO LINE MAN Wongnai สนับสนุนว่ายอดขายร้านอาหารเติบโตขึ้นได้จริงในช่วงที่มีคนละครึ่งความสำเร็จหลังจากผลักดันโครงการคนละครึ่งร่วมกับ LINE MAN ทางรัฐบาลชุดปัจจุบันรับหลักการ ให้มีโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งถือเป็น ของขวัญที่ดีที่สุด สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและ Micro SME อื่น ๆ (ร้านสปา, ร้านตัดผม, ขนส่งสาธารณะ, ชุมชน)
  • ผลที่ได้คือ ร้านไซซ์ S (ยอดขาย 15,000 – 30,000 บาทต่อวัน) และMicro SME (ร้านรายได้ไม่เกิน 5,000 ต่อวัน) รวมจำนวนกว่า 600,000 ได้เข้าร่วม ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ ขนส่ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
  • เรื่องการเสียภาษีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านค้าเติบโตได้ ซึ่งรัฐก็ควรช่วยเหลือ แม้ว่าร้านเล็กกลัวว่าถ้าบวก 7% ขึ้นไป ลูกค้าจะไม่กิน เพราะต้องขายแพงขึ้น ในความเห็นสมาคม คิดว่ารัฐควรให้ Value สร้างแรงจูงใจ และควรขยายการเข้าร่วมของร้านที่มีรายได้ 1.8 ล้านขึ้นไป เพราะตอนนี้ต้นทุนร้านอาหารสูงขึ้นมาก  ไม่ว่าจะเป็นภาษีป้าย ประกันสังคมที่เจ้าของต้องทำให้ลูกจ้าง

คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ กูรูร้านอาหาร เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน ชี้ คนละครึ่งคือโอกาสทองร้านอาหาร แนะร้านไม่ต้องกลัวภาษี แต่มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโต

  • จากเสียงสะท้อนของร้านค้าทั่วประเทศ พบว่าผู้ประกอบการรายใหม่ยังมีความลังเลในการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เนื่องจากกังวลเรื่องภาษี ขณะที่ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมมาก่อนเห็นตรงกันว่าโครงการนี้ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีการขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีทำให้เข้าถึงลูกค้าได้สะดวกและครอบคลุมมากขึ้น แม้จะมีความกังวลบางอย่าง แต่โดยภาพรวมร้านค้าและผู้บริโภคต่างตื่นตัวและรอคอยการกลับมาของโครงการในรอบใหม่นี้อย่างคึกคัก
  • ในมุมของเจ้าของร้านข้าวมันไก่ที่มียอดขายบน LINE MAN กว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน มองว่าการเสียภาษีไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการอยู่ในระบบภาษีช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและต่อยอดสู่การขยายกิจการได้ในอนาคต พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการนิติบุคคลมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจร้านอาหารไทยให้แข็งแกร่งในระยะยาว
  • การใช้เดลิเวอรีเป็นช่องทางที่สะดวกมาก ไม่อยากให้ร้านค้าลังเลที่จะเข้าร่วม ซึ่งจากประสบการณ์การใช้ส่วนตัวมองว่า LINE MAN ตอบโจทย์ ร้านค้ามั่นใจถึงระบบการใช้งานที่เสถียร ไม่ค้าง ซึ่งจากโครงการรอบที่แล้วแอป LINE MAN ก็ไม่มีปัญหา ช่วยให้การจัดการร้านเป็นได้สะดวกรวดเร็ว

คุณธนันท์รัท เกื้อหนุน เจ้าของร้านตำยำยั่ว by โบตั๋น ตัวแทนร้านที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ชวนร้านเล็กเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ดันยอดขายโตด้วยแพลตฟอร์มเดลิเวอรี

  • โครงการคนละครึ่งเป็นความหวังของผู้ประกอบการ เพราะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น และการมีเดลิเวอรียังทำให้ความแออัดหน้าร้านน้อยลง ทำให้ร้านยอดขายโตขึ้น 2-3 เท่า รวมทั้งยังทำให้ร้านเราเป็นที่จดจำมีตัวตนกับลูกค้าเพิ่มขึ้น เช่น การมีรีวิวที่ดีบน LINE MAN ทำให้ร้านเล็กมีศักยภาพสู้กับร้านใหญ่ได้ดีขึ้น
  • ในส่วนการเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการคือ การเทรนพนักงานว่าไม่ควรจัดการออเดอร์หนึ่งนานเกิน 15 นาที เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้าและไรเดอร์ไม่ต้องรอนาน
  • ความพิเศษของ LINE MAN ในรอบนี้คือ ลดค่า GP เหลือ 7% จึงอยากเชิญชวนให้ร้านค้าเข้าร่วม เพราะช่วยสร้างการเติบโตของยอดขายได้จริง

เจ้เอ๋ คุณณัฐฐารินทร์ เจ้าหนี้คนดัง ตัวแทนประชาชนผู้ใช้คนละครึ่ง เผยถึงบรรยากาศความคึกคักจากการเปิดใช้คนละครึ่งวันแรก พร้อมเป็นตัวแทนส่งเสียงถึงภาครัฐ เดินหน้าให้ความรู้ภาษีประชาชน

  • ในมุมมองของผู้บริโภคจากจังหวัดสระบุรี พบว่าผู้ประกอบการร้านค้ามีความคึกคักสูงมาก เพราะการมีคนละครึ่งทำให้คนรู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย และยังเป็นโอกาสให้ร้านเป็นที่รู้จักเพิ่ม นำไปสู่การต่อยอดโอกาสการขายใหม่ ๆ ในอนาคตแม้โครงการจะจบลงไปแล้ว
  • เม็ดเงินจากคนละครึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายไปทุกหย่อมหญ้าในชุมชนได้จริง ถ้าชาวบ้าน ร้านค้า และไรเดอร์ เมื่อยอดมาคึกคักทุกคนก็มีความหวัง ได้เลี้ยงปากท้อง
  • ส่วนที่ต้องการให้รัฐช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมคือ อยากให้รัฐมาช่วยให้ความรู้เรื่องภาษี เพราะชาวบ้านร้านค้าไม่เข้าใจเรื่องระบบภาษี ทำให้ร้านค้ากลัวที่จะเข้าโครงการ โดยการให้ความรู้จะเป็นพื้นฐานที่ทำให้ร้านค้าเข้าใจและกล้าเข้าร่วมโครงการมากขึ้น และนำไปสู่การเติบโตได้ 

เตรียมพร้อมร้านค้าต้องรู้ 3 เรื่อง ก่อนเริ่มรับออเดอร์ ‘คนละครึ่ง พลัส’ กับ LINE MAN บน Wongnai Merchant App ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.lmwnmerchantcenter.com/half-half-manual-guide 

สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน LINE MAN ที่แอปถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้

  • รับ 7% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการกับ LINE MAN ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568  หรือรับ 9% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส ที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลังวันดังกล่าวจนจบโครงการ
  • คูปองส่วนลดเร่งยอดขายสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชันสูงสุด  4,000 บาท
  • LINE MAN ออกส่วนลดให้ลูกค้าเพิ่ม 2,500 บาท
  • เครดิตโฆษณาเพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
  • ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
  • สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
  • ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
  • วงเงินกู้เพื่อร้านค้า นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ
  • กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN invests 200m baht to stimulate sales for participant restaurants in the the 5th Half-Half program

Offering a GP rate of 9% and the most user-friendly integration in its app. LINE MAN confirms its participation in the 5th phase of Half-Half program, allocating 200 million baht to benefit restaurants.  GP fees will be decreased to 9% for Half-Half program orders.  Discount coupons will be given to boost sales.  Taking orders will be done seamlessly with making payment on the Pao Tang app, making it the easiest delivery platform to use in conjunction with the co-payment subsidy scheme for both restaurants and customers.  Restaurants can register to join Half-Half program on LINE MAN from 17 August 2022 onwards. Yod Chinsupakul, Chief Executive Officer of LINE MAN Wongnai said, “During the 3rd and 4th phase of the Half-Half program, LINE MAN had over 70,000 restaurants that joined the Half-Half program delivery, amounting to 75% of all participating restaurants from every platform.  LINE MAN has developed the system for a seamless connection with the Pao Tang app to make it as easy for both restaurants and customers as possible.  We also invested in marketing to boost sales, with a proven sales record from the previous phase of Half-Half program with over 31 million orders and a new customer base growth by 140%. For the 5th phase of Half-Half Campaign  that will be open for registration on 17 August 2022, LINE MAN wants to instill the confidence among restaurants of our expertise as the first food delivery platform that covers the Half-Half Campaign  in 77 provinces across Thailand.  We’ve also allocated 200 million baht for the entire campaign to boost sales for restaurants and help save the cost of living for customers.  We’re readying the system to be user-friendly, stable and simple so both restaurants and customers can get the best experience and the highest level of convenience.  They can feel at ease when they order using the Half-Half Campaign on LINE MAN.” Sunanta Kulsunthornrat, owner of Pa Nong’s a la carte and meal box eatery in Sampran district, Nakhon Pathom province, said that her shop has been participating in the Half-Half program with LINE MAN.  During the scheme, there were evidently more orders coming in compared to the normal time period.  The systems on LINE MAN’s Half-Half are user-friendly.  Restaurants can easily and conveniently manage orders as well as the payment system. Participating restaurants in Half-Half program with LINE MAN will receive the following benefits: Decreased GP fees to only 9% for Half-Half program orders for every restaurant regardless of the time they register. Receive 1,500 baht of special coupons from LINE MAN to boost sales and create a new customer base.  The coupons can be used after the 5th phase of the Half-Half program. The government will provide 800 baht in subsidies during the 5th phase of the Half-Half program.  LINE MAN will top-up another 800 baht to help with customers’ cost of living and boost sales for restaurants for the duration of the scheme. Discount up to 5,000 baht/restaurant when purchasing the Wongnai POS restaurant management system.  “In the latter half of 2022, we will also have Yaya – Urassaya Sperbund, the top actress and superstar of the country, as the presenter for LINE MAN.  Representing real users, Yaya will help spice up and boost the usage of LINE MAN app in every campaign,” concluded Yod. For those who are interested in participating in the Half-Half program delivery on LINE MAN, be ready to register on 17 August 2022.  For further information, application and instruction, visit https://www.wongnai.com/business-owners/half-half-merchant-condition?ref=ct

LINE MAN Wongnai

16 Aug 2022

LINE MAN อัดแคมเปญ “โค้ดคุ้มทรัพย์ ลด 6 ต่อ” ลดแรงสุดในวงการฟู้ดเดลิเวอรี

LINE MAN เดินหน้าส่งแคมเปญ “โค้ดคุ้มทรัพย์ ลด 6 ต่อ” อัดโปรแรงสุดในวงการ ให้ส่วนลดแบบจัดเต็ม ทั้งร้านอาหาร และ LINE MAN MART หวังกระตุ้นตลาดเดลิเวอรีในประเทศไทยให้คึกคัก หนุนความต้องการผู้บริโภค เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใชังานแพลตฟอร์มเดลิเวอรีช่วยจุดประกายความสุขให้กับผู้คนในทุกมื้ออาหาร ตอกย้ำการเป็น Food Master ตัวจริงที่รู้ใจผู้ใช้คนไทยมากที่สุด  คุณกฤษฏิ์ ใบสิริกุล รองประธานฝ่ายการตลาด จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทยวันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยการคาดการณ์ตลาดฟู้ดเดลิเวอรีปี 2565 จากข้อมูลปัจจุบัน ว่า ปริมาณการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากแรงหนุนด้านความต้องการของผู้ใช้บริการท่ามกลางการทำงานแบบ Work from anywhere และการจัดโปรโมชันกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการสั่งอาหารผ่านเดลิเวอรีมากขึ้น จึงเป็นที่มาของแคมเปญล่าสุดจาก LINE MAN ในแคมเปญ “โค้ดคุ้มทรัพย์ ลด 6 ต่อ” อัดโปรแรงสุดในวงการที่ลดมากกว่าแค่ร้านอาหาร แม้แต่ LINE MAN MART ก็แจกส่วนลดไม่อั้นเช่นกัน หวังกระตุ้นตลาดฟู้ดเดลิเวอรีไทยด้วยร้านค้าที่มีมากกว่า 500,000 ร้าน ตอกย้ำการเป็น Food Master ตัวจริงที่รู้ใจผู้ใช้คนไทยมากที่สุด พร้อมจุดประกายความสุขให้กับผู้คนในทุกมื้ออาหาร  สำหรับแคมเปญ “โค้ดคุ้มทรัพย์ ลด 6 ต่อ” ประกอบไปด้วยการล่าโค้ดคุ้มทรัพย์ที่เต็มไปด้วยส่วนลดมากถึง 6 ต่อ อัดแน่นโปรโมชันจากร้านค้าพันธมิตร เก็บโค้ดแบบจัดเต็มในทุกช่วงเวลาสำคัญ โปรโมชันส่งฟรีกับร้านที่เข้าร่วมรายการ สั่งเยอะลดเยอะแบบไม่อั้น มีของรางวัลและแจกเหรียญสำหรับร่วมเล่นเกมล่าคูปอง โดยโค้ดส่วนลด 6 ต่อ ประกอบไปด้วย  ต่อที่ 1 เมนูลดสูงสุด 60% ต่อที่ 2 เก็บโค้ดลดเพิ่ม 99% ทุกช่วงเวลาหิวทุกวัน ต่อที่ 3 สั่งเยอะส่งฟรี!!! ไม่ต้องกรอกโค้ด ต่อที่ 4 โค้ดร้านค้าลด 50% ยิ่งสั่งเยอะ ยิ่งลดเพิ่ม ต่อที่ 5 รับส่วนลด 80% สำหรับสั่งครั้งถัดไป ต่อที่ 6 รับเหรียญเล่นเกม เพื่อเก็บส่วนลดเพิ่ม! สามารถร่วมสนุกกับแคมเปญ “โค้ดคุ้มทรัพย์ ลด 6 ต่อ” ได้แล้ววันนี้บนแอปพลิเคชัน LINE MAN ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 15 กรกฎาคมนี้ “แคมเปญ “โค้ดคุ้มทรัพย์ ลด 6 ต่อ” เป็นแคมเปญที่ช่วยให้ผู้ใช้สนุกไปกับการสั่งอาหารในทุกมื้อ ทุกช่วงเวลา ที่ได้จะได้ตามล่าหาความคุ้มถึง 6 ต่อจากร้านบน LINE MAN ไปด้วยกัน ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์สำคัญที่จะมอบประสบการณ์ให้กับผู้ใช้ในทุกมิติ” คุณกฤษฏิ์ กล่าวทิ้งท้าย

LINE MAN Wongnai

15 Jun 2022

“น้ำแข็งไส-บิงซู” เมนูฮิตหน้าร้อน! ยอดพุ่งเท่าตัวรับสงกรานต์ เมนูน้ำแข็งไสนมสด ติดโผขายดีสุด

LINE MAN เผยสถิติยอดออเดอร์ร้านน้ำแข็งไส-บิงซูเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เปิดโผรสชาติน้ำแข็งไส-บิงซูมาแรงที่ถูกสั่งสูงสุด ได้แก่ รสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ คาดเป็นเมนูฮิตติดเทรนด์ต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าร้อน ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศา ร้อนกว่าปีที่แล้วทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไสเมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในหน้าร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น สำหรับปีนี้ยอดออเดอร์เดลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัว* ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซู กว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จ.พัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จ.น่าน และ ร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย 9 จ.นครศรีธรรมราช นายวทัญญู ชุติศิลป์ เจ้าของร้านขนมหวาน ถิงถิง บิงซูน้ำขิง  กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อนปีนี้พบว่าเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูที่ถูกสั่งผ่านเดลิเวอรีเติบโตขึ้นอย่างมาก พบว่าช่วงเวลาที่ผู้คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ช่วงหลังมื้อเย็นเป็นต้นไป เนื่องจากน้ำแข็งไสเป็นเมนูขนมหวานที่ต้องรับประทานแบบไม่เร่งรีบเพื่อใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จุดเด่นของร้านเรานอกจากการเลือกท้อปปิ้งได้เองแล้ว คือเรื่องการจัดส่งที่ดีที่สุด โดยทางร้านมีการออกแบบแพคเกจถุงเก็บความเย็นที่ทดลองแล้วว่าเมื่อถึงมือผู้บริโภคน้ำแข็งไสยังคงสภาพปกติพร้อมทาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการสั่งเมนูน้ำแข็งไสไปทานที่บ้านก็เหมือนการมาทานที่หน้าร้าน ทั้งนี้ การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีถือเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไ้ด้เพิ่มขึ้นและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ  นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังเปิดเผยสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปืนฉีดน้ำ, น้ำแข็ง, พวงมาลัย, ซองกันน้ำ และผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นสงกรานต์ สะท้อนกระแสคึกคักของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ได้เป็นอย่างดี  *ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2565 และวันที่ 1-15 เมษายน 2566

LINE MAN Wongnai

18 Apr 2023

LINE MAN Launches Eco-Friendly “No Condiments” Feature in Food Delivery

LINE MAN has introduced the “No Condiments” green choice feature for food delivery service, following the success of its “No Plastic Cutleries” feature. This new feature has already reduced over 20 million condiment packets in two months. The company aims to reduce 4,200 tons of plastic and food waste annually from food delivery service and expand the number of eco-friendly restaurants on its platform to 100,000 by the end of 2024. Mr. Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai, highlights the critical importance of tackling environmental challenges. According to the Pollution Control Department, Thailand produces around 2.76 million tons of single-use plastic waste each year. In response, LINE MAN Wongnai is prioritizing ESG principles in its business operations. Through technology and a widely accessible platform, we aim to sustainably address environmental concerns for both users and merchants. After implementing the “No Plastic Cutleries” feature last year, we have recently developed another feature called “No Condiments” on the LINE MAN app. This aligns with the Thai food culture, many enjoy seasoning their food with fish sauce, sugar, chili sauce, and other condiments. Now, users who prefer unseasoned meals can inform restaurants directly. Since its launch, over 20 million condiment packets have been saved. Noodle dishes see the highest number of users opting out of condiments. It is expected to reduce plastic waste from food delivery, including plastic cutleries and condiment packets, and food waste within the condiment packets by over 350 tons per month or 4,200 tons annually. Moreover, LINE MAN Wongnai is teaming up with Doozy Online, Dezpax, gracz, and aro to introduce a biodegradable Green Packaging program. Over the past three months, more than 1,300 restaurants nationwide have joined this effort. These restaurants will display the badge of “Eco-Friendly Restaurants” on the LINE MAN app, showing their dedication to environmental sustainability. Additionally, collaborating with WWF Thailand’s Plastic ACTion (PACT), Plastic Smart Cities – TVA program to raise awareness about reducing plastic use in restaurants across four areas in southern Thailand: Songkhla, Hat Yai, Surat Thani, and Koh Samui. By the end of 2024, LINE MAN Wongnai aims to increase the number of eco-friendly restaurants on its platform to 100,000. Ms. Preeyaporn Suwanaged, Director General of the Pollution Control Department (PCD), emphasized the importance of managing waste throughout the product life cycle, encouraging eco-design and the use of environmentally friendly materials from the start. PCD is  encouraging everyone, including food suppliers and consumers, to change their behavior by using packaging only as necessary, and reducing unfriendly usage of items like plastic bags, straws, cutlery, foam containers, and condiment packets. This can minimize disposal needs and promote plastic reuse, making waste management simpler. Therefore, Food delivery platforms introducing features to decline plastic cutlery and condiments are crucial. They help change consumer habits and support restaurants in using more eco-friendly packaging. This positive change can influence manufacturers to develop better-quality and more affordable eco-friendly packaging. Ms. Soracha Puangpat, owner of Pad Thai Roi Ha Kung Ten, one of the participating restaurants, shared that an increasing number of customers are prioritizing environmental concerns. Approximately 30% of LINE MAN orders choose not to receive condiments and cutleries. The restaurant has been using eco-friendly packaging such as paper and banana leaves instead of plastic for over six years, ensuring no harmful residues for consumers and easy biodegradability, thus protecting the environment. This practice also adds unique value to the restaurant. For press inquiries, please contact LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Jun 2024