LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอันดับ 1 ของไทย สรุปเทรนด์การกินของคนไทยปี 2025 จากฐานข้อมูลผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านทั่วประเทศ พบความแซ่บยังคงอยู่ในดีเอ็นเอของคนไทย ดันเมนู “ตำปูปลาร้า” ครองแชมป์ยอดสั่งสูงสุดกว่า 8 ล้านจานทั่วประเทศ ด้านเมนู “มัตจะ” เครื่องดื่มมาแรงแซงทุกเทรนด์ยอดสั่งพุ่งกว่า 6.5 ล้านแก้ว เติบโตทะลุ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กลายเป็นเครื่องดื่มที่เติบโตเร็วที่สุดบนแพลตฟอร์ม 

“มัตจะ” มาแรงสุดแห่งปี ยอดสั่งเติบโตทะลุ 6.5 ล้านแก้ว ยกเป็นเครื่องดื่ม Affordable Luxury ของปี

มัตจะ ขึ้นแท่นเมนูมาแรงที่สุดแห่งปี ด้วยยอดสั่งเติบโตสูงสุด เพิ่มขึ้นถึง 300% จากปีก่อนหน้า มียอดสั่งรวมถึง 6.5 ล้านแก้ว สะท้อนกระแสสุขภาพและถือเป็นเครื่องดื่ม Affordable Luxury ใหม่ของปี เมนูที่ยอดสั่งเติบโตสูงรองลงมา ได้แก่ 

  • ชิโอะปัง หรือขนมปังเกลือ ได้รับความนิยมด้วยจุดเด่นความหอมเนยและรสชาติที่เข้าใจง่าย จนในช่วงปีที่ผ่านมา มีร้านชิโอะปังเปิดเพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ร้านบน LINE MAN
  • ไอศกรีมซันเดย์ เป็นเมนูที่เติบโตสูง จากกลยุทธ์ด้านราคาที่เข้าถึงง่ายของร้านแฟรนไชส์ใหญ่
  • ไก่จ๊อ กลายเป็นม้ามืดที่ยอดสั่งเติบโตพุ่งติดอันดับ จากความง่ายในการเป็นอาหารจานด่วน กินเล่นก็ได้ กินกับข้าวก็ดี
  • ชาไทย Specialty และ ชาไทยพรีเมียม เป็นการยกระดับชาไทยธรรมดาให้เทียบเท่ากาแฟ Specialty โดยเน้นการคัดสรรแหล่งปลูก และกลิ่น-รส ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ผู้บริโภคกระแสหลักหันมาสนใจชาไทยคุณภาพมากขึ้นในปีนี้

คนไทยติดแซ่บ สั่ง “ตำปูปลาร้า” มากที่สุด ค้นหาเมนู “ส้มตำ-ยำ-หม่าล่า” พุ่งกว่า 16 ล้านครั้ง

ข้อมูลจาก LINE MAN พบว่า “ตำปูปลาร้า” ครองสถานะแชมป์เมนูยอดสั่งสูงสุดแห่งปี 2025 ด้วยยอดเสิร์ฟกว่า 8 ล้านจานทั่วประเทศ หลังจากการขับเคี่ยวแย่งชิงบัลลังก์กับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “ไก่ทอด” มาอย่างยาวนาน ปีนี้ตำปูปลาร้าซิวตำแหน่งไปครองอย่างเด็ดขาด สะท้อนว่าคนไทยนั้น “ติดแซ่บ” 

อาหารรสจัดจ้านยังคงเป็นหัวใจหลักในวิถีชีวิต ความนิยมในรสเผ็ดร้อนนี้สะท้อนผ่านตัวเลขการค้นหาเมนูประเภท “ส้มตำ ยำ หม่าล่า” มียอดค้นหารวมสูงถึง 16 ล้านครั้ง ในปี 2025

สำหรับเมนูยอดสั่งสูงสุดอื่นๆ ได้แก่ ข้าวผัด, ไก่ทอด, ข้าวมันไก่ และ กะเพราหมูกรอบ ตามลำดับ ส่วนหมวดหมู่ที่มียอดค้นหาสูงสุดตามมาคือ ก๋วยเตี๋ยว, อาหารตามสั่ง, อาหารจานเดียว และ ข้าวแกง

“ชาเขียวนม” เมนูแชมป์ใหม่ขวัญใจนักดื่ม

ในหมวดเครื่องดื่มปีนี้เกิดการพลิกโผครั้งใหญ่ “ชาเขียวนมเย็น” ผงาดขึ้นครองตำแหน่งเมนูยอดสั่งสูงสุดบน LINE MAN แทนที่ กาแฟดำ การเปลี่ยนมือแชมป์นี้สะท้อนถึงแรงหนุนจากกระแสความนิยม “มัตจะ” ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากราคาที่สูงกว่าทำให้ “ชาเขียวนม” กลายเป็นตัวเลือกในการทดแทนที่สมบูรณ์แบบ เพราะให้รสชาติชาและสีสันคล้ายคลึงกัน มีราคาที่ประหยัดและเข้าถึงง่ายกว่ามาก

เครื่องดื่มสุดฮิตอันดับรองลงมาคือ กาแฟดำ, เอสเปรสโซ่เย็น, ชานม และ ชาไทย ตามลำดับ สะท้อนวิถีชีวิตคนที่ต้องพึ่งพากาแฟและเครื่องดื่มรสหวานเพื่อเพิ่มพลังงานตลอดวัน

“ข้าวแกง” Fast Food แบบไทยยอดสั่งทะลุ 65 ล้านจาน

เมนูที่คุ้นเคย “ข้าวแกง” ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็น Fast Food แบบไทยที่มีศักยภาพในการอยู่รอดและเติบโตในยุคเศรษฐกิจผันผวน มียอดสั่งรวมทั้งปีทะลุ 65 ล้านจาน เติบโตขึ้นถึง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่ระบบเดลิเวอรีของร้านค้า ปัจจุบันร้านข้าวแกงมีสัดส่วนมากกว่า 10% ของร้านอาหารทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม LINE MAN 

เมนูที่ขายดีที่สุดได้แก่ หมูทอด / หมูก้อนทอด ตามมาด้วย  ไข่พะโล้, แกงคั่ว, ผัดพริกแกง และ แกงเขียวหวาน ตามลำดับ ปัจจัยหลักที่ทำให้ข้าวแกงแข็งแกร่งคือการเป็นอาหารที่ สะดวก รวดเร็ว และมีราคาเข้าถึงง่าย ทำให้คนไทยสามารถบริโภคได้ทุกมื้อและทุกวัน ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงที่ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างดี

LINE MAN ยืนหนึ่งในวงการฟู้ดเดลิเวอรี ด้วยฐานข้อมูลร้านอาหารที่ครอบคลุมทั่วประเทศและบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง โดยมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการและโปรโมชันที่คุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ในแต่ละพื้นที่ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดในทุกวัน 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN Wongnai ชี้ธุรกิจร้านอาหารปลายปี 2025 ฟื้นตัวชัด แรงส่ง “คนละครึ่ง พลัส” ดันยอดร้านโตเฉลี่ย 4 เท่าทั่วประเทศ

LINE MAN Wongnai เปิดเผยสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในไทยปลายปี 2025 หลังผ่านครึ่งปีแรกที่ซบเซาหนัก จากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ต้นทุนอาหารสูง ทำให้ยอดขายร้านอาหารตกลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจาก Wongnai POS (ยอดขายหน้าร้าน) และแพลตฟอร์ม LINE MAN (ยอดขายเดลิเวอรี) สะท้อนว่า “คนละครึ่ง พลัส” ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและอัดฉีดร้านเล็กให้โตได้จริง โดยเฉพาะจังหวัดเมืองรองมียอดขายเติบโตพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว ตลาดร้านอาหารพลิกกลับมาบวกใน Q4 หลังจมดิ่งใน Q2 ในงาน “LINE MAN Wongnai กินข้าว เล่าข่าว” ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า“ครึ่งปีแรก 2025 ถือเป็นช่วงต่ำสุดของธุรกิจร้านอาหาร โดยยอดขายต่อร้าน (sales per store) หดตัวหนักถึง -14% ใน Q2 แต่หลังจากเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ตลาดเริ่มกลับมาเป็นบวก โดย Q3 โต +1% และ Q4 (ข้อมูลเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) กลับมาโต +5% สะท้อนการกลับมาของกำลังซื้อในวงกว้าง หลังแรงส่งของโครงการคนละครึ่ง พลัส” แม้จำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 3% ในครึ่งปีหลัง 2025 แต่อัตราร้านที่ปิดตัวลงยังอยู่ที่ 50% ถือว่าคงตัวจากครึ่งปีแรก แปลว่าธุรกิจร้านอาหารยังแข่งขันหนักและได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่สูง “คนละครึ่ง พลัส” เร่งตลาด ส่งกำลังซื้อพุ่ง-ร้านเล็กโตเกือบ 6 เท่า มาตรการรัฐช่วยปลดล็อกกำลังซื้อในวงกว้าง และ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเบอร์ 1 คนละครึ่งที่เชื่อมผู้คนกับร้านอาหารได้รวดเร็ว ทำให้เงินสะพัดสู่ฐานรากตั้งแต่ร้านเล็กจนถึงไรเดอร์ โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ดังนี้ ที่น่าสนใจที่สุดคือคนละครึ่ง พลัสช่วยให้ “ร้านเล็ก” (นับรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโตได้จริง มียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง (รายได้มากกว่า 10,000 บาท/เดือน) เติบโต 2 เท่า ถือเป็นการอัดฉีดของรัฐที่ทำให้เม็ดเงินไหลสู่ร้านรายย่อยอย่างชัดเจน ฝั่งไรเดอร์เองก็ได้อานิสงส์จากโครงการ มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15–25% ตามปริมาณออเดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น เมนูที่มียอดสั่งสูงสุดผ่านแคมเปญคนละครึ่ง พลัสบน LINE MAN 5 อันดับแรก ได้แก่ ชาไทย, ตำปูปลาร้า, ชาเขียวนม, โกโก้ และ ตำป่า และคนละครึ่งยังทำให้เกิดเมนู “จัดหนัก” ที่มียอดบิลสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แซลมอน, ทุเรียนหมอนทองแกะเนื้อ, กุ้งเผา, ปูไข่นึ่ง และหมูหัน มูลค่าบิลสูงสุดแตะ 1,700 บาท แสดงว่าผู้บริโภคมองโปรโมชันจากรัฐเป็นโอกาสลองของแพง ร้านอาหารต่างจังหวัดฟื้นแรง อานิสงส์คนละครึ่ง พลัส สวนทางกรุงเทพฯ ที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว ในช่วง Q4 (นับเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2025) ภาพรวมตลาดร้านอาหารในต่างจังหวัดฟื้นตัวแรงกว่ากรุงเทพฯ โดยยอดขายต่อร้านต่างจังหวัดโตเฉลี่ย +7% (จาก -11% ใน Q2) ขณะที่กรุงเทพฯ โตเพียง +2% (จาก -16% ใน Q2) ด้านเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ (+9%), พัทยา (+12%) และภูเก็ต (+7%) เริ่มฟื้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว ผลจากคนละครึ่ง พลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี (+9.4 เท่า), หนองบัวลำภู (+9.3 เท่า), อุตรดิตถ์ (+8.9 เท่า), อุดรธานี (+8 เท่า) และเชียงราย (+7 เท่า) แม้ตลาดภาพรวมจะเริ่มฟื้นช่วงสิ้นปี แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ที่ฟื้นตัวช้าที่สุด โดย “โซนฮอตสปอต” หลายย่านยังมียอดขายติดลบ ได้แก่ พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2025: “เลือกกินคุ้มค่า” เมนูต่ำกว่า 500 บาทยังเป็นพระเอก ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ชี้ว่าคนไทย “เลือกกินคุ้มค่า” มากขึ้น กลุ่มเมนูยอดบิลต่ำกว่า 500 บาทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่า ยอดขายต่อร้านลดลงเพียง -12% ใน Q2 ก่อนจะกลับมาโต +5% ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน แต่ในทางตรงกันข้าม เมนูที่ยอดบิลสูงกว่า 500 บาทถูกกดดันหนักกว่าในช่วงกลางปี -14% ใน Q2 และเริ่มฟื้นปลายปีเป็น +4% แต่ยังโตน้อยกว่าเมนูราคาถูก แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อระดับกลางยัง “รัดเข็มขัด” ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริโภคหันมานิยมเมนูราคาจับต้องได้มากขึ้นในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงตัว สถานการณ์ร้านอาหารปี 2025 แม้ตลาดจะกลับมาเริ่มดีขึ้น แต่พฤติกรรมคนไทย “เลือกกิน” มากขึ้น มุ่งเมนูราคาจับต้องได้ และเพิ่มการใช้จ่ายเฉพาะช่วงที่มีแรงกระตุ้น เช่น คนละครึ่ง พลัส ทั้งหมดนี้ทำให้ปี 2026 เป็นปีที่ต้องจับตา เพราะเมื่อแรงกระตุ้นจากรัฐหมดลง ตลาดจะรักษาโมเมนตัมได้หรือไม่ สำหรับ LINE MAN Wongnai บทเรียนจากปลายปีนี้ยืนยันบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มหลักที่เชื่อมโครงการรัฐเข้ากับคนไทยเพื่อช่วยกระจายรายได้แก่ร้านค้าทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศอาหารไทยเดินหน้าต่อได้ในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

12 Dec 2025

LINE MAN จับมือ Globish เปิดคอร์สอัปสกิลภาษาอังกฤษออฟไลน์-ออนไลน์แก่ไรเดอร์ทั่วประเทศ 

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย และ Globish แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์สัญชาติไทย ร่วมมือปั้นคอร์สอัปสกิลภาษาอังกฤษทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์แก่ไรเดอร์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและแรงบันดาลใจให้ไรเดอร์สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ โดยไรเดอร์สามารถเรียนฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งเป้าจำนวนไรเดอร์เข้าร่วมคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน จากการสำรวจของ LINE MAN พบว่าทักษะภาษาอังกฤษเป็นทักษะที่ไรเดอร์ต้องการพัฒนามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง จึงได้ออกแบบหลักสูตรที่สกัดมาจากปัญหาด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ไรเดอร์พบเจอในการทำงานทุกวัน คุณอิสระ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเราร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมเพิ่มพูนทักษะอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาได้เปิดหลักสูตรเสริมทักษะแก่ไรเดอร์ ทั้งการขับขี่ปลอดภัย การซ่อมบำรุงจักรยานยนต์ และการดูแลสุขภาวะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแนวปฏิบัติด้าน ESG (Environmental-Social-Governance) ครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับ Globish ที่เป็นสตาร์ทอัปสัญชาติไทยเพื่อสร้างสรรค์คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ โดยได้ร่วมกันสกัดเนื้อหาบทเรียนจากปัญหาด้านการสื่อสารในการทำงานจริงของไรเดอร์ ในเนื้อหาจะเป็นบทสนทนาที่จำเป็นในการรับ-ส่งอาหารใน 8 สถานการณ์ ตั้งแต่การทักทายลูกค้า การรับและคอนเฟิร์มออร์เดอร์ การส่งอาหาร การรับมือหากเกิดปัญหาหรือคำขอพิเศษจากลูกค้า การแจ้งราคา รวมไปถึงศัพท์ที่จำเป็น และการสอนอ่านชื่อร้านอาหารภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง เบื้องต้นเราได้เปิดคอร์สออฟไลน์ให้ไรเดอร์ที่สนใจในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้มาเรียนสดพร้อมฝึกพูดโต้ตอบจริง รวมถึงได้ปล่อยวิดีโอซีรี่ส์สอนภาษาอังกฤษออนไลน์ทั้งหมด 8 ตอน ความยาวตอนละ 10-20 นาทีให้ไรเดอร์ได้เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จากที่ไหนก็ได้ทุกเวลา โดยเราตั้งเป้าจำนวนไรเดอร์เข้าร่วมคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน” ความไม่รู้ภาษาอังกฤษ คือปมในการทำงานที่ต้องแก้การขาดความรู้ทางด้านภาษาอาจทำให้เป็นปมในใจของไรเดอร์หลายๆ คน รวมถึง นางสาวเงินตรา ชัยชนะ หรือ ตาล ไรเดอร์ LINE MAN ที่เข้ามาทำงานได้เพียงแค่ 2 เดือน แต่ต้องเจออุปสรรคทางด้านภาษามาหลายต่อหลายครั้ง เล่าว่า “ที่ผ่านมาเคยรับออร์เดอร์กับลูกค้าชาวต่างชาติ ด้วยสกิลภาษาที่น้อยนิดของเรา เราทำได้แค่ทักทายสั้นๆ ว่า ‘Hi’ แต่บางสถานการณ์มันบีบบังคับให้เราต้องสื่อสารในประโยคที่ยาวขึ้น เราเลยต้องพูดผิดๆ ถูกๆ เพื่อเอาตัวรอด ซึ่งมีทั้งฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง จึงมองว่าภาษาอังกฤษนั้นสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือความกล้าที่จะพูด”  มุมมองของไรเดอร์…ภาษาอังกฤษจำเป็นมากน้อยแค่ไหน? นายยุพราช คุ้มแก้ว หรือ วุธ ไรเดอร์ที่วางแผนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ TOEIC เพราะมองว่าภาษาอังกฤษจะช่วยยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งในฐานะของคนทั่วไปที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน และในการทำงานในทุกๆ สาขาอาชีพ เพราะไรเดอร์เองที่เป็นอาชีพบริการที่เราจะต้องรู้และเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับแรก ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร จะได้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และหากไรเดอร์สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับลูกค้าชาติได้ ก็ยิ่งทำให้เราได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปว่าเป็นอาชีพที่มีความน่าเชื่อถือไม่แพ้อาชีพอื่นๆ เป็นความภูมิใจในอาชีพไรเดอร์ของพวกเรา  โครงการนี้ถือเป็นการรวมพลังของบริษัทไทยที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงและความมั่นคงในอาชีพไรเดอร์ หวังจุดประกายให้ทุกคนไม่หยุดที่จะเรียนรู้ นายนันทพงศ์  เงินมาบุญช่วย หรือ อาร์ม หนึ่งในไรเดอร์ที่เคยใช้แอปแปลภาษาแบบงูๆ ปลาๆ เพื่อคุยกับลูกค้า พูดถึงประสบการณ์หลังเรียนจบคอร์สออฟไลน์ว่า แม้จะเป็นการเรียนในระยะเวลาสั้นๆ แต่ทำให้เรียนรู้คำศัพท์ง่ายๆ ที่สามารถนำเอาไปใช้ในการทำงานได้จริง โดยหลังจากนี้จะทบทวนสิ่งที่เรียนมาบ่อยๆ และศึกษาเพิ่มเติมจากคลิปสอนภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้คุ้นชินจะได้พูดคุยกับต่างชาติได้มากขึ้น สำหรับการเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจาก คุณเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน, คุณจิรวรรณ สุตสุนทร ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณแสงรุ้ง พึ่งสีใส ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี รวมถึงผู้บริหารจากบริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด ได้แก่ คุณชื่นชีวัน อานันโทไทย Co-founder และ Chief Growth Officer, คุณธีรกร อานันโทไทย Chief Digital Officer, คุณศรัณย์พร ปัญญาโรจน์ Managing Director และคุณวันพิทักษ์ บัวเกตุ โค้ชสอนภาษาอังกฤษจาก Globish  มาร่วมถ่ายภาพ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]  

LINE MAN Wongnai

9 Oct 2023

LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย ซื้อหุ้นทั้งหมดของ Rabbit LINE Pay จากผู้ถือหุ้นเดิม

LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย เข้าซื้อกิจการ Rabbit LINE Pay (RLP) จากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ บริษัท แรบบิทเพย์ ซิสเทม จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด การซื้อหุ้นครั้งนี้ทำให้ LINE MAN Wongnai กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RLP โดยคุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณชอง อิน ยัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ LINE MAN Wongnai เข้ามาดำรงตำแหน่งเดียวกันใน RLP ด้วย การซื้อกิจการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมบริการของ RLP เข้ากับระบบนิเวศของ LINE มากขึ้น ได้แก่ LINE MAN, LINE SHOPPING, แอป LINE รวมถึงเครือข่ายร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Wongnai สามารถทำธุรกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่จะช่วยเพิ่มนวัตกรรมของ RLP และสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นในการใช้บริการบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai และระบบนิเวศของ LINE  ผู้ใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น สามารถใช้จ่ายผ่านบริการของ RLP ได้ทุกช่องทางเช่นเดิม รวมทั้งการเชื่อมต่อกับระบบตั๋วรถไฟฟ้า BTS และการชำระค่าบริการ AIS  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “RLP ดำเนินธุรกิจด้าน e-payment ในไทยมาอย่างยาวนาน ให้บริการครอบคลุมทั้งการจ่ายเงินออนไลน์และออฟไลน์ แต่เมื่อพฤติกรรมการใช้ e-payment ของคนไทยและตลาด Fintech ในไทยเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ก็ถึงเวลาที่ควรปรับบทบาทของ RLP ภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นแบบใหม่  เราต้องการใช้จุดแข็งจากการเชื่อมต่อผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนบนแพลตฟอร์ม LINE MAN และ Wongnai รวมถึงร้านค้าอีกกว่า 5 แสนร้านและไรเดอร์อีกมากกว่า 1 แสนคน เพื่อสร้างประสบการณ์ธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันได้อย่างราบรื่น เราเชื่อว่า RLP เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วย LINE MAN Wongnai อยู่ในสถานะที่โดดเด่นในการผลักดันเศรษฐกิจไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล”   คุณชอง อิน ยัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การที่ LINE ประเทศไทย และ LINE MAN Wongnai ร่วมกันเข้าซื้อ RLP มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมต่อฐานผู้ใช้งานและแพลตฟอร์มร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยเข้าด้วยกันผ่านบริการชำระเงิน ดีลครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระหว่าง LINE Group หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และ LINE MAN Wongnai หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีระดับยูนิคอร์นของไทย โดยการเข้าซื้อกิจการต่อเนื่องของ LINE MAN Wongnai ตั้งแต่ธุรกิจ POS ก่อนหน้านี้ และ RLP ในครั้งนี้ ทำให้พวกเรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่คนไทยภาคภูมิใจได้สำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้” ดร. พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “การที่ LINE ประเทศไทย และ LINE MAN Wongnai ร่วมกันเข้าซื้อ RLP ซึ่งมีจุดแข็งในการผสานการชำระเงินแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน เป็นกลยุทธ์ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แอป LINE โดยเชื่อมต่อเข้ากับ LINE MAN แพลตฟอร์มออนดีมานด์ และ LINE SHOPPING ผู้ให้บริการแชตคอมเมิร์ซ ซึ่งเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกกลุ่ม เรายังสามารถนำจุดเด่นของแอปอย่างการแชท, LINE POINTS, LINE STICKERS มายกระดับประสบการณ์ให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย นอกจากนี้เราเชื่อมั่นว่าคุณยอดและทีมงานจะสามารถผลักดัน RLP ขึ้นไปอีกระดับเช่นเดียวกัน” เกี่ยวกับ LINE MAN Wongnai LINE MAN Wongnai คือหนึ่งในบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการระดมทุนซีรีส์บีที่นำโดย GIC และ LINE บริษัทตั้งเป้าสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการครบวงจร ได้แก่ ส่งอาหารและสินค้า แท็กซี่ เมสเซนเจอร์ รีวิวสำหรับธุรกิจท้องถิ่น และโซลูชันสำหรับร้านอาหาร บริษัทขับเคลื่อนโดยพนักงานกว่า 1,000 คนที่ทุ่มเทเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อมต่อผู้ใช้หลายล้านคนในไทยเพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น เกี่ยวกับ LINE ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2557 LINE ประเทศไทยมีหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจและกลยุทธ์ทางการตลาดภายในประเทศ เช่นเดียวกับการพัฒนาธุรกิจและบริการใหม่ๆสำหรับตลาดในเมืองไทย ด้วยพันธกิจ Closing The Distance LINE ประเทศไทยมอบอึโคซิสเต็มสำหรับชีวิตดิจิทัลแบบครบวงจรด้วยบริการที่หลากหลาย เช่น  LINE SHOPPING, LINE VOOM, LINE STICKERS, LINE MELODY, LINE TODAY, LINE OPENCHAT, LINE for Business and LINE Official Account, LINE MAN, LINE GAME, LINE WEBTOON, LINE BK และ Rabbit LINE Pay ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน (MAU) ในไทยรวม 54 ล้านคน (มิถุนายน 2566) เกี่ยวกับ Rabbit LINE Pay (RLP) Rabbit LINE Pay (RLP) คือผู้ให้บริการระบบการชำระเงินแบบออนไลน์และออฟไลน์ ภายใต้การบริหารของ LINE MAN Wongnai หลังการประกาศเข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 โดย RLP ให้บริการครอบคลุมทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล บริการช่องทางชำระเงินที่ง่ายและปลอดภัย สามารถจ่าย โอนเงิน หรือเติมเงิน ที่สามารถใช้ได้กับเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน การชำระค่าสินค้าและบริการจากแบรนด์พันธมิตร รวมถึงชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

31 Aug 2023

LINE MAN จับมือ ชับบ์สามัคคี ยกระดับประกันภัยรถจักรยานยนต์ให้ไรเดอร์

LINE MAN จับมือ ชับบ์สามัคคี ประกาศสานต่อความร่วมมือทางธุรกิจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในการเป็นผู้ให้บริการประกันภัย ซึ่งนับเป็นปีที่สองของความร่วมมือ ที่ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันยกระดับ ความคุ้มครองและมาตรฐานความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยหลังจากเริ่มให้บริการประกันอุบัติเหตุในปีแรก ความร่วมมือในปีนี้ ได้เพิ่มการนำเสนอประกันภัยรถจักรยานยนต์ เพื่อมอบความคุ้มครองแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่ใช้บริการการขนส่งด้วยรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย โดยการเพิ่มความคุ้มครองในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ชับบ์สามัคคี ที่จะส่งมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการสั่งอาหารและเรียกรถของ LINE MAN ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลในประเทศไทย ชับบ์สามัคคี พร้อมมอบความคุ้มครองที่อุ่นใจในชีวิตแก่ไรเดอร์ และผู้โดยสารของ LINE MAN และด้วยการเพิ่มประกันภัยรถจักรยานยนต์ ทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการส่งต่อความปลอดภัย ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์สัญจรบนท้องถนนได้ดียิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ประกันภัยจะให้ความ คุ้มครองที่สำคัญ อาทิ ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด ความเสียหายที่เกิดกับ รถจักรยานยนต์ รวมไปถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งช่วยให้ทั้งไรเดอร์และผู้โดยสารสามารถเดินทางด้วยความมั่นใจ คุณชลัฐกร คมนียวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการพัฒนาธุรกิจและช่องทางดิจิตอล บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้เป็นพันธมิตรกับ LINE MAN ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง และได้รับความไว้วางใจให้สานต่อการให้บริการ ประกันภัยที่ครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ โดยในปีที่ผ่านมา เราได้ให้ความคุ้มครองการขับขี่หลายล้านเที่ยวในแต่ละเดือน และในปีนี้ ที่เราได้เพิ่มการนำเสนอประกันภัยรถจักรยานยนต์เข้ามา เป็นการเน้นย้ำการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยในไทยให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ไรเดอร์ปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจในขณะที่ผู้โดยสาร ก็สามารถใช้บริการได้อย่างปลอดภัย” คุณพีรพงศ์ ประพจน์โสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายซัพพลายมาร์เก็ตเพลส LINE MAN กล่าวว่า “ไรเดอร์ถือเป็นพาร์ทเนอร์ที่สำคัญของ LINE MAN ความปลอดภัยของไรเดอร์จึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด การต่อสัญญาความร่วมมือกับชับบ์สามัคคีในครั้งนี้ จึงเป็นอีก หนึ่งก้าวสำคัญในการมอบบริการประกันภัยที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของไรเดอร์ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลักในการทำงาน นอกจากนี้ เราได้ร่วมกับชับบ์ออกแบบแพ็กเกจความคุ้มครองพิเศษที่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงประกันภัยที่จำเป็นได้ และยังช่วยรับมือกับความเสี่ยงตามจริงที่ไรเดอร์ต้องเผชิญในระหว่างปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี โดยความคุ้มครองเหล่านี้จะสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ไรเดอร์สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้บริการทุกคน” จุดเด่นของแผนประกันภัย ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับรถยนต์-รถจักรยานยนต์ และผู้โดยสาร ประกันภัยรถจักรยานยนต์  คุ้มครองรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป โดยไม่จำกัดอายุรถจักรยานยนต์ และไม่จำกัดขนาดเครื่องยนต์ (CC) ความคุ้มครองสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

17 Jun 2025