LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่อันดับ 1 ของไทย เปิดเกมรุกตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ส่งท้ายปี รับลูกนโยบายรัฐบาล “คนละครึ่งพลัส” ด้วยแคมเปญใหญ่กระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก โดยการใช้งานสิทธิคนละครึ่งผ่านแอปเดลิเวอรี่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาพจำของ LINE MAN ที่ช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงเม็ดเงินของโครงการนี้ได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย LINE MAN ร่วมตั้งแต่เฟสแรก และได้รับความนิยมจากทั้งฝั่งร้านค้าและผู้บริโภค ด้วยระบบที่ใช้งานง่าย โปรโมชันหลากหลาย สำหรับปีนี้ LINE MAN เดินหน้าตอกย้ำความเป็น “เบอร์ 1 คนละครึ่ง” ด้วยการคว้า “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายร้านค้าและสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมประกาศปรับลดค่า GP เหลือเพียง 7% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 และลดค่า GP เหลือ 9% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายนเป็นต้นไปจนจบโครงการ 

การเลือก “หนุ่ม กรรชัย” มาร่วมแคมเปญครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่คมและแม่นของ LINE MAN ที่มองเห็นเทรนด์ทันกระแส เพราะนอกจากจะเป็นคนข่าวขวัญใจคนไทยที่อยู่ในกระแสสังคมตลอดเวลาแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งสร้างปรากฏการณ์ไวรัลจากไลฟ์ดังแห่งปี ที่กวาดยอดขายถล่มทลายหลายสิบล้าน จนเป็นกระแสไวรัลดังบนโลกออนไลน์ การใช้พลังความแมสและความน่าเชื่อถือของคนข่าวระดับประเทศมาเป็นกระบอกเสียง จึงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึง “ใจคนไทย” และเชื่อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ของประเทศได้ตรงจุด

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN กล่าวว่า “โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นกุญแจสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว และช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ได้จริง ผู้ใช้สามารถสั่งผ่าน LINE MAN และชำระด้วยสิทธิคนละครึ่งพลัสได้สะดวก ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายรายได้ให้ร้านอาหารและไรเดอร์ทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมา มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่เกือบ 100,000 ร้าน โดยกว่า 60–70% เลือกใช้ LINE MAN นอกจากนี้ยังมียอดผู้ใช้งานคนละครึ่ง ผ่าน LINE MAN จากเฟสที่ผ่านมาทั้งหมดกว่า 7 ล้านสิทธิ์ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็น เบอร์ 1 คนละครึ่ง โดยพร้อมเดินหน้าสนับสนุนร้านอาหารและผู้บริโภคเต็มรูปแบบ และใช้พลังของ หนุ่ม กรรชัย ผลักดันการใช้คนละครึ่ง ผ่าน LINE MAN ให้เข้าถึงทุกร้าน ทุกบ้าน และทุกชุมชนทั่วประเทศ”

ในมุมของร้านอาหารนอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานสิทธิคนละครึ่งได้ง่ายทั้งฝั่งร้านค้าและผู้บริโภค LINE MAN ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ภายใต้โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารและสร้างความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน LINE MAN ที่แอปถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม ได้แก่

  • รับ 7% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการกับ LINE MAN ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568  หรือรับ 9% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส ที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลังวันดังกล่าวจนจบโครงการ
  • คูปองส่วนลดเร่งยอดขายสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชันสูงสุด  4,000 บาท
  • LINE MAN ออกส่วนลดให้ลูกค้าเพิ่ม 2,500 บาท
  • เครดิตโฆษณาเพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
  • ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
  • สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
  • ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
  • วงเงินกู้เพื่อร้านค้า นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ
  • กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ใช้สิทธิคนละครึ่ง LINE MAN ก็ได้เตรียมแคมเปญการตลาดและงบโปรโมชัน เพื่อมอบสิทธิพิเศษด้านส่วนลดค่าอาหาร สิทธิส่งฟรี และคูปองส่วนลดมากมายสำหรับออเดอร์จากโครงการคนละครึ่งบนแอป LINE MAN โดยทั้งหมดนี้สะท้อนว่า LINE MAN ไม่ได้เพียงตอกย้ำสถานะ “เบอร์ 1 คนละครึ่ง” แต่ยังเดินเกมเชิงรุกด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมใช้จุดแข็งในฐานะ “แพลตฟอร์มสัญชาติไทย” ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง และสามารถปรับตัวตอบรับนโยบายภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการร้านอาหารและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN ควง ‘ไมกี้-ปณิธาน’ บุกเชียงใหม่ แจกความฟินในงาน “LINE MAN ครบทุกร้านอร่อย ลดแรงทั่วเชียงใหม่”

วันนิมมานฟินมาก! เมื่อ LINE MAN ชวน หนุ่ม ‘ไมกี้ ปณิธาน’ ลงพื้นที่แจกความฟินในงาน “LINE MAN ครบทุกร้านอร่อย ลดแรงทั่วเชียงใหม่” ที่ STREET FOOD MARKET วันนิมมาน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบแฟนคลับแห่ให้กำลังใจล้นหน้าเวที กับกิจกรรมทอล์กโชว์ชวน ‘ไมกี้’ เปิดใจเรื่องกินอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนหิวกันทั้งในงานและในจอ Streaming พร้อมสนุกไปกับกิจกรรมทายชื่ออาหารร้านดังในเชียงใหม่ จนดันแฮชแท็ก #LINEMANครบทุกร้านอร่อยxไมกี้ ติดเทรนด์อันดับต้น ๆ ในไทยบน X นอกจากกิจกรรมสนุก ๆ บนเวทีแล้ว ภายในงานยังจัดเต็มไปด้วยสตรีทฟู้ด พร้อมปล่อยใจจอยกับดนตรีสดตลอดงาน และกิจกรรมร่วมลุ้นของรางวัลและโค้ดส่วนลดจาก LINE MAN ให้ได้กลับไปสั่งอาหารกันต่อที่บ้าน สำหรับชาวเชียงใหม่ทั่วทุกพื้นที่ อิ่ม ฟิน ครบทุกร้านอร่อยกันต่อแบบไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นร้านแบรนด์ดัง ร้านในตำนาน หรือร้านใกล้บ้านบนแอปพลิเคชัน LINE MAN อาทิ สุกี้ ช้างเผือก, ยำปูม้าเจ็ดยอด, ร้านข้าวควาย (เจ็ดยอด), บะหมี่สามเหลือง, โจ๊กหมูนายฮุย และอีกมากมาย คุ้มกว่าเดิมกับโค้ดส่วนลดที่เก็บเพิ่มในแอป LINE MAN ทุกวัน พร้อมมอบความสะดวกสบายส่งตรงความอร่อยถึง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

5 Sep 2024

โควิด-19 ทำให้เด็กยากจนกว่า 750,000 ชีวิต ต้องอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร

วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม” การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป? การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” ความช่วยเหลือเร่งด่วน กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ ครูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน” ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

21 May 2020

LINE MAN Wongnai เชิดชูบุคคลแห่งปีด้านอาหารที่ยกระดับอาหารรสมือคนไทย ในงาน Users’ Choice Best of 2026 พร้อมประกาศรายชื่อ 685 ร้านอร่อยทั่วไทย

LINE MAN Wongnai แพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารอันดับหนึ่งของไทย ประกาศรางวัล “LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026” ที่สุดของร้านอร่อยรีวิวดี จากเสียงผู้ใช้งานจริงกว่า 26 ล้านคนทั่วประเทศ โดยปีนี้คัดเลือก 685 ร้านอาหารยอดนิยมจากกว่า 700,000 ร้านทั่วไทย ครอบคลุมตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงไฟน์ไดนิ่ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและร้านอาหารด้วยจุดแข็งด้าน Local Understanding  พร้อมมอบ “รางวัลบุคคลแห่งปีด้านอาหารที่ยกระดับอาหารรสมือคนไทย – LINE MAN Wongnai The Visionary Taste Maker Award” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องผู้สร้างสรรค์และผู้ขับเคลื่อนวงการอาหารไทย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ข้อมูลจากแพลตฟอร์มสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่มาแรงชัดเจนในช่วงนี้คือ ‘สายสุขภาพ’ ที่ไม่ได้เป็นแค่กระแสระยะสั้นแต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในช่วงที่กิจกรรมอย่าง Hyrox กำลังได้รับความนิยม เราเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาเลือกอาหารที่บาลานซ์มากขึ้น กลุ่มอาหารคลีนและอาหารเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโต 20% ในช่วงต้นปี โดยเมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมด้วยยอดขายรวมกว่า 1 ล้านจานในไตรมาสแรก ขณะที่เมนูยอดฮิตตลอดกาลยังคงเป็นอาหารจานหลักในชีวิตประจำวัน เช่น ตำปูปลาร้า ข้าวมันไก่ ข้าวผัด ตำป่า และลาบหมู และเมนูกระแสนิยมที่โตแรง (เมื่อเทียบระหว่าง Q1/2569 กับ Q4/2568) พบว่า เครื่องดื่มและขนมจากมะยงชิดโตสูงถึง 30 เท่า, เมนูจากโยเกิร์ต เช่น โยเกิร์ตปั่น กรีกโยเกิร์ตเติบโต 53% และมัตจะกับชาไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 8% ด้านเครื่องดื่มเมนูคลาสสิกอย่าง กาแฟดำ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่ ชาไทย และชานม ยังเป็นตัวเลือกหลัก นอกจากนี้ประเภทร้านอาหารมาแรงที่มีจำนวนร้านเปิดใหม่มากที่สุด ได้แก่ ร้านอาหารไทย, อาหารจานเดียว, คาเฟ่และร้านกาแฟ รวมถึงร้านก๋วยเตี๋ยว และจากข้อมูลรางวัล Users’ Choice ในปีนี้ พบว่าประเภทร้านที่ได้รับรางวัลมากที่สุดคือ ร้านอาหารไทย รองลงมาคือกลุ่มคาเฟ่-ร้านกาแฟ และร้านก๋วยเตี๋ยว ขณะที่จำนวนของร้านหน้าใหม่ที่ได้รับรางวัลเพิ่มมีมากถึง 192 ร้าน หรือคิดเป็นกว่า 28% สะท้อนถึงการเติบโตของผู้ประกอบการรายใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีอย่างต่อเนื่อง” ด้าน คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “อาหารไทยเป็นมากกว่าเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในมิติของ Food Tourism ซึ่งเชื่อมโยงทั้งการท่องเที่ยว การบริการ และการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ททท. เดินหน้าผลักดัน Food Tourism อย่างเป็นระบบ ทั้งการยกระดับอาหารไทยสู่เวทีสากล และการส่งเสริมเสน่ห์อาหารท้องถิ่น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและมีคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE MAN Wongnai มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อ Ecosystem ของอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่ช่วยให้ร้านอาหารถูกค้นพบได้ง่ายขึ้น การสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ไปจนถึงการใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับศักยภาพและมาตรฐานของผู้ประกอบการไทย รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026 จึงไม่ใช่เพียงการคัดเลือก ‘ร้านอร่อย’ แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยสะท้อนคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจากเสียงของผู้ใช้งานจริงทั่วประเทศ” อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัวรางวัลบุคคลแห่งปีด้านอาหาร “LINE MAN Wongnai The Visionary Taste Maker Award” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องผู้ที่มีบทบาทในการยกระดับวงการอาหารไทยในมิติต่าง ๆ โดยผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่ คุณปลา – อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้ง iberry Group ผู้ทรงอิทธิพลในวงการธุรกิจร้านอาหารพรีเมียม และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จเครือร้านอาหารและของหวานกว่า 22 แบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดดเด่นด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์อาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนสามารถขยายฐานสู่ตลาดต่างประเทศได้ คุณแจะ – ศิริวรรณ ธรณนิธิกุล เจ้าของร้านอาหารเครือ อิส_แฮพ_เพ่น ที่ถ่ายทอดรสมือในรูปแบบร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอิตาเลียนแคชวลอย่าง It’s Happened to be a closet และ A) fox princess KITCHEN, คาเฟ่เค้ก A) Pink Rabbit + Bob, แมวดำ ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ร้านอาหารไทย อี-กา และอี_กา Luv Seafood และล่าสุดกับร้านส้มตําไก่ black 777 ที่ทรงวาด เชฟไอซ์ – ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้าน “ศรณ์ (Sorn)” ผู้ยกระดับอาหารไทยปักษ์ใต้สู่เวทีสากล ผ่านการนำเสนอรสชาติไทยแท้ ๆ สู่สายตานานาชาติ สะท้อนศักยภาพของคนไทยที่พาประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Food Destination ระดับโลก นอกจากนี้ภายในงานยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “Thai Flavour: Driver for Thai Economy รสชาติอาหารไทย หัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยผู้นำในวงการอาหาร ได้แก่ คุณอิ๊งค์ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมแถวหน้าของประเทศไทย, คุณพีช อีทแหลก อินฟลูเอนเซอร์สายกิน, คุณปลา อัจฉรา บุรารักษ์ Founder & Creative Director, iberry Group และ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ ตั้งแต่บทบาทของรสชาติอาหารไทยในฐานะจุดแข็งของประเทศ การต่อยอดวัตถุดิบและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ไปจนถึงการพัฒนาร้านอาหารและโมเดลธุรกิจให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ พร้อมสะท้อนบทบาทของข้อมูลและแพลตฟอร์มในการช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจผู้บริโภค และขยายโอกาสทางธุรกิจในยุคดิจิทัล เพื่อผลักดันให้อาหารไทยสามารถเติบโตเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026 คือ ตราสัญลักษณ์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค ติดตามรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัลทั้งหมด 685 ร้านทั่วไทย ได้ที่ https://www.wongnai.com/news/line-man-wongnai-users-choice-2026 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

31 Mar 2026

CTO Plans to Attract Tech Talents for Made-in-Thailand Services & Stronger Status as Thailand’s Biggest Tech Firm

LINE MAN Wongnai is set to expand its tech team after the USD 1 billion series B fundraising. The number of tech staff will rise to 450 within the first half of 2023 to follow the goal of developing Made-in-Thailand services that will make positive impacts for the nation.  Mr. Pattrawoot Suesatayasilp, Chief Technology Officer of LINE MAN Wongnai who is also a co-founder of Wongnai, reveals LINE MAN Wongnai’s technology investment plan as follows: Behind This National Platform are More Than 350 Tech Talents  More than 10 million Thais have used LINE MAN Wongnai services. To facilitate such scale of services, LINE MAN Wonghai has now hired more than 350 tech talents in three main teams – Engineering Team, Product Team, and Data Team. These teams work together to deliver ease of use and better life to Thais: 1) Users enjoy greater convenience through on-demand services; 2) Merchants can sell online and achieve business growth; and 3) Riders have a sustainable livelihood and source of income.   Strengths of Tech Firm with Tech Team, HQ in Thailand “More than 90% of LINE MAN Wongnai’s tech staff are Thai and based in Thailand. Therefore, our platform adapts real fast to the Thai user’s changing situations. Aside, everyone at LINE MAN Wongnai works in line with its Core Values namely Innovate Faster, Go Deeper, and Respect Everyone,” Mr. Pattrawoot says.   It took LINE MAN Wongnai just six weeks to link the government’s ‘half-half co-payment’ scheme to its platform. The result was so impressive that 75% of restaurants participating in the scheme’s Phase 3 have chosen to register themselves on LINE MAN.  LINE MAN Wongnai has lately set up a tech hub in Chiang Mai. No matter where tech staff are based, they are under the same welfare and remuneration structure.   “We have also recruited foreigners from Singapore, China, and India who had worked for international platforms before. Such recruitment strategy enables us to acquire know-how that can be applied to our context and support our scalability. We have allowed foreign staff to work from anywhere,” Mr. Pattrawoot adds.  Tech Team to Have 450 Members by 2023, Work in World-Class Environment  Mr. Pattrawoot reveals that LINE MAN Wongnai will increase the number of its tech talents to 450 by the first half of 2023, with many senior positions in the new structure. This move aims at accommodating the growth of the firm’s platform, deepening its food-delivery services, and developing various new services in the form of E-commerce Platform for Services.  “Throughout the past 12 years, we have been committed to developing Thailand’s most inspiring tech company. With us, tech talents can contribute to the development of a Thai platform that their friends, family members and people around them really use in their everyday life. We can guarantee that LINE MAN Wongnai’s work environment is challenging and offers the work experiences that are as great as international platforms,” Mr. Pattrawoot concludes. 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022