LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่อันดับ 1 ของไทย เปิดเกมรุกตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ส่งท้ายปี รับลูกนโยบายรัฐบาล “คนละครึ่งพลัส” ด้วยแคมเปญใหญ่กระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก โดยการใช้งานสิทธิคนละครึ่งผ่านแอปเดลิเวอรี่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาพจำของ LINE MAN ที่ช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงเม็ดเงินของโครงการนี้ได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย LINE MAN ร่วมตั้งแต่เฟสแรก และได้รับความนิยมจากทั้งฝั่งร้านค้าและผู้บริโภค ด้วยระบบที่ใช้งานง่าย โปรโมชันหลากหลาย สำหรับปีนี้ LINE MAN เดินหน้าตอกย้ำความเป็น “เบอร์ 1 คนละครึ่ง” ด้วยการคว้า “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายร้านค้าและสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมประกาศปรับลดค่า GP เหลือเพียง 7% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 และลดค่า GP เหลือ 9% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายนเป็นต้นไปจนจบโครงการ 

การเลือก “หนุ่ม กรรชัย” มาร่วมแคมเปญครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่คมและแม่นของ LINE MAN ที่มองเห็นเทรนด์ทันกระแส เพราะนอกจากจะเป็นคนข่าวขวัญใจคนไทยที่อยู่ในกระแสสังคมตลอดเวลาแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งสร้างปรากฏการณ์ไวรัลจากไลฟ์ดังแห่งปี ที่กวาดยอดขายถล่มทลายหลายสิบล้าน จนเป็นกระแสไวรัลดังบนโลกออนไลน์ การใช้พลังความแมสและความน่าเชื่อถือของคนข่าวระดับประเทศมาเป็นกระบอกเสียง จึงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึง “ใจคนไทย” และเชื่อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ของประเทศได้ตรงจุด

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN กล่าวว่า “โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นกุญแจสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว และช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ได้จริง ผู้ใช้สามารถสั่งผ่าน LINE MAN และชำระด้วยสิทธิคนละครึ่งพลัสได้สะดวก ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายรายได้ให้ร้านอาหารและไรเดอร์ทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมา มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่เกือบ 100,000 ร้าน โดยกว่า 60–70% เลือกใช้ LINE MAN นอกจากนี้ยังมียอดผู้ใช้งานคนละครึ่ง ผ่าน LINE MAN จากเฟสที่ผ่านมาทั้งหมดกว่า 7 ล้านสิทธิ์ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็น เบอร์ 1 คนละครึ่ง โดยพร้อมเดินหน้าสนับสนุนร้านอาหารและผู้บริโภคเต็มรูปแบบ และใช้พลังของ หนุ่ม กรรชัย ผลักดันการใช้คนละครึ่ง ผ่าน LINE MAN ให้เข้าถึงทุกร้าน ทุกบ้าน และทุกชุมชนทั่วประเทศ”

ในมุมของร้านอาหารนอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานสิทธิคนละครึ่งได้ง่ายทั้งฝั่งร้านค้าและผู้บริโภค LINE MAN ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ภายใต้โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารและสร้างความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน LINE MAN ที่แอปถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม ได้แก่

  • รับ 7% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการกับ LINE MAN ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568  หรือรับ 9% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส ที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลังวันดังกล่าวจนจบโครงการ
  • คูปองส่วนลดเร่งยอดขายสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชันสูงสุด  4,000 บาท
  • LINE MAN ออกส่วนลดให้ลูกค้าเพิ่ม 2,500 บาท
  • เครดิตโฆษณาเพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
  • ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
  • สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
  • ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
  • วงเงินกู้เพื่อร้านค้า นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ
  • กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ใช้สิทธิคนละครึ่ง LINE MAN ก็ได้เตรียมแคมเปญการตลาดและงบโปรโมชัน เพื่อมอบสิทธิพิเศษด้านส่วนลดค่าอาหาร สิทธิส่งฟรี และคูปองส่วนลดมากมายสำหรับออเดอร์จากโครงการคนละครึ่งบนแอป LINE MAN โดยทั้งหมดนี้สะท้อนว่า LINE MAN ไม่ได้เพียงตอกย้ำสถานะ “เบอร์ 1 คนละครึ่ง” แต่ยังเดินเกมเชิงรุกด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมใช้จุดแข็งในฐานะ “แพลตฟอร์มสัญชาติไทย” ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง และสามารถปรับตัวตอบรับนโยบายภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการร้านอาหารและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลริมโขงโตต่อเนื่อง

LINE MAN Wongnai หนุนแผนพัฒนา “นครพนม” จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองพัก” เดินหน้าสนับสนุนภาครัฐ ภาคธุรกิจท้องถิ่น และผู้ประกอบการร้านอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจริมโขงด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีสำหรับร้านอาหาร พร้อมเชื่อมแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” บน LINE MAN ที่ร้านอาหารเลือกเข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 กว่า 3 หมื่นร้านทั่วไทย กระตุ้นยอดขายและหมุนเวียนรายได้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง จากเมืองผ่านสู่เมืองพัก ‘นครพนม’ เมืองศักยภาพเศรษฐกิจชายแดน คุณชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธาน YEC นครพนม เปิดเผยว่า “นครพนมเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ด้วยทำเลเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมไทย–ลาว–เวียดนาม–จีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 ทำให้การส่งออกสินค้าการเกษตรและผลไม้ไทยไปจีนเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าการค้าชายแดนปัจจุบันสูงกว่า 120,000 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อโครงการรถไฟทางคู่บ้านไผ่–นครพนมเสร็จในปี 2571” ด้านการท่องเที่ยว นครพนมมีภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงยาวกว่า 100 กิโลเมตร เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งสายธรรมชาติและสายศรัทธา โดยมีแลนด์มาร์กอย่าง “พระธาตุพนม” “พญาศรีสัตตนาคราช” และแลนด์มาร์กใหม่ “ชิงช้าสวรรค์ Mekong River Eye” สูง 50 เมตร ที่จะเปิดปีนี้ ยกระดับภาพลักษณ์เมืองริมโขงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น “ตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา นครพนมเปลี่ยนผ่านจากเมืองที่นักท่องเที่ยวแวะเพียงชั่วคราว มาเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวเลือกพักค้างคืนจริงจัง เพราะมีบรรยากาศริมโขงที่สวยสงบและเต็มไปด้วยวัฒนธรรม นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจในพื้นที่ สำหรับอนาคต เขามองว่า นครพนมมีศักยภาพสูงในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ที่จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่ยังต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เพื่อให้เมืองเติบโตได้เต็มศักยภาพตลอดทั้งปี ผู้ประกอบการท้องถิ่นปลุกของดีเมืองริมโขง คุณวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของ Chewa Cafe By SK Sroikham ระบุว่า “ผู้ประกอบการนครพนมกำลังต่อยอดของดีท้องถิ่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น การนำ ‘กาละแม’ ของขึ้นชื่อของจังหวัด มาทำเป็นเมนูสมูทตี้ กาแฟ หรือไอศกรีมกาละแม เพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับไปซื้อต้นตำรับของฝากในชุมชน เกิดการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่” ยกตัวอย่าง “ลิ้นจี่ นพ.1” ผลไม้ GI ที่ถูกแปรรูปจนได้รับการนำเสนอในห้างกรุงเทพฯ ขยายตลาดให้เกษตรกรนครพนม “เป้าหมายของการต่อยอดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการทำให้คนท้องถิ่นเห็นคุณค่าและภูมิใจในของบ้านเกิดของตัวเอง” ด้านธุรกิจร้านอาหาร วิศรุตมองว่า ในยุคนี้ “ความอร่อยเป็นเพียงพื้นฐาน” แต่สิ่งที่ตัดสินใจลูกค้าคือ “รีวิวและรางวัลการันตี” ที่สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคจริง “รีวิวคืออาจารย์ที่ดีที่สุด เพราะช่วยให้ร้านรู้ข้อบกพร่องและพัฒนาได้ต่อเนื่อง ส่วนรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice คือเป้าหมายที่ผลักให้เรารักษาคุณภาพไว้ทุกปี มันไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่คือแรงผลักให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืน” เขายังเสริมถึงบทบาทของโครงการคนละครึ่งว่า “ที่ผ่านมาโครงการนี้ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 100–150% และได้ลูกค้าใหม่กว่า 50% ครั้งนี้ที่มี LINE MAN เข้ามาร่วม เชื่อว่าร้านจะเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้ยอดขายโตได้อีก 150–300% จริง ๆ” เดลิเวอรีโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนเมืองรอง คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai เผยว่า “นครพนมเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เติบโตเร็วที่สุดในภาคอีสาน และเป็นตัวอย่างชัดเจนของเมืองรองกำลังโต (High Growth City) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ LINE MAN ที่ขยายบริการสู่พื้นที่รองทั่วประเทศ ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai พบว่า GMV ของฟู้ดเดลิเวอรีในนครพนมเติบโต 16% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยภาคอีสานที่ 14% ขณะที่ จำนวนออเดอร์โต 12% และผู้ใช้โต 11% สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคหลายเท่า สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับบริการดิจิทัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภค เมนูยอดนิยมของคนอีสาน ได้แก่ ส้มตำ โดยเฉพาะตำป่าและตำปูปลาร้า ส่วน เครื่องดื่มยอดฮิต ได้แก่ อเมริกาโน่และมัทฉะ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ ในหมวดเครื่องดื่มยังมีแบล็คคอฟฟี่ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่เย็น ชาไทย และช็อกโกแลต ติดอันดับยอดนิยม ขณะที่หมวดอาหารมีเมนูขายดีอย่างตำลาว ข้าวมันไก่ และข้าวผัดหมู โดยช่วงเวลา พีคของการสั่งอาหารคือ 11.00–14.00 น. สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคในภูมิภาคเริ่มเปิดรับเมนูใหม่ ๆ เช่น รามยอนเผ็ดเกาหลี ขนมปังเกลือ และมัทฉะลาเต้ พรีเมียม ซึ่งแปลว่ากำลังซื้อของเมืองรองกำลังโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ ยังพบว่า เมืองรองในภาคอีสานเติบโตได้ดีมาก โดย Top 5 เมืองรองที่มีการเติบโตสูงสุดบน LINE MAN ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร รวมถึงอำเภอขนาดเล็กที่แพลตฟอร์มเข้าไปให้บริการแล้ว เช่น ด่านซ้าย (เลย), ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ), บรบือ (มหาสารคาม) และธวัชบุรี (ร้อยเอ็ด) สำหรับแคมเปญ “คนละครึ่งพลัส” ที่เพิ่งเปิดลงทะเบียนรอบใหม่เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา มีจำนวนร้านอาหารลงทะเบียนเข้าร่วมกับ LINE MAN วันแรกกว่า 32,990 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย. เวลา 01.00 น.) สอดคล้องกับรายงานของกระทรงการคลัง ณ วันที่ 3 พ.ย. เวลา 14.00 น ที่ระบุว่า มีร้านค้าเข้าร่วมฟู้ดเดลิเวอรี ลงทะเบียนแล้ว 40,722 ราย โดยร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมกับ LINE MAN มีจำนวน 22,831 ร้านค้า ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 จากทุกแพลตฟอร์ม LINE MAN มั่นใจว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจะช่วยให้ร้านเล็กโตได้จริงและโตได้ยาว จากข้อมูลของ LINE MAN Wongnai หลังสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งในแต่ละเฟส ร้านค้าบนแพลตฟอร์มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าเติบโตเฉลี่ย 3–13.5 เท่าระหว่างเฟส และหลังจบเฟส 5 ยอดขายเฉลี่ยเพิ่มถึง 16.7 เท่าเมื่อเทียบก่อนเริ่มโครงการ ขณะเดียวกันกว่า 50% ของร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 เท่าในทุกเฟส “เราภูมิใจที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์หลักของร้านอาหารทั่วประเทศ และยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพให้ไรเดอร์ในท้องถิ่น ซึ่งมีรายได้ ถือเป็นแรงขับเศรษฐกิจฐานรากที่แท้จริง” นครพนม Next Chapter: วิวสร้างรายได้ สู่ระบบนิเวศการท่องเที่ยวครบวงจร ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การพัฒนานครพนมในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแผนระยะสั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว 3–20 ปี โดยใช้ข้อมูล (Data) และการวิเคราะห์จุดแข็ง–จุดอ่อน (SWOT) เพื่อวางทิศทางจังหวัดอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟทางคู่ และถนนเศรษฐกิจ R8 / R12 ที่เชื่อมไทยกับลาวและเวียดนาม สิ่งเหล่านี้คือหัวจักรเศรษฐกิจของภูมิภาค “นครพนมมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ริมแม่น้ำโขง เป็นวิวที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุน และเป็นเสน่ห์ที่แตกต่างจากเมืองอื่น เรากำลังสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ที่เชื่อมโรงแรม ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ และสินค้าชุมชน โดยอาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE MAN Wongnai มาเชื่อมโยงคนเข้ากับบริการ เพื่อให้รายได้กระจายสู่คนในพื้นที่อย่างแท้จริง และทำให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจจริงในทุกทิศทาง” ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

5 Nov 2025

#สปดกรจรกม สู้ไปด้วยกันเราจะรอดกันหมด Wongnai รับมือสถานการณ์ COVID-19

สวัสดีครับ ผู้ใช้งาน Wongnai ทุกคน ตามที่ทราบกันดี สถานการณ์โควิด-19 ลุกลามมากขึ้น ใกล้ตัวเรามากขึ้น และดูท่าว่าจะอยู่กับเราไปอีกสักพักใหญ่แน่ ๆ ผมและทีมงาน Wongnai ทุกคนเข้าใจ และตระหนักถึงผลกระทบของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่พวกเราทุกคนจำเป็นต้องใส่ใจดูแลตัวเอง และคนรอบข้างให้มากที่สุด Wongnai เองก็เช่นกัน ตอนนี้เรามีมาตรการให้ทีมงานของเราแยกย้ายทำงานกันที่บ้าน และได้กำชับให้หลีกเลี่ยงการไปสถานที่เสี่ยงเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของทุกคน โดยผมยืนยันว่า Wongnai ดำเนินการตามปกติ และทีมงานทุกคนพร้อมให้บริการแก่สมาชิกทุกท่านอย่างเต็มรูปแบบเช่นเดิม แม้จะทำงานจากที่บ้านก็ตาม นอกจากเรื่องสุขภาพของทุกคนแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ผมเป็นห่วงมากเป็นพิเศษคือ พาร์ทเนอร์สำคัญของเรา นั่นก็คือ “ร้านอาหาร” ครับ ผมต้องบอกสมาชิก Wongnai ทุกคนตรงนี้ว่า.. “ร้านอาหารกำลังแย่” ร้านที่เคยคิวยาวหลายร้าน ช่วงนี้ก็ไม่มีคิวแล้วจริง ๆ และด้วยสถานการณ์ช่วงนี้ทำให้จำนวนคนที่ไปทานข้าวข้างนอก น่าจะลดลงมากกว่า 50% คลื่นยักษ์ครั้งนี้ไม่ได้ถล่มแค่เจ้าของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงไปถึงเชฟ คนทำครัว น้อง ๆ พนักงานเสิร์ฟ พี่แม่บ้าน และทุกคนในร้านด้วยเช่นกัน ในขณะที่เพื่อนคนสำคัญของเรากำลังแย่ ผมก็อยากจะใช้โอกาสนี้ขอแรงสมาชิก Wongnai ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันเท่าที่เราจะช่วยได้กันเถอะครับ ออกไปรับประทานข้าวบ้าง หลายร้านที่ปรับตัวสู้โควิด-19 ทำ Social Distancing ด้วยการจัดโต๊ะให้ห่างกัน แยกชุดภาชนะ ชุดอาหารเป็นของแต่ละบุคคล รวมไปถึงมีขั้นตอนการทำความสะอาดภาชนะและร้านเป็นอย่างดี แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน อย่าลืมใส่ผ้าปิดปาก พกเจลแอลกอฮอล์กันไปด้วยนะครับ ถ้ามีโอกาสได้ออกไปรับประทาน อย่าลืมให้ทิปพนักงานเยอะ ๆ ใช้ฟีเจอร์ใหม่ Pick-up (Take-out) กดสั่งอาหารแล้วแวะไปรับหน้าร้าน จะได้หลีกเลี่ยงการรอคิวหน้าร้านนาน ๆ หรือสั่ง Delivery โดยเฉพาะกับร้านที่ไม่เคยสั่ง Delivery มาก่อน ซื้อ Voucher ร้านเก็บไว้ใช้เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น หรือซื้อของที่ระลึกของร้านเก็บไว้ก็ได้ ส่วน Wongnai เองเราไม่นิ่งนอนใจ กำลังพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมสู้ไปกับร้านอาหารทุกร้านผ่านทุกวิถีทางที่เราทำได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่สถานการณ์ดีขึ้น ผมหวังว่าพวกเราจะกอดคอกันไปอุดหนุนร้านอาหารกันเยอะ ๆ แต่ ณ เวลานี้ ขอให้เราช่วยเท่าที่ช่วยได้กันไปก่อนนะครับ ..ก่อนที่จะไม่เหลือร้านอาหารดี ๆ ให้เรารับประทาน ในเวลานี้ขอให้ทุกคนและครอบครัวรักษาสุขภาพกันให้ดีครับ ปล. #สปดกรจรกม เป็น hashtag ที่ใช้ส่งให้กับพนักงานใน Wongnai ทีมงานบอกว่าดูฮึกเหิมดี เลยเอามาขึ้นต้นดูครับ – ยอด ชินสุภัคกุล, CEO & Co-Founder

LINE MAN Wongnai

19 Mar 2020

เปิดตัว LINE MAN Wongnai Food Platform ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย!

LINE MAN และ Wongnai ประกาศเสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมกิจการ เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ “LINE MAN Wongnai” ภายใต้การบริหารโดย ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนเป็นต้นไป เผยแผนธุรกิจ 3 ปี เดินหน้าสู่การเป็น Food Platform อันดับหนึ่งด้วยการสร้าง End-to-end Ecosystem ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย หลังจากได้รับเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management ตามประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยอด ชินสุภัคกุล CEO แห่ง LINE MAN Wongnai อธิบายเหตุผลเบื้องหลังการควบรวมว่า LINE MAN และ Wongnai เป็นพันธมิตรที่ต่างส่งเสริมธุรกิจกันมาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งเราต่างมีความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว จึงทำให้เกิดการควบรวมเป็นหนึ่งเดียวในครั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งผู้ใช้และร้านอาหาร สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจและตอบสนองต่อสภาพตลาดธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากโดยเฉพาะช่วงหลัง COVID-19 การเชื่อมต่อ LINE MAN กับ Wongnai เข้าด้วยกันจึงเกิด End-to-End Food Platform แพลตฟอร์มด้านอาหารครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ ร้านอาหาร และบริการส่งอาหาร เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและรีวิวร้านอาหารบน Wongnai จากนั้นกดสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN และร้านอาหารสามารถรับออเดอร์เดลิเวอรีผ่านระบบจัดการร้านอาหาร Wongnai POS (Restaurant Solutions) ของ Wongnai ได้อย่างสะดวก ยอด ยังเผยแผนธุรกิจ 3 ปีของ LINE MAN Wongnai ประกอบด้วย ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) : โฟกัสที่การทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกฝ่ายในธุรกิจ โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี ผู้ใช้งานจะได้สั่งอาหารจากร้านที่หลากหลายมากที่สุด ด้วยค่าส่งเริ่มต้นฟรี รวมถึงขยายพื้นที่ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีไปสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ สำหรับพันธมิตรร้านอาหารจะได้เห็นฟีเจอร์ O2O ใหม่ ๆ เช่น การเชื่อมต่อกับ LINE Official Account, Mini App, Smart Menu และ Self Promotion ฯลฯ เพื่อช่วยให้ร้านค้ามีเครื่องมือใหม่ ๆ ในการทำการตลาดและการขายให้ดียิ่งขึ้น ระยะกลาง (3 ปี) : มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มด้านอาหารอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยการสร้าง อีโคซิสเต็มด้านอาหารที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจะเกิดได้จากความเข้าใจผู้บริโภคคนไทย และการผนวกเอาความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม LINE, LINE MAN และ Wongnai เข้าด้วยกัน CEO แห่ง LINE MAN Wongnai ยังเผยอีกว่า “LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย เรามั่นใจว่า เราเข้าใจพฤติกรรมของคนไทยได้ดีที่สุดว่าเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ เราจริงจังด้านร้านอาหาร และอยากเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านอร่อยเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น โจทย์ใหญ่ที่เราต้องเดินหน้าอย่างเต็มกำลังต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มยอดดาวน์โหลดแอปฯ หรือเพิ่มยอดสั่งเท่านั้น แต่คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจอาหารในประเทศด้วยอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่ผนวกเอาความแข็งแกร่งของ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ LINE ที่เข้าถึงผู้ใช้กว่า 47 ล้านคน LINE MAN ที่มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารหลากหลายมากที่สุดกว่า 200,000 ร้าน และ Wongnai ที่เป็นพันธมิตรที่ดีกับร้านอาหารกว่า 430,000 ร้าน ทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในธุรกิจอาหารของไทยที่จะสร้างความตื่นเต้นและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจอย่างแน่นอน” หลังจากประกาศควบรวมกิจการ ทีมงาน LINE MAN และ Wongnai ก็ร่วมมือกันพัฒนาบริการทันที สิ่งที่เห็นผลแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการในจังหวัดใหม่ ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, เชียงใหม่, ภูเก็ต, นครราชสีมา และสงขลา โดยตั้งเป้าขยายไปยังเมืองหลักและเมืองรองรวม 20 จังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปี และพัฒนาระบบรับชำระเงินผ่านบัตรเดบิตและบัตรเครดิตที่ใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แอปพลิเคชัน LINE MAN และ แอปพลิเคชัน Wongnai ยังคงชื่อในการให้บริการตามเดิม ผู้ใช้สามารถใช้งานทั้ง 2 แอปฯ ได้ตามปกติ 

LINE MAN Wongnai

15 Sep 2020

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล Digital Startup of the Year จาก Prime Minister’s Digital Awards 2022

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย นำโดยคุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับมอบรางวัล Digital Startup of the Year จาก Prime Minister’s Digital Awards 2022 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า รางวัลเชิดชูเกียรติที่มอบให้แก่ผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของประเทศไทย ประจำปี 2565 ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 โดย LINE MAN Wongnai เป็นแพลตฟอร์มไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัล Digital Startup of the Year ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับสตาร์ตอัพที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถแก้ไขปัญหาในเชิงธุรกิจ อันก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน นับเป็นรางวัลที่เป็นการตอกย้ำศักยภาพการเป็นบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้วิสัยทัศน์ “Help Thai People Live Better” ทั้งในด้านการให้บริการที่สะดวกแก่ผู้ใช้ เพิ่มช่องทางการขายให้กับร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ประกอบการรายเล็ก (SME) รวมถึงการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ไรเดอร์ทั่วประเทศ เป้าหมายต่อไปสำหรับ LINE MAN Wongnai คือการเป็น National Champion ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับทุกภาคส่วน และเดินหน้าสู่การ IPO ในประเทศไทยเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ตอัพไทยรุ่นถัดไป

LINE MAN Wongnai

7 Feb 2023