LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย และ Globish แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์สัญชาติไทย ร่วมมือปั้นคอร์สอัปสกิลภาษาอังกฤษทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์แก่ไรเดอร์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและแรงบันดาลใจให้ไรเดอร์สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ โดยไรเดอร์สามารถเรียนฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งเป้าจำนวนไรเดอร์เข้าร่วมคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน

จากการสำรวจของ LINE MAN พบว่าทักษะภาษาอังกฤษเป็นทักษะที่ไรเดอร์ต้องการพัฒนามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง จึงได้ออกแบบหลักสูตรที่สกัดมาจากปัญหาด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ไรเดอร์พบเจอในการทำงานทุกวัน

คุณอิสระ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเราร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมเพิ่มพูนทักษะอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาได้เปิดหลักสูตรเสริมทักษะแก่ไรเดอร์ ทั้งการขับขี่ปลอดภัย การซ่อมบำรุงจักรยานยนต์ และการดูแลสุขภาวะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแนวปฏิบัติด้าน ESG (Environmental-Social-Governance) ครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับ Globish ที่เป็นสตาร์ทอัปสัญชาติไทยเพื่อสร้างสรรค์คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ โดยได้ร่วมกันสกัดเนื้อหาบทเรียนจากปัญหาด้านการสื่อสารในการทำงานจริงของไรเดอร์ ในเนื้อหาจะเป็นบทสนทนาที่จำเป็นในการรับ-ส่งอาหารใน 8 สถานการณ์ ตั้งแต่การทักทายลูกค้า การรับและคอนเฟิร์มออร์เดอร์ การส่งอาหาร การรับมือหากเกิดปัญหาหรือคำขอพิเศษจากลูกค้า การแจ้งราคา รวมไปถึงศัพท์ที่จำเป็น และการสอนอ่านชื่อร้านอาหารภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง เบื้องต้นเราได้เปิดคอร์สออฟไลน์ให้ไรเดอร์ที่สนใจในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้มาเรียนสดพร้อมฝึกพูดโต้ตอบจริง รวมถึงได้ปล่อยวิดีโอซีรี่ส์สอนภาษาอังกฤษออนไลน์ทั้งหมด 8 ตอน ความยาวตอนละ 10-20 นาทีให้ไรเดอร์ได้เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จากที่ไหนก็ได้ทุกเวลา โดยเราตั้งเป้าจำนวนไรเดอร์เข้าร่วมคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน”

ความไม่รู้ภาษาอังกฤษ คือปมในการทำงานที่ต้องแก้
การขาดความรู้ทางด้านภาษาอาจทำให้เป็นปมในใจของไรเดอร์หลายๆ คน รวมถึง นางสาวเงินตรา ชัยชนะ หรือ ตาล ไรเดอร์ LINE MAN ที่เข้ามาทำงานได้เพียงแค่ 2 เดือน แต่ต้องเจออุปสรรคทางด้านภาษามาหลายต่อหลายครั้ง เล่าว่า “ที่ผ่านมาเคยรับออร์เดอร์กับลูกค้าชาวต่างชาติ ด้วยสกิลภาษาที่น้อยนิดของเรา เราทำได้แค่ทักทายสั้นๆ ว่า ‘Hi’ แต่บางสถานการณ์มันบีบบังคับให้เราต้องสื่อสารในประโยคที่ยาวขึ้น เราเลยต้องพูดผิดๆ ถูกๆ เพื่อเอาตัวรอด ซึ่งมีทั้งฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง จึงมองว่าภาษาอังกฤษนั้นสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือความกล้าที่จะพูด” 

มุมมองของไรเดอร์…ภาษาอังกฤษจำเป็นมากน้อยแค่ไหน? 
นายยุพราช คุ้มแก้ว หรือ วุธ 
ไรเดอร์ที่วางแผนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ TOEIC เพราะมองว่าภาษาอังกฤษจะช่วยยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งในฐานะของคนทั่วไปที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน และในการทำงานในทุกๆ สาขาอาชีพ เพราะไรเดอร์เองที่เป็นอาชีพบริการที่เราจะต้องรู้และเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับแรก ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร จะได้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และหากไรเดอร์สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับลูกค้าชาติได้ ก็ยิ่งทำให้เราได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปว่าเป็นอาชีพที่มีความน่าเชื่อถือไม่แพ้อาชีพอื่นๆ เป็นความภูมิใจในอาชีพไรเดอร์ของพวกเรา 

โครงการนี้ถือเป็นการรวมพลังของบริษัทไทยที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงและความมั่นคงในอาชีพไรเดอร์ หวังจุดประกายให้ทุกคนไม่หยุดที่จะเรียนรู้ นายนันทพงศ์  เงินมาบุญช่วย หรือ อาร์ม หนึ่งในไรเดอร์ที่เคยใช้แอปแปลภาษาแบบงูๆ ปลาๆ เพื่อคุยกับลูกค้า พูดถึงประสบการณ์หลังเรียนจบคอร์สออฟไลน์ว่า แม้จะเป็นการเรียนในระยะเวลาสั้นๆ แต่ทำให้เรียนรู้คำศัพท์ง่ายๆ ที่สามารถนำเอาไปใช้ในการทำงานได้จริง โดยหลังจากนี้จะทบทวนสิ่งที่เรียนมาบ่อยๆ และศึกษาเพิ่มเติมจากคลิปสอนภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้คุ้นชินจะได้พูดคุยกับต่างชาติได้มากขึ้น

สำหรับการเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจาก คุณเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน, คุณจิรวรรณ สุตสุนทร ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณแสงรุ้ง พึ่งสีใส ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี รวมถึงผู้บริหารจากบริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด ได้แก่ คุณชื่นชีวัน อานันโทไทย Co-founder และ Chief Growth Officer, คุณธีรกร อานันโทไทย Chief Digital Officer, คุณศรัณย์พร ปัญญาโรจน์ Managing Director และคุณวันพิทักษ์ บัวเกตุ โค้ชสอนภาษาอังกฤษจาก Globish  มาร่วมถ่ายภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  

ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

 

News Release View More

LINE MAN จัดกิจกรรม “ไลน์แมน ไปกินข้าวกัน” เลี้ยงข้าว-แจกทอง ตอบแทนไรเดอร์ที่ให้บริการยอดเยี่ยม

LINE MAN จัดกิจกรรม “ไลน์แมน ไปกินข้าวกัน” ชวนไรเดอร์กว่า 60 คนมารับประทานอาหารกระชับมิตร พร้อมลุ้นรับทองถึง 3 รางวัล และของรางวัลต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซองกันน้ำ เสื้อกันฝนไลน์แมน และเครดิตรับงาน เพื่อตอบแทนไรเดอร์ที่ให้บริการยอดเยี่ยมผ่านเกณฑ์คุณภาพ 4 ข้อ ได้แก่ การบริการ มารยาท ความระมัดระวัง และความชำนาญเส้นทาง  กิจกรรม “ไลน์แมน ไปกินข้าวกัน” ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากไรเดอร์ ด้านไรเดอร์ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ธีรยุทธ จันทร์เรือง” ที่เข้าร่วมงาน ได้โพสต์ลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก “กูขับ LineMan!” เล่าถึงความประทับใจว่า “ขอบคุณบริษัทที่จัดกิจกรรมดีๆ และขอบคุณทีมงานทุกคนด้วยครับ เป็นกันเอง สนุกมากครับ อาหารอร่อย แถมมีรางวัลด้วย มีโอกาสจะไปอีก ถึงจะไม่ได้ทองแต่ได้ 500 ก็พอใจละครับ” กิจกรรมนี้นำร่องจัดขึ้นสำหรับไรเดอร์ในกรุงเทพมหานคร และมีแผนที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปเพื่อเป็นการแสดงความยินดีแก่ไรเดอร์ที่มีความตั้งใจทำงานและเสริมสร้างสังคมของไรเดอร์ไลน์แมนให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น 

LINE MAN Wongnai

9 Aug 2022

LINE MAN ร่วมมือ “โคคา-โคล่า” เปิดตัวแคมเปญ “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ต้อนรับเทศกาลเชียร์บอลครั้งยิ่งใหญ่ ให้คนไทยสนุกไปกับทุกมื้อพิเศษ

LINE MAN ร่วมมือ “โคคา-โคล่า” รับกระแสเชียร์บอลครั้งยิ่งใหญ่ เปิดตัวแคมเปญ “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ต่อยอดความสำเร็จการตลาดในรูปแบบ Gamification Marketing เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ให้มีความหลากหลายและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น  พร้อมตอกย้ำความตั้งใจในการจุดประกายความสุขกับมื้อพิเศษและสร้างความสนุกให้กับผู้ใช้ในทุกมื้ออาหารและทุกช่วงเวลา  “โคคา-โคล่า” ผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทย และ LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย ร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่บนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ในแคมเปญ “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ต้อนรับเทศกาลเชียร์บอลครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี พร้อมร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีตลอดเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมนี้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จโปรแกรมความร่วมมือกับ “โค้ก” หลังจากสร้างความสำเร็จในแคมเปญ “อร่อยซ่ากับโค้ก” ได้อย่างล้นหลาม โดยในครั้งนี้นอกจากการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของโคคา-โคล่าบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีแล้ว ยังถือเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นยอดขายให้กับร้านอาหาร ผ่านการทำโปรโมชันคู่ผลิตภัณฑ์ “โค้ก” และมอบประสบการณ์อร่อยซ่าให้แก่ผู้ใช้แพลตฟอร์มในทุกมื้อพิเศษตลอดเทศกาลเชียร์บอลที่จะมาถึง ความพิเศษของแคมเปญนี้ คือ การนำเกมเตะฟุตบอล มาสร้างความสนุกให้กับผู้ใช้แพลตฟอร์มในช่วงเทศกาลเชียร์บอลนี้ ผ่านกลยุทธ์ Gamification Marketing บนแอปพลิเคชัน LINE MAN กับเกม “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” เพื่อลุ้นรับโค้ดส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 50 บาท และโค้ดส่วนลดในการสั่งซื้อสินค้าจาก LINE MAN MART สูงสุด 100 บาท พิเศษ ! ลุ้นรับกระเป๋าเก็บความเย็นจากโค้กและเมนูพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ อาทิ Burger King, Texas Chicken, The pizza company, McDonald’s และ Popcorn major โดยผู้ใช้สามารถร่วมสนุกกับเกม “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ได้ทุกวัน ล่ารางวัลได้ทุกมื้อ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม 2565 บนแอปพลิเคชัน LINE MAN   สุดท้ายนี้ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่รู้ใจผู้ใช้คนไทยมากที่สุด มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือกับ “โคคา-โคล่า” ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นการตอกย้ำเพื่อเติมเต็มประสบการณ์มื้อพิเศษและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด เพื่อสร้างความสนุกให้กับผู้ใช้ในทุกมื้ออาหารและทุกช่วงเวลา

LINE MAN Wongnai

21 Nov 2022

LINE MAN Wongnai เผยฟู้ดเดลิเวอรีโตสวนตลาด รุกขยายธุรกิจ Non-Food และ Merchant Solutions ผลักดันการเติบโตระยะยาว

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทยเผยธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีโตสวนตลาด เร่งโตเพิ่มในพื้นที่ต่างจังหวัด ลุยขยายธุรกิจ Non-food และ Merchant Solutions เสริมแกร่งสู่เป้าหมาย National Champion  LINE MAN เผยมูลค่าธุรกรรมรวม (GMV) โต 33% สวนตลาด ลุยขยายการเติบโตธุรกิจ Non-Food คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีของ LINE MAN ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 จนถึงเมษายน 2566 มีมูลค่าธุรกรรมรวม (GMV) เติบโตขึ้น 33% ในขณะที่ตลาดฟู้ดเดลิเวอรีในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าประมาณ 8.1-8.6 หมื่นล้านบาท หรือลดลงราว 0.8-6.5% จากการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย หากพิจารณาตามพื้นที่ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 จนถึงเมษายน 2566 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีจำนวนออร์เดอร์เติบโตขึ้น 25% จำนวนผู้ใช้งานเติบโตขึ้น 27% ในขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัดมีจำนวนออร์เดอร์เติบโตถึง 17% และจำนวนผู้ใช้งานเติบโตขึ้น 10% จึงเตรียมวางแผนทุ่มงบการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานและเพิ่มตัวเลือกร้านอาหารทั่วประเทศไทยให้มากขึ้น LINE MAN ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เช่น ฟีเจอร์สั่งอาหารเป็นกลุ่ม เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้งานให้สามารถสั่งอาหารพร้อมกันกับเพื่อนหรือครอบครัวได้ในออร์เดอร์เดียว รวมถึงฟีเจอร์ LINE MAN Only รวบรวมร้านที่สั่งได้เฉพาะบน LINE MAN และฟีเจอร์เก็บโค้ดลดเพิ่ม  นอกจากนี้ LINE MAN ยังเร่งขยายการเติบโตของบริการออนดีมานด์ในกลุ่ม Non-food ได้แก่ บริการส่งสินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ โดยปี 2565 ที่ผ่านมาพบการเติบโตที่น่าสนใจ ได้แก่  ด้านธุรกิจ Merchant Solutions ที่ถือเป็นกลุ่มธุรกิจเสริมแกร่งพอร์ตรายได้ของ LINE MAN Wongnai ชู Wongnai POS ระบบจัดการร้านอาหารและการขายผ่านเดลิเวอรีที่ครองอันดับ 1 ในตลาด POS ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านอาหารใช้งานมากกว่า 50,000 ร้าน และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่การทานอาหารนอกบ้านกลับมาคึกคัก ตั้งเป้าขยายสัดส่วนการใช้งาน POS ในร้านอาหารแบบ Dine-in เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ เพื่อผลักดันร้านอาหารนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการร้าน  เปิดแนวทางการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)    ปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ LINE MAN Wongnai มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างจริงจัง โดยได้เปิดแนวทาง ESG ประจำปี 2566 ในประเด็นปัญหาที่บริษัทมีความเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นเรื่อง Plastic Waste และ Food Waste ที่ได้พัฒนาฟีเจอร์ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกบนแอปฯ LINE MAN ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ถึงปัจจุบันสามารถลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวไปแล้วกว่า 3,286 ตัน และเตรียมต่อยอดฟีเจอร์ใหม่เลือกไม่รับเครื่องปรุงเพื่อลดขยะพลาสติกและขยะอาหาร คาดว่าจะสามารถลดขยะอาหารได้อีกกว่า 5 ตันต่อเดือน LINE MAN Wongnai ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาทักษะอาชีพของไรเดอร์ ผ่านโครงการฝึกอบรมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงชูประเด็นด้านความหลากหลาย (Diversity & Inclusion) สร้างองค์กรให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนได้เป็นตัวเองและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ผ่านสวัสดิการที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ อย่างการให้เงินขวัญถุงกับคู่แต่งงานเพศเดียวกัน ทัดเทียมกับคู่สมรสชาย-หญิง โดยไม่จำเป็นต้องรอกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทย คุณยอด กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของเราในวันนี้ ไม่ได้มองเพียงแค่ของเรา แต่เรามองถึงความสำเร็จของทุก ๆ คนที่อยู่ภายใต้ระบบนิเวศน์ของเรา ซึ่งเป็นนิยามความสำเร็จที่ยั่งยืน สร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ภายใต้ วิสัยทัศน์ “Help Thai People Live Better” เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น National Champion ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับทุกภาคส่วน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน 

LINE MAN Wongnai

22 May 2023

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020