LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ ผนึก Tinder แอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยมระดับโลก เปิดตัวแคมเปญ “หาคนกิน..กัน” ชวนกันกินของอร่อยแบบไม่ซ้ำร้านอาหารจากกว่า 700,000 ร้านทั่วไทย รับเทรนด์ FWB – Friends with B.. จะสถานะไหนก็กิน..ของอร่อย..ด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็น Friends with Boba Tea, Friends with Brunch หรือจะเป็น Friends with Burger พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ผ่านการรับประทานอาหารมื้อพิเศษที่หลากหลายไม่จำเจ 

LINE MAN และ Tinder ร่วมสร้างปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่อีกขั้นของความร่วมมือต่างแพลตฟอร์มที่ผสมผสานจุดแข็งของกันและกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การตลาดที่แปลกใหม่ และขยายฐานผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่ ๆ ให้กับแพลตฟอร์ม โดย Tinder แอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยมระดับโลก และเป็นแอปที่คนวัย 18-25 ปีทั่วโลกเลือกใช้เพื่อเชื่อมต่อกับคนใหม่ๆ ข้อมูลจากผลสำรวจเกี่ยวกับอนาคตการเดทจาก Tinder ระบุว่าคนกลุ่มอายุดังกล่าวกำลังมองหาความสัมพันธ์ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) เพื่อนคู่คิด (Companionship) 2) มิตรภาพ (Friendship) และ 3) ความสัมพันธ์แบบคนคุย (Situationship)* ที่ส่วนใหญ่เริ่มจากความเป็นเพื่อนเพื่อลดความกดดันและลดความคาดหวังในความสัมพันธ์ LINE MAN จึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านอินไซต์ในมิติด้านความสัมพันธ์ โดยพบว่าหนึ่งในเส้นทางการสร้างความสัมพันธ์มักเริ่มต้นด้วยการทานอาหารมื้อพิเศษร่วมกัน

แคมเปญ “LINE MAN x Tinder หาคนกิน..กัน” จะช่วยยกระดับประสบการณ์ให้กับการเดทหรือเริ่มต้นสานสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้คนได้ ผ่านการผสมผสานความเชี่ยวชาญของ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทยที่มีร้านอาหารทั่วประเทศไทยกว่า 700,000 ร้าน และมีจำนวนประเภทอาหารที่หลากหลาย ตอบโจทย์ในทุกช่วงเวลา ขณะที่ Tinder ในฐานะแพลตฟอร์มตัวกลางที่เชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยผ่านการสานสัมพันธ์กับผู้คนใหม่ ๆ ที่มีความชอบอะไรคล้ายกัน ซึ่งอาหารเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนโสดมากที่สุด และสถานที่สำหรับเดทแรกที่หลายคู่เลือกมักจะเป็นที่ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือสวนสาธารณะพร้อมสั่งอาหารไปรับประทานขณะพูดคุยกัน จึงตอกย้ำจุดยืนของแคมเปญที่ว่าทุกความสัมพันธ์เริ่มต้นด้วยของกินอร่อย ๆ 

ชวนทุกคนมาร่วม “หาคนกิน..กัน” ผ่านเมนูอาหารที่หลากหลาย และมื้อพิเศษแบบไม่ซ้ำใครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 23 กรกฎาคม 2566 โดยสามารถสั่งอาหารบน LINE MAN แล้วชวนคนที่ชอบ คนที่ใช่ มาสานสัมพันธ์ไปด้วยกัน เพราะไม่ว่าจะสถานะไหนก็ชวนกิน..กันได้ พร้อมรับโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ** ดังนี้ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด):

  • สำหรับทุกผู้ใช้ ใส่โค้ด “FWBMAX100” รับส่วนลด 10% มูลค่าสูงสุด 100.-** เมื่อสั่งขั้นต่ำ 200 บาท (จำกัดจำนวน 8,000 สิทธิ์)
  • สำหรับผู้ใช้ใหม่ ใส่โค้ด “FWB100” รับส่วนลดค่าอาหาร 100.-** เมื่อสั่งขั้นต่ำ 150 บาท (จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์)
  • สำหรับทุกผู้ใช้ ใส่โค้ด “FWB” รับฟรีโปรโมโค้ดสำหรับ Tinder Plus เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อสั่งอาหารไม่จำกัดขั้นต่ำ (จำกัดจำนวน 8,000 สิทธิ์)

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมสนุกๆ บนโซเชียลมีเดียผ่าน Facebook, Twitter, Instagram และ TikTok ของตัวเองได้ตลอดทั้งแคมเปญ อาทิ

  • แชร์สถานะผ่าน LINE ผ่าน Gift Card “มากินกันป้ะ?” เมื่อสั่งอาหารบน LINE MAN
  • เล่น Instagram Filter “Random Food ชวน FWB กิน..กัน” ให้คุณแชร์ปุ๊ป แล้วชวนคนกินกันปั๊ป
  • ปัดขวาบน Tinder แล้วเลือก Tinder Vibes ที่ใช่ แล้วหาคู่แมตช์เพื่อทำความรู้จักกันต่อเลย!

ความร่วมมือของ LINE MAN และ Tinder ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการเดลิเวอรี ในการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับกลุ่มเป้าหมาย สร้างความแปลกใหม่และขยายฐานกลุ่มลูกค้าคนไทยให้กว้างขึ้น ผ่านการผสมผสานจุดแข็งของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อตอกย้ำว่าทุกความสัมพันธ์เริ่มต้นได้ด้วยของกินอร่อย ๆ สามารถค้นพบความหลากหลายของมื้ออาหารได้บน LINE MAN https://lineman.onelink.me/1N3T/3swig78q

*การสํารวจความคิดเห็นของคนโสดอายุระหว่าง 18-25 ปี ที่อยู่ในช่วงออกเดท จํานวน 4,000 คนในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดาและออสเตรเลีย ระหว่าง 21-25 เมษายน 2023 จัดทําโดย OnePoll ในนามของ Tinder

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

News Release View More

Covid Relief Gift Voucher ช่วยร้านอาหาร ร้านเสริมสวยสปากว่า 100 ร้าน

Wongnai สานต่อแคมเปญ “สู้ไปด้วยกัน #CovidReliefGiftVoucher” เวาเชอร์ช่วยร้านเพื่อเพิ่มกระแสเงินสดให้ร้านและธุรกิจต่าง ๆ ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ขยายไปทั้งร้านอาหารและบาร์ รวมไปถึงร้านเสริมสวยและสปา รวมกว่า 100 ร้าน อัพเดตใหม่ประจำเดือนพฤษภาคม ราคาเวาเชอร์เริ่มต้น 300 บาทขึ้นไป เก็บเวาเชอร์ไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงเมษายน 2564 พร้อมส่วนลดและสิทธิพิเศษสุดคุ้มมากมาย รวมพลังช่วยร้านด้วยการซื้อ #CovidReliefGiftVoucher เราได้ส่วนลด ร้านได้อยู่ต่อ ได้แล้ววันนี้บนเว็บไซต์และแอป Wongnai หรือคลิก รวมเวาเชอร์สู้ไปด้วยกัน CovidReliefGiftVoucher แคมเปญสุดพิเศษจาก Wongnai ที่ชวนทุกคนรวมพลังเซฟร้านและธุรกิจโปรดให้ได้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในการบริหารจัดการร้านช่วงวิกฤต โดยสิทธิพิเศษที่ผู้ซื้อ #CovidReliefGiftVoucher จะได้รับมีดังนี้ เวาเชอร์ช่วยร้านอาหารและบาร์ ร่วม #Saveร้านอาหาร โดย Pepsi, FWD MAX และ BrandThink เวาเชอร์ช่วยร้านอาหารทุกประเภทร้านนับตั้งแต่คาเฟ่ บาร์ ไปจนถึงร้านอาหารไฟน์ไดน์นิง เริ่มต้นตั้งแต่ 300 – 5,000 บาท จากกว่า 80 ร้าน อาทิ ครัวเจ๊ง้อ, Cuisine De Garden, เซ็งซิมอี้, La Dotta, Audrey Cafe, Beard Papa’s, Maguro, CHAR Bangkok, คำพูน และอีกมากมายให้ได้เลือกสรร ดูรายชื่อร้านทั้งหมดได้ที่ รวมเวาเชอร์ร้านอาหาร ลูกค้าจะได้มูลค่าแทนเงินสดพิเศษออนท็อปเพิ่มเติม สูงสุดถึง 40% เมื่อใช้ที่ร้าน และสามารถใช้แทนเงินสด เมื่อสั่งกลับบ้าน ตามเงื่อนไขของแต่ละร้านได้อีกด้วย รับเมนูพิเศษหรือของสมนาคุณจากร้านอาหาร (มีจำนวนจำกัดต่อวัน) เมื่อซื้อเวาเชอร์บนหน้าแรกบนแอปและเว็บไซต์ Wongnai ซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 และเก็บไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงเมษายน 2564 ตามเงื่อนไขของแต่ละร้าน เวาเชอร์นี้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือคืนเงินได้หลังจาก 7 วันนับจากวันที่ซื้อทุกกรณี เนื่องจากเราจะนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือร้านที่ได้รับผลกระทบ สำหรับสมาชิกแอปพลิเคชัน เอฟดับบลิวดี แมกซ์ ทุกท่านจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 100 บาท วาเชอร์ร้านเสริมสวยและสปา รับส่วนลดสูงสุด 80% อัพสวยได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เวาเชอร์ร้านเสริมสวยและสปาสุดคุ้ม มากกว่า 200 เวาเชอร์ จาก 40 ร้าน ครอบคลุมทุกความงามตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้ง ดัด ตัด ซอย ยืน ทำสีผม, ต่อขนตา, เลเซอร์หลุมสิว, ทำเล็บ, สครับผิว, โบท็อกซ์, เลเซอร์กำจัดขน ฯลฯ จากร้านเสริมสวยและสปาที่ได้รับมาตรฐาน ดูรายชื่อร้านทั้งหมดได้ที่ รวมเวาเชอร์ร้านเสริมสวยและสปา  รับส่วนลดสุดคุ้มเริ่มต้น 20% ไปจนถึงสูงสุด 80% ซื้อเวาเชอร์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปบนแอปและเว็บไซต์ Wongnai และเก็บไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงเมษายน 2564 ตามเงื่อนไขของแต่ละร้าน สำหรับสมาชิกแอปพลิเคชัน เอฟดับบลิวดี แมกซ์ ทุกท่านจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 100 บาท รวมพลังช่วยร้านด้วยการซื้อ #CovidReliefGiftVoucher เราได้ส่วนลด ร้านได้อยู่ต่อ ได้แล้ววันนี้บนเว็บไซต์และแอป Wongnai หรือคลิก รวมเวาเชอร์สู้ไปด้วยกัน #สู้ไปด้วยกัน

LINE MAN Wongnai

12 May 2020

LINE MAN Wongnai Rolls Out Same-sex Marriage Benefit, Supporting LGBTQ+ Employees

June is widely recognized as Pride Month which people across the globe celebrates gender diversity, LGBTQ+ rights, equality and inclusivity.  LINE MAN Wongnai prides itself as a company that brings together people of all ages and genders to collaborate under its core value ‘Respect Everyone’.   Anontawong Marukpitak, Vice President of People, LINE MAN Wongnai, said, “One of our most important corporate cultures is ‘Respect Everyone’.  We firmly believe in treating all employees, regardless of gender or age, with the same respect and fair opportunity to work.  Presently, around 10% of our employees are LGBTQ+ in which many of them are in the management positions.” He continued, “As a part of Pride Month, we’re celebrating diversity and gender equality by providing additional benefits to LGBTQ+ employees such as: 20,000 THB in support of same-sex marriage, similar to the benefit offering to heterosexual married couples, simply by submitting images from the wedding ceremony as proof The right to take up to 10 days off for adoption The right to take a 30-day surgery leave for trans person Anontawong further detailed LINE MAN Wongnai’s commitment to support the LGBTQ community by explaining, “We aim to make LINE MAN Wongnai a safe place for everyone by providing a working environment where everyone can be themselves and express their full talent, creativity, and potential. The LGBTQ+ workforce is one of our core strengths, thus we’re working on enhancing their benefits as the rest of our workforce.” LINE MAN Wongnai celebrates gender diversity and equality, highlighting the need to create an inclusive ‘Gender Neutral’ working environment that embraces differences and recruits based on people’s potential rather than gender.  For those who are interested to join us, please contact us at https://careers.lmwn.com/ 

LINE MAN Wongnai

27 May 2022

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022

ฟีเจอร์ต้องรู้ สร้างโปรโมชั่นบน LINE MAN ฟรี ด้วย Wongnai Merchant App

Wongnai แนะนำฟีเจอร์ใหม่ “โปรโมชั่น” ตอบโจทย์ร้านอาหารยุคเดลิเวอรี สามารถสร้างและจัดการโปรโมชั่นบน LINE MAN และ Wongnai เพื่อดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้ด้วยตัวเอง สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ดาวน์โหลด Wongnai Merchant App (WMA) แอปพลิเคชันรับออร์เดอร์เดลิเวอรีจาก LINE MAN ได้ทั้งระบบ iOS และ Android ฟรี ในยุคแห่งเดลิเวอรี “โปรโมชั่น” เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับธุรกิจร้านอาหารในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขาย ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ “โปรโมชั่น” บน Wongnai Merchant App (WMA) ให้เจ้าของร้านอาหารสามารถจัดการโปรโมชั่นได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1.เข้าสู่ Wongnai Merchant App (WMA) หลังเข้าสู่ Wongnai Merchant App (WMA) เรียบร้อยแล้ว คลิกไปที่ฟีเจอร์ “โปรโมชั่น” จากนั้นกด “เริ่มใช้งาน” ได้เลย 2.ระบบจะแสดงปุ่มให้ร้านกด “สร้างโปรโมชั่น” ระบบจะแสดงปุ่มให้ร้านกด “สร้างโปรโมชั่น” พร้อมกรอกข้อมูลการจัดโปรโมชั่นให้ครบถ้วน ได้แก่ ชื่อโปรโมชั่น, คำอธิบาย, ราคา, เพิ่มรูป, ระยะเวลาแสดงโปรโมชั่น, การจำกัดการใช้สิทธิ์, จำกัดจำนวนการซื้อต่อคน เป็นต้น 3.เมื่อกรอกเสร็จสิ้น ร้านสามารถเลือกเปิดใช้งานโปรโมชั่น เมื่อกรอกเสร็จสิ้น ร้านสามารถเลือกเปิดใช้งานโปรโมชั่น เพียงกด “เปิดใช้งาน” จากนั้นกด “สร้างโปรโมชั่น” เพียงเท่านี้ โปรโมชั่นก็จะแสดงให้ลูกค้ากดสั่งออร์เดอร์เดลิเวอรีได้บน LINE MAN และ Wongnai ทันที  นอกจากนี้ เจ้าของร้านอาหารยังสามารถจัดการข้อมูลโปรโมชั่นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การแก้ไข เปิด-ปิด หรือ ลบโปรโมชั่น เป็นต้น ซึ่งร้านที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ GP จะสามารถใช้ฟีเจอร์โปรโมชั่นได้ฟรีถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 สามารถเรียนรู้วิธีการสร้างโปรโมชั่นอย่างละเอียดได้ที่นี่  ดาวน์โหลด Wongnai Merchant App (WMA) แอปพลิเคชันรับออร์เดอร์เดลิเวอรีจาก LINE MAN ได้ทั้งระบบ iOS และ Android และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ค้นหา “Wongnai for Business” ผ่าน LINE Official Accounts หรือคลิกที่นี่ได้เลย  #WongnaiforBusiness #สู้ไปด้วยกัน #Saveร้านอาหาร

LINE MAN Wongnai

17 Apr 2020