LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ ผนึก Tinder แอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยมระดับโลก เปิดตัวแคมเปญ “หาคนกิน..กัน” ชวนกันกินของอร่อยแบบไม่ซ้ำร้านอาหารจากกว่า 700,000 ร้านทั่วไทย รับเทรนด์ FWB – Friends with B.. จะสถานะไหนก็กิน..ของอร่อย..ด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็น Friends with Boba Tea, Friends with Brunch หรือจะเป็น Friends with Burger พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ผ่านการรับประทานอาหารมื้อพิเศษที่หลากหลายไม่จำเจ 

LINE MAN และ Tinder ร่วมสร้างปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่อีกขั้นของความร่วมมือต่างแพลตฟอร์มที่ผสมผสานจุดแข็งของกันและกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การตลาดที่แปลกใหม่ และขยายฐานผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่ ๆ ให้กับแพลตฟอร์ม โดย Tinder แอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยมระดับโลก และเป็นแอปที่คนวัย 18-25 ปีทั่วโลกเลือกใช้เพื่อเชื่อมต่อกับคนใหม่ๆ ข้อมูลจากผลสำรวจเกี่ยวกับอนาคตการเดทจาก Tinder ระบุว่าคนกลุ่มอายุดังกล่าวกำลังมองหาความสัมพันธ์ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) เพื่อนคู่คิด (Companionship) 2) มิตรภาพ (Friendship) และ 3) ความสัมพันธ์แบบคนคุย (Situationship)* ที่ส่วนใหญ่เริ่มจากความเป็นเพื่อนเพื่อลดความกดดันและลดความคาดหวังในความสัมพันธ์ LINE MAN จึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านอินไซต์ในมิติด้านความสัมพันธ์ โดยพบว่าหนึ่งในเส้นทางการสร้างความสัมพันธ์มักเริ่มต้นด้วยการทานอาหารมื้อพิเศษร่วมกัน

แคมเปญ “LINE MAN x Tinder หาคนกิน..กัน” จะช่วยยกระดับประสบการณ์ให้กับการเดทหรือเริ่มต้นสานสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้คนได้ ผ่านการผสมผสานความเชี่ยวชาญของ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทยที่มีร้านอาหารทั่วประเทศไทยกว่า 700,000 ร้าน และมีจำนวนประเภทอาหารที่หลากหลาย ตอบโจทย์ในทุกช่วงเวลา ขณะที่ Tinder ในฐานะแพลตฟอร์มตัวกลางที่เชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยผ่านการสานสัมพันธ์กับผู้คนใหม่ ๆ ที่มีความชอบอะไรคล้ายกัน ซึ่งอาหารเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนโสดมากที่สุด และสถานที่สำหรับเดทแรกที่หลายคู่เลือกมักจะเป็นที่ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือสวนสาธารณะพร้อมสั่งอาหารไปรับประทานขณะพูดคุยกัน จึงตอกย้ำจุดยืนของแคมเปญที่ว่าทุกความสัมพันธ์เริ่มต้นด้วยของกินอร่อย ๆ 

ชวนทุกคนมาร่วม “หาคนกิน..กัน” ผ่านเมนูอาหารที่หลากหลาย และมื้อพิเศษแบบไม่ซ้ำใครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 23 กรกฎาคม 2566 โดยสามารถสั่งอาหารบน LINE MAN แล้วชวนคนที่ชอบ คนที่ใช่ มาสานสัมพันธ์ไปด้วยกัน เพราะไม่ว่าจะสถานะไหนก็ชวนกิน..กันได้ พร้อมรับโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ** ดังนี้ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด):

  • สำหรับทุกผู้ใช้ ใส่โค้ด “FWBMAX100” รับส่วนลด 10% มูลค่าสูงสุด 100.-** เมื่อสั่งขั้นต่ำ 200 บาท (จำกัดจำนวน 8,000 สิทธิ์)
  • สำหรับผู้ใช้ใหม่ ใส่โค้ด “FWB100” รับส่วนลดค่าอาหาร 100.-** เมื่อสั่งขั้นต่ำ 150 บาท (จำกัดจำนวน 5,000 สิทธิ์)
  • สำหรับทุกผู้ใช้ ใส่โค้ด “FWB” รับฟรีโปรโมโค้ดสำหรับ Tinder Plus เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อสั่งอาหารไม่จำกัดขั้นต่ำ (จำกัดจำนวน 8,000 สิทธิ์)

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมสนุกๆ บนโซเชียลมีเดียผ่าน Facebook, Twitter, Instagram และ TikTok ของตัวเองได้ตลอดทั้งแคมเปญ อาทิ

  • แชร์สถานะผ่าน LINE ผ่าน Gift Card “มากินกันป้ะ?” เมื่อสั่งอาหารบน LINE MAN
  • เล่น Instagram Filter “Random Food ชวน FWB กิน..กัน” ให้คุณแชร์ปุ๊ป แล้วชวนคนกินกันปั๊ป
  • ปัดขวาบน Tinder แล้วเลือก Tinder Vibes ที่ใช่ แล้วหาคู่แมตช์เพื่อทำความรู้จักกันต่อเลย!

ความร่วมมือของ LINE MAN และ Tinder ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการเดลิเวอรี ในการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับกลุ่มเป้าหมาย สร้างความแปลกใหม่และขยายฐานกลุ่มลูกค้าคนไทยให้กว้างขึ้น ผ่านการผสมผสานจุดแข็งของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อตอกย้ำว่าทุกความสัมพันธ์เริ่มต้นได้ด้วยของกินอร่อย ๆ สามารถค้นพบความหลากหลายของมื้ออาหารได้บน LINE MAN https://lineman.onelink.me/1N3T/3swig78q

*การสํารวจความคิดเห็นของคนโสดอายุระหว่าง 18-25 ปี ที่อยู่ในช่วงออกเดท จํานวน 4,000 คนในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดาและออสเตรเลีย ระหว่าง 21-25 เมษายน 2023 จัดทําโดย OnePoll ในนามของ Tinder

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

News Release View More

LINE MAN จับมือ Domino’s Pizza เดินเกมรุกทั่วไทย ผนึกกำลังเบอร์ 1 ขยายสาขา-จัดดีลเอ็กซ์คลูซีฟปั้นยอดโต

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ Domino’s Pizza แบรนด์พิซซ่าระดับโลก เดินเกมขยายสาขาใหม่กว่า 10 แห่ง ทั่วหัวเมืองหลักในไทย พร้อมให้บริการเดลิเวอรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น ในช่วงเปิดสาขา ตอกย้ำความแข็งแกร่งของทั้งสองแบรนด์ที่มุ่งมั่นยกระดับในการเสิร์ฟประสบการณ์ความอร่อยเข้าถึงทุกพื้นที่ พร้อมอัดโปรโมชันสุดคุ้มที่หาที่ไหนไม่ได้ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขยายตลาดของ Domino’s Pizza ไปยังต่างจังหวัด แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของพาร์ทเนอร์ชิประหว่างแบรนด์ระดับโลกกับหนึ่งในแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย ที่ให้บริการครอบคลุมใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และไรเดอร์อีกกว่า 100,000 คน เป็นแรงสำคัญทำให้ Domino’s Pizza สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มส่งอาหาร แต่คือ ‘พาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์’ ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย เราไม่เพียงแค่ให้บริการที่ครอบคลุม แต่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเชื่อมต่อผู้บริโภคให้กับ Domino’s Pizza ในการขยายธุรกิจไปยังพื้นที่ต่างๆ  และยังเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมเดลิเวอรีไทยเป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างร้านอาหารอย่างยั่งยืนอีกด้วย”  นอกเหนือจากศักยภาพของ LINE MAN ในฐานะพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์แล้ว Domino’s Pizza ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดพิซซ่าในไทยที่มีมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท จากตลาดร้านอาหารขายด่วน (QSR) ของไทยปีละกว่า 47,000 ล้านบาท จึงเปิดเกมรุกเดินหน้าขยายสาขา ด้วยการร่วมมือกับ LINE MAN เพื่อยึดหัวหาดในทุกเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวหรือพื้นที่ที่กำลังเติบโต โดยคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วย ผลักดันยอดขายเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 150 ล้านบาท ภายในปีแรกของการเปิดให้บริการร่วมกัน  คุณศิรัตน์ รัตนไพฑูรย์ CEO บริษัท เอธธิคอล กูร์เมต์ จำกัด ผู้มีสิทธิบริหารและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้ Brand Domino’s Pizza ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว กล่าวเพิ่มเติมว่า “การร่วมมือกันครั้งนี้ ถือเป็น Win-Win Situation อย่างแท้จริง LINE MAN คือพาร์ทเนอร์ที่ทำให้ Domino’s Pizza เข้าถึงผู้บริโภคในทำเลใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สร้าง Brand ให้เป็นที่รู้จักอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานความร่วมมือที่ให้ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ผมเชื่อว่าการร่วมมือครั้งนี้ จะสร้างบรรทัดฐานความร่วมมือแบบใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับร้านค้าที่อยู่ในช่วงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เหมือนอย่าง Domino’s Pizza ในปัจจุบัน ให้สามารถเจาะเข้าถึงลูกค้าในทำเลใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”  ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการตอกย้ำว่า LINE MAN คือผู้นำเบอร์ 1 ในตลาดเดลิเวอรีอย่างแท้จริงด้วยความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และการใช้อินไซต์ในการพัฒนาดีลและแคมเปญเฉพาะพื้นที่ ซึ่งนับเป็นตัวเปิดที่สำคัญที่ทำให้ Domino’s Pizza สามารถรุกตลาดเดลิเวอรีในไทยได้อย่างมั่นใจพร้อมลงสนามแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ทางยังพร้อมมอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และเข้าถึงผู้บริโภคในทุกมุมเมืองทั่วไทยอย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Apr 2025

LINE MAN RIDE ผลักดันคนขับขอใบขับขี่สาธารณะ–จดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะ ขานรับกฎหมายใหม่

LINE MAN RIDE เดินหน้าหนุนนโยบายกรมการขนส่งทางบก (DLT) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-Hailing) ผลักดันคนขับในระบบให้ดำเนินการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และนำรถยนต์ไปจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะ (รย.18) ตามกฎหมายที่กำหนด  คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “เราตอบรับนโยบายภาครัฐในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ Ride-Hailing ในประเทศไทย โดยส่งเสริมให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างถูกต้อง ทั้งจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้คนขับไปทำใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียน รย.18 อย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีคนขับในระบบของ LINE MAN RIDE ที่มีใบขับขี่สาธารณะแล้วประมาณ 10,000 คน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับการบริการร่วมกันของทั้งฝั่งคนขับและแพลตฟอร์ม” ทั้งนี้เพื่อให้คนขับสามารถดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก (DLT) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้อย่างสะดวก LINE MAN RIDE ได้ให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ ดังนี้ การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ LINE MAN RIDE ในการสนับสนุนให้คนขับปรับตัวและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างราบรื่น พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของการให้บริการ Ride-Hailing ที่โปร่งใสสำหรับผู้ใช้บริการ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

1 Oct 2025

LINE MAN และ LINE Pay ช่วยปัญหาโภชนาการเด็กห่างไกล เสริมความรู้ สร้างมื้อดี จับมือพันธมิตรมอบ 1.7 ล้าน ปูอนาคตที่ดีสู่เด็ก 100 โรงเรียนทั่วไทย

การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้ ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน  โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง “ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น  คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน  “เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา” ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย  “แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ” ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย *ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

14 Feb 2024

กรมพัฒน์ฯ จับมือ Wongnai สนับสนุน Wongnai Bangkok Restaurant Week 2019

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ Wongnai จัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ชวนคนชอบชิมร่วมลิ้มลองความอร่อย จากร้านอาหารระดับพรีเมียม Thai SELECT และร้านอาหารชั้นนำทั่วประเทศ กับ 3 คอร์สเมนูอาหาร (Appetizer, Main และ Dessert) ในราคา 999++ บาท โดยเริ่มจำหน่ายดีลออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม 2562 พร้อมรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมาย นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจร้านอาหารยังคงเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ โดยมูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ปี 2561 มีมูลค่ากว่า 420,000 ล้านบาท จากร้านอาหารในประเทศ จำนวน 231,916 ร้าน ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ทั้งการให้บริการภายในร้าน รสชาติอาหาร พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มโอกาส และช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยในวันที่ 14 มิถุนายน 2562 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ “Wongnai” จัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ภายใต้แนวคิด “Local Produce” คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นจากไทยสู่จานอาหารในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมเปิดดีล 3 คอร์สเมนูอาหาร (Appetizer, Main และ Dessert) ในราคา 999 บาท (ไม่รวม VAT และ Service Charge) กับร้านอาหาร Thai SELECT ได้แก่ ร้าน Blue Elephant, เสน่ห์จันทน์, ครัวภัทรา สุริยาศัย, Royal Osha และ ชมจันทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารชั้นนำอีกมากมาย โดยสามารถจองดีลผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai ได้ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม -11 สิงหาคม 2562 เพื่อส่งเสริมให้นักชิมร่วมสนับสนุนร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพ และบอกต่อถึงรสชาติอันละเมียดละไม และยังเป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และยกระดับธุรกิจบริการของไทยอีกด้วย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่าจากข้อมูลเทรนด์ร้านอาหาร ปี 2562 และพฤติกรรมผู้บริโภคนี้ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จำนวนร้านอาหารเปิดใหม่นั้นยังสอดคล้องไปกับความสนใจของผู้บริโภค อ้างอิงจากจำนวนการค้นหาร้านอาหาร รีวิว และรูปภาพจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 10 ล้านครั้ง บนฐานข้อมูลของ Wongnai แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยกินอาหารนอกบ้านเฉลี่ยเดือนละ 56 ครั้งต่อเดือน และผู้บริโภคเริ่มมีการสั่งอาหารเดลิเวอรีมากขึ้น ซึ่งงาน Bangkok Restaurant Week เกิดจาก Wongnai ต้องการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงร้านอาหารให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และที่ผ่านมาพบว่าร้านอาหารหลายร้าน รวมถึงเชฟหลายท่านหันมาใช้ “Local Produce” หรือผลผลิตในท้องถิ่นกันมากขึ้น จึงตั้งใจรวบรวมร้านดังที่โดดเด่นเรื่องการใช้วัตถุดิบไทยเป็นหลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มเกษตรกรไทยให้มีรายได้ และมีกำลังใจในการสร้างผลผลิตต่อไป ประกอบกับในปีนี้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ Wongnai ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ในปีนี้งาน Bangkok Restaurant Week 2019 จึงถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Local Produce” โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทางธุรกิจดังต่อไปนี้ บัตรเครดิต UnionPay, บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์, dtac reward และ Strongbow ตามลำดับ การจัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในห่วงโซ่ Supply Chain ของธุรกิจร้านอาหาร โดยเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เพื่อเพิ่มยอดขายกับผู้ประกอบการร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเข้าถึงอาหารรสชาติดี คุณภาพชั้นเยี่ยม ราคาย่อมเยา จากร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย “การปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ พร้อมหาโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ รวมถึงหาพันธมิตรสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ตกเทรนด์” ท่านรองอธิบดีกล่าวสรุป สำหรับผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Restaurant Week 2019 ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai, เว็บไซต์ https://www.wongnai.com/restaurantweek หรือ Facebook Fanpage www.facebook.com/Wongnai สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5962 และ www.dbd.go.th

LINE MAN Wongnai

28 Jun 2019