LINE MAN เผยสถิติยอดออเดอร์ร้านน้ำแข็งไส-บิงซูเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เปิดโผรสชาติน้ำแข็งไส-บิงซูมาแรงที่ถูกสั่งสูงสุด ได้แก่ รสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ คาดเป็นเมนูฮิตติดเทรนด์ต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าร้อน

ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศา ร้อนกว่าปีที่แล้วทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไสเมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในหน้าร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น สำหรับปีนี้ยอดออเดอร์เดลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัว* ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ

ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซู กว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จ.พัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จ.น่าน และ ร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย 9 จ.นครศรีธรรมราช

นายวทัญญู ชุติศิลป์ เจ้าของร้านขนมหวาน ถิงถิง บิงซูน้ำขิง  กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อนปีนี้พบว่าเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูที่ถูกสั่งผ่านเดลิเวอรีเติบโตขึ้นอย่างมาก พบว่าช่วงเวลาที่ผู้คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ช่วงหลังมื้อเย็นเป็นต้นไป เนื่องจากน้ำแข็งไสเป็นเมนูขนมหวานที่ต้องรับประทานแบบไม่เร่งรีบเพื่อใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จุดเด่นของร้านเรานอกจากการเลือกท้อปปิ้งได้เองแล้ว คือเรื่องการจัดส่งที่ดีที่สุด โดยทางร้านมีการออกแบบแพคเกจถุงเก็บความเย็นที่ทดลองแล้วว่าเมื่อถึงมือผู้บริโภคน้ำแข็งไสยังคงสภาพปกติพร้อมทาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการสั่งเมนูน้ำแข็งไสไปทานที่บ้านก็เหมือนการมาทานที่หน้าร้าน ทั้งนี้ การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีถือเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไ้ด้เพิ่มขึ้นและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ 

นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังเปิดเผยสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปืนฉีดน้ำ, น้ำแข็ง, พวงมาลัย, ซองกันน้ำ และผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นสงกรานต์ สะท้อนกระแสคึกคักของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ได้เป็นอย่างดี

 *ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2565 และวันที่ 1-15 เมษายน 2566

News Release View More

เทศกาลไหว้พระจันทร์คึกคัก! LINE MAN โชว์ออร์เดอร์ขนมไหว้พระจันทร์พุ่งกว่า 12 เท่า “ไส้หมอนทองไข่แดงเค็ม” ติดโผขายดีสุด 

LINE MAN เผยสถิติยอดออร์เดอร์ขนมไหว้พระจันทร์ พุ่งกว่า 12 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รับเทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 65 เปิดโผไส้ขนมไหว้พระจันทร์ที่ขายดีที่สุดปีนี้ ได้แก่ ไส้หมอนทองไข่แดงเค็ม ไส้หมอนทองล้วน ไส้เม็ดบัวไข่แดงเค็ม ตามด้วยไส้โหงวยิ้งไข่แดงเค็ม  เทศกาลไหว้พระจันทร์ถือเป็นเทศกาลใหญ่อันดับ 3 ของคนไทยเชื้อสายจีน รองจากเทศกาลตรุษจีนและสารทจีน แม้ว่าปัจจุบันขนมไหว้พระจันทร์ซึ่งเป็นขนมที่นำมาบูชาพระจันทร์ และเป็นตัวแทนของความกลมเกลียวสามัคคี จะมีการวางขายตลอดทั้งปี แต่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ก่อนเข้าสู่วันไหว้พระจันทร์ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 10 กันยายน เป็นช่วงที่มียอดออร์เดอร์ขนมไหว้พระจันทร์ที่สั่งผ่าน LINE MAN เพิ่มสูงขึ้น 12 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2564 โดยพื้นที่ที่มียอดการสั่งซื้อสูงที่สุด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และชลบุรี จากจำนวนร้านที่ขายขนมไหว้พระจันทร์บน LINE MAN ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 3,000 ร้าน พบ 5 ร้านขนมไหว้พระจันทร์ยอดฮิตของคนไทยที่มีการสั่งซื้อสูงที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แก่ S&P, River Cafe & Terrace กรุงเทพฯ, Gourmet Eats กรุงเทพฯ, สุภัสสรณ์ โอชา จังหวัดตรัง และเชียงการีล่า เฮ้าส์ กรุงเทพฯ แม้ว่าวันไหว้พระจันทร์จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่เมนูขนมไหว้พระจันทร์ยังคงขายได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงราวสิ้นเดือนกันยายน เป็นอีกหนึ่งเมนูประจำเทศกาลที่บรรดาโรงแรม ภัตตาคารชั้นนำ หรือร้านกาแฟได้ออกไอเดียสร้างสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์ในรสชาติที่หลากหลายและสวยงาม เพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญแก่คนที่ห่วงใยตลอดช่วงเทศกาล

LINE MAN Wongnai

13 Sep 2022

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022

LINE MAN Unveils New Positioning: “Everyday Lowest Prices” with No Subscription Needed

LINE MAN strengthens its leadership in food delivery by investing over THB 300 million, unveiling its new brand positioning, “Everyday Lowest Prices”, which doesn’t require any package subscription. The promotions include Free Delivery, Hot Deals, and Stackable Discounts, allowing customers to enjoy meals from over 700,000 restaurants nationwide at unbeatable prices. Additionally, ‘Moon,’ a familiar LINE MAN character is introduced as the brand ambassador. Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai stated, “The Thai food delivery market continues to grow. LINE MAN now serves over 10 million users monthly with more than 100,000 riders across all 77 provinces in Thailand. We are the only food delivery service in the country that covers over 328 districts, with an area growth of more than 50% compared to two years ago, and continue to expand. LINE MAN is the real food master with the wide selections of 700,000 restaurants nationwide: from street food, traditional authentic restaurants, national restaurant chains, and trendy eateries. Today’s consumers are concerned about the cost of living and find the best value for online shopping. That’s why we redefine our brand positioning with the slogan of “Everyday Lowest Prices”. We allocate more than THB 300 million marketing budget for discount coupons, TV campaign advertisement, online and offline marketing communications activities in Bangkok’s business districts. We also introduce the mascot ‘Moon,’ a character well-known from our riders’ uniforms and boxes, as our brand ambassador. The campaign is expected to drive a 25% sales increase in Q4 2024.” At the launch event, “Moon” invited a number of celebrities to join in announcing the “Everyday Lowest Prices” campaign. These included Kongthap Peak, Mint Ranchrawee, Offroad Kantapol, Keng Harit, Engfa Waraha, and Bam Pitipat. The event also featured fun activities with plenty of prizes up, as well as exciting concerts from PURPEECH and Whal & Dolph. LINE MAN offers the combination of three-level discounts in a single order, providing the lowest prices without discount subscriptions Experience the “Everyday Lowest Prices” with no subscription needed on LINE MAN from today onwards. For more details, please visit https://www.facebook.com/linemanth/ *Terms and Conditions apply For press inquiries, please contact LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected]

LINE MAN Wongnai

4 Oct 2024

MG โชว์ i-SMART พลิกไลฟ์สไตล์การขับขี่ มาแผนที่ความอร่อย กับ Wongnai

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราใช้เวลาในรถยนต์มากพอ ๆ กับอยู่บ้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะขับไปทำงาน ไปห้างสรรพสินค้า ไปออกกำลังกาย และกิจกรรมอีกมากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่รถยนต์หลาย ๆ ค่ายในปัจจุบันเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสะดวกสบายของผู้ขับขี่มากขึ้น MG แบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ไม่หยุดเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยียานยนต์จะต้องสอดคล้องและกลมกลืนกับทุกจังหวะไลฟ์สไตล์ของลูกค้าจึงเป็นที่มาของรถสั่งด้วยเสียงด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะใหม่ที่มีชื่อว่า “i-SMART” จุดเด่นของระบบ i-SMART ของ MG อยู่ที่ความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยได้เป็นครั้งแรกของโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา Smart Car ที่มาช่วยยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคไอที นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ยังเข้าถึงการเชื่อมต่อออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตของผู้ขับขี่แบบสุด ๆ ด้วย SMART CONNECT เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ให้สนุกได้ไม่รู้จบ ทั้ง Online Music ฟังเพลงฮิตทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านเพลง และ Food & Travel Guide แนะนำร้านเด็ดจาก Wongnai เป็นต้น และสั่งการทุกฟังก์ชันได้ดั่งใจและแม่นยำด้วย SMART COMMAND โดยเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถควบคุมและสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) เป็นภาษาไทย เริ่มต้นการใช้งานง่าย ๆ เพียงแค่พูดว่า “Hello MG” โดยฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ เช่น การโทรออกเพียงพูดชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ เปิด – ปิด หรือเปลี่ยนเพลงได้ตามต้องการ หรือแม้กระทั่งการเปิด – ปิดซันรูฟ (Sunroof) รวมถึงหน้าต่างฝั่งคนขับได้ แถมยังสั่งการผ่าน Smartphone และแท็ปเลตได้อีกด้วย  เรียกได้ว่าเป็นการเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับรถยนต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุค 4.0 อย่างแท้จริง เพื่อให้การใช้ชีวิตของผู้บริโภคสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับระบบใหม่นี้เขาจะมาพร้อมกับรถยนต์ MG รุ่นใหม่ทุกรุ่นเลย และ 29 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายนนี้ เตรียมพบกับระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-Smart ได้ในงาน MG Expo 2018 ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือใครที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mgcars.com หรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์ MG ได้ที่ MG Call Center โทร 1267 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นะจ๊ะ!

LINE MAN Wongnai

31 Jul 2019