หลังจากที่ LINE MAN เปิดสถิติที่สุดแห่งปีด้าน อาหารไปแล้วนั้น ครั้งนี้ LINE MAN มัดรวมเรื่องเด็ดที่น่าสนใจจากพฤติกรรมผู้ใช้ทั้งกิน ช้อป และเดินทางตลอดปี 2023 ผ่านบริการอื่น ๆ บน LINE MAN ทั้งบริการส่งสินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ ย้ำภาพผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของคนไทยกับบริการครอบคลุมตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

เทรนด์มูเตลูมาแรงสุดขีด “ของไหว้พระ-เทพ” ยอดสั่งออนไลน์พุ่งกระฉูดบน LINE MAN MART

ปี 2023 เป็นปีที่เทรนด์มูเตลูมาแรงสุดขีด พบพฤติกรรมของคนไทยที่สนใจเรื่องการมูเตลูที่เปลี่ยนไปตั้งแต่การดูดวงออนไลน์ การทำบุญออนไลน์ รวมไปถึงการเตรียมของไหว้ออนไลน์ สอดคล้องกับสถิติจากบริการ LINE MAN MART ที่เปิดเผยว่าสินค้าในหมวดของไหว้พระ-เทพมียอดสั่งรวมทั้งปีกว่า 660,000 ชิ้น โตพุ่ง 63% เมื่อเทียบกับปีก่อน อีกทั้งในปี 2023 มีอีเวนท์สำคัญทางโหราศาสตร์และเทพฮินดูเกิดขึ้นตลอดทั้งปี ทำให้เหล่าสายมูแห่สั่งของไหว้เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนทำพิธี สร้างปรากฏการณ์ยอดออร์เดอร์ออนไลน์พุ่งทะลุ ไม่ว่าจะเป็น 

  • วันดาวพฤหัสย้าย (19 เม.ย.) ถือเป็นดาวที่โดดเด่นในเรื่องของการงาน ความสำเร็จ และมั่งคั่ง มียอดออเดอร์ดอกดาวเรืองโตสูงถึง 130% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า 
  • วันพระราหูย้าย (17 ต.ค.) วันที่เป็นจุดเปลี่ยนดวงชะตาแต่ละราศี ก็ทำให้ยอดออร์เดอร์ของดำ 8 อย่าง รวมโตสูงขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า 
  • วันวาราลักษมีวรัทตัม (25 ส.ค.) วันมงคลในการขอพรความรักจากพระแม่ลักษมี ดันยอดออเดอร์ดอกกุหลาบเพิ่มขึ้น 20%  เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า  

ปัจจุบัน LINE MAN MART มีร้านค้ารายย่อยหลากหลายประเภทสินค้าบนแพลตฟอร์มมากกว่า 25,000 ร้าน และใช้เวลาเฉลี่ยในการจัดส่งเพียง 17 นาที ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการสินค้าทันที

LINE MAN MESSENGER คู่หูแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ตัวจริง ซื้อขายส่งเร็วทั่วไทย

บริการ LINE MAN MESSENGER ในปี 2023 พบผู้ใช้บริการบ่อยที่สุดถึง 15,030 ครั้ง คิดเป็นระยะทางรวมกว่า 148,300 กิโลเมตร หรือเท่ากับระยะทางวิ่งรอบโลกได้ 3.7 รอบ โดยหมวดหมู่สิ่งของมาแรง 3 อันดับแรกที่คนไทยส่งผ่านบริการ MESSENGER มากที่สุด ได้แก่ 

  • ส่งเอกสาร ทะยานขึ้นท็อปอันดับหนึ่ง หลังจากอัปเดตบริการเสริมของ LINE MAN MESSENGER ให้ผู้ใช้สามารถฝากไรเดอร์ช่วยวางบิล ส่งเอกสาร ขอลายเซ็น เดินขึ้นอาคาร ทำให้การส่งเอกสารผ่านบริการนี้กลายเป็นตัวเลือกท็อป ๆ ของคนทำงาน เพราะสะดวก ปลอดภัยและประหยัดเวลา
  • ส่งอาหารและเครื่องดื่ม ชื่นมื่นทุกเทศกาล ไม่ว่าจะโอกาสหรือเทศกาลไหน คนไทยก็นิยมสั่งอาหาร ขนม และเครื่องดื่มมาเลี้ยงฉลอง รวมถึงมอบเป็นของขวัญในวาระโอกาสต่าง ๆ แทนความรู้สึกให้กันเสมอ 
  • เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่น จะวันไหนก็ต้องปัง เทรนด์การช้อปออนไลน์วันนี้ไปไกลกว่าแค่การรอสินค้า 1-3 วัน แต่ความต้องการของคนอยากได้ของเร็วขึ้นภายใน 1 วัน ทำให้ LINE MAN MESSENGER สามารถตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ได้ทันที ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็มีทางเลือกส่งของถึงมือลูกค้าที่รวดเร็วและวางใจได้

LINE MAN TAXI เผยท็อป 3 ปลายทางยอดฮิตแห่งปี

ทางด้านบริการ LINE MAN TAXI เรียกแท็กซี่ไว้ใจได้ รับส่งถึงที่ให้บริการครอบคลุมกรุงเทพมหานคร และเขตพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงรวม 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร เผยสถิติพบว่า 3 อันดับปลายทางที่คนเรียกแท็กซี่ไปส่งมากที่สุด คือ ห้างสรรพสินค้า, สถานีรถไฟฟ้า BTS/MRT/Airport Link และโรงเรียน/มหาวิทยาลัย 

ขณะที่ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ สถานที่แฮงค์เอาท์ที่ถูกปักหมุดปลายทางมากสุด ได้แก่ ทองหล่อ เอกมัย และข้าวสาร ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 90% นอกจากนี้เทศกาลวันหยุดยาวที่คนไทยเรียกแท็กซี่ไปสนามบินมากที่สุดแห่งปี คือ เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ และวันหยุดต่อเนื่องในเดือนตุลาคม

LINE MAN มุ่งมั่นสร้างความสุขให้ผู้ใช้ในทุกปีผ่านบริการที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ไม่ใช่แค่บริการฟู้ดเดลิเวอรีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงส่งสินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ พร้อมนำอินไซต์พฤติกรรมมาพัฒนาคุณภาพบริการ โปรโมชันที่คุ้มค่าเพื่อตอบโจทย์คนไทยทั่วประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  

ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN และ LINE Pay ช่วยปัญหาโภชนาการเด็กห่างไกล เสริมความรู้ สร้างมื้อดี จับมือพันธมิตรมอบ 1.7 ล้าน ปูอนาคตที่ดีสู่เด็ก 100 โรงเรียนทั่วไทย

การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้ ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน  โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง “ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น  คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน  “เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา” ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย  “แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ” ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย *ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

14 Feb 2024

LINE MAN RIDE จับมือ ไอทีพีพี เดินหน้าขยาย “LINE MAN EV” บริการรถยนต์ไฟฟ้า

LINE MAN RIDE ร่วมมือกับ บริษัท ไอทีพีพี จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “LINE MAN EV” นำรถยนต์ไฟฟ้า BYD มาให้บริการ เพื่อยกระดับรถแท็กซี่ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สนับสนุนนโยบายสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่และผู้ใช้บริการอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้ LINE MAN RIDE ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลักในการให้บริการเรียกรถยนต์ไฟฟ้า (EV Taxi) ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า BYD รุ่น E6 ในรูปแบบการเช่าระยะยาว 5 ปี เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ผู้ขับขี่บนแอปฯ ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดในภาคขนส่ง ซึ่งการนำแท็กซี่ไฟฟ้ามาให้บริการเชิงพาณิชย์ผ่านแพลตฟอร์ม LINE MAN ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการเดินทางเมื่อเทียบกับรถแท็กซี่ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม พร้อมช่วยลดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในเขตเมือง และส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โครงการ “LINE MAN EV” สะท้อนความมุ่งมั่นของ LINE MAN ในการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และนวัตกรรมการเดินทาง เพื่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่และผู้ใช้บริการในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจร่วมสมัครขับรถยนต์ EV กับ LINE MAN RIDE สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่LINE Official Account: @linemanev ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

21 Jan 2026

LINE MAN จัดทริปสุดอบอุ่นให้ไรเดอร์และคุณแม่ ตอบแทนความทุ่มเทเพื่อครอบครัว ในวันแม่แห่งชาติ

LINE MAN จัดกิจกรรม “พาแม่เที่ยว 1 วัน ฟินทั่วกรุง” เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ เพื่อมอบช่วงเวลาแห่งความสุขและตอบแทนความทุ่มเทของเหล่าไรเดอร์ที่ทำงานเพื่อครอบครัว ตอกย้ำกลยุทธ์ครอบครัวคือแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุด สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนไรเดอร์ด้วยความเข้าใจในชีวิตจริงอย่างรอบด้าน  กิจกรรมในครั้งนี้ ได้คัดเลือกไรเดอร์ 5 ท่าน จากการส่งเรื่องราวความผูกพันที่มีต่อคุณแม่ เพื่อให้ได้พาคุณแม่มาร่วมทริปเพื่อใช้เวลาคุณภาพและสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจด้วยกันหนึ่งวันเต็ม โดยไรเดอร์และคุณแม่จะได้แต่งกายในชุดไทยเข้าสักการะพระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล ต่อด้วยการรับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษริมแม่น้ำเจ้าพระยา และปิดท้ายวันด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปร้อยลูกปัด ณ บ้านศิลปิน คลองบางหลวง คุณภัทรศยา รักษาราษฎร์ ตัวแทนไรเดอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้เล่าถึงความรู้สึกว่า “ตอนนี้เป็นไรเดอร์ LINE MAN มาแล้ว 4 ปี ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่จะวิ่งงาน เพื่อหารายได้มาจุนเจือตัวเองและครอบครัวเป็นหลัก จึงไม่ค่อยมีเวลาพาแม่ไปเที่ยว วันนี้เป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้ตอบแทนท่านด้วยทริปเที่ยวกรุงเทพ 1 วัน ถือว่าได้พักงานแล้วยังได้ใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับแม่ เพราะแม่ก็แก่ลงทุกปี ทำให้รู้สึกมีแรงกำลังใจในการทำงานในทุกๆ วัน ตั้งแต่เป็นไรเดอร์มาก็เห็นว่า LINE MAN มีกิจกรรมเพื่อไรเดอร์ตลอด ทั้งอบรมขับขี่ปลอดภัย การตรวจสุขภาพฟรี หรือกิจกรรมที่ให้ไรเดอร์ได้ไปกินข้าวร่วมกันเพื่อสร้างมิตรภาพดีๆ สิ่งเหล่านี้คือความใส่ใจที่ทำให้ไรเดอร์รู้สึกว่าไม่ได้ทำงานคนเดียว เพราะมีคนคอยดูแลอยู่เสมอ ทั้งหมดทำให้รู้สึกว่า LINE MAN เป็นเหมือนอีกครอบครัวหนึ่ง ที่คอยสนับสนุนและอยู่เคียงข้างกัน” คุณฉัตตริน ช้างมา ตัวแทนไรเดอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวเสริมว่า “การได้มาเป็นไรเดอร์ LINE MAN เปลี่ยนชีวิตผมและครอบครัวไปเลย เมื่อก่อนครอบครัวเราค่อนข้างลำบาก ทำให้คุณแม่ไม่ค่อยได้ทานของดีๆ และแทบไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย แต่พอได้มาขับ LINE MAN ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นมาก เราสามารถดูแลท่านได้เต็มที่และการได้เห็นรอยยิ้มของท่านคือความสำเร็จที่ผมภูมิใจที่สุด ยิ่งพอ LINE MAN มีกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ยิ่งเป็นการเติมเต็มความฝันในการได้พาแม่ไปเที่ยว ผมรู้สึกขอบคุณที่บริษัทมองเห็นและให้ความสำคัญกับครอบครัวของไรเดอร์ เป็นกำลังใจที่ดีที่สุดที่ทำให้เราอยากออกไปทำงานเพื่อสร้างอนาคตให้ดียิ่งขึ้น” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “หัวใจสำคัญในการดูแลไรเดอร์ของเราคือการรับฟังและเข้าใจ เราทราบดีว่าเบื้องหลังการทำงานหนักของไรเดอร์ทุกคน คือความฝันที่อยากจะเห็นครอบครัวและคนที่รักมีชีวิตที่ดีขึ้น กิจกรรมในวันนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสให้พวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกัน เรามองความสุขและกำลังใจของไรเดอร์เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้รายได้ และยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการดูแลพาร์ทเนอร์ของเราอย่างรอบด้าน เรามีกิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับครอบครัวในทุกวันสำคัญอย่างต่อเนื่องทุกปี เช่น วันแม่เมื่อปีที่ผ่านมาเราพาไรเดอร์และคุณแม่ไปดินเนอร์บนเรือสำราญ ชมบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนั้นยังมี วันพ่อ วันเด็ก และวันวาเลนไทน์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในรูปแบบการทานข้าวมื้อพิเศษด้วยกัน พาไปเที่ยวสวนสัตว์ การเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน การมอบทุนการศึกษาให้บุตรหลาน ฯลฯ โดยกิจกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นจากการโหวตของไรเดอร์ และทีมงาน LINE MAN จะเป็นคนดูแลเรื่องกิจกรรมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด” LINE MAN มุ่งสร้างความมั่นคงในชีวิตไรเดอร์ผ่านโครงการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐมากมาย เช่น โครงการตรวจสุขภาพฟรี การฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัย และประกันอุบัติเหตุฟรีทุกเที่ยวการขับขี่ รวมไปถึงการสร้างสรรค์โครงการที่เข้าใจชีวิตของพาร์ทเนอร์คนขับอย่างรอบด้านต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพาร์ทเนอร์ของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตกับครอบครัว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

8 Aug 2025

Rabbit Crossing จับมือ LINE MAN รณรงค์ไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย 

Rabbit Crossing ทางกระต่าย โดยกลุ่มเพื่อนหมอกระต่าย จับมือ LINE MAN รณรงค์การใช้รถใช้ถนน ให้ไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ลดอุบัติเหตุ ผ่านการสื่อสาร 3 ข้อ ได้แก่ ชะลอความเร็ว หยุดรถให้คนข้ามถนน และอย่าแซงบริเวณทางม้าลาย พร้อมตั้งเป้าให้ไรเดอร์ร่วมสนับสนุนโครงการผ่านการติดสติกเกอร์เพื่อเตือนสติผู้ใช้ถนนเคารพกฎจราจร สร้างสังคมที่ปลอดภัย หมอเจี๊ยบ – ลลนา ก้องธรนินทร์ ตัวแทนกลุ่มเพื่อนหมอกระต่าย เปิดเผยถึงความร่วมมือกับ LINE MAN ว่า “หลังจากที่หมอกระต่ายประสบอุบัติเหตุขณะข้ามทางม้าลายและเป็นข่าวดังเมื่อหลายเดือนก่อน พวกเรากลุ่มเพื่อนหมอกระต่ายได้ร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ในเรื่องการขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนนกับหลายหน่วยงาน ซึ่ง LINE MAN ถือเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีรายแรกที่ให้การตอบรับเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ เพื่อให้ไรเดอร์ของ LINE MAN ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจทุกการเดินทางบนท้องถนน ลดอุบัติเหตุตามจุดสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะทางม้าลาย และร่วมกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางทีม Rabbit Crossing ได้ทำเพลงเพื่อรณรงค์ทางม้าลายปลอดภัยขึ้นมา 2 เพลง ชื่อเพลงนิทานของม้าลายที่มีเนื้อหาความล้มเหลวของทางม้าลายในการทำหน้าที่ปกป้องคนเดินถนนให้ปลอดภัย และเพลงแตะเบรคที่กระตุ้นให้ผู้ขับขี่เข้าใจหน้าที่ของตนในฐานะคนขับให้ขับอย่างปลอดภัย โดยทั้งสองเพลงจะเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook และ Instagram ของทีม Rabbit Crossing ในเดือนมิถุนายนนี้” ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มีไรเดอร์จำนวนมากบนท้องถนนโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่ ซึ่งเราตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ของไรเดอร์ ดังนั้นความร่วมมือกับทีม Rabbit Crossing ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้ามาช่วยกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่ไรเดอร์ให้หยุดรถทางม้าลายทุกครั้ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อคนเดินถนน โดยเฉพาะคนเดินถนนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากที่สุด โดยตั้งใจสื่อสารไปยังไรเดอร์ 3 ข้อ ได้แก่ 1) ชะลอความเร็วก่อนถึงทางม้าลาย 2) หยุดให้คนเดินข้ามทางม้าทุกครั้ง และ 3) อย่าขี่รถแซงบริเวณทางม้าลาย ผ่านวิดีโอที่จะเผยแพร่บนช่องทางสื่อสารกับไรเดอร์โดยตรง” “นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการผลิตสติกเกอร์ ‘จอดให้ข้ามที่ทางม้าลาย’ โดยตั้งเป้าแจกให้กับไรเดอร์กว่า 1 หมื่นคนโดยเริ่มจากในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เป็นเครื่องหมายเตือนสติแก่ไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นและเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนนที่พบเห็นสติกเกอร์โครงการบนกระเป๋า LINE MAN ไปพร้อมๆ กัน เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบริเวณจุดข้ามถนนทางม้าลาย และเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนเคารพกฎจราจร” ดร.มาลียา กล่าวทิ้งท้าย

LINE MAN Wongnai

30 May 2022