Wongnai ผู้นำไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มและข้อมูลร้านอาหารของไทย เดินหน้าสานต่อเทศกาลดีลร้านอาหารสุดยิ่งใหญ่ประจำปีที่ทุกคนรอคอย “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022: Experience the Best” จัดเต็มเสิร์ฟความสุขสุดคุ้มให้คนไทยได้ฟินด้วยดีลที่ดีที่สุด กับพันธมิตรร้านอาหารชื่อดังกว่า 80 ร้านเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม Ecosystem ธุรกิจร้านอาหารให้เติบโต จับมือบัตรเครดิตซิตี้มอบส่วนลดสุดพิเศษให้กับนักกินได้สัมผัสประสบการณ์สุดฟิน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคมนี้

ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปลายปีของคนไทย กับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022”  เทศกาลดีลร้านอาหารที่มีมาอย่างต่อเนื่อง 7 ปี โดยในครั้งนี้มาในธีม Experience the Best ที่รวมร้านดังมาไว้ในเทศกาลครั้งนี้กว่า 80 ร้าน ทั้งร้านอาหารไทย, ฝรั่งเศส, อิตาเลียน, ญี่ปุ่น และอื่น ๆ อาทิ J’AIME by Jean-Michel Lorain, Rang Mahal, Uraki Sushi, Teppen, Scalini, Copper Buffet, EL TORO, Praya Dining, Burapa Easten Thai Cousin ฯลฯ ที่ต่างคัดสรรซิกเนเจอร์เมนูและเมนูพิเศษมาเสิร์ฟความสุขให้คนไทยอย่างพร้อมเพรียง  

คุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา ประธานเจ้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า Wongnai เล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนร้านอาหารและต้องการให้คนไทยมีความสุขไปกับทุกมื้ออาหารในทุกช่วงเวลา ในฐานะผู้นำไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มและข้อมูลร้านอาหารของไทย อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังถือเป็นหนึ่งใน Food Destination ที่โดดเด่นไม่แพ้ชาติอื่น จึงเป็นที่มาของการจัด Wongnai Bangkok Restaurant Week ขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในตลอด 7 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบัน Wongnai Bangkok Restaurant Week ได้กลายเป็นแคมเปญที่ช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์อุตสาหกรรมร้านอาหารและเพิ่มรายได้ให้กับร้านอาหารมาอย่างต่อเนื่อง 

“เทศกาลดีล Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022: Experience the Best ในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมดีลที่คุ้มที่สุดจากร้านอาหารชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ มากกว่า 80 ร้าน ซึ่งเชื่อว่าจะถูกใจคนที่กำลังมองหาดีลพิเศษสำหรับการเฉลิมฉลองในเทศกาลความสุขส่งท้ายปลายปี ด้วยการสัมผัสประสบการณ์สุดพรีเมียมที่จะเติมเต็มความสุขด้วยเมนูสุดสร้างสรรค์จากร้านอาหารชื่อดัง ประกอบกับความความตั้งใจของ Wongnai ในการสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารและ Ecosystem ของธุรกิจร้านอาหารให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

สำหรับการการกลับมาในครั้งนี้ของ “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” ได้ร่วมมือกับบัตรเครดิตซิตี้ ในฐานะผู้นำด้านสิทธิประโยชน์ด้านร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่คนไทยในการจับจ่ายเลือกสรรดีลสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 80 ร้าน พร้อมส่วนลดสุดพิเศษมากมายเพื่อให้ทุกคนได้อิ่มเอมกับสิทธิประโยชน์แบบคุ้มค่ามากขึ้น

ด้านคุณสุภวรรณ ลีไตรรงค์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะผู้นำด้านสิทธิประโยชน์ด้านร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ บัตรเครดิตซิตี้ได้คัดสรรสิทธิประโยชน์เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดแก่สมาชิกบัตรฯ อย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมมือกับ Wongnai ในฐานะ exclusive partner ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำความตั้งใจของเรา ในการมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรฯ ในการจับจ่ายเลือกสรรร้านอาหารในราคาสุดคุ้ม เพื่อต้อนรับการกลับมาของบรรยากาศการกินดื่มนอกบ้านอีกครั้งหลังสถานการณ์ต่างๆ เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ 

โดยสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้สามารถรับสิทธิประโยชน์การซื้อดีลต่าง ๆ ในเทศกาลอาหาร “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” รับส่วนลดสูงสุด 18% ตั้งแต่วันนี้- 31 ตุลาคมนี้ (เงื่อนไขส่วนลดมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามบริษัทกำหนด)

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อดีลสุดพิเศษในเทศกาล “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” ได้ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai และสามารถดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wongnai.com/restaurantweek ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคมนี้ โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง วันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น

เกี่ยวกับ Wongnai Bangkok Restaurant Week
Wongnai Bangkok Restaurant Week คือ เทศกาลดีลร้านอาหารที่เน้นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ที่ Wongnai เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2558 โดยรวบกระบวนการทุกอย่างตั้งแต่การวางขาย ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่น เปิดให้ซื้อดีลและการ Redeem ได้ง่ายและสะดวกผ่าน application Wongnai และ Wongnai Merchant App โดย Wongnai Bangkok Restaurant Week มีร้านอาหารพันธมิตรเข้าร่วมในโครงการกว่า 2,000 ราย และจำนวนลูกค้าใช้มีบริการรวมกว่า 7 หมื่นราย 

News Release View More

LINE MAN Wongnai เพิ่มหมวด ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวมุสลิม สร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ร้านฮาลาล

LINE MAN Wongnai จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ  สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘ฮาลาล’ สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล เปิดหมวดร้านอาหาร ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ยกระดับร้านที่ได้มาตรฐานสู่ผู้ใช้ไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมที่มีจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง พร้อมสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจร้านอาหารไทย ชี้โอกาสทองตลาดอาหารฮาลาล มูลค่าแตะล้านล้านดอลลาร์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันธุรกิจร้านอาหารฮาลาลไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามองเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสให้กับร้านอาหารฮาลาล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกลางฯ เข้ามาร่วมตรวจสอบและออกหนังสือรับรองมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวมุสลิม นักชิมไทย และต่างประเทศ ปัจจุบัน มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2568 จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจฮาลาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งใช้ประโยชน์เพื่อโอกาสในการแข่งขันได้ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ”  ด้าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การรับรองมาตรฐานฮาลาลไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านศาสนา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฮาลาลของไทย” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจุบันเรามีร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วประเทศอยู่บนแพลตฟอร์มแล้วกว่าร้อยละ 70 และยังมีแผนขยายจำนวนร้านอาหารฮาลาลในพื้นที่บริการเดลิเวอรีทั้ง 77 จังหวัด เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้บริโภคชาวมุสลิมที่มองหาร้านที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจริงๆ และยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารฮาลาลไทยก้าวสู่แพลทฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้าน ช่อมาลี (Chormalee Bistro) ร้านอาหารไทย-มุสลิมสมัยใหม่ ที่เป็นตัวแทนร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลและอยู่บนแพลตฟอร์ม LINE MAN เข้าร่วมพิธีลงนาม พร้อมนำเมนูจากทางร้านมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิม การได้รับมาตรฐานฮาลาล เป็นเสมือนตรารับรองคุณภาพที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหารและเมื่อผนวกเข้ากับพลังของแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่ง จะช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

30 Sep 2025

LINE MAN MART เผยยอดผลไม้เดลิเวอรีโต 30%
ฤดูผลไม้ดันร้านปรับตัวเพิ่มช่องทางขายออนไลน์มากขึ้น

LINE MAN MART เผยยอดตลาดผลไม้เดลิเวอรีเติบโตกว่า 30% ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีร้านผลไม้เข้าร่วมแพลตฟอร์มแล้วกว่า 6,000 ร้าน เนื่องจากร้านผลไม้หันมาปรับตัวเพิ่มช่องทางการขายผ่านเดลิเวอรีเพิ่มมากขึ้น พร้อมชูร้าน Kinn All Day กินออล์เดย์ หนึ่งในร้านผลไม้ยอดนิยมย่านเมืองนนท์ ที่คัดสรรผลไม้คุณภาพจากสวน ส่งตรงถึงหน้าบ้าน ร่วมยกระดับการสั่งซื้อผลไม้ของคนไทย ตอกย้ำการเป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของ LINE MAN ทำให้เดลิเวอรีเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยมากยิ่งขึ้น LINE MAN MART เป็นหนึ่งช่องการขายของที่เปิดให้พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขายสินค้าได้ตั้งแต่ ของสด อาหารแห้ง ของใช้และสินค้าทั่วไปอีกมากมาย ซึ่งหมวดยอดนิยมอย่างหมวดผลไม้นั้น ได้เกิดการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลปัจจุบันที่มีร้านผลไม้กว่า 6,000 ร้าน ถือเป็นจำนวนร้านผลไม้ที่มากที่สุดในแพลตฟอร์มเดลิเวอรีของไทย (ข้อมูลช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2565) อีกทั้งช่วงเทศกาลทุเรียนก็มีร้านผลไม้เข้ามาเปิดเพิ่มอีกกว่า 500 ร้านบน LINE MAN MART แสดงให้เห็นถึงการเป็นแพลตฟอร์มเดลิเวอรียอดนิยมของร้านค้าต่าง ๆ ทั่วไทย นางสาวอังคณา จรรยสัจจี เจ้าของร้านผลไม้ Kinn all Day กินออลเดย์ กล่าวว่า การสร้างโอกาสการขายบน LINE MAN MART ทำให้ร้านสามารถขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน ซึ่งลูกค้าจะมีการสั่งตลอดทั้งวัน แตกต่างจากการขายหน้าร้านที่มีช่วงเวลาขายดีคือช่วงเช้าและเย็นเป็นหลัก ปัจจุบันยอดขายของร้านมาจากหน้าร้านทั้ง 2 สาขา คือ สาขาตลาดสหกรณ์ 3 และสาขาตลาดฐานเพชรนนท์ ประมาณ 80% และมาจาก LINE MAN MART ประมาณ 20% ส่วนยอดขายในวันหยุด จะมาจากหน้าร้านประมาณ 60% และมาจาก LINE MAN MART ประมาณ 40% เนื่องจากเป็นช่วงวันที่ลูกค้าอยู่บ้าน จึงเลือกสั่งผลไม้มากขึ้น สำหรับยอดซื้อหน้าร้านต่อออเดอร์จะอยู่ที่ประมาณ 200 – 300 บาท ส่วนยอดซื้อที่ LINE MAN MART ต่อออเดอร์จะอยู่ที่ประมาณ 500 – 600 บาท ด้วยผลไม้สดที่หลากหลายตามฤดูกาลและนอกฤดูกาลกว่า 30 รายการ ส่งตรงจากสวนผ่านการคัดสรรอย่างดีเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีสุด คอนเซปต์ “คัดมาให้ เหมือนที่เราเลือกทานเอง” จึงถือว่าเหมาะสมกับร้านผลไม้ Kinn all Day กินออลเดย์ ที่สุด โดยทางร้านได้เผยถึงสาเหตุที่การเลือกมาเปิดช่องทางการจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มนี้ว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ลูกค้าไม่สามารถออกจากบ้านได้แบบปกติ ทางร้านจึงเพิ่มช่องทางการขายสู่มือลูกค้าผ่าน LINE MAN MART ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความสะดวกและเลือกซื้อผลไม้ได้ตลอดเวลา โดยร้านเปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ของทุกวัน ร้าน Kinn All Day กินออล์เดย์ พลิกวิกฤตจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ลูกค้าลดการออกนอกบ้านและหันมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้นด้วยการเพิ่มช่องทางการขายบน LINE MAN MART พร้อมตอกย้ำการเป็นร้านผลไม้ คัดเกรดคุณภาพในราคาที่เหมาะสมทำให้ผู้บริโภคมั่นใจเหมือนมาซื้อที่หน้าร้านเอง จนติดอันดับร้านขายดี LINE MAN MART ในปัจจุบัน

LINE MAN Wongnai

15 Jul 2022

LINE MAN เสิร์ฟรสชาติใหม่ผ่านซีรีส์ “TASTE เด็กเจนแซ่บ” เปิดตัวเมนูคอลแลปพิเศษจากไอศกรีม Molto

LINE MAN เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ “Taste-perience” ร่วมกับ ช่องวัน 31 และ แอป oneD เปิดตัวเมนูคอลแลปพิเศษผ่านซีรีส์มาแรงเรื่อง “TASTE เด็กเจนแซ่บ” จาก oneD ORIGINAL ด้วยการหยิบคาแรกเตอร์ของนักแสดงนำทั้ง 8 คน 8 คาแรกเตอร์ มารังสรรค์เป็น Exclusive Collaboration Menu ร่วมกับไอศกรีม Molto ร้านรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice สร้างสรรค์รสชาติใหม่ที่สะท้อนความแซ่บของตัวละคร ให้แฟน ๆ ได้ลิ้มลองแบบจัดเต็มทั้งที่หน้าร้าน และผ่านเดลิเวอรีบนแอปฯ LINE MAN เท่านั้น ดึงกระแสซีรีส์รังสรรค์เมนูใหม่ร่วมกับร้านรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice“TASTE เด็กเจนแซ่บ” จาก oneD ORIGINAL ออกอากาศทุกวันพุธ–พฤหัส เวลา 20:30 น. ทางช่องวัน 31 และดูย้อนหลังเวอร์ชั่น UNCUT ที่เดียวทางแอป oneD โดยตอนแรกเริ่มออนแอร์ไปเมื่อวันพุธที่ 25 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา นำแสดงโดยนักแสดงเจนใหม่ไฟแรง ได้แก่ มาเบล-อันโทนี่-ภูวินทร์-ชาร์เลท-บูม-โอเบย์-แซม-นินน่า เรียกกระแสความฮือฮาบนโลกโซเชียลจนติดเทรนด์บนแพลตฟอร์ม X กับเรื่องราวความแซ่บที่ออกรสชาติของตัวละครชวนให้ติดตาม ล่าสุด LINE MAN ร่วมกับ ช่องวัน 31 และ แอป oneD ยังยกระดับประสบการณ์การเสพคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องให้เข้าถึงทุกรสชาติด้วยกลยุทธ์ “Taste-perience” ผ่านคอนเทนต์–คาแรกเตอร์–และเดลิเวอรีที่เชื่อมโยงกันอย่างแยบยล นำรสชาติจากในซีรีส์มาสร้างประสบการณ์ให้คนดูลิ้มรสได้ผ่านเมนูไอศกรีมสุดพิเศษจากร้าน Molto กับเมนู ‘TASTE – ฟรุ๊ตพั้นซ์’ ไอศกรีมซอร์เบท์ฟรุ๊ตพั้นซ์ ที่รวมส่วนผสม 8 อย่างเข้าด้วยกัน เหมือนกับ 8 คาแรกเตอร์วัยรุ่นเจนแซ่บที่เปรี้ยวจี๊ดในซีรีส์ ด้วยเบสผลไม้นานาชนิดทั้ง ราสป์เบอร์รี่, ลิ้นจี่, ยูซุ, องุ่น และพีช มาพร้อมความหวานละมุนของน้ำผึ้ง ความสดชื่นของซอสสตรอว์เบอร์รี่ และมีความหนุบหนับจากบุกให้เคี้ยว สั่งได้เฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น! นอกจากนี้ LINE MAN ส่งต่อความ ‘ฟิน’ และ ‘อิน’ กว่าเดิม! จัดเต็มเทคโอเวอร์เปลี่ยนโฉมร้าน Molto สาขา Siam Discovery ให้กลายเป็นธีม “TASTE เด็กเจนแซ่บ” ชวนแฟน ๆ มาถ่ายภาพมุมกระจกสุดชิคตามคาแรคเตอร์ตัวละคร และสัมผัสความอร่อยแบบออนกราวนด์ ชวนเก็บเซอร์ไพรส์โค้ดเป็นส่วนลดพิเศษ  เลือก Taste แซ่บที่ใช่ แล้วสั่งเลยที่ LINE MAN! ระหว่างดูซีรีส์แต่ละตอน ห้ามพลาด! โค้ดส่วนลดพิเศษให้แฟน ๆ ซีรีส์สั่งอาหารฟิน ๆ มากินให้แซ่บได้ที่บ้าน ผ่าน LINE MAN ตั้งแต่วันนี้ – 30 สิงหาคม 2568 เท่านั้น *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

30 Jun 2025

LINE MAN Wongnai สนับสนุนผู้ค้าในศูนย์อาหาร “Hawker Center สวนลุมพินี” ดันสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานใหม่ Soft Opening แล้ววันนี้

กรุงเทพมหานคร เตรียม Soft Opening “Hawker Center สวนลุมพินี” ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ต้นแบบใหม่ของการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองยุคใหม่ โดยกรุงเทพมหานครเป็นผู้ออกแบบและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ขายและโซนนั่งทาน ที่สะดวก สะอาด และวางระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมดึง LINE MAN Wongnai นำเทคโนโลยีร้านอาหารเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ทดลองเปิดให้บริการแล้ววันนี้ Hawker Center สวนลุมพินี เป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมร้านอาหารข้างทางกว่า 100 ร้านในรูปแบบที่มีการบริหารจัดการ และหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารข้างทางขนาดเล็กในพื้นที่เขตปทุมวันได้เข้าถึงพื้นที่ศักยภาพในราคาค่าเช่าที่เข้าถึงได้ รวมทั้งช่วยบรรเทาค่าครองชีพของคนในย่านด้วยอาหารราคาย่อมเยา พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และการให้บริการ โดยยังคงเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยไว้ สอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครในการยกระดับมาตรฐานสตรีทฟู้ดให้เป็นระบบ ควบคู่กับการดูแลสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “สตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ แต่การยกระดับให้สอดรับกับเมืองยุคใหม่ จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบ’ โครงการ Hawker Center จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่ลงทุนทั้งระบบสาธารณูปโภค สุขอนามัย และการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการจัดระเบียบพื้นที่ขายให้เป็นสัดส่วน แยกโซนตามประเภทสินค้า และโซนนั่งรับประทานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความสะอาด ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของคนจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณสวนลุมพินีที่มีผู้ใช้งานหลากหลายตลอดวัน ตั้งแต่นักวิ่ง คนเต้นแอโรบิก ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานออฟฟิศ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai ยังเข้ามาเสริมด้วยเทคโนโลยีร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดรายย่อยสามารถค้าขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ Hawker Center ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายอาหาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจเมือง ที่ผสานอัตลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม” ด้านคุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN Wongnai อยู่กับวงการร้านอาหารไทยมากว่า 16 ปี เราเห็นว่าร้านริมทางรายย่อยมีศักยภาพ แต่ขาดทั้งเครื่องมือและพื้นที่ที่เหมาะสม ศูนย์อาหาร Hawker Center ของกรุงเทพมหานคร จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้สนับสนุน LINE Pay QR BOX ร้านค้าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนทันทีที่มีเงินเข้า รู้ยอดทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดหรือสลิปปลอม ขณะเดียวกันลูกค้าก็จ่ายง่ายและมั่นใจ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นให้แก่ผู้ค้า เช่น จาน ช้อนส้อม ถังขยะ จุดล้างมือ จุดล้างจาน การตกแต่งร้าน และจุดพักคอยไรเดอร์ เพื่อให้พื้นที่สะอาด เป็นระบบ และรองรับการใช้งานจริง ช่วยให้ร้านเล็ก ๆ หลุดจากข้อจำกัดเดิม ยกระดับมาตรฐานและเติบโตได้มากขึ้น จาก ‘ของดีข้างทาง’ พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจอาหารเมืองที่แข็งแรง มีมาตรฐาน และขยายโอกาสได้ไกลกว่าวันนี้ โดย LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายที่อยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ”  Hawker Center สวนลุมพินี ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี ประตู 5  (BTS  ศาลาแดง ทางออก 6 และ MRT สวนลุมพินี ทางออก 1) รวบรวมร้านเด็ดข้างทางที่ชาวสวนลุมฯ รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น ร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตูแปด, น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอีกมากมาย ที่จะหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา ทั้งรอบเช้า (05.00-16.00 น.) และรอบเย็น (16.00-24.00 น.) โดยศูนย์อาหารถูกออกแบบภายใต้แนวคิดผสมผสานระหว่างการรักษาอัตลักษณ์สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ กับมาตรฐานสากล ตัวอาคารคำนึงบริบทสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ เช่น การเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกชั่วคราวและนำกลับคืนหลังการก่อสร้าง การใช้ระบบระบายอากาศธรรมชาติ ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และวัสดุหลังคาที่ลดแสงสะท้อนรบกวนโรงพยาบาลใกล้เคียง นอกจากนี้ ในการใช้งานได้มีการจัดสรรพื้นที่ร้านค้าแบบเป็นระเบียบ ขนาด 2×2 เมตรต่อร้าน รองรับผู้ค้ากว่า 100 ราย พร้อมออกแบบโซนนั่งรับประทานอาหาร ทางเดิน ระบบการสัญจรให้คล่องตัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับระบบสนับสนุนด้านสุขอนามัยอย่างครบถ้วน โดยจัดให้มีโซนล้างภาชนะและทำความสะอาดสำหรับร้านค้า จุดทิ้งขยะแยกประเภทที่ได้มาตรฐาน บ่อดักไขมัน และจุดล้างมือสำหรับผู้มาใช้บริการ ซึ่งช่วยยกระดับทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์เมือง ทำให้ Hawker Center เป็นทั้งศูนย์อาหารและพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน โครงการ Hawker Center สวนลุมพินี ทดลองเปิดให้บริการแบบ Soft Opening ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงาน ร่วมด้วย คุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai และทีมงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมโครงการ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Apr 2026