สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50%

จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้


Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค

Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด

คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน”

คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler)

“บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน

“เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว

Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่

ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์
ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม”

คุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด

บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้”

“ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว

เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ (ซ้ายสุด)

“เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ” 

การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป 

DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์

ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น

คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย”

“จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว

การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต

*ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

News Release View More

ร้านดอกไม้คึกคักรับวาเลนไทน์  คาดแพลตฟอร์มออนไลน์ดันยอดขายโตก้าวกระโดด

LINE MAN MART เผยร้านดอกไม้เดลิเวอรีคึกคัก เติบโตรับเทศกาลเดือนแห่งความรัก ชี้ช่วงวันวาเลนไทน์คาดยอดขายพุ่งเกินครึ่งแสน แม้ต้นทุนดอกไม้เพิ่มสูงขึ้น พร้อมจัดเต็มส่วนลดโปรโมชันสุดพิเศษ กระตุ้นการสั่งซื้อ หนุนความต้องการของผู้บริโภค นางสาวณัชชาพัชร คำศิริ อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน Kookkik Flower กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านดอกไม้ คือมาจากความชอบส่วนตัวและประสบการณ์จากการทำงานออแกไนซ์ จึงตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนขายดอกไม้บนแผงลอยด้วยเงินทุนเพียง 700 บาท จากนั้นจึงขยับขยายจนเปิดเป็นร้านดอกไม้ตามตลาด และย้ายมาเปิดที่หน้าบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่ร้านและลดค่าเช่าที่ แต่ประสบปัญหาลูกค้าไม่รู้จักร้าน จึงตัดสินใจเปิดขายแบบออนไลน์ผ่าน LINE MAN MART และได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีทำให้มีผู้คนรู้จะและสั่งซื้อดอกไม้จากร้านมากขึ้น      โดยปกติร้านสามารถทำยอดขายได้เฉลี่ยเดือนละ 50,000 บาท โดยเป็นยอดขายจากช่องทางเดลิเวอรี 40%  แต่ในช่วงเทศกาลทั้งวาเลนไทน์ และวันแม่ หรือแม้แต่ตรุษจีนถือเป็นช่วงเวลาที่มียอดขายเติบโตสูง โดยมียอดขายจากช่องทางเดลิเวอรีถึง 80% และมาจากหน้าร้านเพียง 20% อย่างวาเลนไทน์ปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่เปิดขายบน LINE MAN MART แม้จะวางแผนพลาดประเมินจำนวนออร์เดอร์น้อยกว่าออร์เดอร์ที่ได้รับ จนทำไม่ทันต้องปิดระบบเกือบทั้งวัน มาเปิดได้ช่วงค่ำประมาณสามทุ่มถึงเที่ยงคืนแต่ทำยอดขายไปได้ถึง 5 หมื่นบาท ปีนี้จึงวางแผนรับมือเต็มที่ไม่ยอมปิดระบบแน่นอน จึงได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งการเพิ่มจำนวนช่างจัดดอกไม้ เพิ่มจำนวนดอกไม้มากขึ้น แม้ราคาต้นทุนดอกไม้ปีนี้ปรับสูงขึ้นถึง 20% มีดอกไม้ประดิษฐ์มากขึ้น มีการทำช่อดอกไม้ไว้ให้ลูกค้าเลือกสั่งได้ทันที รวมไปถึงการจัดทำโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขาย  ดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ได้แก่ กุหลาบแดง กุหลาบชมพู กุหลาบขาวและทิวลิป ซึ่งคาดปีนี้ช่อดอกไม้แบบดอกเดี่ยวจะได้รับการตอบรับที่ดีและขายดีที่สุด รองลงมาคือช่อแบบ 5 ดอกและช่อ 10 ดอก ตามลำดับ เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาดอกไม้  นางสาวณัชชาพัชร กล่าวทิ้งท้ายว่า “การมีแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามาเสริม ช่วยทำให้การขายดอกไม้ง่ายและสะดวกขึ้น ไม่ต้องกังวล เพราะมีไรเดอร์มารับและส่งได้ตามกำหนดเวลาของลูกค้า แต่ถ้ามีออฟไลน์อย่างเดียวจะต้องนั่งรอ ไม่รู้ว่าลูกค้าจะมาเมื่อไหร่ สำหรับคนที่ไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยี เริ่มแรกอาจจะยุ่งยากบ้าง แต่แพลตฟอร์มจะมีทีมให้คำปรึกษา และเราต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่อย ๆ ด้วยพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความสะดวกสบาย โดยเคล็ดลับที่ทำให้ลูกค้าประทับใจและซื้อซ้ำของร้าน Kookkik Flower คือ เรื่องคุณภาพของดอกไม้ ที่ต้องคัดมาได้ตรงความต้องการของลูกค้า การระมัดระวังในการขนส่ง และการสร้างโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย” สำหรับร้าน Kookkik Flower ตั้งอยู่ที่ย่านงามวงศ์วาน ซอยชินเขต สามารถเข้าไปเลือกสั่งซื้อสินค้ากันได้ที่ https://lin.ee/gOrtK1Pและล่าสุด LINE MAN MART ร่วมเป็นหนึ่งตัวช่วยต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก ส่งมอบความสุขให้คนไทย ผ่านโปรโมชั่นสุดพิเศษ เมื่อสั่งซื้อในช่วงวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์นี้ ใส่โค้ด “LMLOVE” รับส่วนลดทันที 70 บาท เมื่อสั่งซื้อ 500 บาทขึ้นไป พิเศษยิ่งกว่าเมื่อสั่งซื้อสินค้าวันที่ 14  กุมภาพันธ์นี้ รับส่วนลดแบบจัดเต็ม 150 บาท เมื่อสั่งซื้อ 2,000 บาทขึ้นไป เพียงใส่โค้ด “LMVDAY”  สั่งได้เลยที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/7hbbpn9m

LINE MAN Wongnai

10 Feb 2023

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล Startup of the Year ต่อเนื่องเป็นรางวัลที่สองของปี จาก Prime Minister Award: National Startup 2023

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย นำโดยคุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ รับมอบรางวัล Startup of the Year จากโครงการรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2023 โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ถือเป็นรางวัลบริษัทสตาร์ทอัพแห่งปีเป็นรางวัลที่ 2 ของปีนี้ที่ LINE MAN Wongnai ได้รับต่อเนื่องจากหน่วยงานรัฐ ตอกย้ำบริษัทเทคโนโลยีไทยที่เป็นแรงบันดาลใจและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของไทย  พิธีมอบรางวัลได้รับเกียรต์จากคุณนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้มอบรางวัลเพื่อประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศให้เข้มแข็งและนำนวัตกรรมเพื่อรับมือความท้าทายของโลก จัดขึ้นภายในงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2023 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา

LINE MAN Wongnai

22 Jun 2023

LINE MAN คิกออฟแคมเปญ “เก็บโค้ดลดเพิ่ม” กับ “ญาญ่า อุรัสยา” จัดเต็มความอิ่มคุ้มลดแล้วลดอีกทุกช่วงเวลาหิว

LINE MAN เปิดตัวแคมเปญ “เก็บโค้ดลดเพิ่ม” จัดเต็มโค้ดส่วนลดหลายต่อแบบไม่อั้น ให้คนไทยทั่วประเทศได้อิ่มอร่อยสุดคุ้มได้ทุกมื้อตลอดทั้งวันจากทั้งร้านอาหารชื่อดัง ร้านใหญ่และร้านเล็กใกล้บ้านที่ตบเท้าเข้าร่วมแคมเปญกว่า 50,000 ร้าน พร้อมดันพรีเซ็นเตอร์สาวสวย “ญาญ่า อุรัสยา” ในฐานะตัวแทนของผู้ใช้งานจริง มาสร้างสีสันชวน “กด เก็บ ลดกับญาญ่า” ด้วยโค้ดส่วนลดที่มีให้เก็บทั้งวัน เติมโค้ดเพิ่มทุกชั่วโมงแบบไม่อั้น มอบส่วนลดสูงถึง 60% และสามารถกดเก็บโค้ดลดเพิ่มได้อีกสูงสุดถึง 100 บาทต่อครั้ง นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกด้วยการปรับโฉมแอปพลิเคชันให้ง่ายต่อการเก็บโค้ดส่วนลดมากขึ้นด้วยการรวบรวมทุกโค้ดส่วนลดมาไว้ภายในไอคอน “เก็บโค้ดลดเพิ่ม” ให้ลูกค้าได้เลือกใช้ไปเลยแบบจุกๆ อิ่มคุ้มทุกช่วงเวลาหิว “กด เก็บ ลดกับญาญ่า” ได้ง่ายๆ 3 ขั้นตอน เพียงแค่ ‘กด’ ปุ่มเก็บโค้ดลดเพิ่ม เพื่อเลือกรับส่วนลดที่ต้องการ แล้ว ‘เก็บ’ โค้ดส่วนลด ก็ ‘ลด’ ค่าอาหารไปเลยทันที จะหิวเวลาไหน LINE MAN ก็ลดให้มากกว่า มอบส่วนลด 60% พร้อมเก็บโค้ดลดเพิ่มอีกสูงสุด 100 บาท ใช้ได้กับร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2565 นี้ สั่งได้เลยที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/egw5elza  *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

LINE MAN Wongnai

10 Oct 2022

LINE MAN จับตาเทรนด์ “ชาไทย Specialty” ร้านเปิดใหม่โต 205% ใน 3 ปีก้าวสู่สนามเครื่องดื่ม Specialty เต็มตัว

LINE MAN เปิดเทรนด์ “ชาไทย Specialty” มาแรงในรอบ 3 ปีหลัง มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 205% ฝั่งผู้บริโภคแห่ดื่มชาไทยคุณภาพที่สามารถเลือก กลิ่น-รส แหล่งที่ปลูกได้ ยอดสั่งเติบโต 81% ทะลุ 4 แสนแก้วในปี 2024 แนวโน้มการเติบโตของชาไทย Specialty มีจุดเริ่มต้นในปี 2022 ที่อุตสาหกรรมชาขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านคุณภาพของใบชา ความหลากหลายของแหล่งปลูก และกำลังการผลิต ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดค้าชาใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก* ชาไทยเป็นที่ต้องการสูงจากทั้งในไทยและทั่วโลก พันธุ์ชาที่นิยมปลูกในไทยได้แก่ ชาจีน (Chinese Tea) และชาอัสสัม (Assam Tea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของชาไทยสีส้มที่พวกเราคุ้นเคย แล้วถูกพัฒนามาเป็นเมนู “ชาไทย Specialty” ที่สามารถเลือกรสชาติและกลิ่นหอมได้ เหมือนกับเมนูกาแฟ Specialty คุณแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล เจ้าของร้าน KHIRI Thai Tea หนึ่งในร้านชาไทย Specialty ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุดบน LINE MAN เล่าว่าชาไทยอยู่คู่คนไทยมานาน แต่ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงหลังที่หันมาบริโภคเครื่องดื่ม Specialty จากตลาดกาแฟ Specialty ทำให้เกิดตลาดชาไทย “Specialty” ขึ้นตามมา รูปแบบของชาไทย Specialty เชื่อมโยงทุกกระบวนการพัฒนาชาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ใบชาจากเกษตรกรไทย พัฒนาโดยคนไทย และถ่ายทอดเป็นเมนูที่สะท้อนรสชาติแท้ของชาไทย ปัจจุบัน ร้านชาไทยทั่วประเทศเริ่มคัดสรรใบชาคุณภาพจากแหล่งปลูกหลากหลายทั่วไทย ซึ่งมี Taste Notes เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ชาเชียงรายให้กลิ่นอายดอกไม้และเบอร์รี่ ชาแม่ฮ่องสอนมีโน้ตของส้มและเนยสด ชาปัตตานีมีกลิ่นหอมของเนยถั่วและลูกสน นอกจากนี้ กระแส “ชาไทยลิซ่า” เมนู Thai up the World by Lisa ที่สร้างสรรค์โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ร่วมกับ Erewhon ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูในอเมริกา ผู้บริโภคกระแสหลักจึงสนใจเมนูชาไทยพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้ร้านดังอย่าง KHIRI Thai Tea, Unicorn Signature, C PROM และร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศเพิ่มเมนู “ชาไทยลิซ่า” ตามมา เดลิเวอรีหนุนตลาดชาไทย Specialty โตแรงทั่วประเทศจากฐานข้อมูลของ LINE MAN พบแนวโน้มการเติบโตที่สำคัญของเมนูชาไทย Specialty อย่างชัดเจน ในระหว่างปี 2022-2024 ดังนี้ กราฟแสดงการเติบโตของยอดสั่งชาไทย Specialty บน LINE MAN ระหว่าง ปี 2020-2024 คุณแพร กล่าวเสริมว่า ถ้าเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชาไทยได้ดี และมีปัจจัยสนับสนุน เช่น การพัฒนาเมนูใหม่ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น หรือการผลักดันจากแบรนด์ใหญ่ โอกาสที่ชาไทย Specialty จะแมสใกล้เคียงกับกาแฟ Specialty อาจเกิดได้เร็วขึ้นทั้งในไทยและระดับโลก ในภาพใหญ่ของตลาดเครื่องดื่ม Specialty ทั้งหมด กาแฟ Specialty ยังเป็นผู้นำตลาดในแง่จำนวน ส่วนตลาดชาไทย Specialty กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเทียบอัตราการเติบโตในช่วง 3 ปีล่าสุด (2022-2024) จากฐานข้อมูล LINE MAN พบว่า ยอดสั่งชาไทย Specialty โตขึ้นกว่า 3.3 เท่า เทียบกับกาแฟ Specialty ที่เติบโต 2.7 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ร่วมสนับสนุนชาไทยไปตลาดโลก ผ่านการสั่งเมนูชาไทย Specialty จากร้านชา Specialty กว่า 500 ร้านบน LINE MAN *อ้างอิงข้อมูลจากสถิติการประเมินยอดขายชาโดยสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 7 ก.ค. 2023**ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปี 2022 และ ปี 2024 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

25 Feb 2025