LINE MAN พร้อมลุย “คนละครึ่ง” รองรับเดลิเวอรี
ดึง “พิมรี่พาย” เป็นพรีเซ็นเตอร์ช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านอาหาร

LINE MAN พร้อมลุย “คนละครึ่ง” รองรับเดลิเวอรี ดึง “พิมรี่พาย” ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ครั้งแรกในแคมเปญใหญ่ปลายปี “คุ้มคนละชั้น” ช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วไทยที่ร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN งัดไม้เด็ดปรับลดค่า GP สูงสุดไม่เกิน 20% ส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 60% และอีกมากมาย พร้อมพัฒนาระบบเชื่อม “คนละครึ่ง” ให้ใช้งานง่าย-สะดวก-รวดเร็วกว่าเดิม ตอบโจทย์ทั้งคนขายและคนสั่ง

ร้านค้าเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วม “คนละครึ่ง” กับ LINE MAN ได้ที่ https://bit.ly/3nmHAMe เปิดรับสมัครในวันที่ 24 ก.ย. เป็นต้นไปผ่านแอปฯ ถุงเงินหรือคลิก ถุงเงินกรุงไทย.com

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “โครงการคนละครึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการระบาดของโควิด-19 ต้องขอบคุณกระทรวงการคลังที่ปรับเปลี่ยนนโยบายให้คนละครึ่งเฟส 3 สามารถใช้กับบริการฟู้ดเดลิเวอรีได้แล้ว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสั่งอาหารโดยจ่ายผ่านคนละครึ่งแบบไม่ต้องไปซื้อเองที่หน้าร้าน และกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการร้านอาหารและไรเดอร์จำนวนมาก LINE MAN ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรียินดีสนับสนุนนโยบายนี้ และได้เตรียมความพร้อมเชื่อมระบบกับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ของกระทรวงการคลังมาตั้งแต่แรก”

LINE MAN เตรียมเปิดแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ในชื่อแคมเปญว่า “คุ้มคนละชั้น” โดยดึง “พิมรี่พาย” แม่ค้าตัวจริงและเน็ตไอดอลชื่อดังขวัญใจมหาชน ตัวแทนของคนไทยที่เคียงข้างคนไทยทุกกลุ่ม เป็นพรีเซ็นเตอร์ ประเดิมภารกิจแรกช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านอาหารที่สมัครขาย “คนละครึ่ง” กับ LINE MAN ให้ปังต่อเนื่อง รวมถึงปรับลดค่า GP สูงสุดไม่เกิน 20% สำหรับออร์เดอร์จากโครงการคนละครึ่ง เพื่อช่วยลดรายจ่ายและกระตุ้นรายได้ให้กับร้านอาหาร ทั้งนี้จากสถิติร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการในครั้งก่อนกับ LINE MAN สามารถสร้างยอดขายเติบโตโดยเฉลี่ยมากกว่า 2 เท่า และเพิ่มขึ้นสูงสุด 5-10 เท่า ทำให้ร้านที่เข้าร่วมกลายเป็นร้านดังประจำพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ในครั้งนี้ LINE MAN ยังได้เตรียมสิทธิประโยชน์มากมายให้ทั้งร้านอาหารและผู้ใช้งาน โดยแบ่งเป็น

สำหรับร้านอาหารที่สมัครขาย “คนละครึ่ง” กับ LINE MAN ในระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 31 ธันวาคม 2564 ผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน จะได้รับสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็ม ได้แก่

  • ปรับลดค่า GP ในอัตราไม่เกิน 20% สำหรับออร์เดอร์จากโครงการ “คนละครึ่ง”
  • สื่อโฆษณาออนไลน์เพื่อเพิ่มการมองเห็นของผู้บริโภค และโอกาสการขายของร้าน
  • สื่อโฆษณา ณ จุดขายเพื่อให้ผู้บริโภครับทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่าน LINE MAN และจ่ายผ่านคนละครึ่งได้
  • โปรโมชันสุดคุ้มถึง 3 เด้งเพื่อกระตุ้นยอดขายให้ร้านและลดค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค
    –  โครงการคนละครึ่ง รัฐออกค่าอาหารให้ครึ่งหนึ่ง
    –  ส่วนลดค่าจัดส่งอาหารจาก LINE MAN
    –  ส่วนลดค่าอาหารจากร้านที่ร่วมรายการ สูงสุดกว่า 60%
  • กิจกรรมเพื่อสร้างสีสันทางการตลาดบนโลกออนไลน์แบบต่อเนื่องจัดเต็มจาก “พิมรี่พาย” ตัวแทนของแม่ค้ามือทอง ช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารให้ปังต่อเนื่อง

สำหรับผู้ใช้สิทธิคนละครึ่ง LINE MAN ได้เตรียมส่วนลดแบบคุ้มคนละชั้นเพิ่มเติมสูงสุดถึง 60% สำหรับร้านที่ร่วมรายการ ส่วนลดค่าจัดส่ง และดีลสุดคุ้มรวมมากกว่า 22,000 ดีลบนแอปฯ LINE MAN

นอกจากนี้ LINE MAN ยังได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่าย “คนละครึ่ง” ผ่านแอปฯ LINE MAN ให้ใช้ง่ายมากยิ่งขึ้นและไม่ซับซ้อน จึงมั่นใจได้ว่าร้านค้าและผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดเมื่อสั่งอาหารผ่านโครงการคนละครึ่งบนแอปฯ LINE MAN

“เรามุ่งหวังว่าการพัฒนาระบบของ LINE MAN และการสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดครั้งใหญ่เพื่อสนับสนุนโครงการคนละครึ่งเฟส 3 นี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเงินหมุนเวียนให้กับธุรกิจร้านอาหารซึ่งเป็นธุรกิจฐานรากของประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้าย” คุณยอดกล่าว

ร้านอาหารที่สนใจสมัครขาย “คนละครึ่ง” กับ LINE MAN สามารถอ่านรายละเอียดเตรียมความพร้อมก่อนสมัครได้ที่ https://bit.ly/3nmHAMe โดยจะเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน – 31 ธันวาคม 2564 ในช่วงเวลา 06:00 – 23:00 น. ผ่านแอปฯ ถุงเงินหรือคลิก ถุงเงินกรุงไทย.com

News Release View More

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020

LINE MAN Wongnai มอบสวัสดิการแต่งงานเพศเดียวกัน 20,000 บาทเทียบเท่าคู่แต่งงานชาย-หญิง รับ Pride Month

ก้าวเข้าสู่เดือนมิถุนายน เดือนแห่งความหลากหลายทางเพศในช่วงเทศกาล Pride Month ที่ผู้คนทั่วโลกต่างออกกิจกรรมหรือแคมเปญส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ กระแส Pride ที่ขยายตัวไปทั่วโลกยังสอดคล้องกับกระแสการสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม LINE MAN Wongnai เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศเสมอมา ผสมผสานคนทุกเพศทุกวัยมาร่วมกันทำงานภายใต้ Core Value ที่สำคัญอย่าง Respect Everyone การเคารพทุกคนด้วยความเท่าเทียม และการยอมรับความหลากหลายในทุกความต่าง คุณอานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “หนึ่งในแก่นหลักของวัฒนธรรมบริษัทที่เราให้ความสำคัญเสมอมาคือ Respect Everyone เราให้ความสำคัญกับการเคารพซึ่งกันและกัน ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเท่าเทียมกันทุกด้านโดยไม่เลือกเพศหรืออายุ เราเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาทำงานในองค์กรอย่างชอบธรรมและเท่าเทียม ปัจจุบันเรามีจำนวนพนักงาน LGBTQ+ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของพนักงานทั้งหมด และหลายคนก็อยู่ในตำแหน่งบริหาร ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณได้ว่าที่นี่เปิดกว้างสำหรับทุกคนจริงๆ ในโอกาส Pride Month เราขอร่วมสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศด้วยการมอบสวัสดิการเพิ่มเติมสำหรับพนักงาน LGBTQ+ ด้านต่างๆ ได้แก่  เงินสนับสนุนช่วยเหลือสำหรับการแต่งงานเพศเดียวกัน 20,000 บาท เทียบเท่าสวัสดิการของคู่แต่งงานชายหญิง โดยสามารถนำรูปถ่ายจากงานแต่งงานมายื่นเป็นหลักฐานได้ สิทธิ์วันลาสำหรับรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงโดยลาได้สูงสุด 10 วัน  สิทธิ์วันลาสำหรับผ่าตัดแปลงเพศ โดยลาพักได้สูงสุด 30 วัน  นอกจากนี้เรายังจัดกิจกรรมหลากหลายให้กับพนักงานในช่วง Pride Month อาทิ กิจกรรมดูหนัง LGBTQ+ เพื่อเสวนาประเด็นความเท่าเทียม รวมถึงเชิญ LGBTQ+ Influencer มาร่วมพูดคุย และระดมทุนจากเพื่อนพนักงานในการช่วยเหลือขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศผ่านมูลนิธิต่างๆ” คุณอานนทวงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า “เราตั้งเป้าให้ LINE MAN Wongnai เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลาย โดยสร้างบรรยากาศการทำงานให้ทุกคนได้เป็นตัวเองและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนได้ด้วยความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของทุกคน หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนคือกลุ่มพนักงาน LGBTQ+ เราจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับสวัสดิการเพื่อเอื้อต่อเพื่อนพนักงานส่วนนี้ เพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกันทุกคน ที่ผ่านมาพนักงานส่วนใหญ่ตอบรับกับสิ่งที่เรามอบให้กับพวกเขาในทางบวก โดยเฉพาะเรื่องการทำงานที่ตัดสินกันด้วยตัวผลงาน ไม่เกี่ยวกับเพศสภาพใดๆ”  LINE MAN Wongnai ร่วมสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ และเป็นบริษัท Gender Neutral หรือมีความเป็นกลางทางเพศ ที่ไม่ได้คัดเลือกคนร่วมองค์กรจากเพศสภาพ แต่คัดเลือกจากความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งและศักยภาพของคนนั้นๆ สนใจร่วมงานสามารถติดต่อ https://careers.lmwn.com/

LINE MAN Wongnai

27 May 2022

“น้ำแข็งไส-บิงซู” เมนูฮิตหน้าร้อน! ยอดพุ่งเท่าตัวรับสงกรานต์ เมนูน้ำแข็งไสนมสด ติดโผขายดีสุด

LINE MAN เผยสถิติยอดออเดอร์ร้านน้ำแข็งไส-บิงซูเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เปิดโผรสชาติน้ำแข็งไส-บิงซูมาแรงที่ถูกสั่งสูงสุด ได้แก่ รสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ คาดเป็นเมนูฮิตติดเทรนด์ต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าร้อน ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศา ร้อนกว่าปีที่แล้วทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไสเมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในหน้าร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น สำหรับปีนี้ยอดออเดอร์เดลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัว* ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซู กว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จ.พัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จ.น่าน และ ร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย 9 จ.นครศรีธรรมราช นายวทัญญู ชุติศิลป์ เจ้าของร้านขนมหวาน ถิงถิง บิงซูน้ำขิง  กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อนปีนี้พบว่าเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูที่ถูกสั่งผ่านเดลิเวอรีเติบโตขึ้นอย่างมาก พบว่าช่วงเวลาที่ผู้คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ช่วงหลังมื้อเย็นเป็นต้นไป เนื่องจากน้ำแข็งไสเป็นเมนูขนมหวานที่ต้องรับประทานแบบไม่เร่งรีบเพื่อใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จุดเด่นของร้านเรานอกจากการเลือกท้อปปิ้งได้เองแล้ว คือเรื่องการจัดส่งที่ดีที่สุด โดยทางร้านมีการออกแบบแพคเกจถุงเก็บความเย็นที่ทดลองแล้วว่าเมื่อถึงมือผู้บริโภคน้ำแข็งไสยังคงสภาพปกติพร้อมทาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการสั่งเมนูน้ำแข็งไสไปทานที่บ้านก็เหมือนการมาทานที่หน้าร้าน ทั้งนี้ การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีถือเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไ้ด้เพิ่มขึ้นและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ  นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังเปิดเผยสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปืนฉีดน้ำ, น้ำแข็ง, พวงมาลัย, ซองกันน้ำ และผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นสงกรานต์ สะท้อนกระแสคึกคักของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ได้เป็นอย่างดี  *ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2565 และวันที่ 1-15 เมษายน 2566

LINE MAN Wongnai

18 Apr 2023

“Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” เสิร์ฟดีลสุขสุดคุ้มกว่า 80 ร้านดัง ต้อนรับเทศกาลความสุขส่งท้ายปลายปี 

Wongnai ผู้นำไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มและข้อมูลร้านอาหารของไทย เดินหน้าสานต่อเทศกาลดีลร้านอาหารสุดยิ่งใหญ่ประจำปีที่ทุกคนรอคอย “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022: Experience the Best” จัดเต็มเสิร์ฟความสุขสุดคุ้มให้คนไทยได้ฟินด้วยดีลที่ดีที่สุด กับพันธมิตรร้านอาหารชื่อดังกว่า 80 ร้านเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม Ecosystem ธุรกิจร้านอาหารให้เติบโต จับมือบัตรเครดิตซิตี้มอบส่วนลดสุดพิเศษให้กับนักกินได้สัมผัสประสบการณ์สุดฟิน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคมนี้ ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปลายปีของคนไทย กับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022”  เทศกาลดีลร้านอาหารที่มีมาอย่างต่อเนื่อง 7 ปี โดยในครั้งนี้มาในธีม Experience the Best ที่รวมร้านดังมาไว้ในเทศกาลครั้งนี้กว่า 80 ร้าน ทั้งร้านอาหารไทย, ฝรั่งเศส, อิตาเลียน, ญี่ปุ่น และอื่น ๆ อาทิ J’AIME by Jean-Michel Lorain, Rang Mahal, Uraki Sushi, Teppen, Scalini, Copper Buffet, EL TORO, Praya Dining, Burapa Easten Thai Cousin ฯลฯ ที่ต่างคัดสรรซิกเนเจอร์เมนูและเมนูพิเศษมาเสิร์ฟความสุขให้คนไทยอย่างพร้อมเพรียง   คุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา ประธานเจ้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Lifestyle & Solution Services จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า Wongnai เล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนร้านอาหารและต้องการให้คนไทยมีความสุขไปกับทุกมื้ออาหารในทุกช่วงเวลา ในฐานะผู้นำไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มและข้อมูลร้านอาหารของไทย อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังถือเป็นหนึ่งใน Food Destination ที่โดดเด่นไม่แพ้ชาติอื่น จึงเป็นที่มาของการจัด Wongnai Bangkok Restaurant Week ขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในตลอด 7 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบัน Wongnai Bangkok Restaurant Week ได้กลายเป็นแคมเปญที่ช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์อุตสาหกรรมร้านอาหารและเพิ่มรายได้ให้กับร้านอาหารมาอย่างต่อเนื่อง  “เทศกาลดีล Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022: Experience the Best ในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมดีลที่คุ้มที่สุดจากร้านอาหารชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ มากกว่า 80 ร้าน ซึ่งเชื่อว่าจะถูกใจคนที่กำลังมองหาดีลพิเศษสำหรับการเฉลิมฉลองในเทศกาลความสุขส่งท้ายปลายปี ด้วยการสัมผัสประสบการณ์สุดพรีเมียมที่จะเติมเต็มความสุขด้วยเมนูสุดสร้างสรรค์จากร้านอาหารชื่อดัง ประกอบกับความความตั้งใจของ Wongnai ในการสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารและ Ecosystem ของธุรกิจร้านอาหารให้เติบโตอย่างยั่งยืน” สำหรับการการกลับมาในครั้งนี้ของ “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” ได้ร่วมมือกับบัตรเครดิตซิตี้ ในฐานะผู้นำด้านสิทธิประโยชน์ด้านร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่คนไทยในการจับจ่ายเลือกสรรดีลสุดพิเศษจากร้านอาหารชื่อดังกว่า 80 ร้าน พร้อมส่วนลดสุดพิเศษมากมายเพื่อให้ทุกคนได้อิ่มเอมกับสิทธิประโยชน์แบบคุ้มค่ามากขึ้น ด้านคุณสุภวรรณ ลีไตรรงค์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะผู้นำด้านสิทธิประโยชน์ด้านร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ บัตรเครดิตซิตี้ได้คัดสรรสิทธิประโยชน์เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดแก่สมาชิกบัตรฯ อย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมมือกับ Wongnai ในฐานะ exclusive partner ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำความตั้งใจของเรา ในการมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรฯ ในการจับจ่ายเลือกสรรร้านอาหารในราคาสุดคุ้ม เพื่อต้อนรับการกลับมาของบรรยากาศการกินดื่มนอกบ้านอีกครั้งหลังสถานการณ์ต่างๆ เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ  โดยสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้สามารถรับสิทธิประโยชน์การซื้อดีลต่าง ๆ ในเทศกาลอาหาร “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” รับส่วนลดสูงสุด 18% ตั้งแต่วันนี้- 31 ตุลาคมนี้ (เงื่อนไขส่วนลดมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามบริษัทกำหนด) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อดีลสุดพิเศษในเทศกาล “Wongnai Bangkok Restaurant Week 2022” ได้ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai และสามารถดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wongnai.com/restaurantweek ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคมนี้ โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง วันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น เกี่ยวกับ Wongnai Bangkok Restaurant WeekWongnai Bangkok Restaurant Week คือ เทศกาลดีลร้านอาหารที่เน้นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ที่ Wongnai เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2558 โดยรวบกระบวนการทุกอย่างตั้งแต่การวางขาย ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่น เปิดให้ซื้อดีลและการ Redeem ได้ง่ายและสะดวกผ่าน application Wongnai และ Wongnai Merchant App โดย Wongnai Bangkok Restaurant Week มีร้านอาหารพันธมิตรเข้าร่วมในโครงการกว่า 2,000 ราย และจำนวนลูกค้าใช้มีบริการรวมกว่า 7 หมื่นราย 

LINE MAN Wongnai

5 Oct 2022