LINE MAN Wongnai ร่วมกับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมนำร่อง “Spectrum Tech Camp ทุกคน ทุกเฉดสี มีที่ยืน” เปิดคอร์ส Software Engineer และ UX Design เบื้องต้น แนะแนวสายอาชีพเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่เพื่อทลายอคติทางเพศและนำความหลากหลายมาสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศไทยที่กำลังขาดแคลนบุคลากรคุณภาพ 

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกยังคงมีผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ การขาดแคลนบุคคลต้นแบบที่เป็นเพศหลากหลาย รวมถึงการเลือกปฏิบัติทางเพศที่ยังคงมีอยู่ โดยข้อมูลจากงานวิจัยของ McKinsey พบว่าบริษัทที่มีความหลากหลายทางเพศในทีมผู้บริหารมีโอกาสสูงถึง 27% ที่จะมีผลประกอบการทางการเงินดีกว่าบริษัทที่มีความหลากหลายน้อย เนื่องจากทีมเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายจะสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของคนทุกกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ อาชีพ หรือเพศ

LINE MAN Wongnai ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไทย ให้ความสำคัญเรื่องความหลากหลายของบุคลากรมาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนพนักงานสายเทคโนโลยีประมาณ 500 คน เป็นผู้หญิงและ LGBTQ+ สัดส่วน 20.6%

เนื่องในโอกาส Pride Month ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้จัดกิจกรรม LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยนำพนักงานทีมเทคโนโลยีของบริษัท มาช่วยปูพื้นฐานความรู้ด้านอาชีพสายเทคโนโลยีให้กับนักเรียน ในรูปแบบกิจกรรมเวิร์กชอปที่ให้ลงมือปฏิบัติจริง โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40 คน เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีในอนาคต

คุณอานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “บริษัทของเราให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศผ่านสวัสดิการและวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความแตกต่าง ภายใต้ Core Value อย่าง Respect Everyone ที่ไม่เพียงเกิดขึ้นแต่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปฏิบัติต่อบุคคลภายนอกด้วย ซึ่งเรามองว่าการเพิ่มความหลากหลายโดยเฉพาะกลุ่ม tech Talent นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศ”

คุณเพ็ญทิพา แจ่มจันทร์เกษม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ LINE Pay ประเทศไทย กล่าวว่า “อคติทางเพศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีมาตลอดทุกยุคสมัย เนื่องจากสังคมชายเป็นใหญ่มีอิทธิพลต่อการศึกษาและความคิดของผู้คน แต่ในปัจจุบันพบว่า มีการเปิดโอกาสและให้ความสำคัญกับเพศอื่น ๆ มากขึ้น เพราะเทคโนโลยีไม่มีเพศ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน กิจกรรม Spectrum Tech Camp นี้เป็นความพยายามปลูกฝังแนวคิด ‘เทคโนโลยีไม่มีเพศ’ ให้กับเยาวชน เพื่อสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจให้พวกเขาก้าวเข้าสู่วงการโดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศ คอร์สเรียนที่เราจัดกิจกรรมกับน้อง ๆ นักเรียน คือ การปูพื้นฐานความรู้ด้านเทคโนโลยี พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปที่ให้ได้ลงมือทำจริง โดยมีพี่ ๆ พนักงานในบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai ได้มาสอนด้วยตัวเอง”

คุณพรรษพร โตเทศ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนานักเรียนและกิจกรรม โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า “โรงเรียนของเราไม่ปิดกั้นเรื่องเพศสภาพ เราเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงออกตามตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา พร้อมสนับสนุนการค้นหาความเป็นตัวเอง ผ่านการเลือกวิชาอาชีพตามความสนใจ โดยกิจกรรม LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp นี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ด้านเทคโนโลยีให้กับเด็ก ๆ ของเรา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนที่มีความสนใจด้านเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี และเยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นแกนนำในการสร้างความรู้ความเข้าใจกับเพื่อน ๆ และพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อลดอคติทางเพศ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มความหลากหลายให้กับวงการเทคโนโลยีในอนาคต”

LINE MAN Wongnai ผลักดันนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและไม่แบ่งแยก (Diversity & Inclusion)  โดยยึดมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โอบรับทุกความแตกต่าง และให้ความสำคัญในการสนับสนุนสวัสดิการที่ครอบคลุมพนักงานทุกคนให้เป็นมาตรฐานขององค์กรรุ่นใหม่ สำหรับสวัสดิการสนับสนุนกลุ่มพนักงาน LGBTQ+ ได้แก่ เงินสนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกัน สิทธิ์วันลาสำหรับรับบุตรบุญธรรม สิทธิ์วันลาสำหรับการผ่าตัดแปลงเพศ และหลังจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้จริง สวัสดิการเงินค่าทำศพสำหรับคู่สมรสตามกฎหมายก็จะครอบคลุมกับกลุ่มพนักงาน LGBTQ+ ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นความก้าวแรกของความก้าวหน้าทางสังคม กฎหมาย และธุรกิจของประเทศไทย

*ภาพเยาวชนทั้งหมดในข่าวได้รับการอนุญาตเผยแพร่จากผู้ปกครองเป็นที่เรียบร้อย

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  

ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN ผนึก THE 1 EXCLUSIVE จัดเต็มสิทธิพิเศษส่งความสุขให้สมาชิกคนสำคัญตลอดปี 2566

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย จับมือ THE 1 EXCLUSIVE ผู้นำโปรแกรมดูแลลูกค้าระดับพรีเมียมของ The 1 ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมมอบสิทธิพิเศษเหนือระดับพร้อมเติมเต็มความสะดวกสบายเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับสมาชิก THE 1 EXCLUSIVE โดย LINE MAN ผู้ช่วยเบอร์ 1 ของคนไทยให้ทุกเรื่องในทุกวันเป็นเรื่องง่ายด้วยส่วนลดจัดเต็มทุกเดือน ตลอดทั้งปี 2566 ครอบคลุมทั้ง 3 บริการของ LINE MAN อาทิ LINE MAN FOOD, LINE MAN MART และ LINE MAN MESSENGER  พิเศษ! สําหรับสมาชิก THE 1 EXCLUSIVE สามารถกดรับสิทธิพิเศษจาก THE 1 EXCLUSIVE X LINE MAN บน The 1 APP ได้แล้วทุกเดือนตลอดปี เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2566  สมาชิก The 1 สามารถอัปเกรดสถานะสมาชิกเป็น THE 1 EXCLUSIVE เป็นเวลา 1 ปี ในเดือนถัดไปหลังจากสะสมยอดใช้จ่ายในกลุ่มเซ็นทรัลตั้งแต่ 250,000 บาทขึ้นไป หรือ 400,000 บาทเมื่อรวมกับยอดใช้จ่ายจากร้านค้าผู้เช่าในศูนย์การค้าเซ็นทรัลและเซ็นทรัล เอ็มบาสซีที่เข้าร่วมรายการ ผ่านการยื่นใบเสร็จ ณ จุดแลกของสมนาคุณทุกสาขา โดยสามารถเช็กยอดใช้จ่ายสะสมแบบ Real Time ได้ผ่าน The 1 APP   ดาวน์โหลด The 1 APP เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน App Store, Play Store และ Huawei AppGallery https://go.the1.co.th/UohD/qiirm1qh

LINE MAN Wongnai

5 Jan 2023

LINE MAN จับมือ กรีนเวฟ และ กทม. เปิดโครงการเปลี่ยนขวดพลาสติกใสเป็นแคนวาส-จานสี ส่งต่อเด็กยากไร้ได้วาดฝัน

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย นำโดยคุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ ร่วมเปิดโครงการ  Green Charity Share For Art ร่วมกับกรีนเวฟ กรุงเทพมหานคร และพันธมิตรทั้ง 5 องค์กร ได้แก่ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ เพื่อเด็กและเยาวชนฯ, เครือข่ายสังคมลดขยะ Less Plastic Thailand, กลุ่มเรารักอโศก, Recycle Day และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รับบริจาคขวดน้ำดื่มพลาสติกเพ็ทใสและฝาขวดใช้แล้ว เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเฟรมผ้าใบแคนวาสและจานสี ส่งต่อให้เด็กยากไร้ได้วาดฝันและแต่งเติมจินตนาสู่การเพิ่มโอกาสการศึกษา ผ่านแคมป์ศิลปะกว่า 25 จังหวัดทั่วประเทศ ณ อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เมื่อเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ LINE MAN ยังร่วมกันเดินขบวนเพื่อเปิดรับประชาสัมพันธ์จากอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส จนถึง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โดยได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนจากชาวอโศกอย่างล้มหลาม พร้อมทั้งประกาศรับบริจาคขวดน้ำดื่มพลาสติกเพ็ทใสและฝาขวดใช้แล้วจากพาร์ทเนอร์ร้านและผู้ใช้ในแพลตฟอร์ม LINE MAN รวมถึงพนักงานในบริษัทอีกด้วย

LINE MAN Wongnai

27 Jul 2023

Covid Relief Gift Voucher จาก Wongnai ช่วยร้านมีรายได้ตอนนี้ให้ผ่านวิกฤต

“ร้านโปรดของคุณกำลังปิด เพื่อให้คุณปลอดภัยจากโควิด-19” Wongnai จึงขอชวนทุกคนสู้ไปด้วยกัน รวมพลังช่วยร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยการซื้อ “Covid Relief Gift Voucher” เวาเชอร์ช่วยร้านจาก Wongnai ให้ร้านได้มีกระแสเงินสดในการหมุนเวียนใช้จ่ายเพื่อผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปให้ได้ ซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2563 และเก็บไว้ใช้ได้สูงสุดถึง 30 เมษายน 2564 ราคาเริ่มต้น 300 – 5,000 บาท รับเมนูพิเศษหรือของสมนาคุณจากร้านอาหาร (มีจำนวนจำกัดต่อวัน) เมื่อซื้อเวาเชอร์บนหน้าแรกบนแอปฯ และเว็บไซต์ Wongnai พร้อมสิทธิพิเศษสุดคุ้ม มูลค่าเพิ่มออนท็อปจากราคาคูปองที่ซื้อ สูงสุดถึง 40% และส่วนลดสำหรับสมาชิก dtac reward โดยเวาเชอร์นี้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือคืนเงินได้หลังจาก 7 วันนับจากวันที่ซื้อทุกกรณี เนื่องจากเราจะนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือร้านที่ได้รับผลกระทบ ดูรายชื่อร้านอาหารเกือบ 50 ร้านที่เข้าร่วมได้ ที่นี่  #CovidReliefGiftVoucher แคมเปญสุดพิเศษจาก Wongnai ที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเซฟร้านโปรดให้ได้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในการบริหารจัดการร้านช่วงวิกฤต นอกจากจะได้ช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจแล้ว ยังได้ช่วยเหลือเชฟ คนทำครัว พนักงานเสิร์ฟ และพนักงานภายในร้านได้อีกด้วย โดยสิทธิพิเศษที่ผู้ซื้อ #CovidReliefGiftVoucher จะได้รับมีดังนี้ มูลค่าแทนเงินสดพิเศษออนท็อปเพิ่มเติม สูงสุดถึง 40% เมื่อใช้ที่ร้าน เช่น ราคาขายเวาเชอร์ผ่าน Wongnai 1,000 บาท ลูกค้าสามารถนำไปใช้แทนเงินสดที่ร้านได้ในมูลค่า 1,400 บาท เป็นต้น รับเมนูพิเศษหรือของสมนาคุณจากร้านอาหาร (มีจำนวนจำกัดต่อวัน) เมื่อซื้อเวาเชอร์บนหน้าแรกบนแอปฯ และเว็บไซต์ Wongnai สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ dtac reward รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 15% ได้ช่วยร้านให้มีรายได้ตอนนี้ เพื่อให้ร้านผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ซื้อ Covid Relief Gift Voucher ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2563 และเก็บไว้ใช้ได้สูงสุดถึง 30 เมษายน 2564 เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น โดยเวาเชอร์นี้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือคืนเงินได้หลังจาก 7 วันนับจากวันที่ซื้อทุกกรณี เนื่องจากเราจะนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือร้านที่ได้รับผลกระทบ โดยร้านอาหารที่เข้าร่วมแคมเปญ ได้แก่ ครัวเจ๊ง้อ, ยุ้งข้าว เขาใหญ่, Cuisine de Garden, Roots, Roast, Crab and Claw, 80/20 Eighty Twenty และอีกมากมาย ซื้อเวาเชอร์ช่วยร้านเพื่อช่วยเหลือร้านโปรดเกือบ 50 ร้านได้แล้ววันนี้บนแอปและเว็บไซต์ Wongnai หรือคลิก ที่นี่  #สู้ไปด้วยกัน

LINE MAN Wongnai

7 Apr 2020

LINE MAN Wongnai และ กรมอนามัย สานต่อ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ปีที่ 3 พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%

LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานต่อโครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” สู่ปีที่ 3 เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมา ยอดออร์เดอร์ของคนไทยเกินครึ่งสั่งลดหวาน ช่วยลดการบริโภคน้ำตาลไปกว่า 120 ตัน พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160% ตั้งเป้าขยายความร่วมมือสู่เมนูอาหารจานหลัก  โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เลือกบริโภคลดหวาน มัน เค็ม ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งจากสถิติพบว่า คนไทยยังบริโภคน้ำตาลและโซเดียมเกินเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด โดยมีคนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากถึง 400,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 77% ของการเสียชีวิตทั้งหมด  ความร่วมมือ 2 ปีลดน้ำตาลแล้วกว่า 120 ตัน คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างกรมอนามัยและ LINE MAN Wongnai ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 60,000 ร้านทั่วประเทศ มียอดสั่งเครื่องดื่มแบบหวานน้อยมากถึง 30 ล้านแก้ว หรือคิดเป็น 58% ของยอดสั่งเครื่องดื่มทั้งหมด และมีอัตราการสั่งแบบ “ไม่หวานเลย” เพิ่มขึ้นถึง 160% เมื่อเทียบระหว่างปี 2566 และปี 2567 สามารถช่วยคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลได้มากถึง 120 ตัน ส่งผลให้ลดการแจกซองเครื่องปรุงไปได้กว่า 120 ล้านซองตามไปด้วยเช่นกัน เดินหน้าขยายความร่วมมือจากเครื่องดื่มสู่เมนูจานหลัก แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงความร่วมมือในเฟสต่อไป จะขยายจากเมนูเครื่องดื่มสู่กลุ่มอาหารจานหลัก ภายใต้โครงการ “เมนูชูสุขภาพ” และ “เมนูทางเลือก” ที่เน้นการลดน้ำตาล ลดไขมัน และลดโซเดียม โดย LINE MAN Wongnai จะส่งเสริมให้ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มพัฒนาสูตรอาหารให้ผ่านเกณฑ์การรับรองจากกรมอนามัย ซึ่งครอบคลุมถึงความปลอดภัยจากเชื้อโรค สารเคมี สารพิษ และต้องมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้านอาหารที่สนใจสามารถขอการรับรองเมนูชูสุขภาพจากกรมอนามัยได้ผ่านโปรแกรมรับรองเมนูชูสุขภาพออนไลน์ (Food4Health) และในอนาคต ผู้บริโภคจะสามารถสั่งอาหารที่เป็นเมนูชูสุขภาพได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม LINE MAN พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น โปรโมชั่นลดการแจกซองเครื่องปรุงรส สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการลดการปรุงรส ซึ่งจะเป็นการสร้างการรับรู้ และสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทาง LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ได้มอบ “ป้ายเมนูชูสุขภาพ และหวานน้อยสั่งได้” ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยหนึ่งในร้านที่เข้ารับมอบป้ายในครั้งนี้ ได้แก่ ร้าน “อีกา” ร้านอาหารไทยสูตรชุมชนในเครือ It’s Happened to be A Closet และร้าน “ชาตรามือ” ตำนานร้านชาไทยที่อยู่เคียงคู่คนไทยมานาน ซึ่งเป็นร้านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และพร้อมขับเคลื่อนแนวคิดอาหารสุขภาพร่วมกับภาครัฐและเอกชน โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ถือเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่สามารถนำแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2025