LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย ผนึกกำลัง Texas Chicken แบรนด์ไก่ทอดชื่อดังสัญชาติอเมริกันจากรัฐเท็กซัส นำโดย คุณสุธาวัลย์  ประสงค์ดี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ LINE MAN Wongnai และ คุณจงรักบุญ โรจนชลา ผู้จัดการส่วนธุรกิจเท็กซัสชิคเก้น จัดเต็มส่วนลดสุดพิเศษมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้คนไทยส่งท้ายปี ให้อร่อยฟินไปกับ Texas Chicken บนแอปฯ LINE MAN ลูกค้าใหม่ลุ้นกินฟรี เมื่อสั่งซื้อ Texas Chicken 

จัดเต็มส่วนลด Texas คุ้ม 5 ต่อ! รับส่วนลดสูงสุด 60% ลูกค้าใหม่ของ Texas Chicken คุ้มต่อเนื่องเพียงใส่โค้ด “TEXAS” รับทันทีส่วนลด 100 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 100 บาท พร้อมกันนี้ยังมีส่วนลดท้ายบิลเพิ่มให้อีกลดสูงสุด 70 บาท และคุ้มต่อเมื่อซื้อชุดแร็พปาร์ตี้ฮิตมูลค่า 599 บาท รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 100 บาท พร้อมลุ้นรับของขวัญชิ้นใหญ่จาก LINE MAN และ TEXAS บินฟรีทัวร์ฝรั่งเศส 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ร่วมสนุกกับกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ – 12 ตุลาคมนี้เท่านั้น ประกาศรายชื่อผู้โชคดีทาง LINE MAN Facebook Page ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/d49bv1j4

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

**สามารถตรวจสอบอันดับผู้มียอดซื้อสูงสุดระหว่างแคมเปญ ได้ทุกวันที่ 30 กันยายน 2565, 5 ตุลาคม 2565, 7 ตุลาคม 2565, 10 ตุลาคม 2565 และ 11 ตุลาคม 2565 ผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE MAN

***ระยะเวลาการเดินทางระหว่างวันที่ 18-23 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท สถานการณ์โควิด-19 และกฎระเบียบการเข้าประเทศฝรั่งเศสตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้

****ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลเป็นผู้จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

News Release View More

LINE MAN Wongnai จัดกิจกรรม Reskill–Upskill ผู้สูงวัยยุคดิจิทัล ในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้

LINE MAN Wongnai จับมือ Young Happy คอมมูนิตี้ผู้สูงวัย พร้อมด้วยพันธมิตร กรมกิจการผู้สูงอายุ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Central Restaurants Group (CRG) ร่วมเสริมทักษะผู้สูงวัยในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้สูงอายุ ผ่านการอบรมเข้มข้นตลอด 1 เดือน รวมกว่า 30 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งการขายอาหารบนฟู้ดเดลิเวอรีกับ LINE MAN การวางแผนและโปรโมทร้านอาหาร พร้อมเวิร์กชอปพิเศษกับเชฟและผู้ประกอบการจริง ไปจนถึงกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย คุณวริศรา กลีบบัว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยังแฮปปี้ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ Young Happy ทำงานกับผู้สูงวัย เราเห็นชัดว่าพวกเขามีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการและพร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม การร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผนึกกำลังกันเพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้สูงวัยได้พัฒนาทักษะ ทั้งการทำอาหาร การเรียนรู้ด้านดิจิทัล ไปจนถึงการนำความรู้ไปใช้เปิดร้านและสร้างรายได้จริง เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสร้างอาชีพ แต่ยังช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงวัย สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคมอย่างแท้จริง” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “โครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ LINE MAN Wongnai ตั้งใจถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารออนไลน์อย่างรอบด้าน เราเริ่มตั้งแต่การสอนพื้นฐานการเปิดร้านบน Wongnai Merchant App การรับออเดอร์บน LINE MAN ไปจนถึงการเรียนรู้เทคนิคการขายเดลิเวอรีจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อร้านให้ค้นหาเจอง่าย การเลือกใช้รูปภาพที่ดึงดูดใจ รวมถึงการจับคู่เมนูเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้ผู้สูงวัยสามารถทำตามได้ง่ายและนำไปใช้จริง ซึ่งระยะเวลาร่วมกิจกรรมเราพบว่า มีสมาชิกกลุ่ม Young Happy หลายท่านสามารถเปิดร้านบน LINE MAN และเริ่มมีรายได้แล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงเป้าหมายของเราที่ต้องการ Empowering Merchant ด้วยเครื่องมือดิจิทัล และสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้คนทุกกลุ่มในสังคม” ดร. สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “การสูงวัยอย่างมีคุณภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของสุขภาพกาย แต่ยังรวมถึงการมีเป้าหมายและคุณค่าของชีวิต โครงการเชฟรุ่นใหญ่จึงเปรียบเสมือน ‘มหาวิทยาลัยชีวิต’ สำหรับผู้สูงอายุ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สร้างอาชีพและรายได้ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้มีเป้าหมายในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิต ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกภาคภูมิใจ มีกำลังใจ และสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า” ด้าน คุณนัจนันท์ พฤกษ์ไพบูลย์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านกำเสี่ยะตามสั่ง กล่าวว่า “ร้านอาหารตามสั่งของครอบครัวเปิดมากว่า 60 ปี หลังจากเกษียณจึงตัดสินใจสานต่อธุรกิจของแม่ ความท้าทายใหญ่คือเรื่องเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย แต่รู้ว่าการทำเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN เป็นสิ่งจำเป็น เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ถ้าไม่ปรับตัวก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โครงการเชฟรุ่นใหญ่ช่วยให้เข้าใจการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ทั้งเรื่องการตั้งราคา การจัดโปรโมชัน และการบริหารเวลาให้ออเดอร์เสร็จทัน ทำให้มั่นใจและพร้อมเปิดร้านบน LINE MAN อย่างจริงจัง ถือเป็นโอกาสครั้งใหม่ในการส่งต่อรสชาติความทรงจำของครอบครัวสู่ลูกค้าในยุคดิจิทัล” ขณะที่ คุณจันทร์เพ็ญ จันแดง ผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านข้าวเหนียวมะม่วงจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า “หลังจากออกมาเป็นแม่บ้านได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อย่าง เมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่ทำเป็นหลัก แต่ก็มีความคิดที่อยากขยายไปสู่เมนูคาวอย่างข้าวหมูคัตสึด้ง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกกับร้านของเรามากขึ้น แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนรุ่นเรา คือ การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ พอได้มาเรียนรู้ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ ก็ทำให้เข้าใจระบบของ LINE MAN มากขึ้น ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย GP การตั้งราคาที่เหมาะสม และวิธีการนำเสนอร้านให้น่าสนใจ โดยเฉพาะการเลือกภาพและการจับคู่เมนูเพื่อดันยอดขาย นอกจากนี้ยังได้สูตรใหม่ ๆ จาก CRG อย่างคัตสึด้งหรือน้ำส้มยูสุ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านได้ทันที ทุกวันนี้มองว่า LINE MAN เป็นช่องทางเสริมที่ช่วยระบายสินค้าและเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ ไม่ได้เน้นแค่เรื่องกำไร แต่เป็นโอกาสที่จะส่งต่ออาหารที่ทำด้วยความตั้งใจให้คนได้กินของดี ผลผลิตบางส่วนยังปลูกเองแบบไม่ใช้สารเคมี และนำกำไรไปแบ่งปันให้เด็กกำพร้าหรือผู้สูงอายุในชุมชน เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจคือการแบ่งปันความสุข ไม่ใช่เพียงการขายอาหาร” คุณอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า “ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีอาชีพและรายได้จึงเป็นภารกิจสำคัญของกรมกิจการผู้สูงอายุ เพราะนอกจากช่วยให้ผู้สูงวัยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังทำให้พวกเขาแข็งแรงทั้งกายและใจ สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี กรมฯ จึงพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ Young Happy จัดขึ้น รวมถึงโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ที่ได้ร่วมกับ LINE MAN Wongnai ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยอย่างยั่งยืน” โครงการนี้สะท้อนพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดย LINE MAN Wongnai สนับสนุนด้านแพลตฟอร์มและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการขายอาหารและการปรับตัวในโลกออนไลน์ ขณะที่ Young Happy เชื่อมโยงผู้สูงวัยและออกแบบหลักสูตรที่เข้าใจง่าย ด้าน  Central Restaurants Group (CRG) มาร่วมถ่ายทอดมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในครัว เปิดคลาสสอนทำอาหารเมนูฮิตใหม่ๆ เช่น เมนูทงคัตสึ  เสริมด้วยการสนับสนุนเชิงนโยบายและสุขภาวะจากกรมกิจการผู้สูงอายุและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ผู้สูงวัยที่รักการทำอาหารได้ “เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้” อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก คุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด  ร่วมกิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

27 Nov 2025

LINE MAN ยอดพุ่งสัปดาห์เดียว 20% ครองแชมป์ร้านคนละครึ่งเยอะที่สุด!

LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรีพุ่ง 20% ในสัปดาห์เดียวครองแชมป์ร้านคนละครึ่งเยอะที่สุด 42,000 ร้านทั่วไทย คนละครึ่งเดลิเวอรีคึกคัก LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรีพุ่ง 20% ในสัปดาห์แรกที่เข้าโครงการคนละครึ่ง (4-10 ต.ค.) โดยมีร้านอาหารเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN มากกว่า 42,000 ร้าน ครองแชมป์ร้านเยอะสุดทั่วไทย ด้านร้านอาหารรายงานยอดขายคนละครึ่งบน LINE MAN สัปดาห์แรกโตเฉลี่ย 80% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “หลังจากโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เริ่มใช้สิทธิ์ผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ยอดออร์เดอร์เดลิเวอรีบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นถึง 20% ภายในสัปดาห์เดียว (4-10 ต.ค.) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงสั่งเดลิเวอรีต่อเนื่องแม้จะเริ่มคลายล็อกดาวน์” นอกจากนี้ ภายใน 1 สัปดาห์นับตั้งแต่เปิดให้ร้านสมัครคนละครึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา มีร้านอาหารเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN รวมกว่า 42,000 ร้านทั่วประเทศ จากจำนวนร้านอาหารทั้งหมดกว่า 54,000 ร้านที่สมัครขายคนละครึ่งกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีตามรายงานของกระทรวงการคลัง จึงทำให้ LINE MAN ครองแชมป์ร้านคนละครึ่งมากที่สุด ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการคนละครึ่งครอบคลุมพื้นที่ให้บริการของ LINE MAN ทั้ง 68 จังหวัดทั่วไทย (ในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดให้บริการครบทั้ง 77 จังหวัด) ในจำนวนนี้มี 29 จังหวัดที่มี LINE MAN เป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเพียงเจ้าเดียวที่รองรับการใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ได้แก่ ภาคกลาง ได้แก่ นครนายก, สมุทรสงคราม, ฉะเชิงเทรา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, อุทัยธานี, ชัยนาท, สุโขทัย, พิจิตรภาคเหนือ ได้แก่ เพชรบูรณ์, แม่ฮ่องสอนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส, สตูล, พัทลุง, ปัตตานี, ระนอง, กระบี่, พังงาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บึงกาฬ, อำนาจเจริญ, หนองบัวลำภู, ยโสธร, มุกดาหาร, ศรีสะเกษ, เลย, สกลนครภาคตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว, ตราด, ปราจีนบุรี ด้านร้านอาหารรายงานยอดขายคนละครึ่งบน LINE MAN ในสัปดาห์แรก (4-10 ต.ค.) เติบโตเฉลี่ย 80% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า คุณอนันทศักดิ์ เอี้ยงทอง เจ้าของร้านเจ๊นิวตำซาดิสต์ รายงานยอดขายหลังจากเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับ LINE MAN มียอดออร์เดอร์โตขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ในขณะเดียวกันระบบคนละครึ่งบน LINE MAN ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งระบบการจัดการออร์เดอร์ที่ดีทั้งร้านค้าและไรเดอร์ ทำให้มีอัตราสำเร็จของการส่งออร์เดอร์สูงมากช่วยให้ร้านสามารถบริหารจัดการหน้าร้านได้ง่าย และไรเดอร์ไม่พ่วงออร์เดอร์ทำให้ส่งอาหารถึงมือผู้บริโภคได้รวดเร็วในช่วงมื้ออาหารที่มียอดสั่งสูง คุณนงนุช นามวงษ์ เจ้าของร้านหนึ่งปูม้าทะเลเผา ที่แม้ว่าคลายล็อกดาวน์แล้วแต่ร้านยังไม่พร้อมเปิดให้นั่งทานในร้าน จึงต้องเน้นขายผ่านเดลิเวอรีเพียงช่องทางเดียว ซึ่งหลังจากเริ่มคนละครึ่งเฟส 3 ก็ช่วยดึงยอดขายกลับมาเติบโตได้อีกครั้งถึง 30% โดยมีสัดส่วนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็นผลกระตุ้นจากโครงการคนละครึ่งที่มีแคมเปญโปรโมชันลดค่าอาหารเพิ่มเติมและค่าส่งเริ่มต้น 0 บาทจาก LINE MAN ในขณะที่คุณษมาพร จิรชัยธร เจ้าของร้านข้าวมันไก่ก่วงเฮงประตูน้ำ เล่าถึงผลกระทบของร้านข้าวมันไก่ที่ถือว่าเป็น เมนูอาหารพื้นฐานที่คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ก็ยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้จ่ายรัดกุมมากยิ่งขึ้น เลือกกินเลือกใช้เท่าที่จำเป็นมากที่สุด ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมาที่สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งผ่าน LINE MAN ได้ทำให้เราเห็นยอดขายโตขึ้นกว่า 50% สะท้อนให้เห็นว่าโครงการคนละครึ่งสามารถช่วยให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นวงจรยาวทั้ง คนซื้อ คนขาย ไรเดอร์ ไปจนถึงคนส่งของ แม่ค้าในตลาด หรือเกษตรกร ถ้าเป็นไปได้จึงอยากให้ภาครัฐสานต่อโครงการคนละครึ่งต่อเนื่องในปีหน้า อย่างน้อยที่สุดควรช่วยลดภาระของปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างการกิน ถ้ามีกินจะได้มีแรงทำงานเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจต่อไป

LINE MAN Wongnai

12 Oct 2021

กรมพัฒน์ฯ จับมือ Wongnai สนับสนุน Wongnai Bangkok Restaurant Week 2019

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ Wongnai จัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ชวนคนชอบชิมร่วมลิ้มลองความอร่อย จากร้านอาหารระดับพรีเมียม Thai SELECT และร้านอาหารชั้นนำทั่วประเทศ กับ 3 คอร์สเมนูอาหาร (Appetizer, Main และ Dessert) ในราคา 999++ บาท โดยเริ่มจำหน่ายดีลออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม 2562 พร้อมรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมาย นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจร้านอาหารยังคงเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ โดยมูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ปี 2561 มีมูลค่ากว่า 420,000 ล้านบาท จากร้านอาหารในประเทศ จำนวน 231,916 ร้าน ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ทั้งการให้บริการภายในร้าน รสชาติอาหาร พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มโอกาส และช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยในวันที่ 14 มิถุนายน 2562 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ “Wongnai” จัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ภายใต้แนวคิด “Local Produce” คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นจากไทยสู่จานอาหารในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมเปิดดีล 3 คอร์สเมนูอาหาร (Appetizer, Main และ Dessert) ในราคา 999 บาท (ไม่รวม VAT และ Service Charge) กับร้านอาหาร Thai SELECT ได้แก่ ร้าน Blue Elephant, เสน่ห์จันทน์, ครัวภัทรา สุริยาศัย, Royal Osha และ ชมจันทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารชั้นนำอีกมากมาย โดยสามารถจองดีลผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai ได้ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม -11 สิงหาคม 2562 เพื่อส่งเสริมให้นักชิมร่วมสนับสนุนร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพ และบอกต่อถึงรสชาติอันละเมียดละไม และยังเป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และยกระดับธุรกิจบริการของไทยอีกด้วย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่าจากข้อมูลเทรนด์ร้านอาหาร ปี 2562 และพฤติกรรมผู้บริโภคนี้ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จำนวนร้านอาหารเปิดใหม่นั้นยังสอดคล้องไปกับความสนใจของผู้บริโภค อ้างอิงจากจำนวนการค้นหาร้านอาหาร รีวิว และรูปภาพจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 10 ล้านครั้ง บนฐานข้อมูลของ Wongnai แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยกินอาหารนอกบ้านเฉลี่ยเดือนละ 56 ครั้งต่อเดือน และผู้บริโภคเริ่มมีการสั่งอาหารเดลิเวอรีมากขึ้น ซึ่งงาน Bangkok Restaurant Week เกิดจาก Wongnai ต้องการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงร้านอาหารให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และที่ผ่านมาพบว่าร้านอาหารหลายร้าน รวมถึงเชฟหลายท่านหันมาใช้ “Local Produce” หรือผลผลิตในท้องถิ่นกันมากขึ้น จึงตั้งใจรวบรวมร้านดังที่โดดเด่นเรื่องการใช้วัตถุดิบไทยเป็นหลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มเกษตรกรไทยให้มีรายได้ และมีกำลังใจในการสร้างผลผลิตต่อไป ประกอบกับในปีนี้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ Wongnai ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ในปีนี้งาน Bangkok Restaurant Week 2019 จึงถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Local Produce” โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทางธุรกิจดังต่อไปนี้ บัตรเครดิต UnionPay, บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์, dtac reward และ Strongbow ตามลำดับ การจัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในห่วงโซ่ Supply Chain ของธุรกิจร้านอาหาร โดยเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เพื่อเพิ่มยอดขายกับผู้ประกอบการร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเข้าถึงอาหารรสชาติดี คุณภาพชั้นเยี่ยม ราคาย่อมเยา จากร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย “การปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ พร้อมหาโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ รวมถึงหาพันธมิตรสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ตกเทรนด์” ท่านรองอธิบดีกล่าวสรุป สำหรับผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Restaurant Week 2019 ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai, เว็บไซต์ https://www.wongnai.com/restaurantweek หรือ Facebook Fanpage www.facebook.com/Wongnai สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5962 และ www.dbd.go.th

LINE MAN Wongnai

28 Jun 2019

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022