บริษัทมีมูลค่าหลังระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นเป็นเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดของไทย

LINE MAN Wongnai ประกาศระดมทุนรอบซีรีส์บี มูลค่า 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9,700 ล้านบาท) นำโดย GIC กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ และบริษัท LINE Corporation ในการระดมทุนรอบนี้ยังมี BRV Capital Management, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR), Bualuang Ventures และ Taiwan Mobile ร่วมลงทุนด้วย

การระดมทุนครั้งนี้ทำให้บริษัทมีมูลค่าหลังระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.7 หมื่นล้านบาท) ขึ้นเป็นเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดของไทยเมื่อวัดจากมูลค่าบริษัท

เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำมาเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจส่งอาหาร ขยายไปสู่บริการใหม่ๆ ขยายทีมงานด้านเทคโนโลยี และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงานฝ่ายเทคโนโลยีให้มากกว่า 450 คนภายในสิ้นปี 65

LINE MAN Wongnai ก่อตั้งในปี 63 จากการควบรวมระหว่างแพลตฟอร์มออนดีมานด์ LINE MAN และแพลตฟอร์มรีวิวร้านอาหาร Wongnai โดยมีเป้าหมายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการ (E-commerce Platform for Services) ที่มีนวัตกรรมมากที่สุด

ปัจจุบัน LINE MAN Wongnai มีธุรกิจในเครือ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มบริการออนดีมานด์ – บริการภายใต้แบรนด์ LINE MAN ครอบคลุมการส่งอาหาร สินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ โดยธุรกิจส่งอาหารมีอัตราการเติบโตของจำนวนออร์เดอร์ต่อเดือนมากกว่า 15 เท่าระหว่างมกราคมปี 63 ถึงสิงหาคมปี 65 ถือเป็นบริการส่งอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดในไทย ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วไทย และมีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มกว่า 700,000 ร้าน ซึ่งมากที่สุดในท้องตลาด
  • กลุ่มโซลูชันสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร – Wongnai มีฐานข้อมูลร้านค้าและร้านอาหารมากกว่า 1 ล้านร้านทั่วไทย นำมาให้บริการค้นหาข้อมูลร้านอาหารและรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รวมทั้งมี Wongnai POS ระบบจัดการร้านอาหารและการขายผ่านเดลิเวอรี ถือเป็นผู้นำตลาด POS สำหรับร้านอาหาร และมีผู้ประกอบการร้านอาหารใช้งานมากกว่า 50,000 ร้าน
  • กลุ่มธุรกิจเสริมมูลค่า – ด้วยฐานผู้ใช้งานเดลิเวอรีที่มีทั้งผู้ใช้ ผู้ขับขี่ และร้านอาหารจำนวนมาก นำมาสู่ธุรกิจใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าแก่ทุกภาคส่วนในอีโคซิสเต็ม โดยมีทั้งธุรกิจโฆษณาสำหรับร้านอาหาร และธุรกิจบริการทางการเงิน

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ความสำเร็จของการระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ LINE MAN Wongnai ต้องขอขอบคุณ GIC, LINE และนักลงทุนรายอื่นๆ ที่ให้โอกาสพวกเราสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญ และขึ้นเป็น National Champion ในอุตสาหกรรมส่งอาหารของประเทศไทย อาหารถือเป็นรากเหง้าของเรามาตั้งแต่เมื่อร่วมก่อตั้ง Wongnai และตอนนี้พวกเราบรรลุความฝันในการเชื่อมต่อลูกค้าหลายล้านคนกับร้านอาหารจำนวนมาก เรายังภูมิใจที่สามารถสร้างงานให้กับไรเดอร์มากกว่า 1 แสนตำแหน่งทั่วประเทศ โดยไรเดอร์จำนวนมากมีรายได้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 2 เท่า เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้า ด้วยการพัฒนาบริการที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนไทย เพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น”

คุณอึนจอง ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “LINE MAN ถือเป็นหนึ่งในบริการที่ประสบความสำเร็จที่สุด แสดงให้เห็นว่า LINE สามารถสร้างบริการที่เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละประเทศได้ การระดมทุนรอบนี้จะช่วยให้ LINE MAN Wongnai มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในอนาคตเพื่อเป้าหมายในการสร้างชีวิตที่ดีกว่าและสะดวกกว่าให้กับผู้ใช้ชาวไทย”

เกี่ยวกับ LINE MAN Wongnai

LINE MAN Wongnai คือบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการระดมทุนซีรีส์บีที่นำโดย GIC และ LINE บริษัทตั้งเป้าสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการครบวงจร ได้แก่ ส่งอาหาร สินค้า แท็กซี่ เมสเซนเจอร์ รีวิวร้านอาหาร และโซลูชันสำหรับร้านอาหาร บริษัทขับเคลื่อนโดยพนักงานกว่า 1,000 คนที่ทุ่มเทเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อมต่อผู้ใช้หลายล้านคนในไทยเพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น

เกี่ยวกับ GIC

GIC คือบริษัทลงทุนชั้นนำระดับโลก ก่อตั้งเมื่อปี 1981 เพื่อวางอนาคตด้านการเงินให้กับประเทศสิงคโปร์ มีภารกิจจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศของสิงค์โปร์ โดยเน้นการลงทุนที่สร้างคุณค่าระยะยาวในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หุ้นของบริษัทนอกตลาด เวนเจอร์แคปิตอล และโครงสร้างพื้นฐาน แนวทางการลงทุนของ GIC ที่ให้ความสำคัญในการเพิ่มคุณค่าให้กับทุกการลงทุนผ่านการลงทุนระยะยาว ความเชี่ยวชาญที่หลากหลายด้านสินทรัพย์ และการเชื่อมต่อกับทั่วโลก ช่วยให้บริษัทกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในฐานะนักลงทุน GIC มีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศสิงคโปร์ มีพนักงานทั่วโลกมากกว่า 1,900 คน จากเมืองสำคัญทางการเงิน 11 แห่ง และมีการลงทุนมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GIC ได้ที่ www.gic.com.sg

เกี่ยวกับ LINE Corporation

LINE Corporation ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นปฏิบัติภายใต้พันธกิจ Closing the Distance เชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้วยข้อมูลข่าวสาร บริการและผลิตภัณฑ์ของ LINE เริ่มจากแอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ต่อมาได้เติบโตและขยายธุรกิจออกไปในรูปแบบหลากหลายในระบบนิเวศทั่วโลกซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), fintech และอื่น ๆ โดย LINE ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Z Holdings Group หนึ่งในกลุ่มบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2564

เกี่ยวกับ LINE Plus Corporation 

LINE Plus Corporation ก่อตั้งในปี 2556 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในฐานะบริษัทภายใต้ LINE Corporation ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจระดับโลกของ LINE ทั้งด้านโปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ นักการตลาด บุคลากรฝ่ายขาย และ การประชาสัมพันธ์ที่ดำเนินงานร่วมกันจากทั่วโลก

News Release View More

Rabbit Crossing จับมือ LINE MAN รณรงค์ไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย 

Rabbit Crossing ทางกระต่าย โดยกลุ่มเพื่อนหมอกระต่าย จับมือ LINE MAN รณรงค์การใช้รถใช้ถนน ให้ไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ลดอุบัติเหตุ ผ่านการสื่อสาร 3 ข้อ ได้แก่ ชะลอความเร็ว หยุดรถให้คนข้ามถนน และอย่าแซงบริเวณทางม้าลาย พร้อมตั้งเป้าให้ไรเดอร์ร่วมสนับสนุนโครงการผ่านการติดสติกเกอร์เพื่อเตือนสติผู้ใช้ถนนเคารพกฎจราจร สร้างสังคมที่ปลอดภัย หมอเจี๊ยบ – ลลนา ก้องธรนินทร์ ตัวแทนกลุ่มเพื่อนหมอกระต่าย เปิดเผยถึงความร่วมมือกับ LINE MAN ว่า “หลังจากที่หมอกระต่ายประสบอุบัติเหตุขณะข้ามทางม้าลายและเป็นข่าวดังเมื่อหลายเดือนก่อน พวกเรากลุ่มเพื่อนหมอกระต่ายได้ร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ในเรื่องการขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนนกับหลายหน่วยงาน ซึ่ง LINE MAN ถือเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีรายแรกที่ให้การตอบรับเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ เพื่อให้ไรเดอร์ของ LINE MAN ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจทุกการเดินทางบนท้องถนน ลดอุบัติเหตุตามจุดสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะทางม้าลาย และร่วมกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางทีม Rabbit Crossing ได้ทำเพลงเพื่อรณรงค์ทางม้าลายปลอดภัยขึ้นมา 2 เพลง ชื่อเพลงนิทานของม้าลายที่มีเนื้อหาความล้มเหลวของทางม้าลายในการทำหน้าที่ปกป้องคนเดินถนนให้ปลอดภัย และเพลงแตะเบรคที่กระตุ้นให้ผู้ขับขี่เข้าใจหน้าที่ของตนในฐานะคนขับให้ขับอย่างปลอดภัย โดยทั้งสองเพลงจะเผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook และ Instagram ของทีม Rabbit Crossing ในเดือนมิถุนายนนี้” ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มีไรเดอร์จำนวนมากบนท้องถนนโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่ ซึ่งเราตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ของไรเดอร์ ดังนั้นความร่วมมือกับทีม Rabbit Crossing ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้ามาช่วยกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่ไรเดอร์ให้หยุดรถทางม้าลายทุกครั้ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อคนเดินถนน โดยเฉพาะคนเดินถนนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากที่สุด โดยตั้งใจสื่อสารไปยังไรเดอร์ 3 ข้อ ได้แก่ 1) ชะลอความเร็วก่อนถึงทางม้าลาย 2) หยุดให้คนเดินข้ามทางม้าทุกครั้ง และ 3) อย่าขี่รถแซงบริเวณทางม้าลาย ผ่านวิดีโอที่จะเผยแพร่บนช่องทางสื่อสารกับไรเดอร์โดยตรง” “นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการผลิตสติกเกอร์ ‘จอดให้ข้ามที่ทางม้าลาย’ โดยตั้งเป้าแจกให้กับไรเดอร์กว่า 1 หมื่นคนโดยเริ่มจากในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เป็นเครื่องหมายเตือนสติแก่ไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นและเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนนที่พบเห็นสติกเกอร์โครงการบนกระเป๋า LINE MAN ไปพร้อมๆ กัน เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบริเวณจุดข้ามถนนทางม้าลาย และเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนเคารพกฎจราจร” ดร.มาลียา กล่าวทิ้งท้าย

LINE MAN Wongnai

30 May 2022

LINE MAN ควบรวม Wongnai คว้าเงินลงทุนกว่า 3,300 ล้านบาท จาก BRV

ผนึกกำลัง Wongnai สู่การเป็น “ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง” ที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อคนไทย ครั้งแรกกับการได้รับเงินลงทุนสำหรับธุรกิจดาวรุ่งในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศของ LINE Group กรุงเทพฯ –30 กรกฎาคม 2563 – LINE MAN “ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง” ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรีชั้นนำในประเทศไทย เผยว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงด้านเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,300 ล้านบาท) จากบริษัท BRV Capital Management (BRV) นับเป็นการรับเงินทุนครั้งแรกสำหรับธุรกิจดาวรุ่งในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศของ LINE Group สะท้อนความสำเร็จของ LINE MAN ในประเทศไทยและความพร้อมในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคต การลงทุนจาก BRV ในครั้งนี้ นำมาสู่การควบรวมกิจการบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ Wongnai แพลตฟอร์มรีวิวและค้นหาร้านอาหารชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจในฐานะพันธมิตรร่วมกับ LINE MAN มาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งปัจจุบัน Wongnai มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านรายต่อเดือน ด้วยฐานข้อมูลร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในไทยกว่า 400,000 ร้านทั่วประเทศ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งาน LINE MAN สามารถสั่งอาหารจากร้านที่อยู่บนฐานข้อมูลของ Wongnai ได้ การลงทุนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทที่ควบรวมใหม่และต่อยอดการพัฒนาในช่วงที่ธุรกิจกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย โดย LINE MAN ผู้ให้บริการเดลิเวอรีชั้นนำที่มาพร้อมแนวคิดผู้ช่วยเบอร์หนึ่งในแบบ on-demand และบริการอย่างมืออาชีพแก่ผู้ใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน 6 บริการ ประกอบด้วย ฟู้ดเดลิเวอรี, บริการซื้อของซูเปอร์มาร์เก็ต, แมสเซนเจอร์, ส่งพัสดุ, เรียกแท็กซี่ และบริการซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ โดยปัจจุบันมีพันธมิตรร้านอาหารมากกว่า 100,000 ร้านค้าทั่วกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัด อาทิ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี – เมืองพัทยา และเชียงใหม่ โดยวางแผนที่จะขยายพื้นที่การให้บริการในประเทศไทยให้ครอบคลุม 15 จังหวัดภายในปีนี้ “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับ BRV ซึ่งเป็นบริษัทเงินทุนที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการแสวงหาการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม” อึนจอง ลี หัวหน้าฝ่ายบริหารธุรกิจระดับโลก (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น “นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 4 ปีก่อน LINE MAN ได้เติบโตจนกลายเป็นแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรียอดนิยมสำหรับคนไทย และนับจากนี้ เงินลงทุนที่ได้รับจาก BRV จะช่วยผลักดันให้ LINE MAN สามารถเติบโตขึ้นไปอีกขั้น” สำหรับ BRV เป็นบริษัทเงินทุน (Growth Capital) เคยลงทุนใน PayPal และ Waze มาแล้ว BRV ยังมีสำนักงานท้องถิ่นในประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ด้วยประสบการณ์การลงทุนธุรกิจในซิลิคอน วัลเลย์ และทั่วโลกนั้น การที่ BRV ตัดสินใจลงทุนใน LINE MAN มีเหตุผลสำคัญมากจากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการนำเสนอบริการที่เป็นนวัตกรรมสำหรับตลาดในประเทศไทยจนกลายเป็นผู้ช่วยเบอร์หนึ่งสำหรับผู้ใช้งาน 

LINE MAN Wongnai

31 Jul 2020

LINE MAN MART จับมือ found & found ส่งตรงผลิตภัณฑ์บิวตี้จากญี่ปุ่น-เกาหลี

LINE MAN MART จับมือ found & found ขยายช่องทางการขายสู่โลกดิจิทัล พร้อมส่งตรงผลิตภัณฑ์บิวตี้ชั้นนำจากญี่ปุ่น–เกาหลี ให้ผู้บริโภคในกรุงเทพฯ และพื้นที่ให้บริการได้เลือกช้อปกันง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว คุณณัฐพล ชูจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด (ORHW) เปิดเผยว่า การร่วมมือกับ LINE MAN MART ในครั้งนี้จะช่วยขยายการเข้าถึงสินค้าไปยังผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในเมืองที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งเราเชื่อว่า “การดูแลตัวเองไม่ควรเป็นเรื่องยุ่งยาก” แค่คลิกเดียว  ทุกไอเทมเด็ดจากญี่ปุ่น – เกาหลีที่เคยต้องบินไปซื้อเอง ก็พร้อมส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านแบบทันใจ กดช้อปปุ๊บ ส่งปั๊บ ในราคาคุ้มค่า พร้อมการันตีคุณภาพที่ found & found คัดมาให้โดยเฉพาะ เพื่อให้ทุกคนสนุกกับการดูแลตัวเองได้ทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คุณสุธาวัลย์ ประสงค์ดี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ LINE MAN Wongnai กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน LINE MAN เป็นแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย ที่มีผู้ใช้งานครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ ที่นอกจากบริการสั่งอาหารแล้ว เรามีบริการสั่งซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคและของใช้ต่างๆ ภายใต้ชื่อ LINE MAN MART ทำให้เราเห็นอัตราการเติบโตของคำสั่งซื้อสินค้าในหมวดสุขภาพและความงามเฉลี่ยอยู่ที่ 80% ต่อปี สะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้บริการเดลิเวอรี่ในการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานและผู้บริโภค ช่วงอายุ 25–40 ปี ที่มองหาสินค้าคุณภาพ ส่งทันทีและเข้าถึงง่าย  สำหรับสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายผ่าน LINE MAN MART มีทั้งแบรนด์ดังยอดฮิตจากเกาหลี ได้แก่ BIO HEAL_BOH, BRING GREEN, ROUND A’ROUND, WAKE MAKE, Colorgram, FILLIMILL และ IDEAL FOR MEN รวมถึงแบรนด์สายคลีนชื่อดังอย่าง Haruharu Wonder ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักสุขภาพผิวอย่างต่อเนื่อง สำหรับฝั่งญี่ปุ่น ยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองในทุกมิติ เช่น DR ZERO ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมยอดนิยม Cica Method สกินแคร์ตัวดังสำหรับผิวแพ้ง่าย S Select รวมสินค้าดูแลตัวเองคุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า AC Makeup เครื่องสำอางสีสวย ใช้ง่าย ราคาสบายกระเป๋า Prieclat U สกินแคร์ที่ไม่จำกัดเพศ ออกแบบมาเพื่อทุกสภาพผิว รวมถึงสินค้าไทยคุณภาพพรีเมียมอีกมากมาย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ มั่นใจได้ว่าสินค้าจาก found & found เป็นของแท้ 100% การร่วมมือกับ found & found จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มองหาผลิตภัณฑ์บิวตี้จากญี่ปุ่นและเกาหลีในราคาคุ้มค่า เราเชื่อมั่นว่าสินค้าที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจาก found & found จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ LINE MAN MART ได้อย่างแน่นอน ค้นหาร้าน found & found ที่ร่วมรายการทั้ง 8 สาขา ได้แล้ววันนี้ผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN เลือก MART และไปที่หมวด “ผลิตภัณฑ์ความงาม” ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

25 Jun 2025

LINE MAN และ LINE Pay ช่วยปัญหาโภชนาการเด็กห่างไกล เสริมความรู้ สร้างมื้อดี จับมือพันธมิตรมอบ 1.7 ล้าน ปูอนาคตที่ดีสู่เด็ก 100 โรงเรียนทั่วไทย

การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้ ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน  โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง “ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น  คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน  “เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา” ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย  “แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ” ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย *ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

14 Feb 2024