LINE MAN ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมภาคีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ปั้นหลักสูตรดูแลสุขภาวะไรเดอร์ กาย-ใจ-ความปลอดภัยบนท้องถนน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพไรเดอร์ให้ยั่งยืน ล่าสุดนำร่องจัดกิจกรรมอบรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเตรียมขยายผลหลักสูตรให้เข้าถึงไรเดอร์ทั่วประเทศ ไม่จำกัดค่าย

อาชีพไรเดอร์กลายเป็นอาชีพมาแรงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีคนหลายแสนคนที่ก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้และกลายเป็นที่พึ่งให้กับคนทั่วไป ร้านค้า และร้านอาหารในทุกๆ วัน แต่การทำงานบนท้องถนนทั้งวันทำให้ไรเดอร์ต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพตามมาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์หลายชั่วโมง และความเครียดจากการจราจร ด้วยเหตุนี้ LINE MAN และ สสส. ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ไรเดอร์ไทยจึงได้ร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรดูแลสุขภาวะที่ผ่านการวิจัยความต้องการจากไรเดอร์โดยตรง โดยได้นำร่องจัดการอบรมไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “สำหรับ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์ม เราต้องการผลักดันวิชาชีพไรเดอร์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งรากฐานที่สำคัญคือเรื่องสุขภาพของไรเดอร์ ถ้าไรเดอร์มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงก็จะทำให้สร้างโอกาสทำมาหากินได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพโดยเฉพาะ อย่าง สสส. เพื่อเริ่มต้นวิจัยความต้องการของไรเดอร์เกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพและนำมาสกัดเพื่อพัฒนาหลักสูตรสุขภาวะเพื่อสร้างความรู้ในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องขั้นต้นให้แก่ไรเดอร์”

ด้าน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า “หนึ่งในความตั้งใจของ สสส. คือการปลูกฝังเรื่องการดูแลสุขภาพให้แก่คนทำงานอาชีพไรเดอร์ การร่วมมือในหลักสูตร ‘ไรเดอร์สร้างเสริมสุขภาพ’ ครั้งนี้ LINE MAN ถือเป็นแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์เจ้าแรกที่ร่วมมือลงแรงปั้นหลักสูตรเพื่อดูแลสุขภาวะของไรเดอร์อย่างจริงจัง พร้อมได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย คณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย โดยนำร่องจัดกิจกรรมอบรมไปแล้ว 3 ครั้งตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้แก่

  • การดูแลสุขภาพกายให้เหมาะกับการทำงานของไรเดอร์ ในหัวข้อ “คอ บ่า หลัง สะโพก โยกย้าย” เพื่อฝึกทักษะการบริหารร่างกายและความเข้าใจเกี่ยวกับท่าทางที่ถูกต้อง พร้อมแนะนำกิจกรรมบำบัด และกายภาพบำบัดที่สอดคล้องกับสุขภาพของไรเดอร์แต่ละบุคคล 
  • การดูแลสุขภาพจิตสำหรับไรเดอร์ ในหัวข้อ “หัวไม่ร้อน นอนหลับสบาย” ฝึกทักษะเบื้องต้นเกี่ยวกับการป้องกัน จัดการความโกรธกับความวิตกกังวลอย่างถูกต้อง สร้างความเข้าใจเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ให้มีสุขภาพจิตที่ดีในการทำงาน 
  • ความปลอดภัยบนท้องถนน ในหัวข้อ “ไรเดอร์เซฟตี้” ฝึกทักษะเกี่ยวกับการวางการขับขี่บนท้อนถนนให้ปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม ตรวจสภาพรถ อุปกรณ์ ร่างกายและจิตใจก่อนทำงาน รวมถึงทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและช่วงทางการขอความช่วยเหลือหากเกิดอุบัติเหตุ”

“หลักสูตรเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาจากทีมนักวิจัยที่ทำแบบสำรวจความต้องการของจำนวนไรเดอร์เกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นและสกัดออกมาเป็นหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มไรเดอร์ได้เป็นอย่างดี  สำหรับกิจกรรมอบรมทั้ง 3 ครั้งมีไรเดอร์เข้าร่วมกว่า 70 คน และในอนาคตเตรียมขยายผลหลักสูตรให้เข้าถึงไรเดอร์ทั่วประเทศ ไม่จำกัดค่ายให้มีส่วนร่วมได้” คุณอิสริยะทิ้งท้าย

นอกจากนี้ ช่วงสิ้นปี LINE MAN ยังได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS) จัดกิจกรรมอบรมการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานประจำปี 2565 ภายใต้โครงการ “BDMS อบรมการช่วยชีวิต” สำหรับไรเดอร์ LINE MAN จำนวน 50 คน เพื่อตอกย้ำความตั้งใจของ LINE MAN ในการช่วยเสริมสร้างทักษะในการช่วยชีวิตให้แก่ไรเดอร์บนท้องถนน

News Release View More

LINE MAN และ LINE Pay ช่วยปัญหาโภชนาการเด็กห่างไกล เสริมความรู้ สร้างมื้อดี จับมือพันธมิตรมอบ 1.7 ล้าน ปูอนาคตที่ดีสู่เด็ก 100 โรงเรียนทั่วไทย

การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้ ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน  โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง “ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น  คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน  “เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา” ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย  “แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ” ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย *ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

14 Feb 2024

เปิดตัว “อิ้งค์ วรันธร” Friend of LINE MAN คนล่าสุด กับแคมเปญใหญ่ “ถูกสุดทุกวัน-ลดซ้อน 6 ต่อ”

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับหนึ่งของไทย ตอกย้ำความเป็นแอปเดลิเวอรีที่มอบความคุ้มค่าทุกวันให้ผู้บริโภค บุกตลาดครึ่งปีหลังชูจุดเด่นการตลาดที่เน้นความคุ้มค่าแบบยั่งยืน เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “LINE MAN ถูกสุดทุกวัน – ลดซ้อน 6 ต่อ” ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ด้วยโปรโมชั่นที่ใช้ได้จริง มีให้เลือกหลากหลาย สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่มองหาความคุ้มค่าในทุกมื้อ และทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดตัว “อิ้งค์ วรันธร” Friend of LINE MAN ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใช้แอปฯ เดลิเวอรีอย่างคุ้มค่าในทุกวัน LINE MAN ส่งแคมเปญ “ถูกสุดทุกวัน ลดซ้อน 6 ต่อ” เอาใจคนชอบคุ้มท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันมากกว่าการรอโปรโมชั่นชั่วคราว LINE MAN จึงเดินหน้าตอกย้ำจุดยืน “ถูกสุดทุกวัน” ผ่านแคมเปญ “ลดซ้อน 6 ต่อ” ตัวช่วยที่ทำให้ทุกวันของคนไทยประหยัดและคุ้มค่าขึ้น เพื่อยกระดับเป็นแพลตฟอร์มในชีวิตประจำวันที่ผู้บริโภคสามารถพึ่งพาได้ในทุกมื้อ และทุกช่วงเวลา สำหรับแคมเปญ “LINE MAN ถูกสุดทุกวัน ลดซ้อน 6 ต่อ” จัดเต็มดีลพิเศษที่หลากหลายแบบไม่จำกัดช่วงเวลาจากกว่า 200,000 ร้านค้าทั่วประเทศ พร้อมเสริมทัพความคุ้มค่าด้วยบริการ LINE MAN VIP และ LINE Pay เพื่อเชื่อมต่ออีโคซิสเต็มให้สมบูรณ์แบบและตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ลดต่อที่ 1 – รับเลยโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 50%* แบบไม่มีขั้นต่ำลดต่อที่ 2 – โปรเดือด เมนูเริ่มต้น 19 บาท*ลดต่อที่ 3 – ส่งฟรี 0 บาท* ทุกมื้อลดต่อที่ 4 – โบนัสสั่งเยอะ ลดเพิ่ม 20 บาท*ลดต่อที่ 5 – สมัคร LINE MAN VIP ใช้ฟรี 1 เดือน (ปกติ 99 บาท/ปี) พร้อมรับโค้ดส่วนลดรวมสูงสุด 1,500 บาท* ครอบคลุมทุกบริการทั้ง FOOD, MART, RIDE และ MESSENGERลดต่อที่ 6 – จ่ายผ่าน LINE Pay รับ LINE POINTS คืนสูงสุด 150 บาท* มอบประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวกและปลอดภัย ดึง “อิ้งค์ วรันธร” ขึ้นแท่น Friend of LINE MAN คนใหม่ ล่าสุด LINE MAN ได้เปิดตัว “อิ้งค์ วรันธร” นักร้องเสียงเพราะขวัญใจแฟนบอยแฟนเกิร์ล ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ทำหน้าที่เป็นแม็กเน็ตดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ใหม่ๆ พร้อมกระตุ้นการรับรู้ของแคมเปญผ่านสื่อที่ครอบคลุมทุกช่วงของ Consumer Journey ไม่ว่าจะเป็น Jingle เพลงติดหู, MV และ VDO แบบแอนิเมชันที่เข้าถึงได้ง่าย รวมถึงสติ๊กเกอร์แชตบนแอป LINE MAN ที่สำหรับใช้สื่อสารกับไรเดอร์ รวมถึงสื่อ ณ จุดขาย (POSM) ที่เชื่อมโยงแบรนด์กับร้านค้า ทั้งแบรนด์ดังและร้านอาหารท้องถิ่น เพื่อยกระดับการสื่อสารแคมเปญและสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายในทุกมิติ สร้างการรับรู้แคมเปญผ่านสื่อโฆษณาย่าน CBD กรุงเทพฯนอกจากสื่อโฆษณาทั่วไปตามบิลบอร์ดย่านสำคัญใจกลางเมืองตามจุดต่างๆ แล้ว LINE MAN ยังมีสื่อโฆษณาที่แปลกใหม่อย่าง “เรือเป็ดสวนลุม” ที่ตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์โปรโมชั่นของแคมเปญ เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค สู่การสร้าง Buzz ในโลกออนไลน์ผ่านการถ่ายภาพ แชร์ และพูดถึงแบรนด์ในมุมที่เข้าถึงได้จริง และยังบุกพื้นที่โฆษณาทั้งภายในและภายนอกขบวนรถไฟฟ้า BTS เดินหน้าขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เจาะกลุ่มคนทำงานเมือง และผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ “LINE MAN ถูกสุดทุกวัน ลดซ้อน 6 ต่อ” คือกลยุทธ์ที่สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ในการเป็นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง และอยู่เคียงข้างผู้ใช้ในทุกวันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมื้ออาหาร การเดินทาง หรือการใช้จ่ายประจำวัน พร้อมเติมเต็มทุกจังหวะของชีวิตด้วยความสะดวก ประหยัด และคุ้มค่า ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคและตอบโจทย์คนไทยทุกคน LINE MAN คือ แบรนด์บริการจัดส่งอาหารที่มีอัตราค่าจัดส่งที่ถูกที่สุด (2025) ผลสำรวจโดย INTAGE Thailand เงื่อนไขเป็นไปตามที่ LINE MAN กำหนด ตามข้อกำหนดที่ได้มีการเผยแพร่ตามช่องทางเว็บไซต์ https://lineman.line.me/lm-tooksud-2025*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

1 Jul 2025

LINE MAN Wongnai จับมือ ททท. เนรมิตแคมเปญ “ฟู้ดคัลเจอร์ ปลุกย่านเก่า” ทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง

LINE MAN Wongnai ทุ่มงบ 80 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ “ฟู้ดคัลเจอร์ ปลุกย่านเก่า” ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปลุกกระแสความคึกคักกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในย่านเก่ากรุงเทพฯ ได้แก่ ทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง  ผ่านการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอาหารและศิลปะ เนรมิตย่านเก่าสร้างความคึกคักมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารที่แปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2567 นี้  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การจับมือกับ ททท. ในแคมเปญนี้ถือเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและด้านอาหารเข้าด้วยกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยปลุกปั้นย่านทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง ให้มีศักยภาพทัดเทียมกับย่านท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติอย่างเยาวราช นอกจากนี้เรายังร่วมกับผู้ประกอบการร้านอาหารในย่านเพื่อสร้างการรับรู้ทั้งด้านอาหาร ศิลปะ รวมถึงความสนใจในวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของย่าน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนโค้ดส่วนลดบริการ LINE MAN RIDE ที่ช่วยให้คนมาเที่ยวงานสามารถเดินทางสะดวก ปลอดภัย และสัมผัสบรรยากาศจริงได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังแจกโค้ดส่วนลดสั่งอาหารจากร้านดังใน 3 ย่านนี้รวมกว่า 300 ร้าน” สำหรับแคมเปญ “LINE MAN Wongnai x ททท. ฟู้ดคัลเจอร์ ปลุกย่านเก่า” เกิดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Day-to-night Foodmaster Journey” มุ่งคืนชีวิตชีวาให้ย่าน ทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ภายในงานจะได้พบกับ Cafe Art Collaboration โดย Tum Ulit และเทศกาลไฟและดิจิทัลอาร์ต ‘The Food Culture Journey by Awakening’ ในยามค่ำคืน พร้อมการแสดงดนตรีสดจากศิลปินชื่อดัง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop ในช่วง Weekend ที่ไม่ควรพลาดตลอดเดือนกันยายนนี้ ด้านคุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้ นับเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหารในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านแพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญในด้านร้านอาหารและการให้บริการ ตั้งแต่การจัดส่งอาหาร และบริการเรียกรถรับ-ส่ง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้สัมผัสวัฒนธรรมการกินที่หลากหลายของไทย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเปิดโอกาสให้ร้านอาหารในย่านเก่าและพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับความสนใจเป็นการผลักดัน Soft Power ด้านอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล” สายอาร์ตเตรียมเช็คอิน Cafe Art Collaboration โดย Tum Ulit สายอาร์ตตัวจริงต้องไม่พลาด! งานนี้ LINE MAN Wongnai ร่วมกับศิลปินชื่อดัง Tum Ulit สร้างสรรค์ผลงานศิลปะถ่ายทอดความงดงามและเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในย่านเก่า ผ่านคาแรกเตอร์ที่ชื่อว่า “Bush” ผลงานของ Tum Ulit จะถูกติดตั้งเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังในย่านทรงวาด ตลาดน้อย และนางเลิ้ง โดยนำมุมมองใหม่ ๆ มาผสานเข้ากับศิลปะแบบดั้งเดิม เนรมิตให้ย่านเก่ากลับมามีชีวิตชีวา เติมเต็มบรรยากาศใหม่ให้ชิคและสนุกสนานยิ่งกว่าเคย  จัดหนักจัดเต็มรวมมิตรเวิร์คชอปสุดปังสำหรับสายไลฟ์สไตล์ งานนี้ไม่ได้มีแค่ร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังมีเวิร์คชอปให้ร่วมสนุกมากมายตลอดเดือนกันยายนนี้ เริ่มด้วย “Sip and Paint in the Dark (14, 22 ก.ย.)” เปิดโซนศิลปะให้คุณได้โชว์สกิลวาดรูป Canvas ด้วยสี Neon ท่ามกลางบรรยากาศแสงสี Backlight สุดตื่นตาตื่นใจ, “ตั้งวง ปั้นเปา” กับ กู่หลงเปา (15 ก.ย.) เวิร์คชอป จากร้านซาลาเปาสูตรแต้จิ๋วโบราณที่ส่งต่อความอร่อยมานานถึง 5 ชั่วอายุคน ที่คุณจะได้ลงมือผสมแป้ง นวดแป้ง และปั้นซาลาเปาหลากหลายรูปแบบด้วยตัวเอง, “Kohakutou วุ้นกรอบ Candy Workshop” กับ AGAR RAGA (21 ก.ย.) มาสอนงานคราฟท์วุ้นกรอบสวยๆ ด้วยสูตรหวานน้อย แต่อร่อยมาก, “Friendly Keychain” ที่ A Thing That is pieces Studio (28, 29 ก.ย.) ชวนคุณร่วมออกแบบพวงกุญแจรีไซเคิลจากฝาพลาสติกสีเขียว ปลุกกระแสรักสิ่งแวดล้อม ยกทัพดาราศิลปินบุกย่านดัง ชวนฟังมินิคอนเสิร์ต  สร้างบรรยากาศสุดฟินให้เต็มไปด้วยความสนุกและความทรงจำสุดประทับใจจากเหล่าศิลปินนักร้องทุกวันเสาร์ตลอดเดือนกันยายน นำโดย ออฟ จุมพล และ Landokmai (14 ก.ย.), วินนี่ ธนวินท์ – สตางค์ กิตติภพ นักแสดงจากซีรีส์ We Are คือเรารักกัน และ Scrubb (21 ก.ย.) ตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.30 น.  ตระการตากับแสง สี ในยามค่ำคืนกับงานไฟ ‘The Food Culture Journey by Awakening’  ตื่นตากับแสงสีของเทศกาลไฟและดิจิทัลอาร์ต เนรมิตค่ำคืนในย่านทรงวาด-ตลาดน้อยให้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่งดงาม น่าตื่นตาตื่นใจ ชวนทุกคนไปเดินสำรวจ ออกตามหา และทำความรู้จักย่านเก่าในมุมมองใหม่ ที่แสนอบอุ่นหัวใจในยามค่ำคืน พิเศษ! LINE MAN แจกโปรปลุกย่านร้านอร่อยด้วยโค้ดส่วนลดทั้งการเดินทางและสั่งอาหาร  ร่วมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์และอาหารในแคมเปญ “LINE MAN Wongnai x ททท. ฟู้ดคัลเจอร์ ปลุกย่านเก่า” ที่ทรงวาด-ตลาดน้อย-นางเลิ้ง ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2567 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/linemanth/ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

13 Sep 2024

LINE MAN Wongnai ร่วมก่อตั้ง สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (TDPA) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากล

LINE MAN Wongnai ร่วมกับ Grab, Lazada และ Shopee ประกาศเปิดตัว สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (Thai Digital Platform Trade Association: TDPA) อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากลพร้อมทั้งยกระดับและเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยเติบโตอย่างมีศักยภาพ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่สมดุล โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA Report 2025) ฉบับล่าสุด โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2568 มีมูลค่าทางการตลาดและอัตราการเติบโตอยู่ที่ 16% หรือประมาณ 1.73 ล้านล้านบาท (5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในปีที่ผ่านมา  และยังคงครองตลาดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีภาคอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับธุรกิจขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหาร และสื่อดิจิทัล ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว กลุ่มผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการผนึกกำลัง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน TDPA เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำดังกล่าว ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมีเป้าหมายเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อร่วมกันพัฒนานโยบายสาธารณะที่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ การสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อคู่ค้า ผู้บริโภคและสังคม อันจะเอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม ควบคู่กับการรองรับนวัตกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในโลกดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย กล่าวว่า “การก่อตั้ง TDPA ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่เพียงหนึ่งในภาคธุรกิจอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานและแรงขับหลักของการเติบโตประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภารกิจของ TDPA คือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รวมทั้ง TDPA จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรอบนโยบายที่สมดุล โปร่งใส เปิดกว้างต่อการแข่งขัน และยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน เราเชื่อว่าการกำกับดูแลที่แม่นยำและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” ดร. มาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai “หน้าที่ของ TDPA นอกจากจะเป็นตัวกลางประสานความเข้าใจกับภาครัฐ บนพื้นฐานของความสมดุลและโปร่งใสแล้ว ยังมุ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตไปพร้อมกับระบบนิเวศของ SMEs และคนทำงานแพลตฟอร์มในระยะยาว การที่ LINE MAN Wongnai เข้ามามีส่วนร่วมนั้น จะช่วยสะท้อนอีกหนึ่งมุมมองในฐานะแพลตฟอร์มไทย และสมาคมฯ ก็เปิดกว้างยินดีต้อนรับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มรายอื่น ๆ ในไทยให้เข้ามาร่วมกัน เพื่อให้สมาคมฯ เป็นตัวแทนเสียงของอุตสาหกรรมได้อย่างครอบคลุมที่สุด” TDPA ยึดมั่นใน 4 ค่านิยมหลัก ได้แก่: การจัดตั้ง TDPA ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างโปร่งใส แข่งขันได้ และสร้างประโยชน์ต่อสังคมในระยะยาว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคฯ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

27 Feb 2026