LINE MAN นำโดย คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ พาพาร์ทเนอร์คนขับ ทั้งผู้ขับมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ และรถแท็กซี่ กว่า 700 คน เข้าตรวจสุขภาพฟรีในงานมหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ ภายใต้นโยบายตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน ซึ่งจัดขึ้นโดยกรุงเทพมหานครและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อเร็วๆ นี้


พาร์ทเนอร์คนขับ LINE MAN กว่า 700 คนที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจะได้รับบริการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุมทุกด้าน เช่น การวัดความดันโลหิต การเอกซเรย์ปอด การตรวจคัดกรองสุขภาพจิต และการตรวจสายตา เพื่อให้ไรเดอร์และพาร์ทเนอร์คนขับทุกคนสามารถทราบสถานะสุขภาพของตนเองและได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม นอกจากนี้ ไรเดอร์และพาร์ทเนอร์คนขับยังสามารถพาครอบครัวเข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรีได้อีกด้วย

โดยมี ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย (สวน.) ร่วมในพิธีเปิดโครงการ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพของพาร์ทเนอร์คนขับบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เป็นแรงงานที่สำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และตั้งเป้าขยายผลตรวจสุขภาพไรเดอร์ 1 ล้านคนทั่วประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

“น้ำแข็งไส-บิงซู” เมนูฮิตหน้าร้อน! ยอดพุ่งเท่าตัวรับสงกรานต์ เมนูน้ำแข็งไสนมสด ติดโผขายดีสุด

LINE MAN เผยสถิติยอดออเดอร์ร้านน้ำแข็งไส-บิงซูเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เปิดโผรสชาติน้ำแข็งไส-บิงซูมาแรงที่ถูกสั่งสูงสุด ได้แก่ รสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ คาดเป็นเมนูฮิตติดเทรนด์ต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าร้อน ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศา ร้อนกว่าปีที่แล้วทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไสเมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในหน้าร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น สำหรับปีนี้ยอดออเดอร์เดลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัว* ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน, และรสลำไย ตามลำดับ ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซู กว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จ.พัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จ.น่าน และ ร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย 9 จ.นครศรีธรรมราช นายวทัญญู ชุติศิลป์ เจ้าของร้านขนมหวาน ถิงถิง บิงซูน้ำขิง  กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อนปีนี้พบว่าเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูที่ถูกสั่งผ่านเดลิเวอรีเติบโตขึ้นอย่างมาก พบว่าช่วงเวลาที่ผู้คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ช่วงหลังมื้อเย็นเป็นต้นไป เนื่องจากน้ำแข็งไสเป็นเมนูขนมหวานที่ต้องรับประทานแบบไม่เร่งรีบเพื่อใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จุดเด่นของร้านเรานอกจากการเลือกท้อปปิ้งได้เองแล้ว คือเรื่องการจัดส่งที่ดีที่สุด โดยทางร้านมีการออกแบบแพคเกจถุงเก็บความเย็นที่ทดลองแล้วว่าเมื่อถึงมือผู้บริโภคน้ำแข็งไสยังคงสภาพปกติพร้อมทาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าการสั่งเมนูน้ำแข็งไสไปทานที่บ้านก็เหมือนการมาทานที่หน้าร้าน ทั้งนี้ การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีถือเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไ้ด้เพิ่มขึ้นและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ  นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังเปิดเผยสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปืนฉีดน้ำ, น้ำแข็ง, พวงมาลัย, ซองกันน้ำ และผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นสงกรานต์ สะท้อนกระแสคึกคักของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ได้เป็นอย่างดี  *ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2565 และวันที่ 1-15 เมษายน 2566

LINE MAN Wongnai

18 Apr 2023

LINE MAN Wongnai x Gracz อุดหนุนราคาบรรจุภัณฑ์เยื่อพืช ถูกกว่าตลาดสูงสุด 20% ช่วยร้านสู้ต้นทุนน้ำมัน-พลาสติกโลก

LINE MAN Wongnai ย้ำจุดยืนเคียงข้างร้านอาหาร ประกาศมาตรการช่วยเหลือเชิงรุกร่วมกับ Gracz (เกรซ) สนับสนุนร้านอาหารบนระบบ LINE MAN ทั่วประเทศ รับมือวิกฤตราคาเม็ดพลาสติกโลกพุ่งสูงและภาวะขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ ชูทางเลือก “ราคาถูกกว่าท้องตลาด สินค้าพร้อมส่งไม่ขาดตลาด” พร้อมยกระดับความปลอดภัยต่อสุขภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย ออกมาตรการบรรเทาภาระต้นทุนให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงต้นทุนเม็ดพลาสติก และมีแนวโน้มจะเกิดภาวะซัพพลายตึงตัวในระยะยาว ทำให้ร้านอาหารจำนวนมากต้องเผชิญความท้าทายทั้งในด้านต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น และความไม่แน่นอนในการจัดหาบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาใช้งาน LINE MAN Wongnai จึงได้ร่วมกับ Gracz กำหนดมาตรการช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างตรงจุด ด้วยการส่งมอบบรรจุภัณฑ์จากเยื่อพืชธรรมชาติ 100%  ไม่เคลือบพลาสติกที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาที่เข้าถึงได้จริงและต่ำกว่าในท้องตลาด โดยเริ่มต้นเพียงชิ้นละ 2 บาท เพื่อให้ร้านค้าสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่น ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการแสดงจุดยืนของ LINE MAN Wongnai ที่พร้อมเป็นพันธมิตรผู้ช่วยสร้างทางออกให้กับร้านค้าในทุกสถานการณ์ โดยมีรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือดังนี้ ร่วมยกระดับมาตรฐานสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การผลักดันมาตรการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ แต่ยังสอดคล้องกับนโยบายรณรงค์ร่วมลดการใช้พลาสติกของ LINE MAN Wongnai โดยความร่วมมือกับ Gracz ในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวนมากในระบบ Food Delivery และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม โดยยืนยันความพร้อมในการเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อสนับสนุนร้านอาหารไทย ผ่านความร่วมมือกับ Gracz ในการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้มั่นใจว่าร้านค้าพาร์ทเนอร์จะมีบรรจุภัณฑ์เพียงพอต่อความต้องการและไม่มีปัญหาขาดแคลนสินค้าในระบบ ซึ่งนับว่าเป็นผลดีต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกใช้ภาชนะทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับร้านอาหารที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดและสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ Gracz ในราคาพิเศษพร้อมสิทธิพิเศษ 1 แถม 1 ได้ผ่านฟีเจอร์ “สั่งซื้อวัตถุดิบ/อุปกรณ์” บนแอปพลิเคชัน Wongnai Merchant App ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด  ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

24 Mar 2026

LINE MAN MART ช้อปสด ครบตามใจ แจกส่วนลดรวมกว่า 5 ล้านบาท

ช้อปสด ครบตามใจ กับร้านค้าใกล้บ้านกว่า 10,000 ร้าน พร้อมแจกส่วนลด 70% มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท สายคุ๊กกิ้งเตรียมฟิน LINE MAN MART ช้อปของสด ได้ครบตามใจ ทำได้ทุกเมนู ยกขบวนร้านค้ากว่า 10,000 ร้านทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ช้อปกันได้ครบทุกหมวดหมู่ เริ่มต้นค่าส่งเพียง 0 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษยิ่งกว่ากับส่วนลด 70% สูงสุด 100 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 เมษายนนี้ คุ้มยิ่งกว่า! สำหรับลูกค้าใหม่เท่านั้น ใส่โค้ด “NEWFRESH” ลด 70%  เมื่อซื้อขั้นต่ำ 100 บาท ลดสูงสุด 100 บาท (สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อวัน จำกัด 1 สิทธิ์/คน) ห้ามพลาด! สำหรับลูกค้าปัจจุบันเพียงใส่โค้ด “FRESH70” ก็รับส่วนลด 70% สูงสุด 50 บาท (สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อวัน จำกัด 1 สิทธิ์/คน)นอกจากนี้ยังมีโค้ดส่วนลดรายสัปดาห์ให้ติดตามกันตลอดทั้งแคมเปญพร้อมให้ช้อปของสดครบทุกหมวดหมู่ ทำได้ทุกเมนูผัดผัก แกง ต้ม เนื้อสัตว์ หรือซีฟู้ด ก็ครบหมดในแอปเดียว

LINE MAN Wongnai

25 Mar 2022

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022