LINE MAN เดินหน้าลงทุนสร้าง EV Ecosystem ภายใต้บริการเรียกรถ LINE MAN RIDE ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับ EV คุณภาพอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 ผ่านโมเดลเช่ารถที่ช่วยเพิ่มรายได้คนขับและลดต้นทุนเชื้อเพลิง พร้อมเปิดทดลองฟีเจอร์ “Comfort” เชื่อมโยงความต้องการของผู้โดยสารเข้ากับเครือข่ายรถ EV ที่กำลังขยายตัวบนแพลตฟอร์ม

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญของธุรกิจ Ride-hailing ในระยะยาว คือการมีเครือข่ายคนขับที่มีคุณภาพและสามารถประกอบอาชีพบนแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน เราจึงเลือกลงทุนที่การลดต้นทุนของคนขับผ่านโมเดลเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพราะเมื่อคนขับมีต้นทุนต่ำลง รายได้สุทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้โดยสารก็ได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นไปพร้อมกัน นี่คือแนวทางการสร้าง EV Ecosystem ที่เติบโตได้อย่างสมดุลทั้งฝั่งคนขับ ผู้โดยสาร และแพลตฟอร์ม

หลังเปิดให้บริการเรียกรถ EV ในเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา LINE MAN RIDE สามารถขยายจำนวนรถ EV ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 10 เดือน จากโมเมนตัมการเติบโตดังกล่าว LINE MAN จึงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับรถ EV ที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์มอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 พร้อมสนับสนุนให้คนขับได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ 

ในขณะเดียวกัน เราต้องขยายความต้องการใช้งานให้สมดุลไปกับจำนวนคนขับ ด้วยการเปิดทดลองฟีเจอร์ “Comfort” ซึ่งเป็นบริการเรียกรถประเภทใหม่บน LINE MAN RIDE จากเดิมที่ให้บริการเรียกรถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนบุคคล และมอเตอร์ไซค์สำหรับรับ-ส่ง โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเรียกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ นำร่องให้บริการในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนทยอยขยายเพิ่มเติมในอนาคต ด้วยประสบการณ์การโดยสารที่ดีในราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้มีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงมั่นใจว่ายอดการใช้บริการฟีเจอร์เรียกรถ EV จะเติบโตขึ้น 10 เท่าภายในสิ้นปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงทดลองให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2026”

ข้อมูลจาก LINE MAN RIDE พบว่า การลดต้นทุนการประกอบอาชีพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับรายได้ของคนขับ โดยรถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% หรือเฉลี่ยประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนต่อคัน เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ส่งผลให้คนขับมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับการขับแท็กซี่ทั่วไป 

เพื่อให้คนขับเข้าถึงรถ EV ได้ง่ายขึ้น LINE MAN จึงพัฒนาโมเดลเช่าขับเต็มเวลา ใช้เงินเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท พร้อมการันตีรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ขับที่เข้าเงื่อนไข สนับสนุนการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของรถได้เมื่อเช่าครบ 6 ปี ปัจจุบัน LINE MAN RIDE ร่วมมือกับพันธมิตรด้านรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อร่วมกันลดอุปสรรคในการเข้าสู่อาชีพ เปิดโอกาสให้คนไม่มีรถสามารถเริ่มขับได้ทันที และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของ EV Ecosystem ในระยะยาว

ด้านศิลา อุดมสมบูรณ์ พาร์ทเนอร์คนขับ LINE MAN RIDE ที่ขับรถ EV ให้บริการตั้งแต่ช่วงแรก เล่าว่า “ช่วงเริ่มต้น ขับรถตั้งแต่เช้ามืด กลับดึก แต่หลังจากได้เรียนรู้จากโค้ชคนขับ LINE MAN RIDE รวมถึงเริ่มเข้าใจพฤติกรรมผู้โดยสารในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลาก็เปลี่ยนมาวิ่งงานอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น เช่น ช่วงเช้ารับงานแถวสีลม–จุฬาฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ บุคลากรทางการแพทย์ และนักศึกษา กลางวันย้ายไปลาดพร้าว รามอินทรา รามคำแหง ส่วนช่วงเย็นเลือกวิ่งโซนชานเมืองซึ่งมีผู้ปกครองรับส่งบุตรหลานและคนทำงานเดินทางกลับบ้าน ทำให้แม้จะใช้เวลาทำงานน้อยลง แต่รายได้กลับมากกว่าเดิม เพราะไม่ได้ขับไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมาย รายได้ที่เพิ่มขึ้นจึงมาจากการบริหารต้นทุนและการวางแผนรับงานอย่างมีประสิทธิภาพ”

ผลลัพธ์ของการขยาย EV Ecosystem นอกจากการยกระดับรายได้ของคนขับแล้ว ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถ EV บนแพลตฟอร์ม LINE MAN มีการใช้งานเฉลี่ยกว่า 5,000 กิโลเมตรต่อเดือนต่อคัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 0.75 ตันต่อเดือน และปัจจุบัน LINE MAN RIDE สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO₂ สะสมได้แล้วกว่า 3,500 ตัน เทียบเท่ากับการนำรถยนต์กว่า 750 คันออกจากท้องถนนตลอดทั้งปี

นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายรถ EV แล้ว LINE MAN RIDE ยังคงพัฒนาประสบการณ์การเดินทางภายใต้แนวคิด “ราคาถูก ปลอดภัย” ด้วยราคาที่คุ้มค่า พร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย เช่น Chat Stickers สำหรับสื่อสารกับคนขับ และ QR Payment สำหรับการชำระเงิน ขณะที่ด้านความปลอดภัยมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) การตรวจสอบประวัติคนขับ ประกันคุ้มครองทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

OR จับมือ LMWN มอบส่วนลดค่าอาหารรวม 5 แสนบาทให้แก่บุคลากรทางการแพทย์

OR จับมือ LINE MAN Wongnai มอบส่วนลดค่าอาหารรวม 5 แสนบาทให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ OR จับมือ LINE MAN Wongnai ส่งกำลังใจถึงบุคลากรด่านหน้าในการสกัดโรคโควิด-19 มอบโค้ดส่วนลดค่าอาหารมูลค่ารวม 5 แสนบาทให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ใน 5 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลเปาโล เกษตร โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เติมพลังในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ให้สามารถสั่งอาหารจากร้านอาหารจากทั่วกรุงเทพฯ โดยสำหรับโรงพยาบาลเปาโล เกษตร และโรงพยาบาลวิภาวดีสามารถสั่งอาหารเดลิเวอรีจาก 10 ร้านดังใน LINE MAN Kitchen เกษตร-นวมินทร์ @ PTT Station สาขามัยลาภ ได้โดยไม่เสียค่าส่ง พวกเราขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในความทุ่มเทและเสียสละ และขอให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย

LINE MAN Wongnai

22 Jun 2021

LINE MAN มอบประกันอุบัติเหตุแบบใหม่ให้ไรเดอร์-คนขับรถยนต์ทุกคน คุ้มครองทันทีตั้งแต่เริ่มขับครั้งแรก

LINE MAN ยกระดับความปลอดภัย มอบประกันอุบัติเหตุรูปแบบใหม่ “ประกันอุบัติเหตุพร้อมเซฟ” คุ้มครองไรเดอร์และคนขับรถยนต์ทุกคนทันทีตั้งแต่เริ่มรับงานในระบบและขับเป็นครั้งแรก คุ้มครองในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถเคลมประกันค่าชดเชยการรักษาพยาบาลสูงสุด 100,000 บาทต่อคน และค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงสุด 200,000 บาทต่อคน  ไรเดอร์และคนขับรถยนต์สามารถรับความคุ้มครองได้จากทั้ง 2 ส่วน โดยใช้สิทธิความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.  ก่อน และนำส่วนเกินมาเคลมกับ “ประกันอุบัติเหตุพร้อมเซฟ” รับประกันภัยโดย บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) จาก LINE MAN โดยจะได้รับการชดเชยสินไหม หลังส่งเอกสารการเคลมครบถ้วนและได้รับการอนุมัติ ผ่านทางบัญชีธนาคารของไรเดอร์ภายใน 15 วันทำการ คุณศิวภูมิ เลิศสรรค์ศรัญย์ รองประธานอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์องค์กร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “คุณภาพการให้บริการและความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ LINE MAN ให้ความสำคัญที่สุดเสมอมา ดังนั้นในวันที่เราได้ขยายบริการ LINE MAN RIDE ที่นำเสนอตัวเลือกการเดินทางทั้ง LINE MAN Eco สำหรับเรียกรถยนต์และรถแท็กซี่ รวมถึง LINE MAN Bike สำหรับเรียกรถมอเตอร์ไซค์ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการยกระดับการคุ้มครองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เราได้ทำงานร่วมกับ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) และร่วมกันออกแบบแผนประกันอุบัติเหตุฟรีที่ครอบคลุมไรเดอร์และคนขับทุกคน โดยไม่มีการกำหนดรอบวิ่งขั้นต่ำ คุ้มครองตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มขับกับ LINE MAN ได้เลยทันที และยังคุ้มครองไปถึงผู้โดยสารอีกด้วย” คุณชลัฐกร คมนียวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการพัฒนาธุรกิจและช่องทางดิจิตอล บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ชับบ์สามัคคีประกันภัยเข้าใจความเสี่ยงของธุรกิจการขนส่ง และจัดส่ง เข้าใจถึงความเสี่ยงในอาชีพของไรเดอร์ และผู้ขับรถให้บริการ ที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่บนท้องถนน ต้องรับมือกับความเสี่ยงในการประกอบอาชีพสูง การมี พ.ร.บ. คุ้มครองเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ‘ประกันอุบัติเหตุพร้อมเซฟ’ จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคุ้มครองอีกขั้นให้กับไรเดอร์ และผู้ขับรถบริการทุกคนในขณะที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มของ LINE MAN ในทุกรูปแบบ ทั้งในรูปแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ โดยมอบความปลอดภัยทันทีที่เริ่มต้นกดรับงานจนจบงานในทุกเที่ยวการเดินทาง ทุกการขนส่ง และยังครอบคลุมถึงกรณีที่มีผู้โดยสาร ช่วยรองรับความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุรวมถึงการเสียชีวิตทุกกรณีไม่ว่าจะผิด หรือถูก ตั้งแต่การรับงานครั้งแรกกับ LINE MAN ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่า ประกันอุบัติเหตุพร้อมเซฟ จะพร้อมดูแลไรเดอร์ และผู้ขับขี่ทุกคน ในทุกเส้นทาง ทุกวันของการประกอบอาชีพ ทันทีที่กดรับงาน” “ประกันอุบัติเหตุพร้อมเซฟ” จาก LINE MAN คุ้มครองไรเดอร์และคนขับรถยนต์ทุกคนจากการบาดเจ็บต่อร่างกายและในกรณีเสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุขณะให้บริการบนแพลตฟอร์มเท่านั้น โดยคุ้มครองตั้งแต่เริ่มออนไลน์รับงานไปจนกดปิดรับงาน รวมถึงคุ้มครองผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะใช้บริการเรียกรถยนต์ รถแท็กซี่ และรถมอเตอร์ไซค์ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.linemanrider.com/rider/insurance/pa  *เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

19 Mar 2024

LINE MAN สานพลัง ฮอนด้า และภาคีฯ จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยแก่ไรเดอร์ ลุยภารกิจสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนถนน

LINE MAN สานพลัง ไทยฮอนด้า จัดโครงการอบรม “ขับขี่ปลอดภัย” ครั้งที่ 4 มุ่งเสริมสร้างทักษะและวินัยการขับขี่ที่ถูกต้องให้กับไรเดอร์ เพื่อลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตั้งเป้าสร้างแกนนำไรเดอร์ขับขี่ปลอดภัย 200 คนทั่วกรุงเทพฯ โดยได้รับการสนับสนุนจาก คณะอนุกรรมการด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และ แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร (สอจร.) คุณอุบลวรรณ แก้วสมนึก หนึ่งในไรเดอร์ LINE MAN ที่เข้าร่วมอบรม เผยว่า “อาชีพไรเดอร์ต้องขับรถจักรยานยนต์ทุกวันจนบางครั้งก็อาจหลงลืมเทคนิคที่ถูกต้องไปบ้าง การได้กลับมาเรียนรู้กับครูฝึกที่ผ่านการอบรมจากญี่ปุ่นและลงสนามฝึกปฏิบัติจริง ทำให้เราได้ทบทวนพื้นฐานที่สำคัญและเสริมทักษะใหม่ ๆ ที่นำไปใช้ได้ทันทีในงานประจำวัน นอกจากนี้ยังได้ทั้งความมั่นใจ การมีสติ และรู้จักประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ทำให้อยากนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปบอกต่อและชักชวนเพื่อนไรเดอร์ให้เข้าร่วมอบรมมากขึ้น เพราะยิ่งพวกเรามีทักษะและความปลอดภัยร่วมกัน ก็ยิ่งช่วยสร้างถนนที่ปลอดภัยให้กับทุกคนได้จริง ๆ” พ.ต.อ.พชร์ ฐาปนดุลย์ ผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยถึงข้อมูลที่น่าสนใจว่า “อุบัติเหตุบนท้องถนนยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งคิดเป็น 80% ของอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มักเผชิญกับแรงกดดันเรื่องเวลา จึงขับรถเร็วและซอกแซก ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาศัยเพียงการทำงานของตำรวจฝ่ายเดียวอาจดูแลได้ไม่หมด การที่หน่วยงานภาคเอกชนอย่าง LINE MAN ร่วมกับ Honda จัดกิจกรรมอบรมขับขี่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายระดับชาติในการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากเป็นการปลูกฝังนิสัยและทักษะการขับขี่ที่ดีให้ไรเดอร์” นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ เลขาธิการมูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย และ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน  กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อมูลล่าสุดสะท้อนภาพวิกฤติความปลอดภัยทางถนนในกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน เพียง 8 เดือนแรกของปี มีอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์สะสมแล้วกว่า 90,000 ครั้ง และผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงานที่เป็นกำลังหลักของครอบครัว เป็นสัญญาณเตือนที่สังคมต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง การที่ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN ซึ่งมีพาร์ทเนอร์ไรเดอร์เป็นจำนวนมากได้เข้ามามีส่วนร่วม ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงให้กับไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการนำข้อมูลไปพัฒนาหลักสูตรและเป็นต้นแบบการจัดการ ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางถนนของประเทศได้อย่างเป็นระบบ” นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร ผู้จัดการแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) เปิดเผยว่า “การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นวาระแห่งชาติ ที่ไทยต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะเมื่ออัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังอยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานสากล หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร ใช้ระบบและเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นป้ายสัญญาณอัจฉริยะ อุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัย หรือระบบโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในมุมของผู้ขับขี่ สิ่งที่สำคัญและอยู่ใกล้ตัวที่สุดคือ ระบบเบรกของรถจักรยานยนต์ หากผู้ขับขี่เข้าใจและได้รับการฝึกใช้งานได้อย่างถูกต้อง” คุณธนันท์ชัย เมฆประเสริฐวนิช ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า “นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจรแล้ว การสร้างจิตสำนึกสาธารณะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการทำให้เมืองของเราน่าอยู่ ไรเดอร์ถือว่าเป็นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์กลุ่มหลักที่หล่อเลี้ยงกิจกรรมมากมายในเมืองหลวง เพราะฉะนั้นการสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไรเดอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีต่างๆ อย่างแข็งขันและต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่มีระเบียบและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” คุณสุพจน์ พนธ์พงษ์ขจร ผู้จัดการทั่วไป สายงานส่งเสริมด้านความปลอดภัยทางถนน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า“หลักสูตร Basic Course ครั้งที่ 4 จากฮอนด้าและ LINE MAN ถูกออกแบบเพื่อยกระดับทักษะการขับขี่ของไรเดอร์โดยตรง จากข้อมูลจริงพบว่าไรเดอร์จำนวนมากแม้จะขับขี่ทุกวัน แต่ยัง ‘เบรกไม่ถูกวิธี’ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ไฮไลท์ของหลักสูตรจึงอยู่ที่การฝึกเบรกที่ถูกต้อง ควบคู่กับการฝึก APT (Accident Prediction Training) เพื่อคาดการณ์และประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า นอกจากนี้ยังครอบคลุมการทบทวนพื้นฐานความปลอดภัย 6 ประการ (PDSA) การตรวจเช็กรถ 10 จุดสำคัญ และการฝึกควบคุมรถจริง เช่น การใช้คันเร่ง การเข้าโค้ง หรือการทรงตัวในที่แคบ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือช่วยให้ไรเดอร์มีความมั่นใจ ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำ และกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN มีไรเดอร์เป็นกำลังสำคัญในการให้บริการ เราตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างความปลอดภัยให้แก่พวกเขา การอบรมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการที่สำคัญที่เรามอบให้ นอกเหนือจากประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองไรเดอร์และคนขับรถยนต์ทุกคนทันทีตั้งแต่เริ่มรับงานในระบบและขับเป็นครั้งแรก คุ้มครองในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ   เพราะเราเชื่อว่าความปลอดภัยของไรเดอร์คือรากฐานที่ยั่งยืนของธุรกิจ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเช่นนี้จะช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้าง แกนนำไรเดอร์ LINE MAN ขับขี่ปลอดภัย 200 คน ที่จะเป็นต้นแบบของการสร้างพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยในหมู่ไรเดอร์ พร้อมทั้งมีแผนที่จะขยายโครงการนี้ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดในอนาคต”  โครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” ในความร่วมมือระหว่าง LINE MAN และไทยฮอนด้า จัดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากไรเดอร์ในการเข้าร่วมฝึกอบรม นอกจากนี้การเปิดโครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณพงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai, คุณกมลชนก กล่อมดี ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน และไรเดอร์ที่เข้าร่วมโครงการ ร่วมถ่ายภาพ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

29 Aug 2025

LINE MAN Wongnai จัดกิจกรรม Reskill–Upskill ผู้สูงวัยยุคดิจิทัล ในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้

LINE MAN Wongnai จับมือ Young Happy คอมมูนิตี้ผู้สูงวัย พร้อมด้วยพันธมิตร กรมกิจการผู้สูงอายุ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Central Restaurants Group (CRG) ร่วมเสริมทักษะผู้สูงวัยในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้สูงอายุ ผ่านการอบรมเข้มข้นตลอด 1 เดือน รวมกว่า 30 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งการขายอาหารบนฟู้ดเดลิเวอรีกับ LINE MAN การวางแผนและโปรโมทร้านอาหาร พร้อมเวิร์กชอปพิเศษกับเชฟและผู้ประกอบการจริง ไปจนถึงกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย คุณวริศรา กลีบบัว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยังแฮปปี้ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ Young Happy ทำงานกับผู้สูงวัย เราเห็นชัดว่าพวกเขามีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการและพร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม การร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผนึกกำลังกันเพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้สูงวัยได้พัฒนาทักษะ ทั้งการทำอาหาร การเรียนรู้ด้านดิจิทัล ไปจนถึงการนำความรู้ไปใช้เปิดร้านและสร้างรายได้จริง เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสร้างอาชีพ แต่ยังช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงวัย สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคมอย่างแท้จริง” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “โครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ LINE MAN Wongnai ตั้งใจถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารออนไลน์อย่างรอบด้าน เราเริ่มตั้งแต่การสอนพื้นฐานการเปิดร้านบน Wongnai Merchant App การรับออเดอร์บน LINE MAN ไปจนถึงการเรียนรู้เทคนิคการขายเดลิเวอรีจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อร้านให้ค้นหาเจอง่าย การเลือกใช้รูปภาพที่ดึงดูดใจ รวมถึงการจับคู่เมนูเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้ผู้สูงวัยสามารถทำตามได้ง่ายและนำไปใช้จริง ซึ่งระยะเวลาร่วมกิจกรรมเราพบว่า มีสมาชิกกลุ่ม Young Happy หลายท่านสามารถเปิดร้านบน LINE MAN และเริ่มมีรายได้แล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงเป้าหมายของเราที่ต้องการ Empowering Merchant ด้วยเครื่องมือดิจิทัล และสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้คนทุกกลุ่มในสังคม” ดร. สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “การสูงวัยอย่างมีคุณภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของสุขภาพกาย แต่ยังรวมถึงการมีเป้าหมายและคุณค่าของชีวิต โครงการเชฟรุ่นใหญ่จึงเปรียบเสมือน ‘มหาวิทยาลัยชีวิต’ สำหรับผู้สูงอายุ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สร้างอาชีพและรายได้ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้มีเป้าหมายในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิต ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกภาคภูมิใจ มีกำลังใจ และสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า” ด้าน คุณนัจนันท์ พฤกษ์ไพบูลย์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านกำเสี่ยะตามสั่ง กล่าวว่า “ร้านอาหารตามสั่งของครอบครัวเปิดมากว่า 60 ปี หลังจากเกษียณจึงตัดสินใจสานต่อธุรกิจของแม่ ความท้าทายใหญ่คือเรื่องเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย แต่รู้ว่าการทำเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN เป็นสิ่งจำเป็น เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ถ้าไม่ปรับตัวก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โครงการเชฟรุ่นใหญ่ช่วยให้เข้าใจการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ทั้งเรื่องการตั้งราคา การจัดโปรโมชัน และการบริหารเวลาให้ออเดอร์เสร็จทัน ทำให้มั่นใจและพร้อมเปิดร้านบน LINE MAN อย่างจริงจัง ถือเป็นโอกาสครั้งใหม่ในการส่งต่อรสชาติความทรงจำของครอบครัวสู่ลูกค้าในยุคดิจิทัล” ขณะที่ คุณจันทร์เพ็ญ จันแดง ผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านข้าวเหนียวมะม่วงจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า “หลังจากออกมาเป็นแม่บ้านได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อย่าง เมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่ทำเป็นหลัก แต่ก็มีความคิดที่อยากขยายไปสู่เมนูคาวอย่างข้าวหมูคัตสึด้ง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกกับร้านของเรามากขึ้น แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนรุ่นเรา คือ การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ พอได้มาเรียนรู้ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ ก็ทำให้เข้าใจระบบของ LINE MAN มากขึ้น ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย GP การตั้งราคาที่เหมาะสม และวิธีการนำเสนอร้านให้น่าสนใจ โดยเฉพาะการเลือกภาพและการจับคู่เมนูเพื่อดันยอดขาย นอกจากนี้ยังได้สูตรใหม่ ๆ จาก CRG อย่างคัตสึด้งหรือน้ำส้มยูสุ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านได้ทันที ทุกวันนี้มองว่า LINE MAN เป็นช่องทางเสริมที่ช่วยระบายสินค้าและเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ ไม่ได้เน้นแค่เรื่องกำไร แต่เป็นโอกาสที่จะส่งต่ออาหารที่ทำด้วยความตั้งใจให้คนได้กินของดี ผลผลิตบางส่วนยังปลูกเองแบบไม่ใช้สารเคมี และนำกำไรไปแบ่งปันให้เด็กกำพร้าหรือผู้สูงอายุในชุมชน เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจคือการแบ่งปันความสุข ไม่ใช่เพียงการขายอาหาร” คุณอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า “ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีอาชีพและรายได้จึงเป็นภารกิจสำคัญของกรมกิจการผู้สูงอายุ เพราะนอกจากช่วยให้ผู้สูงวัยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังทำให้พวกเขาแข็งแรงทั้งกายและใจ สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี กรมฯ จึงพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ Young Happy จัดขึ้น รวมถึงโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ที่ได้ร่วมกับ LINE MAN Wongnai ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยอย่างยั่งยืน” โครงการนี้สะท้อนพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดย LINE MAN Wongnai สนับสนุนด้านแพลตฟอร์มและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการขายอาหารและการปรับตัวในโลกออนไลน์ ขณะที่ Young Happy เชื่อมโยงผู้สูงวัยและออกแบบหลักสูตรที่เข้าใจง่าย ด้าน  Central Restaurants Group (CRG) มาร่วมถ่ายทอดมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในครัว เปิดคลาสสอนทำอาหารเมนูฮิตใหม่ๆ เช่น เมนูทงคัตสึ  เสริมด้วยการสนับสนุนเชิงนโยบายและสุขภาวะจากกรมกิจการผู้สูงอายุและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ผู้สูงวัยที่รักการทำอาหารได้ “เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้” อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก คุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด  ร่วมกิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

27 Nov 2025