LINE MAN ร่วมมือ “โคคา-โคล่า” ต่อยอดแคมเปญ “โค้ก ลุ้นซ่ากับ K-Pop” ให้ผู้บริโภคได้ซ่าสดชื่นกับผลิตภัณฑ์ “โค้ก” “แฟนต้า” และ “สไปรท์” เปิดตัวแคมเปญ “อร่อยซ่าแดนซ์สุดคุ้ม ลุ้นซ่ากับ K-POP” เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีในรูปแบบ Gamification พร้อมเอาใจสายเคป๊อปลุ้นรับโค้ดส่วนลุดสูงสุด 50 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 7 พฤษภาคมนี้ 

“โคคา-โคล่า” ผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทย และ LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย ได้ร่วมสร้างปรากฎการณ์ในมิติใหม่ผ่านการสร้างสรรค์แคมเปญคู่ความสนุกที่มาพร้อมกับเกมอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้สร้างความสำเร็จในโปรแกรมความร่วมมือกับ “โค้ก” จากแคมเปญ “อร่อยซ่ากับโค้ก” และ “เตะทุกวัน มันส์ทุกมื้อ” ได้อย่างล้นหลาม 

แคมเปญ อร่อยซ่าแดนซ์สุดคุ้ม ลุ้นซ่า กับ K-POP เป็นการต่อยอดความร่วมมือจากแคมเปญหลักของ   “โคคา-โคล่า” ภายใต้ชื่อแคมเปญ “โค้ก ลุ้นซ่ากับ K-Pop” โดยนำเกมมาร่วมสร้างความสนุกเพิ่มมิติการใช้งานให้มีความหลากหลายมากขึ้นผ่านกลยุทธ์ Gamification Marketing บนแอปฯ LINE MAN เพื่อลุ้นรับส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 50 บาท และเมนูพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ อาทิ Burger King, Texas Chicken, The Pizza Company, McDonald’s และ Bonchon เป็นต้น โดยสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 7 พฤษภาคม 2566 บนแอปพลิเคชัน LINE MAN  

ความร่วมมือของ LINE MAN และ “โคคา-โคล่า” ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้ อีกทั้งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการเติมเต็มและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบประสบการณ์อาหารมื้อพิเศษและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่วงเวลา 

News Release View More

LINE MAN Wongnai ประกาศเกมรุกธุรกิจ POS ครองตลาดอันดับหนึ่ง เผยธุรกิจร้านอาหารแข่งดุ เปิดใหม่ 1 แสนร้าน ในงาน Restaurant 2023

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย จัดงานใหญ่แห่งปี Restaurant 2023: Future’s Recipe เผยภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในไทยปี 66 และเทรนด์การกินที่น่าจับตา พร้อมประกาศแผนหลังปิดดีลซื้อกิจการ FoodStory เร่งเครื่องเพิ่มฟีเจอร์โซลูชันจัดการร้านอาหารตอบโจทย์ร้านทุกรูปแบบ ยึดที่มั่นอันดับ 1 ผู้นำด้านโซลูชันสำหรับร้านอาหารที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไว้วางใจมากที่สุด    ร้านอาหารในไทยเปิดใหม่เพิ่มหลักแสน ในขณะที่เผชิญความท้าทาย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยในปี 2566 มีจำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้นถึง 13.6% หรือราว 1 แสนกว่าร้าน* โดยประเภทร้านอาหารเปิดใหม่ที่เติบโตสูงสุด ได้แก่ ร้านอาหารเช้า (แซนด์วิช) ร้านอาหารจีน และร้านสุกี้ยากี้ ชาบู ตามลำดับ ในขณะที่ประเภทร้านอาหารเปิดใหม่ที่เติบโตชะลอลง ได้แก่ ฟู้ดทรัก ร้านข้าวต้มมื้อดึก และร้านพิซซ่า นอกจากนี้ จากข้อมูลของร้านอาหารที่ใช้ Wongnai POS ยังพบว่ามูลค่าการซื้อขายรวม (GMV) ของยอดขายประเภทนั่งรับประทานที่ร้าน (Dine-in) กลับมามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย  อย่างไรก็ตาม แม้มีร้านอาหารเปิดใหม่ตลอดเวลา แต่จากสถิติพบว่ามีร้านอาหารถึง 50% ที่ต้องปิดตัวลงภายในปีแรก และ 65% ที่ปิดตัวลงภายใน 3 ปี ดังนั้นบทบาทของ LINE MAN Wongnai ในฐานะผู้นำโซลูชันสำหรับร้านอาหารแบบครบวงจรของไทย คือ ช่วยให้ร้านสามารถเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักให้ร้านอยู่รอดและเติบโตในสภาวะตลาดแข่งขันสูง ด้วยเทคโนโลยี POS (Point of Sale) ที่ล้ำหน้าและเหมาะกับการใช้งานของร้านอาหารทุกประเภทในไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับออร์เดอร์หน้าร้าน และบริหารระบบหลังร้าน” ประกาศแผนหลังปิดดีลซื้อกิจการ FoodStory เร่งเครื่องโซลูชันครบวงจรสำหรับร้านทุกประเภท คุณยอดเสริมว่า “การเข้าซื้อกิจการ FoodStory คือ การรวมทรัพยากรของผู้พัฒนาระบบจัดการร้านอาหารที่ทำงานใกล้ชิดกับร้านอาหารทั่วประเทศมานานกว่า 11 ปีเข้ากับแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลร้านอาหารมากที่สุดในไทย ตอนนี้เราถือเป็นอันดับ 1 ในตลาด POS สำหรับร้านอาหาร มีร้านอาหารกว่า 55,000 ร้านทั่วประเทศที่เลือกใช้ Wongnai POS และ FoodStory POS คิดเป็นสัดส่วน 40% ของตลาดนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สร้างมูลค่าการซื้อขายรวม (GMV) กว่า 180,000 ล้านบาท และจัดการออร์เดอร์ร้านอาหารไปแล้วรวมกว่า 636 ล้านออร์เดอร์** ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษไปถึง 323 ตัน เปิดฟีเจอร์ใหม่สำหรับบริหารจัดการร้านอาหาร เพิ่มยอดขาย-ลดต้นทุน คุณฐากูร ชาติสุทธิผล ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบจัดการร้านอาหาร FoodStory POS ของ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “Wongnai POS และ FoodStory POS คือผู้ช่วยที่ดีที่สุดของร้านอาหารไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงเปิดร้านใหม่ที่กำลังเริ่มวางโครงสร้างธุรกิจ ช่วงที่ต้องปรับโครงสร้างเพื่อรองรับปริมาณที่เติบโตขึ้น ไปจนถึงช่วงขยายโครงสร้างเพื่อเพิ่มจำนวนสาขา เราได้สำรวจข้อมูลจากร้านอาหาร 1,230 แห่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 66 พบว่าปัญหาหนักใจที่สุด ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน ต้นทุนแฝงที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงจำนวนร้านคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่จำนวนลูกค้าใหม่และลูกค้าประจำลดลง เราจึงพัฒนาโซลูชันใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาของร้านอาหาร ทุกประเภทได้มากขึ้น”  ภายในงานนี้ ยังเปิดเผยเทรนด์การกินของคนไทยที่น่าจับตาในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา พบว่า เมนูมาแรงที่จำนวนค้นหาเติบโตสูงสุดบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai ได้แก่ หมูกรอบ ไอศกรีม เค้ก สุกี้ และหม่าล่า รวมถึงเมนูที่มียอดขายเดลิเวอรีเติบโตสูงสุดบน LINE MAN โดยเมนูอาหาร ได้แก่ ส้มตำปูปลาร้า กะเพราหมูกรอบ และไก่ย่าง ส่วนเมนูเครื่องดื่ม ได้แก่ ชาเขียวนม ช็อกโกแล็ต และชาไทย งาน “Restaurant 2023: Future’s Recipe” จัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์เมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้รับเกียรติจาก คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของเพจ Torpenguin, คุณพรชัย นิตย์เมธาวงศ์ เจ้าของเพจเพื่อนแท้ร้านอาหาร, คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน และตัวแทนจากร้านอาหารชื่อดัง ได้แก่ Mo-Mo-Paradise, Siam Steak, NANA Coffee Roasters มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการทำธุรกิจร้านอาหารในยุคปัจจุบัน โดยมีจำนวนผู้ประกอบการร้านอาหารให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก  *ข้อมูลจากร้านอาหารทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai เปรียบเทียบระหว่างเดือนมิถุนายน 2565 และมิถุนายน 2566  **ข้อมูลรวมระหว่าง Wongnai POS และ FoodStory POS ตั้งแต่ปี 2557-2566

LINE MAN Wongnai

24 Jul 2023

LINE MAN Wongnai จัดกิจกรรม Reskill–Upskill ผู้สูงวัยยุคดิจิทัล ในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้

LINE MAN Wongnai จับมือ Young Happy คอมมูนิตี้ผู้สูงวัย พร้อมด้วยพันธมิตร กรมกิจการผู้สูงอายุ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Central Restaurants Group (CRG) ร่วมเสริมทักษะผู้สูงวัยในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้สูงอายุ ผ่านการอบรมเข้มข้นตลอด 1 เดือน รวมกว่า 30 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งการขายอาหารบนฟู้ดเดลิเวอรีกับ LINE MAN การวางแผนและโปรโมทร้านอาหาร พร้อมเวิร์กชอปพิเศษกับเชฟและผู้ประกอบการจริง ไปจนถึงกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย คุณวริศรา กลีบบัว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยังแฮปปี้ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ Young Happy ทำงานกับผู้สูงวัย เราเห็นชัดว่าพวกเขามีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการและพร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม การร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผนึกกำลังกันเพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้สูงวัยได้พัฒนาทักษะ ทั้งการทำอาหาร การเรียนรู้ด้านดิจิทัล ไปจนถึงการนำความรู้ไปใช้เปิดร้านและสร้างรายได้จริง เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสร้างอาชีพ แต่ยังช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงวัย สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคมอย่างแท้จริง” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “โครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ LINE MAN Wongnai ตั้งใจถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารออนไลน์อย่างรอบด้าน เราเริ่มตั้งแต่การสอนพื้นฐานการเปิดร้านบน Wongnai Merchant App การรับออเดอร์บน LINE MAN ไปจนถึงการเรียนรู้เทคนิคการขายเดลิเวอรีจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อร้านให้ค้นหาเจอง่าย การเลือกใช้รูปภาพที่ดึงดูดใจ รวมถึงการจับคู่เมนูเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้ผู้สูงวัยสามารถทำตามได้ง่ายและนำไปใช้จริง ซึ่งระยะเวลาร่วมกิจกรรมเราพบว่า มีสมาชิกกลุ่ม Young Happy หลายท่านสามารถเปิดร้านบน LINE MAN และเริ่มมีรายได้แล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงเป้าหมายของเราที่ต้องการ Empowering Merchant ด้วยเครื่องมือดิจิทัล และสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้คนทุกกลุ่มในสังคม” ดร. สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “การสูงวัยอย่างมีคุณภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของสุขภาพกาย แต่ยังรวมถึงการมีเป้าหมายและคุณค่าของชีวิต โครงการเชฟรุ่นใหญ่จึงเปรียบเสมือน ‘มหาวิทยาลัยชีวิต’ สำหรับผู้สูงอายุ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สร้างอาชีพและรายได้ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้มีเป้าหมายในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิต ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกภาคภูมิใจ มีกำลังใจ และสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า” ด้าน คุณนัจนันท์ พฤกษ์ไพบูลย์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านกำเสี่ยะตามสั่ง กล่าวว่า “ร้านอาหารตามสั่งของครอบครัวเปิดมากว่า 60 ปี หลังจากเกษียณจึงตัดสินใจสานต่อธุรกิจของแม่ ความท้าทายใหญ่คือเรื่องเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย แต่รู้ว่าการทำเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN เป็นสิ่งจำเป็น เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ถ้าไม่ปรับตัวก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โครงการเชฟรุ่นใหญ่ช่วยให้เข้าใจการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ทั้งเรื่องการตั้งราคา การจัดโปรโมชัน และการบริหารเวลาให้ออเดอร์เสร็จทัน ทำให้มั่นใจและพร้อมเปิดร้านบน LINE MAN อย่างจริงจัง ถือเป็นโอกาสครั้งใหม่ในการส่งต่อรสชาติความทรงจำของครอบครัวสู่ลูกค้าในยุคดิจิทัล” ขณะที่ คุณจันทร์เพ็ญ จันแดง ผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านข้าวเหนียวมะม่วงจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า “หลังจากออกมาเป็นแม่บ้านได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อย่าง เมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่ทำเป็นหลัก แต่ก็มีความคิดที่อยากขยายไปสู่เมนูคาวอย่างข้าวหมูคัตสึด้ง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกกับร้านของเรามากขึ้น แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนรุ่นเรา คือ การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ พอได้มาเรียนรู้ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ ก็ทำให้เข้าใจระบบของ LINE MAN มากขึ้น ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย GP การตั้งราคาที่เหมาะสม และวิธีการนำเสนอร้านให้น่าสนใจ โดยเฉพาะการเลือกภาพและการจับคู่เมนูเพื่อดันยอดขาย นอกจากนี้ยังได้สูตรใหม่ ๆ จาก CRG อย่างคัตสึด้งหรือน้ำส้มยูสุ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านได้ทันที ทุกวันนี้มองว่า LINE MAN เป็นช่องทางเสริมที่ช่วยระบายสินค้าและเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ ไม่ได้เน้นแค่เรื่องกำไร แต่เป็นโอกาสที่จะส่งต่ออาหารที่ทำด้วยความตั้งใจให้คนได้กินของดี ผลผลิตบางส่วนยังปลูกเองแบบไม่ใช้สารเคมี และนำกำไรไปแบ่งปันให้เด็กกำพร้าหรือผู้สูงอายุในชุมชน เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจคือการแบ่งปันความสุข ไม่ใช่เพียงการขายอาหาร” คุณอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า “ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีอาชีพและรายได้จึงเป็นภารกิจสำคัญของกรมกิจการผู้สูงอายุ เพราะนอกจากช่วยให้ผู้สูงวัยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังทำให้พวกเขาแข็งแรงทั้งกายและใจ สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี กรมฯ จึงพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ Young Happy จัดขึ้น รวมถึงโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ที่ได้ร่วมกับ LINE MAN Wongnai ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยอย่างยั่งยืน” โครงการนี้สะท้อนพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดย LINE MAN Wongnai สนับสนุนด้านแพลตฟอร์มและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการขายอาหารและการปรับตัวในโลกออนไลน์ ขณะที่ Young Happy เชื่อมโยงผู้สูงวัยและออกแบบหลักสูตรที่เข้าใจง่าย ด้าน  Central Restaurants Group (CRG) มาร่วมถ่ายทอดมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในครัว เปิดคลาสสอนทำอาหารเมนูฮิตใหม่ๆ เช่น เมนูทงคัตสึ  เสริมด้วยการสนับสนุนเชิงนโยบายและสุขภาวะจากกรมกิจการผู้สูงอายุและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ผู้สูงวัยที่รักการทำอาหารได้ “เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้” อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก คุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด  ร่วมกิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

27 Nov 2025

LINE MAN Wongnai เปิดพื้นที่ “ครัวสัญจร” ฉุกเฉินที่หาดใหญ่ คืนที่ทำกินให้ร้านเล็ก พร้อมแผนช่วยเหลือร้านค้าให้ไปต่อ หลังวิกฤตน้ำท่วม

LINE MAN Wongnai เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ โดยใช้บทบาทการเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” (Digital Infrastructure) เชื่อมโยงระบบนิเวศร้านอาหาร-คนทำงาน-รายได้ ให้กลับมาเดินหน้าต่อได้ทันที ผ่านโมเดล “ครัว LINE MAN สัญจร” (Cloud Kitchen) พื้นที่ทำกินสำเร็จรูปที่พร้อมให้ร้านค้าที่เสียหายเข้าใช้งานได้ทันที พร้อมกางแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการ 300 แห่ง มุ่งคืนรายได้รายวันให้แก่ร้านค้า ลูกจ้าง และไรเดอร์อย่างเป็นรูปธรรม จากข้อมูลของ LINE MAN Wongnai หาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ โดยมีระบบนิเวศร้านอาหารท้องถิ่นในพื้นที่หาดใหญ่คิดเป็น 15% ของภาคใต้ ช่วงปกติก่อนน้ำท่วม (21 ต.ค. – 20 พ.ย. 2568) มีร้านอาหารในระบบอยู่ราว 2,800 ร้าน หลังน้ำท่วม (27 พ.ย. 2568 – 6 ม.ค. 2569) มีร้านประมาณ 75% ที่ฟื้นกลับมาขายได้อีกครั้ง โดยยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่ยังไม่สามารถกลับมาขายได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ต้องได้รับการฟื้นฟูโดยเร็ว คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ในภาวะที่เมืองยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้เต็มร้อย LINE MAN Wongnai ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยง ร้านค้า-คนทำงาน-รายได้ และข้อมูลเข้าด้วยกัน เราตระหนักว่า ‘ที่ทำกิน’ คือสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงเปิด ‘ครัว LINE MAN สัญจร’ ซึ่งเป็นโมเดล Cloud Kitchen เพื่อให้ร้านที่หน้าร้านพังเสียหายสามารถกลับมาปรุงอาหารและสร้างรายได้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอซ่อมแซมร้านเสร็จ โดยเราวางแผนเปิดให้บริการเบื้องต้น 3 เดือน และพร้อมขยายเวลาต่อหากช่วยให้ผู้ประกอบการตั้งตัวได้แข็งแกร่งขึ้น เป้าหมายของเราคือการทำให้ระบบนิเวศการทำกินของหาดใหญ่ยังคงเปิดอยู่ แม้ในพื้นที่ที่ยังฟื้นฟูไม่เสร็จสิ้น” คุณทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การฟื้นฟูหาดใหญ่ต้องทำควบคู่ไปทั้งการซ่อมแซมเมืองและการกู้เศรษฐกิจและการทำมาหากินให้กลับมาเร็วที่สุด หอการค้าฯ มุ่งมั่นที่จะช่วยให้ SME ในพื้นที่กลับมาตั้งตัวได้ใหม่ ความร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้จึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยลดอุปสรรคเรื่องสถานที่ประกอบการ และยังต่อยอดวางแผนไปถึงโครงการ Shark Tank ที่เราจะช่วยสนับสนุนข้อมูลและหาแหล่งทุนใหม่ให้กับร้านค้าที่ต้องการปรับโมเดลธุรกิจให้แข็งแรงกว่าเดิมหลังวิกฤต เร็วๆ นี้ เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ได้อีกครั้ง” เพื่อให้เศรษฐกิจปากท้องของชาวหาดใหญ่กลับมาคึกคัก LINE MAN Wongnai ได้ออกมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ ดังนี้: คุณศิวัตน์ สุวรรณวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา และเจ้าของโรงแรมบุรีศรีภู ผู้สนับสนุนพื้นที่ในการสร้างครัว LINE MAN สัญจรเสริมว่า “ในฐานะผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการ เราเห็นความลำบากของร้านค้าที่อยากขายแต่เปิดร้านไม่ได้เพราะหน้าร้านพังเสียหาย เมื่อได้เจอกับคุณยอด LINE MAN Wongnai ผมจึงยินดีสนับสนุนพื้นที่หน้าโรงแรมบุรีศรีภูให้เป็นครัวสัญจรทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้กลายเป็นพื้นที่ทำกินสำเร็จรูป จาก 2 สัปดาห์ก่อนที่เป็นพื้นที่ว่าง วันนี้ได้เห็นเจ้าของร้านและลูกจ้างกลับมามีงานทำและมีรายได้อีกครั้ง จากการขายอาหารบนแอป 100% นี่คือตัวอย่างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ช่วยรักษาและพยุงไม่ให้เศรษฐกิจรายย่อยล้ม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้หาดใหญ่กลับมาเป็นเมืองเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอีกครั้ง” คุณฐิติกาญจน์ จตุรพิตร เจ้าของร้านตะแคงชาม เตี๋ยวต้มยำโบราณ และคุณณัฐฒ์พงศ์ มัณยานนท์ เจ้าของร้าน White Blue Coffee เล่าว่า “น้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในชีวิต ร้านพังเสียหายจนเรียกได้ว่า ไม่เหลือเลย หมดทุกอย่าง จนเกิดคำถามในหัวว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ และเคยคิดว่าจะปิดร้านไปแบบไม่มีกำหนด แต่การเข้ามาของ ‘ครัว LINE MAN สัญจร’ ถือเป็นโอกาสที่ช่วยกอบกู้ความรู้สึกให้ ความภูมิใจกลับมาอีกครั้ง การได้กลับมาทำอาหารทำให้เรามีความสุขและช่วยให้ลูกน้องมีรายได้ระหว่างรอซ่อมร้าน ซึ่งผลตอบรับดีมาก ยอดขายผ่านเดลิเวอรีกลับมาเกิน 50% แล้วเมื่อเทียบกับช่วงก่อนน้ำท่วม ทำให้เรามีความหวังที่จะกลับมาเปิดหน้าร้านจริงอีกครั้งในอนาคต” LINE MAN Wongnai ยืนหยัดเคียงข้างชาวหาดใหญ่ โดยจะงดเว้นการหักกำไรจากการดำเนินงานในพื้นที่ตลอด 3 เดือน เพื่อนำรายได้ทั้งหมดกลับไปเพิ่มค่ารอบให้ไรเดอร์และจัดทำแคมเปญสนับสนุนร้านอาหารทั่วเมือง โดยที่ผ่านมาได้เร่งเยียวยาระบบนิเวศธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบถุงยังชีพ 1,000 ชุดแก่ไรเดอร์ในพื้นที่ราว 1,000 คนและครอบครัว การร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปิดจุดซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ให้แก่ไรเดอร์ รวมถึงมาตรการลดค่าเครื่อง Wongnai POS 50% และพักชำระหนี้-ค่าบริการรายเดือนเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ร้านค้า นอกจากนี้ยังร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงาจ้างงานไรเดอร์ในพื้นที่เพื่อกระจายอาหารสู่ผู้ได้รับผลกระทบ และระดมทุนร่วมกับสภากาชาดไทยผ่านแอป LINE MAN และ LINE Pay รวมยอดบริจาคจากผู้ใช้งานกว่า 5.4 ล้านบาท เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือสู่พื้นที่อย่างเต็มกำลัง  โครงการครัว LINE MAN สัญจร ประสบความสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์ในพื้นที่ ได้แก่ โรงแรมบุรีศรีภู ผู้สนับสนุนพื้นที่โครงการ, อุปกรณ์เครื่องครัว Lucky Flame และ หาดใหญ่เครื่องเย็น ผู้สนับสนุนอุปกรณ์ครัวมาตรฐาน, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศูนย์รวมไฟฟ้า ผู้สนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง และ API Marketing ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูที่ทำกินเพื่อคนหาดใหญ่ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

7 Jan 2026

Wongnai มอบข้าวในโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง

“พลังแห่งการให้ไม่มีวันสิ้นสุด” พงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงกิจกรรม บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด และคณะ นำผลิตภัณฑ์ “ข้าวหอมกระเจา” เข้าร่วมโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง” โดยมี ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นตัวแทนรับมอบ ที่สำนักงาน กสศ.ชั้น 13 อาคาร เอส.พี พหลโยธิน พงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงกิจกรรม บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา โรงเรียนปิดเทอมยาวนานขึ้น ทำให้นักเรียนไม่ได้รับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียน นักเรียนยากจนพิเศษต้องประสบภาวะโภชนาการ “เมื่อ กสศ. ดำเนินโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้อง” บริษัทวงใน มีเดีย จำกัด จึงมีความประสงค์ให้การสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค เป็น ข้าวหอมกระเจา จำนวน 100 กิโลกรัม เพื่อส่งมอบให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ เนื่องจากเห็นว่า ปัญหาการขาดแคลนอาหารเป็นปัญหาที่ควรให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อให้น้อง ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบตามหลักโภชนาการ” สำหรับ “ข้าวหอมกระเจา” เป็นข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งปลูกด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP ติดตามความคืบหน้าโครงการ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือเพื่อมื้อน้องได้ที่เวบไซต์กสศ. สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม  ร่วมบริจาคช่วยเหลือน้อง ๆ ไปกับโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับ กสศ. ตั้งแต่วันนี้ – 18 มิถุนายน 2563 ผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 172-0-30021-6 ชื่อบัญชี “กสศ.-มาตรา 6(6) – เงินบริจาค” บริจาควันนี้ นำไปลดภาษีได้ 2 เท่า สู้วิกฤตให้น้องอิ่มหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

17 Jun 2020