LINE MAN ผนึกกำลัง โคคา-โคล่า เปิดตัวแคมเปญสุดคูล “อร่อยซ่า ทุกคืนพิเศษ” ตอกย้ำการเป็นตัวจริงแห่งวงการอาหารที่สร้างมิติใหม่ให้กับผู้บริโภคคนไทย พร้อมดึงการตลาดแบบ Gamification สร้างประสบการณ์การใช้แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ให้มีความหลากหลายและสนุกสนานมากขึ้น สะท้อนความตั้งใจในการจุดประกายความสุขและสร้างความสนุกให้กับผู้ใช้ในทุกมื้ออาหารและทุกช่วงเวลา

คคา-โคล่า และ LINE MAN เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์แคมเปญ “อร่อยซ่า ทุกคืนพิเศษ” ในทุกช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ศุกร์, เสาร์, และอาทิตย์ ตลอดเดือนกรกฎาคม 2565 ถึงเดือนกันยายน 2565 ต่อยอดความสำเร็จของโปรแกรม อร่อยซ่ากับ “โค้ก” เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของโคคา-โคล่า  พร้อมดันยอดขายร้านอาหารผ่านการทำโปรโมชันคู่ผลิตภัณฑ์ “โค้ก” จากร้านอาหารพาร์ทเนอร์และเมนูคอมโบ้ที่หลากสำหรับผู้บริโภค เพื่อส่งมอบประสบการณ์ให้ทุกมื้อพิเศษ พร้อมเติมเต็มการทานอาหารที่ครบทุกรสชาติในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งนอกจากมอบส่วนลดค่าอาหาร 50 บาท เมื่อสั่งซื้อเมนูอร่อยซ่ากับ ”โค้ก” ความพิเศษของแคมเปญในปีนี้ คือ การนำเกมมาสร้างความสนุกให้แก่ผู้ใช้ผ่านกลยุทธ์ Gamification Marketing บนแอปพลิเคชัน LINE MAN กับเกม “โค้ก อร่อยซ่า ล่ามื้อฟรี” หมุนตู้อร่อยซ่าล่ามื้อฟรี ระหว่างวันที่ 16-31 สิงหาคม 2565 และวันที่ 15-30 กันยายน 2565 เพื่อลุ้นรับโค้ดส่วนลดเมนูอร่อยซ่ากับ “โค้ก” และ โค้ดอิ่มฟรีกับเมนูพิเศษจากร้านพันธมิตร อาทิ แมคโดนัลด์, เท็กซัส ชิคเก้น, บอนชอน, อานตี้ แอนส์, เบอร์เกอร์ คิงส์ และเดอะพิซซ่า คอมปะนี เป็นต้น 

สุดท้ายนี้ LINE MAN ในฐานะ Food Master ตัวจริงที่รู้ใจผู้ใช้คนไทยมากที่สุด มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง และจุดประกายความสุขในทุกมื้ออาหาร โดยความร่วมมือของ LINE MAN และ  โคคา-โคล่า ผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่เข้าใจและมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด เพื่อเพิ่มประสบการณ์อร่อยซ่าคู่มื้อพิเศษที่ช่วยสร้างความสุข ความสนุกให้กับผู้ใช้ในทุกมื้ออาหารและทุกช่วงเวลา

สำหรับแคมเปญ “อร่อยซ่า ทุกคืนพิเศษ” ผู้ใช้สามารถร่วมสนุกให้กับทุกมื้ออาหารกันได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 กันยายน 2565 บนแอปพลิเคชัน LINE MAN  

News Release View More

LINE MAN MART หนุนรัฐ ชวนคนไทยลดหย่อนภาษีโครงการ Easy E-Receipt สูงสุด 50,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์นี้

ต้อนรับศักราชใหม่ปี 2567 LINE MAN MART สนับสนุนมาตรการรัฐ ชวนคนไทยช้อปสินค้าลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-Receipt โอกาสดีที่ไม่ควรพลาด สั่งง่ายได้ทั้งช้อป ได้ทั้งของ พร้อมหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2567 สูงสุดถึง 50,000 บาท เพียงสั่งสินค้าจากร้านค้าดังที่ร่วมรายการกว่า 721 แห่ง ผ่าน LINE MAN MART พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 10% สูงสุด 150 บาท* ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยสามารถเลือกช้อปสินค้าจากร้านค้าดัง ได้แก่ Tops, Tops daily, Gourmet Market, OfficeMate, B2S, HomePro และ BigC Hyper สาขาที่ร่วมรายการกว่า 721 สาขา* ในพื้นที่บริการ 10 จังหวัด อาทิ กรุงเทพและปริมณฑล, ชลบุรี, ระยอง, อยุธยา, เชียงใหม่ ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งทุกการสั่งซื้อสามารถเลือกกดรับ Easy E-Receipt เพียงกรอกข้อมูลบน LINE MAN ขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ e-Tax invoice หรือ e-Receipt ได้อย่างง่ายดาย “โครงการ Easy E-Receipt” บน LINE MAN MART ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดกระแสตอบรับที่ดีจากโครงการช้อปดีมีคืนลดหย่อนภาษีปี 2566 ที่ผ่านมา โดยการสนับสนุนโครงการภาครัฐครั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่พลาดการได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ยังมอบส่วนลดพิเศษให้กับผู้ใช้เพียงกรอกโค้ด “EASYTAX” รับส่วนลด 10% สูงสุด 150 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 600 บาท**  สำหรับผู้สนใจใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-Receipt ผ่านการซื้อสินค้าบน LINE MAN MART และสามารถดูวิธีสั่งซื้อและการกรอกข้อมูลเพื่อขอรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมสั่งซื้อสินค้าเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีปี 2567 ได้แล้ววันนี้ทาง LINE MAN MART หรือ https://lineman.onelink.me/1N3T/x9lbar52 *เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

3 Jan 2024

Rabbit LINE Pay ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น LINE Pay ย้ำลูกค้าใช้บริการได้เหมือนเดิม

Rabbit LINE Pay ผู้นำด้านการบริการระบบการชำระเงินแบบออนไลน์และออฟไลน์ ประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น “LINE Pay” และใช้ชื่อ “บริษัท ไลน์ เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด” อย่างเป็นทางการ มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป โดยผู้ใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้ สามารถใช้จ่ายผ่านบริการได้ทุกช่องทางเช่นเดิม ทั้งเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน การชำระค่าสินค้าและบริการจากแบรนด์พันธมิตร รวมถึงชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ การเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น LINE Pay ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย เข้าซื้อกิจการจากผู้ถือหุ้นเดิมเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างการรับรู้แก่ผู้ใช้บริการภายใต้ชื่อแบรนด์ดั้งเดิม LINE Pay พร้อมปรับโฉมคาแรกเตอร์ “บราวน์” ลุคใหม่ใส่ผ้ากันเปื้อน เพื่อปรับภาพจำ ณ จุดบริการชำระเงินออนไลน์และออฟไลน์ทั่วประเทศ ตอกย้ำเป้าหมายธุรกิจเพื่อเชื่อมบริการของ LINE Pay เข้ากับระบบนิเวศของ LINE มากขึ้น ได้แก่ LINE MAN, LINE SHOPPING, แอป LINE รวมถึงเครือข่ายร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Wongnai สามารถทำธุรกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ เกี่ยวกับ LINE Pay ประเทศไทย LINE Pay คือผู้ให้บริการระบบการชำระเงินแบบออนไลน์และออฟไลน์ ภายใต้การบริหารของ LINE MAN Wongnai หลังการประกาศเข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 โดย LINE Pay ให้บริการครอบคลุมทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล บริการช่องทางชำระเงินที่ง่ายและปลอดภัย สามารถจ่าย โอนเงิน หรือเติมเงิน ที่สามารถใช้ได้กับเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน การชำระค่าสินค้าและบริการจากแบรนด์พันธมิตร รวมถึงชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Oct 2023

CTO Plans to Attract Tech Talents for Made-in-Thailand Services & Stronger Status as Thailand’s Biggest Tech Firm

LINE MAN Wongnai is set to expand its tech team after the USD 1 billion series B fundraising. The number of tech staff will rise to 450 within the first half of 2023 to follow the goal of developing Made-in-Thailand services that will make positive impacts for the nation.  Mr. Pattrawoot Suesatayasilp, Chief Technology Officer of LINE MAN Wongnai who is also a co-founder of Wongnai, reveals LINE MAN Wongnai’s technology investment plan as follows: Behind This National Platform are More Than 350 Tech Talents  More than 10 million Thais have used LINE MAN Wongnai services. To facilitate such scale of services, LINE MAN Wonghai has now hired more than 350 tech talents in three main teams – Engineering Team, Product Team, and Data Team. These teams work together to deliver ease of use and better life to Thais: 1) Users enjoy greater convenience through on-demand services; 2) Merchants can sell online and achieve business growth; and 3) Riders have a sustainable livelihood and source of income.   Strengths of Tech Firm with Tech Team, HQ in Thailand “More than 90% of LINE MAN Wongnai’s tech staff are Thai and based in Thailand. Therefore, our platform adapts real fast to the Thai user’s changing situations. Aside, everyone at LINE MAN Wongnai works in line with its Core Values namely Innovate Faster, Go Deeper, and Respect Everyone,” Mr. Pattrawoot says.   It took LINE MAN Wongnai just six weeks to link the government’s ‘half-half co-payment’ scheme to its platform. The result was so impressive that 75% of restaurants participating in the scheme’s Phase 3 have chosen to register themselves on LINE MAN.  LINE MAN Wongnai has lately set up a tech hub in Chiang Mai. No matter where tech staff are based, they are under the same welfare and remuneration structure.   “We have also recruited foreigners from Singapore, China, and India who had worked for international platforms before. Such recruitment strategy enables us to acquire know-how that can be applied to our context and support our scalability. We have allowed foreign staff to work from anywhere,” Mr. Pattrawoot adds.  Tech Team to Have 450 Members by 2023, Work in World-Class Environment  Mr. Pattrawoot reveals that LINE MAN Wongnai will increase the number of its tech talents to 450 by the first half of 2023, with many senior positions in the new structure. This move aims at accommodating the growth of the firm’s platform, deepening its food-delivery services, and developing various new services in the form of E-commerce Platform for Services.  “Throughout the past 12 years, we have been committed to developing Thailand’s most inspiring tech company. With us, tech talents can contribute to the development of a Thai platform that their friends, family members and people around them really use in their everyday life. We can guarantee that LINE MAN Wongnai’s work environment is challenging and offers the work experiences that are as great as international platforms,” Mr. Pattrawoot concludes. 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022

LINE MAN Wongnai จัดกิจกรรม Reskill–Upskill ผู้สูงวัยยุคดิจิทัล ในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้

LINE MAN Wongnai จับมือ Young Happy คอมมูนิตี้ผู้สูงวัย พร้อมด้วยพันธมิตร กรมกิจการผู้สูงอายุ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Central Restaurants Group (CRG) ร่วมเสริมทักษะผู้สูงวัยในโครงการ “เชฟรุ่นใหญ่” เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้สูงอายุ ผ่านการอบรมเข้มข้นตลอด 1 เดือน รวมกว่า 30 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งการขายอาหารบนฟู้ดเดลิเวอรีกับ LINE MAN การวางแผนและโปรโมทร้านอาหาร พร้อมเวิร์กชอปพิเศษกับเชฟและผู้ประกอบการจริง ไปจนถึงกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย คุณวริศรา กลีบบัว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยังแฮปปี้ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ Young Happy ทำงานกับผู้สูงวัย เราเห็นชัดว่าพวกเขามีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการและพร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม การร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการผนึกกำลังกันเพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้สูงวัยได้พัฒนาทักษะ ทั้งการทำอาหาร การเรียนรู้ด้านดิจิทัล ไปจนถึงการนำความรู้ไปใช้เปิดร้านและสร้างรายได้จริง เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสร้างอาชีพ แต่ยังช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงวัย สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทย และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคมอย่างแท้จริง” คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “โครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ LINE MAN Wongnai ตั้งใจถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารออนไลน์อย่างรอบด้าน เราเริ่มตั้งแต่การสอนพื้นฐานการเปิดร้านบน Wongnai Merchant App การรับออเดอร์บน LINE MAN ไปจนถึงการเรียนรู้เทคนิคการขายเดลิเวอรีจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อร้านให้ค้นหาเจอง่าย การเลือกใช้รูปภาพที่ดึงดูดใจ รวมถึงการจับคู่เมนูเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้ผู้สูงวัยสามารถทำตามได้ง่ายและนำไปใช้จริง ซึ่งระยะเวลาร่วมกิจกรรมเราพบว่า มีสมาชิกกลุ่ม Young Happy หลายท่านสามารถเปิดร้านบน LINE MAN และเริ่มมีรายได้แล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงเป้าหมายของเราที่ต้องการ Empowering Merchant ด้วยเครื่องมือดิจิทัล และสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้คนทุกกลุ่มในสังคม” ดร. สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “การสูงวัยอย่างมีคุณภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของสุขภาพกาย แต่ยังรวมถึงการมีเป้าหมายและคุณค่าของชีวิต โครงการเชฟรุ่นใหญ่จึงเปรียบเสมือน ‘มหาวิทยาลัยชีวิต’ สำหรับผู้สูงอายุ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สร้างอาชีพและรายได้ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้มีเป้าหมายในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิต ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกภาคภูมิใจ มีกำลังใจ และสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า” ด้าน คุณนัจนันท์ พฤกษ์ไพบูลย์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านกำเสี่ยะตามสั่ง กล่าวว่า “ร้านอาหารตามสั่งของครอบครัวเปิดมากว่า 60 ปี หลังจากเกษียณจึงตัดสินใจสานต่อธุรกิจของแม่ ความท้าทายใหญ่คือเรื่องเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย แต่รู้ว่าการทำเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN เป็นสิ่งจำเป็น เพราะพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ถ้าไม่ปรับตัวก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โครงการเชฟรุ่นใหญ่ช่วยให้เข้าใจการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ทั้งเรื่องการตั้งราคา การจัดโปรโมชัน และการบริหารเวลาให้ออเดอร์เสร็จทัน ทำให้มั่นใจและพร้อมเปิดร้านบน LINE MAN อย่างจริงจัง ถือเป็นโอกาสครั้งใหม่ในการส่งต่อรสชาติความทรงจำของครอบครัวสู่ลูกค้าในยุคดิจิทัล” ขณะที่ คุณจันทร์เพ็ญ จันแดง ผู้เข้าร่วมโครงการและเจ้าของร้านข้าวเหนียวมะม่วงจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า “หลังจากออกมาเป็นแม่บ้านได้เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อย่าง เมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่ทำเป็นหลัก แต่ก็มีความคิดที่อยากขยายไปสู่เมนูคาวอย่างข้าวหมูคัตสึด้ง เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกกับร้านของเรามากขึ้น แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนรุ่นเรา คือ การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ พอได้มาเรียนรู้ในโครงการเชฟรุ่นใหญ่ ก็ทำให้เข้าใจระบบของ LINE MAN มากขึ้น ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย GP การตั้งราคาที่เหมาะสม และวิธีการนำเสนอร้านให้น่าสนใจ โดยเฉพาะการเลือกภาพและการจับคู่เมนูเพื่อดันยอดขาย นอกจากนี้ยังได้สูตรใหม่ ๆ จาก CRG อย่างคัตสึด้งหรือน้ำส้มยูสุ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับร้านได้ทันที ทุกวันนี้มองว่า LINE MAN เป็นช่องทางเสริมที่ช่วยระบายสินค้าและเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ ไม่ได้เน้นแค่เรื่องกำไร แต่เป็นโอกาสที่จะส่งต่ออาหารที่ทำด้วยความตั้งใจให้คนได้กินของดี ผลผลิตบางส่วนยังปลูกเองแบบไม่ใช้สารเคมี และนำกำไรไปแบ่งปันให้เด็กกำพร้าหรือผู้สูงอายุในชุมชน เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจคือการแบ่งปันความสุข ไม่ใช่เพียงการขายอาหาร” คุณอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า “ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยมีอาชีพและรายได้จึงเป็นภารกิจสำคัญของกรมกิจการผู้สูงอายุ เพราะนอกจากช่วยให้ผู้สูงวัยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังทำให้พวกเขาแข็งแรงทั้งกายและใจ สามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี กรมฯ จึงพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ Young Happy จัดขึ้น รวมถึงโครงการเชฟรุ่นใหญ่ครั้งนี้ที่ได้ร่วมกับ LINE MAN Wongnai ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยอย่างยั่งยืน” โครงการนี้สะท้อนพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดย LINE MAN Wongnai สนับสนุนด้านแพลตฟอร์มและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการขายอาหารและการปรับตัวในโลกออนไลน์ ขณะที่ Young Happy เชื่อมโยงผู้สูงวัยและออกแบบหลักสูตรที่เข้าใจง่าย ด้าน  Central Restaurants Group (CRG) มาร่วมถ่ายทอดมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในครัว เปิดคลาสสอนทำอาหารเมนูฮิตใหม่ๆ เช่น เมนูทงคัตสึ  เสริมด้วยการสนับสนุนเชิงนโยบายและสุขภาวะจากกรมกิจการผู้สูงอายุและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ผู้สูงวัยที่รักการทำอาหารได้ “เปลี่ยนความอร่อยให้เป็นรายได้” อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก คุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด  ร่วมกิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

27 Nov 2025