LINE MAN Wongnai เผยภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยในงาน Thailand Coffee Fest 2025 ว่ายอดขายของร้านอาหาร ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง สวนทางกับตลาดกาแฟที่ยังเติบโต โดยเฉพาะร้านกาแฟ Specialty ราคาจับต้องได้ (Affordable Specialty Coffee) ที่มีราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท กลายเป็นสัดส่วนตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยในกรุงเทพฯ เติบโตสูงถึง 46% และในต่างจังหวัดเติบโต 19%

แม้จำนวนร้านกาแฟเปิดใหม่ในปีนี้จะลดลงจาก 7,000 ร้านในช่วงครึ่งปีแรกของปีก่อน เหลือเพียง 5,000 ร้าน แต่ร้านกาแฟยังคงมีอัตราอยู่รอดในปีแรกสูงกว่าร้านอาหารทั่วไป โดยร้านกาแฟมีอัตราการปิดตัวในปีแรกอยู่ที่ 43% เทียบกับร้านอาหารทั่วไปที่ปิดตัวสูงกว่าในปีแรกถึง 50% นอกจากนี้ ตลาดมัทฉะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดขายร้านมัทฉะเดิมเติบโตถึง 28%

ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ยังพบว่า Specialty Coffee หรือกาแฟคุณภาพสูง คัดเลือกตั้งแต่แหล่งปลูกจนถึงการชง ให้รสชาติเฉพาะตัวและซับซ้อนกว่ากาแฟทั่วไป มีส่วนแบ่งตลาดใหญ่กว่ากาแฟทั่วไป โดยมีสัดส่วนยอดขายทั่วประเทศ 56% และในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 66% อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนแปลงไป โดยลูกค้าต้องการความรวดเร็ว ช่องทางการสั่งซื้อและชำระเงินที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Digital Payment ที่มีสัดส่วนเกินครึ่งและช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลขึ้นถึง 32% ส่วน Digital Ordering เช่น การสั่งผ่าน QR Code ที่โต๊ะ ช่วยเพิ่มขนาดออเดอร์ได้ถึง 37%

ในส่วนของช่องทางเดลิเวอรี ยอดขายกาแฟใน LINE MAN เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉลี่ยแล้ว 22% ของยอดขายร้านกาแฟมาจากเดลิเวอรี สะท้อนว่าการเข้าถึงลูกค้าผ่านหลายช่องทางยังคงเป็นหัวใจสำคัญ

LINE MAN Wongnai สรุป 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในยุคนี้ประสบความสำเร็จ ได้แก่ การขายสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable Quality) การมีช่องทางขายครบวงจรทั้งหน้าร้านและออนไลน์ (Omni-channel) และการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล เช่น POS, Digital Ordering และ Digital Payment เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินงาน

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

กรมพัฒน์ฯ จับมือ Wongnai สนับสนุน Wongnai Bangkok Restaurant Week 2019

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ Wongnai จัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ชวนคนชอบชิมร่วมลิ้มลองความอร่อย จากร้านอาหารระดับพรีเมียม Thai SELECT และร้านอาหารชั้นนำทั่วประเทศ กับ 3 คอร์สเมนูอาหาร (Appetizer, Main และ Dessert) ในราคา 999++ บาท โดยเริ่มจำหน่ายดีลออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม 2562 พร้อมรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมาย นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจร้านอาหารยังคงเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ โดยมูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ปี 2561 มีมูลค่ากว่า 420,000 ล้านบาท จากร้านอาหารในประเทศ จำนวน 231,916 ร้าน ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ทั้งการให้บริการภายในร้าน รสชาติอาหาร พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มโอกาส และช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยในวันที่ 14 มิถุนายน 2562 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ “Wongnai” จัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ภายใต้แนวคิด “Local Produce” คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นจากไทยสู่จานอาหารในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมเปิดดีล 3 คอร์สเมนูอาหาร (Appetizer, Main และ Dessert) ในราคา 999 บาท (ไม่รวม VAT และ Service Charge) กับร้านอาหาร Thai SELECT ได้แก่ ร้าน Blue Elephant, เสน่ห์จันทน์, ครัวภัทรา สุริยาศัย, Royal Osha และ ชมจันทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารชั้นนำอีกมากมาย โดยสามารถจองดีลผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai ได้ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม -11 สิงหาคม 2562 เพื่อส่งเสริมให้นักชิมร่วมสนับสนุนร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพ และบอกต่อถึงรสชาติอันละเมียดละไม และยังเป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และยกระดับธุรกิจบริการของไทยอีกด้วย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่าจากข้อมูลเทรนด์ร้านอาหาร ปี 2562 และพฤติกรรมผู้บริโภคนี้ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จำนวนร้านอาหารเปิดใหม่นั้นยังสอดคล้องไปกับความสนใจของผู้บริโภค อ้างอิงจากจำนวนการค้นหาร้านอาหาร รีวิว และรูปภาพจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 10 ล้านครั้ง บนฐานข้อมูลของ Wongnai แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยกินอาหารนอกบ้านเฉลี่ยเดือนละ 56 ครั้งต่อเดือน และผู้บริโภคเริ่มมีการสั่งอาหารเดลิเวอรีมากขึ้น ซึ่งงาน Bangkok Restaurant Week เกิดจาก Wongnai ต้องการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงร้านอาหารให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และที่ผ่านมาพบว่าร้านอาหารหลายร้าน รวมถึงเชฟหลายท่านหันมาใช้ “Local Produce” หรือผลผลิตในท้องถิ่นกันมากขึ้น จึงตั้งใจรวบรวมร้านดังที่โดดเด่นเรื่องการใช้วัตถุดิบไทยเป็นหลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มเกษตรกรไทยให้มีรายได้ และมีกำลังใจในการสร้างผลผลิตต่อไป ประกอบกับในปีนี้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ Wongnai ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ในปีนี้งาน Bangkok Restaurant Week 2019 จึงถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Local Produce” โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทางธุรกิจดังต่อไปนี้ บัตรเครดิต UnionPay, บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์, dtac reward และ Strongbow ตามลำดับ การจัดงาน Bangkok Restaurant Week 2019 ครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในห่วงโซ่ Supply Chain ของธุรกิจร้านอาหาร โดยเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เพื่อเพิ่มยอดขายกับผู้ประกอบการร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเข้าถึงอาหารรสชาติดี คุณภาพชั้นเยี่ยม ราคาย่อมเยา จากร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย “การปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ พร้อมหาโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ รวมถึงหาพันธมิตรสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ตกเทรนด์” ท่านรองอธิบดีกล่าวสรุป สำหรับผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Restaurant Week 2019 ผ่านแอปพลิเคชัน Wongnai, เว็บไซต์ https://www.wongnai.com/restaurantweek หรือ Facebook Fanpage www.facebook.com/Wongnai สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570 โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5962 และ www.dbd.go.th

LINE MAN Wongnai

28 Jun 2019

LINE MAN ทุ่ม 300 ล้าน อัดโปรลดเพิ่ม “คนละครึ่งพลัส” ชูจุดเด่น ใช้ง่าย-จ่ายคุ้ม-ส่งฟรี ร้านเยอะอันดับ 1 ทั่วไทย 

LINE MAN ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีของไทยในฐานะ “เบอร์ 1 คนละครึ่ง” ครองร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการมากที่สุดในบรรดาแพลตฟอร์มเดลิเวอรีกว่า 35,000 ร้านทั่วประเทศ หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของร้านที่เข้าร่วมโครงการ ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท จัดเต็มแคมเปญครั้งใหญ่แจกความถูกให้คนไทยแบบจัดเต็ม ตั้งแต่ 7 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป โดยมุ่งเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านอาหารให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ผ่านดีลพิเศษและส่วนลดมากมายที่ใช้ได้จริงบนแพลตฟอร์มเดียว เพียงเปิดแอป LINE MAN แล้วสั่งอาหารจากร้านที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ก็สามารถสั่งได้ง่ายที่สุดในไม่กี่ขั้นตอน เพียงกดใช้สิทธิจาก ร้านที่มีสัญลักษณ์ “คนละครึ่ง พลัส” บนแอป LINE MAN จากนั้นไปที่แอป เป๋าตัง แล้วกดเมนู สั่งอาหารฟู้ดเดลิเวอรี เลือกแอป LINE MAN เมื่อเลือกเมนูและยืนยันคำสั่งซื้อ ระบบจะส่งลิงก์ชำระเงินไปยังแชท กดลิงก์นั้นเพื่อดำเนินการชำระเงินผ่านแอปเป๋าตัง ก็อิ่มอร่อยกับเมนูโปรดได้ทันที พร้อมสัมผัสความสะดวกและความคุ้มค่าแบบจัดเต็มด้วยส่วนลดต่อเนื่องถึง 2 ต่อ ต่อที่ 1 รับส่วนลดรวมกว่า 3,000 บาท* ต่อที่ 2 ส่งฟรี 5 กม.* เมื่อสั่งจากร้าน “คนละครึ่ง พลัส” ทั่วประเทศ และเลือกประเภทการจัดส่งแบบ ‘ส่งถูก’ ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ผู้ใช้ LINE MAN ได้คุ้มครบทุกบริการในแอปเดียว เพราะทุกมื้อคือโอกาสดีในการประหยัดและช่วยร้านอาหารท้องถิ่นให้เติบโตไปด้วยกัน โหลดแอป LINE MAN แล้วใช้สิทธิ “คนละครึ่ง พลัส” ได้เลยตั้งแต่วันนี้ อิ่มอร่อยอย่างคุ้มค่าในทุกออเดอร์ พร้อมรับความสะดวกสบายจากบริการครบวงจรทั้งสั่งอาหาร เดินทาง ส่งของ และช้อปของใช้ในแอปเดียว กับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอันดับ 1 ที่คนไทยไว้วางใจ เพื่อให้ทั้งผู้ใช้และร้านอาหารไทยเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

7 Nov 2025

LINE MAN Wongnai ชี้ตลาดร้านกาแฟโตสวนเศรษฐกิจ ราคาต่ำกว่าร้อยขายดี คนไทยเลือกกาแฟ Specialty มากขึ้น 

LINE MAN Wongnai เผยภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยในงาน Thailand Coffee Fest 2025 ว่ายอดขายของร้านอาหาร ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง สวนทางกับตลาดกาแฟที่ยังเติบโต โดยเฉพาะร้านกาแฟ Specialty ราคาจับต้องได้ (Affordable Specialty Coffee) ที่มีราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท กลายเป็นสัดส่วนตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยในกรุงเทพฯ เติบโตสูงถึง 46% และในต่างจังหวัดเติบโต 19% แม้จำนวนร้านกาแฟเปิดใหม่ในปีนี้จะลดลงจาก 7,000 ร้านในช่วงครึ่งปีแรกของปีก่อน เหลือเพียง 5,000 ร้าน แต่ร้านกาแฟยังคงมีอัตราอยู่รอดในปีแรกสูงกว่าร้านอาหารทั่วไป โดยร้านกาแฟมีอัตราการปิดตัวในปีแรกอยู่ที่ 43% เทียบกับร้านอาหารทั่วไปที่ปิดตัวสูงกว่าในปีแรกถึง 50% นอกจากนี้ ตลาดมัทฉะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดขายร้านมัทฉะเดิมเติบโตถึง 28% ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai ยังพบว่า Specialty Coffee หรือกาแฟคุณภาพสูง คัดเลือกตั้งแต่แหล่งปลูกจนถึงการชง ให้รสชาติเฉพาะตัวและซับซ้อนกว่ากาแฟทั่วไป มีส่วนแบ่งตลาดใหญ่กว่ากาแฟทั่วไป โดยมีสัดส่วนยอดขายทั่วประเทศ 56% และในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 66% อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนแปลงไป โดยลูกค้าต้องการความรวดเร็ว ช่องทางการสั่งซื้อและชำระเงินที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Digital Payment ที่มีสัดส่วนเกินครึ่งและช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลขึ้นถึง 32% ส่วน Digital Ordering เช่น การสั่งผ่าน QR Code ที่โต๊ะ ช่วยเพิ่มขนาดออเดอร์ได้ถึง 37% ในส่วนของช่องทางเดลิเวอรี ยอดขายกาแฟใน LINE MAN เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉลี่ยแล้ว 22% ของยอดขายร้านกาแฟมาจากเดลิเวอรี สะท้อนว่าการเข้าถึงลูกค้าผ่านหลายช่องทางยังคงเป็นหัวใจสำคัญ LINE MAN Wongnai สรุป 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในยุคนี้ประสบความสำเร็จ ได้แก่ การขายสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable Quality) การมีช่องทางขายครบวงจรทั้งหน้าร้านและออนไลน์ (Omni-channel) และการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัล เช่น POS, Digital Ordering และ Digital Payment เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินงาน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

11 Jul 2025

LINE MAN ควง The Pizza Company ครองเบอร์ 1 ยอดพุ่งทุกเทศกาลส่งเอ็กซ์คลูซีฟ เมนู “สไปซี่มาโยแฮม” ดันยอดขายโต

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย จับมือ The Pizza Company แบรนด์พิซซ่าอันดับ 1 ขวัญใจคนไทยทุกเทศกาล ผนึกพลังเขย่าวงการฟู้ดเดลิเวอรี เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ “ซื้อ 1 แถม 1” สู่การเปิดตัวเมนูเอ็กซ์คลูซีฟ “พิซซ่าหน้าสไปซี่มาโยแฮม” เฉพาะบน LINE MAN ที่เดียว เป็นการครีเอตพิซซ่ารสชาติใหม่ถูกใจคนไทย สะท้อนการยกระดับประสบการณ์สั่งพิซซ่าเดลิเวอรีให้พิเศษยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมโยงทุกมื้ออร่อยเข้ากับโมเมนต์แห่งความสุขของผู้บริโภคในทุกช่วงเทศกาล คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลและโอกาสพิเศษอย่างปาร์ตี้ออฟฟิศ กินเลี้ยงสังสรรค์กับครอบครัว คนไทยมักนิยมเลือก “พิซซ่า” เป็นเมนูหลักในการฉลองช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน เพราะสามารถแบ่งปันได้ง่าย สะดวกสบาย ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จนขึ้นแท่นเป็นเมนูยอดฮิตอันดับ 1 ที่ครองใจคนไทยในช่วงเทศกาลมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ และคริสต์มาส ซึ่งมียอดสั่งซื้อพิซซ่าผ่าน LINE MAN เติบโตขึ้นกว่า 30% ในปี 2024 ที่ผ่านมา เราจึงยกระดับความร่วมมือกับ The Pizza Company ในครั้งนี้ให้เป็นมากกว่าแค่ฟู้ดเดลิเวอรี แต่เป็นการร่วมกันสร้างมาตรฐานคุณภาพใหม่ด้วย เมนูเอ็กซ์คลูซีฟ “พิซซ่าหน้าสไปซี่มาโยแฮม”  ที่ขายเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น ตอกย้ำความพิเศษที่มากกว่าและเป็นแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอันดับ 1 ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง” เปิดอินไซต์เมนู The Pizza Company ขวัญใจมหาชนยอดสั่งโตบน LINE MAN  เมื่อพูดถึงเมนูพิซซ่ายอดฮิตที่ครองใจผู้บริโภคบน LINE MAN ตลอดปีที่ผ่านมา “พิซซ่า” ยังคงเป็นหนึ่งในจานโปรดที่คนไทยเลือกสั่งซ้ำอย่างต่อเนื่อง และจากข้อมูลบน LINE MAN พบว่า 3 อันดับเมนูขายดีแห่งปี 2024 ได้แก่ ในด้านพฤติกรรมการสั่งซื้อ กรุงเทพฯ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุด สะท้อนความนิยมและพฤติกรรมการสั่งอาหารออนไลน์ของคนเมืองใหญ่ ตามมาด้วย เชียงใหม่ และ ภูเก็ต สองหัวเมืองสำคัญที่มีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มผู้ใช้งานหลัก ขณะที่ ภาคใต้ กลายเป็นภูมิภาคที่น่าจับตามอง ด้วยยอดการเติบโตของการสั่งพิซซ่าบน LINE MAN ที่เติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับปีก่อน  เชื่อมความสุขช่วงเทศกาล สร้างความต่างด้วย “เอ็กซ์คลูซีฟ เมนู” เฉพาะบน LINE MAN ด้าน คุณปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนีเปิดเผยว่า “หัวใจสำคัญของ The Pizza Company ที่สามารถครองอันดับหนึ่งในใจคนไทยทุกเทศกาล คือ ความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้า เข้าถึงลูกค้าในทุกพื้นที่ด้วยสาขากว่า 430 สาขา และแคมเปญการตลาดที่โดนใจผู้บริโภค ตัวอย่างแคมเปญ “ซื้อ 1 แถม 1” ที่ทำร่วมกับ LINE MAN ได้รับการตอบรับและทำยอดขายถล่มทลายในเทศกาลต่าง ๆ ที่ผ่านมา จึงนำมาสู่ความร่วมมือครั้งนี้ในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้บริโภค ผ่านเอ็กซ์คลูซีฟเมนูพิซซ่าซุปเปอร์คุ้ม “พิซซ่าหน้าสไปซี่มาโยแฮม” ราคาเพียง 159 บาท โดยดึงข้อมูลอินไซต์ผู้บริโภค มาพัฒนาเป็นรสชาติพิเศษในราคาที่จับต้องได้ให้โดนใจทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งที่ผ่านมาเราพบว่าพิซซ่าหน้าพิเศษที่ทำร่วมกันกับ LINE MAN ได้สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นได้กว่า 15%  และมีการสั่งซ้ำเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังตอกย้ำความพิเศษนี้ด้วยการเปิดให้สั่งเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น ตั้งแต่ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคม 2025 ตั้งเป้ายอดขายโตไม่ต่ำกว่า 12% ดันให้เป็นเมนูพิเศษที่เหมาะสำหรับทุกเทศกาล พร้อมเสริมทัพด้วยโปรโมชันสุดคุ้มบน LINE MAN และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่มีร่วมกันอีกตลอดทั้งปี  ความร่วมมือระหว่าง LINE MAN และ The Pizza Company ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่ง ที่สามารถสร้างยอดขายให้เติบโตได้จริง ผ่านฐานผู้ใช้งานที่แข็งแกร่ง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ ช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันที่ตั้งใจสร้างประสบการณ์ความอร่อยที่ตอบโจทย์คนไทยในทุกช่วงเวลา  กดสั่ง “พิซซ่าหน้าสไปซี่มาโยแฮม” เอ็กซ์คลูซีฟ เมนู เฉพาะบน LINE MAN ได้แล้ววันนี้! สั่งเลย https://lineman.line.me/lm-tooksud-q1-2025  ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

21 May 2025