LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย จัดงานประกาศรางวัล “LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 – ที่สุดของร้านอร่อยรีวิวดี” พร้อมทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท อัดแคมเปญการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี และเปิดตัวความร่วมมือกับร้านอาหารสร้างสรรค์เมนู Exclusive Collaboration นำร่องด้วย 5 ร้านดังที่ได้รับรางวัล ได้แก่ หมึกมันไก่, Kenny’s Pizza,  ไก่ทอดอภิสิทธิ์,  Bonnana และ Evie’s Cookies โดยเมนูพิเศษทั้งหมดจะวางขายเฉพาะบนแอป LINE MAN เท่านั้น

รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 เป็นรางวัลที่การันตีความอร่อยจากเสียงของผู้ใช้งานจริงกว่า 26 ล้านคน โดยคัดสรรความเป็นที่สุดจากร้านอาหารทั่วประเทศ ให้เหลือเพียง 650 ร้านยอดนิยมจากกว่า 700,000 ร้านทั่วไทย ตอกย้ำความเป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่มีเครือข่ายร้านอาหารมากที่สุดในไทย ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงไฟน์ไดนิ่ง ซึ่งทุกร้านผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มงวด จากคะแนนรีวิว เรตติ้ง และยอดออเดอร์จริงจากผู้ใช้แอปฯ LINE MAN  และ Wongnai 

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai  กล่าวว่า “รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice มีมายาวนานกว่า 12 ปี เราอยากให้รางวัลนี้เป็นมากกว่าเครื่องหมายการันตีคุณภาพร้านอาหาร แต่เป็นรางวัลที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตและกระตุ้นยอดขายให้กับร้าน เราจึงทุ่มงบการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์กว่า 300 ล้านบาท ทั้งในสื่อโฆษณาที่ครอบคลุมย่านเศรษฐกิจสำคัญทั่วกรุงเทพฯ เช่น ย่านศูนย์กลางธุรกิจตามพื้นที่ BTS และ MRT รวมถึงย่านร้านอาหารยอดนิยมอย่างเยาวราช และบรรทัดทอง เพื่อขยายการรับรู้ของรางวัลให้เป็นที่จดจำและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการตลาดเชิงดิจิทัลผ่านแคมเปญออนไลน์ทั่วประเทศทั้งบน Social Media, Influencer Marketing และ Digital Ads เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับรีวิวร้านอาหาร และเรายังมีแผนทำ Special Collaboration ร่วมกับร้านอาหารที่ได้รับรางวัลตลอดทั้งปีด้วยการสร้างสรรค์เมนูพิเศษที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ จากร้านอาหารที่ได้รับการโหวตว่าเป็นที่สุดของปี โดยจะขายเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น”

Screenshot

ไฮไลท์พิเศษในปีนี้ LINE MAN Wongnai ต่อยอดความสำเร็จของรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 นำร่องเปิดตัวเมนู Exclusive Collaboration ร่วมกับ 5 ร้านดังที่ได้รับรางวัล เพื่อยกระดับรางวัลให้เป็นมากกว่าแค่เครื่องหมายการันตีความอร่อย แต่เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มยอดขายแบบจับต้องได้ โดยเมนูทั้งหมดวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน LINE MAN เท่านั้น ได้แก่ ร้านหมึกมันไก่ กับเมนูพิเศษ “ข้าวมันไก่สองตับ”, ร้าน Kenny’s Pizza เมนู “Bangkok heat” พิซซ่า Hot Chilli Pesto เสริมด้วยกุ้งเนื้อเด้งผัดเนยสมุนไพรและ Roasted Tomatoes, ร้านไก่ทอดอภิสิทธิ์ เมนู “ดิปปิ้งซอสพิเศษรสแกงเขียวหวาน”, ร้าน Bonnana และ ร้าน Evie’s Cookies จัด Special Bundle Set ขนมหวานกับกล่องดีไซน์พิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค

ด้าน เชฟชุมพล แจ้งไพร  ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหารและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า “อาหารไทยเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ โดย LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 เป็นรางวัลรวบรวมร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคที่กินจริงรีวิวจริง ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาตามรอยร้านยอดนิยม รางวัลนี้จึงเป็น ‘ตัวชี้วัดความสำเร็จของร้านอาหาร’ สะท้อนมาตรฐานร้านอาหารไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลมุ่งยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai ก็มีบทบาทสำคัญในการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ดังนั้นรางวัลนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ แต่ยังเป็นตัวช่วยผลักดันให้ร้านอาหารทุกระดับพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน นอกจากนี้งบการตลาดกว่าหลายร้อยล้านบาทจาก LINE MAN Wongnai ก็ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมอาหารและท่องเที่ยว กระตุ้นการเติบโตของร้านอาหารทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม”

นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญในวงการอาหารตบเท้าเข้าร่วมงานและขึ้นรับรางวัลกันมากมาย อาทิ คุณอิ๊งค์-ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์, เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม เจ้าของร้านไฟน์ไดน์นิ่งอย่าง Restaurant Potong, คุณปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ เจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร iberry Group, คุณแต๋ง-กฤษฏิ์กุล ชุมแก้ว และ คุณดุจดิว – ธีรวิวัฒน์ บุตรตะยา เจ้าของร้านยำชื่อดัง After Yum, คุณระริน ธรรมวัฒนะ ผู้ร่วมก่อตั้ง Guss Damn Good, คุณธีรกรณ์ ไรวา และ เชฟอิโนะอุเอะ ชินจิ จาก No Name Noodle BKK, คุณไท้-วสุวัส คูหาเปรมกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ HOLIDAY PASTRY, คุณเอ-ศุภชัย ผู้อยู่เบื้องหลังเมนูไข่พะโล้ฟีเวอร์

รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2025 คือ สัญลักษณ์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค ติดตามรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัลทั้งหมด 650 ร้านทั่วไทย ได้ที่ https://www.wongnai.com/news/line-man-wongnai-users-choice-2025 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

CTO Plans to Attract Tech Talents for Made-in-Thailand Services & Stronger Status as Thailand’s Biggest Tech Firm

LINE MAN Wongnai is set to expand its tech team after the USD 1 billion series B fundraising. The number of tech staff will rise to 450 within the first half of 2023 to follow the goal of developing Made-in-Thailand services that will make positive impacts for the nation.  Mr. Pattrawoot Suesatayasilp, Chief Technology Officer of LINE MAN Wongnai who is also a co-founder of Wongnai, reveals LINE MAN Wongnai’s technology investment plan as follows: Behind This National Platform are More Than 350 Tech Talents  More than 10 million Thais have used LINE MAN Wongnai services. To facilitate such scale of services, LINE MAN Wonghai has now hired more than 350 tech talents in three main teams – Engineering Team, Product Team, and Data Team. These teams work together to deliver ease of use and better life to Thais: 1) Users enjoy greater convenience through on-demand services; 2) Merchants can sell online and achieve business growth; and 3) Riders have a sustainable livelihood and source of income.   Strengths of Tech Firm with Tech Team, HQ in Thailand “More than 90% of LINE MAN Wongnai’s tech staff are Thai and based in Thailand. Therefore, our platform adapts real fast to the Thai user’s changing situations. Aside, everyone at LINE MAN Wongnai works in line with its Core Values namely Innovate Faster, Go Deeper, and Respect Everyone,” Mr. Pattrawoot says.   It took LINE MAN Wongnai just six weeks to link the government’s ‘half-half co-payment’ scheme to its platform. The result was so impressive that 75% of restaurants participating in the scheme’s Phase 3 have chosen to register themselves on LINE MAN.  LINE MAN Wongnai has lately set up a tech hub in Chiang Mai. No matter where tech staff are based, they are under the same welfare and remuneration structure.   “We have also recruited foreigners from Singapore, China, and India who had worked for international platforms before. Such recruitment strategy enables us to acquire know-how that can be applied to our context and support our scalability. We have allowed foreign staff to work from anywhere,” Mr. Pattrawoot adds.  Tech Team to Have 450 Members by 2023, Work in World-Class Environment  Mr. Pattrawoot reveals that LINE MAN Wongnai will increase the number of its tech talents to 450 by the first half of 2023, with many senior positions in the new structure. This move aims at accommodating the growth of the firm’s platform, deepening its food-delivery services, and developing various new services in the form of E-commerce Platform for Services.  “Throughout the past 12 years, we have been committed to developing Thailand’s most inspiring tech company. With us, tech talents can contribute to the development of a Thai platform that their friends, family members and people around them really use in their everyday life. We can guarantee that LINE MAN Wongnai’s work environment is challenging and offers the work experiences that are as great as international platforms,” Mr. Pattrawoot concludes. 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022

โควิด-19 ทำให้เด็กยากจนกว่า 750,000 ชีวิต ต้องอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร

วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม” การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป? การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน” ความช่วยเหลือเร่งด่วน กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ ครูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน” ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

LINE MAN Wongnai

21 May 2020

LINE MAN MART ช้อปสด ครบตามใจ แจกส่วนลดรวมกว่า 5 ล้านบาท

ช้อปสด ครบตามใจ กับร้านค้าใกล้บ้านกว่า 10,000 ร้าน พร้อมแจกส่วนลด 70% มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท สายคุ๊กกิ้งเตรียมฟิน LINE MAN MART ช้อปของสด ได้ครบตามใจ ทำได้ทุกเมนู ยกขบวนร้านค้ากว่า 10,000 ร้านทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ช้อปกันได้ครบทุกหมวดหมู่ เริ่มต้นค่าส่งเพียง 0 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษยิ่งกว่ากับส่วนลด 70% สูงสุด 100 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 เมษายนนี้ คุ้มยิ่งกว่า! สำหรับลูกค้าใหม่เท่านั้น ใส่โค้ด “NEWFRESH” ลด 70%  เมื่อซื้อขั้นต่ำ 100 บาท ลดสูงสุด 100 บาท (สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อวัน จำกัด 1 สิทธิ์/คน) ห้ามพลาด! สำหรับลูกค้าปัจจุบันเพียงใส่โค้ด “FRESH70” ก็รับส่วนลด 70% สูงสุด 50 บาท (สิทธิ์มีจำนวนจำกัดต่อวัน จำกัด 1 สิทธิ์/คน)นอกจากนี้ยังมีโค้ดส่วนลดรายสัปดาห์ให้ติดตามกันตลอดทั้งแคมเปญพร้อมให้ช้อปของสดครบทุกหมวดหมู่ ทำได้ทุกเมนูผัดผัก แกง ต้ม เนื้อสัตว์ หรือซีฟู้ด ก็ครบหมดในแอปเดียว

LINE MAN Wongnai

25 Mar 2022

MG โชว์ i-SMART พลิกไลฟ์สไตล์การขับขี่ มาแผนที่ความอร่อย กับ Wongnai

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราใช้เวลาในรถยนต์มากพอ ๆ กับอยู่บ้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะขับไปทำงาน ไปห้างสรรพสินค้า ไปออกกำลังกาย และกิจกรรมอีกมากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่รถยนต์หลาย ๆ ค่ายในปัจจุบันเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสะดวกสบายของผู้ขับขี่มากขึ้น MG แบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ไม่หยุดเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยียานยนต์จะต้องสอดคล้องและกลมกลืนกับทุกจังหวะไลฟ์สไตล์ของลูกค้าจึงเป็นที่มาของรถสั่งด้วยเสียงด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะใหม่ที่มีชื่อว่า “i-SMART” จุดเด่นของระบบ i-SMART ของ MG อยู่ที่ความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยได้เป็นครั้งแรกของโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา Smart Car ที่มาช่วยยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคไอที นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ยังเข้าถึงการเชื่อมต่อออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตของผู้ขับขี่แบบสุด ๆ ด้วย SMART CONNECT เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ให้สนุกได้ไม่รู้จบ ทั้ง Online Music ฟังเพลงฮิตทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านเพลง และ Food & Travel Guide แนะนำร้านเด็ดจาก Wongnai เป็นต้น และสั่งการทุกฟังก์ชันได้ดั่งใจและแม่นยำด้วย SMART COMMAND โดยเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถควบคุมและสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) เป็นภาษาไทย เริ่มต้นการใช้งานง่าย ๆ เพียงแค่พูดว่า “Hello MG” โดยฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ เช่น การโทรออกเพียงพูดชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ เปิด – ปิด หรือเปลี่ยนเพลงได้ตามต้องการ หรือแม้กระทั่งการเปิด – ปิดซันรูฟ (Sunroof) รวมถึงหน้าต่างฝั่งคนขับได้ แถมยังสั่งการผ่าน Smartphone และแท็ปเลตได้อีกด้วย  เรียกได้ว่าเป็นการเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับรถยนต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุค 4.0 อย่างแท้จริง เพื่อให้การใช้ชีวิตของผู้บริโภคสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับระบบใหม่นี้เขาจะมาพร้อมกับรถยนต์ MG รุ่นใหม่ทุกรุ่นเลย และ 29 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายนนี้ เตรียมพบกับระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-Smart ได้ในงาน MG Expo 2018 ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือใครที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mgcars.com หรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์ MG ได้ที่ MG Call Center โทร 1267 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นะจ๊ะ!

LINE MAN Wongnai

31 Jul 2019