LINE MAN เปิดเทรนด์ “ชาไทย Specialty” มาแรงในรอบ 3 ปีหลัง มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 205% ฝั่งผู้บริโภคแห่ดื่มชาไทยคุณภาพที่สามารถเลือก กลิ่น-รส แหล่งที่ปลูกได้ ยอดสั่งเติบโต 81% ทะลุ 4 แสนแก้วในปี 2024

แนวโน้มการเติบโตของชาไทย Specialty มีจุดเริ่มต้นในปี 2022 ที่อุตสาหกรรมชาขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านคุณภาพของใบชา ความหลากหลายของแหล่งปลูก และกำลังการผลิต ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดค้าชาใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก* ชาไทยเป็นที่ต้องการสูงจากทั้งในไทยและทั่วโลก พันธุ์ชาที่นิยมปลูกในไทยได้แก่ ชาจีน (Chinese Tea) และชาอัสสัม (Assam Tea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของชาไทยสีส้มที่พวกเราคุ้นเคย แล้วถูกพัฒนามาเป็นเมนู “ชาไทย Specialty” ที่สามารถเลือกรสชาติและกลิ่นหอมได้ เหมือนกับเมนูกาแฟ Specialty

คุณแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล เจ้าของร้าน KHIRI Thai Tea หนึ่งในร้านชาไทย Specialty ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุดบน LINE MAN เล่าว่าชาไทยอยู่คู่คนไทยมานาน แต่ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงหลังที่หันมาบริโภคเครื่องดื่ม Specialty จากตลาดกาแฟ Specialty ทำให้เกิดตลาดชาไทย “Specialty” ขึ้นตามมา รูปแบบของชาไทย Specialty เชื่อมโยงทุกกระบวนการพัฒนาชาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ใบชาจากเกษตรกรไทย พัฒนาโดยคนไทย และถ่ายทอดเป็นเมนูที่สะท้อนรสชาติแท้ของชาไทย ปัจจุบัน ร้านชาไทยทั่วประเทศเริ่มคัดสรรใบชาคุณภาพจากแหล่งปลูกหลากหลายทั่วไทย ซึ่งมี Taste Notes เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ชาเชียงรายให้กลิ่นอายดอกไม้และเบอร์รี่ ชาแม่ฮ่องสอนมีโน้ตของส้มและเนยสด ชาปัตตานีมีกลิ่นหอมของเนยถั่วและลูกสน

นอกจากนี้ กระแส “ชาไทยลิซ่า” เมนู Thai up the World by Lisa ที่สร้างสรรค์โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ร่วมกับ Erewhon ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูในอเมริกา ผู้บริโภคกระแสหลักจึงสนใจเมนูชาไทยพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้ร้านดังอย่าง KHIRI Thai Tea, Unicorn Signature, C PROM และร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศเพิ่มเมนู “ชาไทยลิซ่า” ตามมา

เดลิเวอรีหนุนตลาดชาไทย Specialty โตแรงทั่วประเทศ
จากฐานข้อมูลของ LINE MAN พบแนวโน้มการเติบโตที่สำคัญของเมนูชาไทย Specialty อย่างชัดเจน ในระหว่างปี 2022-2024 ดังนี้

  • ร้านเครื่องดื่มที่ขายชาไทย Specialty เพิ่มขึ้นกว่า 205% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สอดรับกับพฤติกรรมคนไทยที่หันมาดื่มชาไทยคุณภาพสูงมากขึ้น โดยปี 2024 มียอดสั่งเดลิเวอรีรวมแตะ 4 แสนแก้ว โต 81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • กรุงเทพฯ ยังคงเป็นศูนย์กลางของเทรนด์ชาไทย Specialty มีจำนวนร้านมากที่สุด คิดเป็น 46% ของทั้งประเทศ ตามมาด้วยนนทบุรี และชลบุรี

กราฟแสดงการเติบโตของยอดสั่งชาไทย Specialty บน LINE MAN ระหว่าง ปี 2020-2024


คุณแพร กล่าวเสริมว่า ถ้าเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชาไทยได้ดี และมีปัจจัยสนับสนุน เช่น การพัฒนาเมนูใหม่ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น หรือการผลักดันจากแบรนด์ใหญ่ โอกาสที่ชาไทย Specialty จะแมสใกล้เคียงกับกาแฟ Specialty อาจเกิดได้เร็วขึ้นทั้งในไทยและระดับโลก

ในภาพใหญ่ของตลาดเครื่องดื่ม Specialty ทั้งหมด กาแฟ Specialty ยังเป็นผู้นำตลาดในแง่จำนวน ส่วนตลาดชาไทย Specialty กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเทียบอัตราการเติบโตในช่วง 3 ปีล่าสุด (2022-2024) จากฐานข้อมูล LINE MAN พบว่า ยอดสั่งชาไทย Specialty โตขึ้นกว่า 3.3 เท่า เทียบกับกาแฟ Specialty ที่เติบโต 2.7 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ร่วมสนับสนุนชาไทยไปตลาดโลก ผ่านการสั่งเมนูชาไทย Specialty จากร้านชา Specialty กว่า 500 ร้านบน LINE MAN

*อ้างอิงข้อมูลจากสถิติการประเมินยอดขายชาโดยสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 7 ก.ค. 2023
**ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปี 2022 และ ปี 2024

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

LINE MAN จับมือ “โคคา-โคล่า” ชวนท้าดวล “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม” ลุ้นรับส่วนลดสุดปัง

LINE MAN ตอกย้ำความสำเร็จร่วมมือกับ “โคคา-โคล่า” เดินหน้าสร้างประสบการณ์การใช้แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีในรูปแบบ Gamification อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งแคมเปญ “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม” ชวนผู้ใช้สนุกกับเกมสุดพิเศษลุ้นรับโค้ดส่วนลดอาหารสูงสุด 50 บาท และเมนูพิเศษกับร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 13 สิงหาคมนี้  “โคคา-โคล่า” ผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทย และ LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทยต่อยอดความร่วมมือสร้างสรรค์แคมเปญที่ให้ผู้ใช้ได้ทั้งอิ่มอร่อยและเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ใหม่ผ่านกลยุทธ์ Gamification Marketing อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้สร้างความสำเร็จในโปรแกรมความร่วมมือกับ “โค้ก” อย่างล้นหลาม ล่าสุดส่งแคมเปญ  “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม” ซึ่งเป็นการสานต่อความสำเร็จระหว่าง LINE MAN และ “โคคา-โคล่า” เพื่อสร้างปรากฎการณ์ความสนุกคู่ความอร่อยกับมื้ออาหารที่หลากหลาย ชวนผู้ใช้มามีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์ “โค้ก” ผ่านความพิเศษของแคมเปญในเกม “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม” ที่ได้นำ Flappy bird เกมนกชวนโชว์ทักษะการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง เพื่อลุ้นรับโค้ดส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 50 บาท และเมนูพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ อาทิ Burger King, Texas Chicken, The pizza company, McDonald’s และ Bonchon  ผู้ใช้สามารถร่วมสนุกกับเกม “Flappy โค้ก อร่อยซ่าท้าคุ้ม”ได้ทุกวัน ล่ารางวัลได้ทุกมื้อ บนแอปพลิเคชัน LINE MAN  ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2566 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา LINE MAN และ “โคคา-โคล่า” มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้ เพื่อตอบโจทย์ให้กับคนไทยในทุกมิติ ซึ่งนอกจากเป็นการเติมเต็มประสบการณ์มื้ออาหารสุดพิเศษแล้วยังเป็นการสานต่อความสำเร็จที่ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดีอีกด้วย

LINE MAN Wongnai

2 Aug 2023

LINE MAN Wongnai ร่วมกับ ทีทีบี – FlowAccount – Skooldio พัฒนาโซลูชันเชื่อม ‘หน้าร้าน-บัญชี-ธนาคาร’ พร้อมคอร์ส AI อัปสกิลเจ้าของร้านแบบครบวงจร

LINE MAN Wongnai ผนึกกำลังกับ ทีทีบี ร่วมกับ FlowAccount และ Skooldio พัฒนาโซลูชันดิจิทัลครบวงจรสำหรับธุรกิจร้านอาหารไทย เชื่อมโยงทุกระบบตั้งแต่การขายหน้าร้าน หลังบ้าน บัญชี การเงิน ไปจนถึงการเสริมทักษะดิจิทัล ช่วยให้เจ้าของร้านมองเห็นภาพรวมธุรกิจ คุมต้นทุนและเงินสดได้อย่างแม่นยำ พร้อมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน นายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions LINE MAN Wongnai กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม พบว่า นอกเหนือจากระบบจัดการร้านค้าและการรับชำระเงินแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยกว่า 53% ระบุว่าเป็นความต้องการอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยความสนใจในการทำบัญชี ถึง 29% ขณะที่ปัจจุบันระบบ Wongnai POS มียอดธุรกรรมผ่านระบบสูงถึง 1.76 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่าร้านอาหารจำนวนมากในประเทศไทยยังขาด โครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินและบัญชีที่เชื่อมโยงข้อมูลการดำเนินธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี, FlowAccount และ Skooldio ในครั้งนี้ จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการโดยตรง โดยมีเป้าหมายในการยกระดับ Wongnai POS ให้กลายเป็น “ระบบปฏิบัติการของร้านอาหาร” ที่เชื่อมต่อการทำงานตั้งแต่หน้าร้าน หลังร้าน ไปจนถึงระบบการเงินและบัญชีไว้อย่างครบวงจรเมื่อร้านค้าใช้งานระบบร่วมกัน ยอดขายจาก Wongnai POS จะถูกส่งเข้าสู่ระบบบัญชีของ FlowAccount โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของร้านสามารถบริหารจัดการบัญชีได้ง่ายขึ้น ปิดบัญชีได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ทีทีบี ก็สามารถใช้ข้อมูลธุรกรรมเหล่านี้ประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อได้ ลดขั้นตอนเอกสาร ลดภาระการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกระบวนการตั้งแต่การขาย การจัดทำบัญชี ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุนได้ ภายในระบบเดียว ยกตัวอย่าง ร้านอาหารเล็ก ๆ อย่างร้านข้าวแกง หลังจากเชื่อมต่อ Wongnai POS, FlowAccount, Skooldio และ ทีทีบี แล้วเมื่อปิดร้านในแต่ละวัน ระบบจะสรุปบัญชีให้โดยอัตโนมัติ งบการเงินพร้อมใช้งาน และสามารถนำไปยื่นขอสินเชื่อได้ทันที โดยเป้าหมายของเราคือ ทำให้เจ้าของร้านอาหารสามารถเปิดร้านได้อย่างมั่นใจ รู้ตัวเลขทางธุรกิจของตนเอง ควบคุมต้นทุนได้ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และมีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การทำอาหารที่ดีและการดูแลลูกค้า นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจเครื่องดื่ม (F&B) ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย และมีฐานร้านค้า F&B และค้าปลีกทั่วประเทศ รวมกว่า 260,000 ร้าน สะท้อนถึงตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยในปีที่ผ่านมา ทีทีบีได้ร่วมกับ Wongnai POS เพื่อยกระดับระบบการชำระเงินของร้านอาหารไทย ผ่านการเชื่อมต่อ POS เข้ากับ ttb QR และ EDC แบบไร้รอยต่อ  สำหรับเฟส 2 ของปีนี้ผู้ประกอบการจะสามารถเชื่อมบัญชีทีทีบี เข้าสู่ระบบหลังบ้านได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไปอีกขั้นด้วยแนวคิด Power ×3 ซึ่งเป็นการนำโซลูชันดิจิทัลมายกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยในอีก 3 มิติหลัก ได้แก่ 1.Power of Automation ทีทีบีเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่เชื่อมต่อรายการเดินบัญชีธนาคารกับ FlowAccount ได้แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ร้านค้าสามารถบันทึกบัญชี เห็นกำไรขาดทุน กระแสเงินสด ได้โดยไม่ต้องทำงานซ้ำ ช่วยลดภาระงาน และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำขึ้น 2. Power of Growth นำข้อมูลยอดขายจริงจาก POS ผสานกับข้อมูลรับเงินผ่านบัญชีทีทีบี เพื่อเปลี่ยนยอดขายเป็นพลังการเติบโต ช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงวงเงิน พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรซัพพลายเออร์วัตถุดิบชั้นนำ 3. Power of AI เสริมศักยภาพเจ้าของร้านและทีมงาน ด้วยคอร์ส AI และหลักสูตรดิจิทัลที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับธุรกิจร้านอาหาร SME เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดการบริหารได้จริง ทีทีบีมุ่งมั่นเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับระบบนิเวศร้านอาหารไทย ด้วยการทำให้การขายหน้าร้าน การรับเงิน และบัญชีธนาคาร เชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพธุรกิจชัดขึ้นและเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น เพื่อธุรกิจร้านอาหารไทยแข็งแรงและเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว นายกฤษฎา ชุตินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FlowAccount ผู้นำในการให้บริการโปรแกรมบัญชีออนไลน์ กล่าวว่า การทำบัญชีร้านอาหารมีความสำคัญต่อการบริหารธุรกิจในหลายมิติ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ทำให้เจ้าของร้านเข้าใจตัวเลขของร้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เห็นต้นทุนร้าน ค่าแรงพนักงาน และภาพรวมกำไร–ขาดทุนอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดทำงบการเงินได้สะดวก และบริหารจัดการภาษีได้ครบในที่เดียว นอกจากนี้ ระบบยังช่วยให้การจัดการข้อมูลง่ายขึ้นด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเพื่อนำเข้าข้อมูลจาก Wongnai POS มาเปิดบิลอัตโนมัติ หรือการดึงรายการเดินบัญชีจาก ทีทีบี ซึ่งเป็นธนาคารแรกที่เชื่อมต่อ Statement เข้าสู่โปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount ช่วยลดงานซ้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมประหยัดเวลาในการบริหารจัดการร้านอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้าน Skooldio พันธมิตรด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับ SME มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านหลักสูตรคอร์สออนไลน์ ที่เน้นการเรียนรู้จาก Use Case จริง เพื่อให้ร้านค้าเข้าใจธุรกิจ บริหารจัดการได้ดีขึ้น และใช้เทคโนโลยีรวมถึง AI วิเคราะห์ข้อมูลและต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Skooldio ย้ำว่า เทคโนโลยีจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ ‘คนใช้เป็น’ เราจึงเน้น Upskill ด้าน Digital / Data / AI เพื่อให้เจ้าของร้านอ่านข้อมูล คิดและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ให้เครื่องมือที่ดีสร้างผลลัพธ์ที่ดีแก่ธุรกิจได้จริง ร้านอาหารที่สนใจโซลูชันนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://flowaccount.com/restaurant-solutions ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

6 Mar 2026

LINE MAN ร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 4

LINE MAN อัดแคมเปญ “คนละครึ่ง ลด 100 เทียมทาน” ลดเพิ่มอีกต่อ ช่วยค่าครองชีพผู้บริโภค – ดันรายได้ร้านอาหาร ย้ำตัวจริงคนละครึ่ง! LINE MAN ตัวจริงคนละครึ่ง เดินหน้าเข้าร่วมโครงการเฟส 4 อัดแคมเปญ “LINE MAN คนละครึ่ง ลด 100 เทียมทาน” ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ลูกค้าด้วยโค้ด “REALHALF” มอบส่วนลด 50% สูงสุด 100 บาท และโปรโมชันจาก 60,000 ร้านค้าทั่วไทย เริ่มแล้ววันนี้ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2565 พร้อมดันยอดขายร้านอาหารสูงสุดกว่า 5 เท่า* ยืนยันระบบใช้งานง่าย ไรเดอร์ไม่ยกเลิกออร์เดอร์  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “จากความสำเร็จของ LINE MAN ที่รวบรวมร้านอาหารในโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ไว้มากที่สุดกว่า 60,000 ร้าน จากร้านอาหารทั้งหมดที่ลงทะเบียนกับกระทรวงการคลังจำนวน 82,000 ร้าน ช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารเพิ่มมากขึ้นสูงสุด 5 เท่า พร้อมกับลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่เรามุ่งมั่นเสมอมาเพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น โดยคนละครึ่งเฟส 4 นี้ LINE MAN ยังคงสานต่อความตั้งใจผ่านการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับร้านอาหารรวมถึงผู้บริโภค พร้อมกับสนับสนุนนโยบายของกระทรวงการคลังต่อไป”    LINE MAN คนละครึ่ง ลด 100* เทียมทาน จาก 60,000 ร้านอาหารครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 14 กุมภาพันธ์ 2565 สำหรับผู้ใช้สิทธิ์คนละครึ่งบน LINE MAN ใส่โค้ด “REALHALF” รับส่วนลด 50% สูงสุด 100 บาท เมื่อสั่งอาหารผ่านคนละครึ่ง โดยไม่มีกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อสินค้า (ได้รับสิทธิ์ 1 ครั้ง) ลูกค้าสามารถรับส่วนลดต่อที่ 1 จาก LINE MAN สูงสุด 100 บาท ซึ่งให้ใช้ได้ทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ และส่วนลดต่อที่ 2 จากการใช้คนละครึ่ง “จากสถิติของลูกค้าจะมีการเลือกสั่งออร์เดอร์คนละครึ่ง มากกว่าออร์เดอร์ปกติถึง 2 เท่า โดยเราเชื่อว่าคนละครึ่งเฟส 4 นี้ จะช่วยสร้างโอกาสให้กับร้านอาหารทั้งที่เคยเข้าร่วมคนละครึ่งผ่านแอปฯ LINE MAN และร้านใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วม ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ร้านอาหารเหล่านี้ได้ขยายฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น และเป็นผลดีต่อการทำการตลาดของร้านในอนาคต” คุณยอดสรุป  สำหรับร้านอาหารที่เข้าร่วมคนละครึ่งบน LINE MAN รายงานยอดขายเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 เท่า (สถิติจากร้านอาหารที่เข้าร่วมคนละครึ่งเฟส 3) โดยมีจำนวนผู้ใช้ใหม่บน LINE MAN ที่เพิ่มขึ้นถึง 284%  ร้านอาหารที่เข้าร่วมคนละครึ่งเฟส 4 จะได้รับสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นยอดขายมากมาย อาทิ ปรับลดค่า GP ไม่เกิน 20% สำหรับออร์เดอร์ “คนละครึ่ง” สื่อโฆษณาออนไลน์บนแอปฯ และทุกช่องทางสื่อของ LINE MAN Wongnai ระบบคนละครึ่งบน LINE MAN ที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องสแกน ไม่จำกัดระยะทาง และคนขับไม่ยกเลิกออร์เดอร์ หากสร้างโปรโมชันกับเมนูคนละครึ่ง รับพื้นที่สื่อบนหน้าแอปฯ เพิ่มเติม มูลค่าถึง 200,000 บาท ร้านอาหารที่เคยเข้าร่วมเฟส 3 กับ LINE MAN แล้วเพียงกดปุ่มยืนยันบนแอปฯ ถุงเงินก็สามารถรับออร์เดอร์คนละครึ่งต่อได้เลย และสำหรับร้านอาหารที่ไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN สามารถเข้าร่วมขายคนละครึ่งได้ที่แอปฯ ถุงเงิน ตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการคนละครึ่ง เฟส 4  *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

LINE MAN Wongnai

1 Feb 2022

CTO ของ LINE MAN Wongnai กางแผนดึง Tech Talent ลุยสร้างบริการ Made in Thailand ย้ำภาพบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในไทย 

LINE MAN Wongnai เดินหน้าขยายทีมเทคโนโลยีเต็มขั้นหลังประกาศระดมทุนซีรี่ส์บีดันมูลค่าบริษัททะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เล็งเพิ่มจำนวนทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกปี 66 เพื่อสร้างบริการ Made in Thailand ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศ  คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE MAN Wongnai และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันบริษัทกลายเป็นยูนิคอร์นได้สำเร็จ ได้เล่าแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นถัดไป ดังนี้  เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับชาติ คือทีมงานเทคโนโลยีระดับหัวกะทิกว่า 350 คน    LINE MAN Wongnai คือแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานคนไทย 10 ล้านคนใช้งานทุกวัน และมีความถี่ในการใช้งานวันละหลายครั้ง ภายในอีโคซิสเต็มของ LINE MAN Wongnai ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ใช้งาน, ร้านค้า และไรเดอร์ จำเป็นต้องใช้ทีมเทคโนโลยีมากกว่า 350 คน พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แต่ละส่วนมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันมาก แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือต้องให้คนไทยทุกคนใช้งานได้ง่าย โครงสร้างทีมเทคโนโลยีแบ่งเป็น 3 ทีมใหญ่ๆ ได้แก่ ทีม Engineering, ทีม Product และทีม Data ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นทั้ง 1) ผู้ใช้มีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านบริการออนดีมานด์ 2) ร้านค้าพันธมิตรสามารถสร้างยอดขายออนไลน์และสร้างความเติบโตให้ธุรกิจได้ดี และ 3) ไรเดอร์สามารถสร้างอาชีพและรายได้บนแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน เข้าถึง-เข้าใจ-รวดเร็ว จุดแข็งของบริษัทเทคโนโลยีที่มี HQ และทีมงานในไทย “ทีมงานเทคโนโลยีที่ LINE MAN Wongnai กว่า 90% เป็นคนไทย การมีทีมวิศวกรไทยที่นั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ (Headquarter) ในประเทศไทย ทำให้ปรับตัวกับทุกสถานการณ์ได้รวดเร็ว รู้ลึกรู้จริงในความต้องการของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์คนไทยได้อย่างแท้จริง ทุกคนทำงานโดยยึดหลัก Core Values ขององค์กร คือ Innovate Faster สร้างนวัตกรรมและทำให้เร็ว Go Deeper ทำงานลงลึกใกล้ชิดผู้ใช้งาน Respect Everyone ทำงานโดยเคารพทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”  หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำงานของทีมเทคโนโลยีที่สะท้อน Core Values ได้อย่างครบถ้วน คือ การเชื่อมระบบโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เข้ากับบริการส่งอาหารของ LINE MAN ที่สามารถพัฒนาให้สำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ และได้เสียงตอบรับจากร้านอาหารว่าใช้งานง่าย ส่งผลให้มีจำนวนร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 กับ LINE MAN มากถึง 75% จากร้านคนละครึ่งที่ลงทะเบียนขายเดลิเวอรีทั้งหมด นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai เริ่มเปิดออฟฟิศสำหรับทีมเทคโนโลยีที่จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้มีพนักงานราว 20 คนที่ทำงานร่วมกับทีมงานที่กรุงเทพฯ และสร้างบริการที่มีคนใช้ทั้งประเทศ โดยพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดใดก็ได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการเท่าเทียมกัน “แม้ว่าเราเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการสร้างเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับโลก ดังนั้นเราจึงเริ่มดึงชาวต่างชาติมีประสบการณ์การทำงานกับแพลตฟอร์มระดับโลกมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ จีน หรืออินเดีย  เพื่อนำ Know-how มาปรับใช้และพร้อมสำหรับสเกลอัพในอนาคต โดยทีมงานชาวต่างชาติสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ มีทั้งเลือกอยู่ที่ประเทศเดิมและย้ายมาทำงานในไทย” คุณภัทราวุธ กล่าวเสริม  ปี 66 ขยายทีมเทคเพิ่มขึ้นเป็น 450 คน ด้วยงานที่ท้าทายเทียบชั้นแพลตฟอร์มระดับโลก คุณภัทราวุธยังเล่าว่า หลังการระดมทุนซีรี่ส์บีในปี 65 ตั้งเป้าขยายทีมงานเทคโนโลยีเป็น 450 คนภายในครึ่งปีแรกของปี 66 และเพิ่มสัดส่วนพนักงานระดับอาวุโส (Senior) อีกจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของแพลตฟอร์มที่จะขยายพื้นที่บริการฟู้ดเดลิเวอรีให้ลึกยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ อีกมากมายในรูปแบบ E-commerce Platform for Services โดยมีกลยุทธ์ดึงดูด-รักษา-พัฒนาทีมงานเทค ตั้งแต่กระบวนการค้นหาคนที่ใช่อย่างเข้มข้น เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างทีมงาน สร้างบรรยากาศการทำงานที่ท้าทาย ให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล มีสวัสดิการที่สนับสนุนการใช้ชีวิตหลากหลาย และเข้าไปมีส่วนร่วมผลักดัน Developer Community ในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อพัฒนาชุมชนนักพัฒนาในไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย เพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีชาวไทยที่ทำงานอยู่ทั่วโลก ให้สามารถกลับมาพัฒนาแพลตฟอร์มไทยที่มีเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวใช้งานจริงๆ ในทุกวัน รับรองว่าบรรยากาศการทำงานที่ LINE MAN Wongnai เต็มไปด้วยงานที่ท้าทาย และสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานในระดับเดียวกับแพลตฟอร์มระดับโลก” คุณภัทราวุธ ปิดท้าย 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022