LINE MAN เปิดเทรนด์ “ชาไทย Specialty” มาแรงในรอบ 3 ปีหลัง มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 205% ฝั่งผู้บริโภคแห่ดื่มชาไทยคุณภาพที่สามารถเลือก กลิ่น-รส แหล่งที่ปลูกได้ ยอดสั่งเติบโต 81% ทะลุ 4 แสนแก้วในปี 2024

แนวโน้มการเติบโตของชาไทย Specialty มีจุดเริ่มต้นในปี 2022 ที่อุตสาหกรรมชาขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านคุณภาพของใบชา ความหลากหลายของแหล่งปลูก และกำลังการผลิต ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดค้าชาใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก* ชาไทยเป็นที่ต้องการสูงจากทั้งในไทยและทั่วโลก พันธุ์ชาที่นิยมปลูกในไทยได้แก่ ชาจีน (Chinese Tea) และชาอัสสัม (Assam Tea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของชาไทยสีส้มที่พวกเราคุ้นเคย แล้วถูกพัฒนามาเป็นเมนู “ชาไทย Specialty” ที่สามารถเลือกรสชาติและกลิ่นหอมได้ เหมือนกับเมนูกาแฟ Specialty

คุณแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล เจ้าของร้าน KHIRI Thai Tea หนึ่งในร้านชาไทย Specialty ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุดบน LINE MAN เล่าว่าชาไทยอยู่คู่คนไทยมานาน แต่ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงหลังที่หันมาบริโภคเครื่องดื่ม Specialty จากตลาดกาแฟ Specialty ทำให้เกิดตลาดชาไทย “Specialty” ขึ้นตามมา รูปแบบของชาไทย Specialty เชื่อมโยงทุกกระบวนการพัฒนาชาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ใบชาจากเกษตรกรไทย พัฒนาโดยคนไทย และถ่ายทอดเป็นเมนูที่สะท้อนรสชาติแท้ของชาไทย ปัจจุบัน ร้านชาไทยทั่วประเทศเริ่มคัดสรรใบชาคุณภาพจากแหล่งปลูกหลากหลายทั่วไทย ซึ่งมี Taste Notes เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ชาเชียงรายให้กลิ่นอายดอกไม้และเบอร์รี่ ชาแม่ฮ่องสอนมีโน้ตของส้มและเนยสด ชาปัตตานีมีกลิ่นหอมของเนยถั่วและลูกสน

นอกจากนี้ กระแส “ชาไทยลิซ่า” เมนู Thai up the World by Lisa ที่สร้างสรรค์โดย “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ร่วมกับ Erewhon ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูในอเมริกา ผู้บริโภคกระแสหลักจึงสนใจเมนูชาไทยพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้ร้านดังอย่าง KHIRI Thai Tea, Unicorn Signature, C PROM และร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศเพิ่มเมนู “ชาไทยลิซ่า” ตามมา

เดลิเวอรีหนุนตลาดชาไทย Specialty โตแรงทั่วประเทศ
จากฐานข้อมูลของ LINE MAN พบแนวโน้มการเติบโตที่สำคัญของเมนูชาไทย Specialty อย่างชัดเจน ในระหว่างปี 2022-2024 ดังนี้

  • ร้านเครื่องดื่มที่ขายชาไทย Specialty เพิ่มขึ้นกว่า 205% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สอดรับกับพฤติกรรมคนไทยที่หันมาดื่มชาไทยคุณภาพสูงมากขึ้น โดยปี 2024 มียอดสั่งเดลิเวอรีรวมแตะ 4 แสนแก้ว โต 81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • กรุงเทพฯ ยังคงเป็นศูนย์กลางของเทรนด์ชาไทย Specialty มีจำนวนร้านมากที่สุด คิดเป็น 46% ของทั้งประเทศ ตามมาด้วยนนทบุรี และชลบุรี

กราฟแสดงการเติบโตของยอดสั่งชาไทย Specialty บน LINE MAN ระหว่าง ปี 2020-2024


คุณแพร กล่าวเสริมว่า ถ้าเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของชาไทยได้ดี และมีปัจจัยสนับสนุน เช่น การพัฒนาเมนูใหม่ การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้น หรือการผลักดันจากแบรนด์ใหญ่ โอกาสที่ชาไทย Specialty จะแมสใกล้เคียงกับกาแฟ Specialty อาจเกิดได้เร็วขึ้นทั้งในไทยและระดับโลก

ในภาพใหญ่ของตลาดเครื่องดื่ม Specialty ทั้งหมด กาแฟ Specialty ยังเป็นผู้นำตลาดในแง่จำนวน ส่วนตลาดชาไทย Specialty กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเทียบอัตราการเติบโตในช่วง 3 ปีล่าสุด (2022-2024) จากฐานข้อมูล LINE MAN พบว่า ยอดสั่งชาไทย Specialty โตขึ้นกว่า 3.3 เท่า เทียบกับกาแฟ Specialty ที่เติบโต 2.7 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ร่วมสนับสนุนชาไทยไปตลาดโลก ผ่านการสั่งเมนูชาไทย Specialty จากร้านชา Specialty กว่า 500 ร้านบน LINE MAN

*อ้างอิงข้อมูลจากสถิติการประเมินยอดขายชาโดยสถาบันชาและกาแฟแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 7 ก.ค. 2023
**ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปี 2022 และ ปี 2024

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  
ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

News Release View More

กรมพัฒนาธุกิจการค้า x Wongnai x LINE MAN ชวนร้านอาหารกลับมา BACK TO LIFE!

BACK TO LIFE! Wongnai และ LINE MAN เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ธุรกิจในแอปพลิเคชั่น พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกช่องทาง 2 พันธมิตรของกระทรงพาณิชย์ ผนึกกำลังช่วยขยายช่องทางการตลาดให้ร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ ตอบโจทย์สายชิมออนไลน์ยุค New Normal … Wongnai และ LINE MAN เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ธุรกิจในแอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่ต้องการสั่งอาหารจากร้าน Thai SELECT พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกรูปแบบ/ทุกช่องทาง ทั้งการสั่งออนไลน์, การชำระค่าอาหาร/บริการ, การรับอาหารเองที่ร้าน หรือส่งอาหารถึงที่บ้าน ง่าย ๆ เพียงร้านค้าอัปเดทเมนูและราคาให้เป็นปัจจุบัน หมั่นเช็กออร์เดอร์ลูกค้า บริหารจัดการร้านค้าแบบมืออาชีพ ก็สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการวิถีชีวิตใหม่ได้แล้ว 1.การรับอาหารเองที่ร้าน 2.ส่งอาหารถึงที่บ้าน นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ Wongnai และ LINE MAN ขยายช่องทางการตลาดให้ร้านอาหาร Thai SELECT ตอบโจทย์สายชิมออนไลน์ยุค New Normal โดย Wongnai และ LINE MAN ได้พัฒนาฟีเจอร์ธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่ต้องการสั่งอาหารร้านอาหาร Thai SELECT โดยเฉพาะ เพิ่มตัวช่วยใหม่ให้ร้านอาหารทำระบบรับ-ส่ง เดลิเวอรีเอง รวมถึงประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกรูปแบบ/ทุกช่องทางเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค และกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด” “ปัจจุบันผู้บริโภคนิยมใช้ช่องทางออนไลน์ในการเลือกสรร/สั่งอาหาร และชำระค่าสินค้า/บริการ สะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ร้านอาหารจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยสถานการณ์ปกติ…ร้านอาหารจะมีรายได้จากการขายอาหารที่ร้านประมาณร้อยละ 80 และรับคำสั่งซื้อทางออนไลน์ร้อยละ 20 แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ร้านอาหารมีรายได้จากคำสั่งซื้อทางออนไลน์ถึงร้อยละ 100 และเมื่อเข้าสู่ยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) คำสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ยังคงได้รับความนิยม และเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบรับ-ส่งอาหารจะขึ้นอยู่กับความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งผ่านระบบเดลิเวอรีและรับอาหารเองที่ร้าน” “ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหาร Thai SELECT ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับการดำเนินชีวิตตามวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ของผู้บริโภค โดยใช้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางหลักสำหรับการขยายช่องทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ การจำหน่ายสินค้า ฯลฯ ต้องมีการอัพเดทเมนู/ราคา/แจ้งข่าวสารต่างๆ ของร้านให้เป็นปัจจุบัน หมั่นตรวจเช็คคำสั่งซื้อของลูกค้า และดำเนินการจัดส่งสินค้า/อาหารให้โดยเร็ว มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี และมีการบริหารจัดการร้านค้าแบบมืออาชีพด้วยความซื่อสัตย์/ตรงไปตรงมา โดยร้านที่สามารถปรับตัวได้ก่อน ก็มีโอกาสที่จะสร้างผลกำไรให้กิจการได้ก่อนเช่นกัน” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “การคลายล็อกกิจการเฟส 4 ถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่พวกเราทุกคนสามารถร่วมด้วยช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ และธุรกิจไทยได้อีกครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ Wongnai ในฐานะที่เป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่ร่วมสู้ไปด้วยกันกับวงการร้านอาหารไทยมาตลอด วิกฤตครั้งนี้เราจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยโปรโมทร้านอาหารไทยกว่า 500 ร้านทั่วประเทศ ที่เปิดให้นั่งกินที่ร้าน และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ของ Wongnai ที่มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 10 ล้านราย เพื่อสร้างความรับรู้ ดึงดูดลูกค้า และที่สำคัญคือช่วยเรียกความมั่นใจให้กับลูกค้าทั่วประเทศให้มีความเชื่อมั่นในการอุดหนุนร้านอาหารของคนไทยอีกครั้ง” “โดยจะทำการประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT ผ่านแอปลิเคชั่นและเว็บไซต์ Wongnai 3 รูปแบบ คือ 1) บทความแนะนำลายแทงร้านอาหาร Thai SELECT เจ้าเด็ดเจ้าดัง 2) อัลบั้มรูปนำเสนอไฮไลต์และเรื่องอินไซต์จากร้านอาหาร Thai SELECT ผ่านแฟนเพจ Wongnai.com เพื่อเพิ่มเสน่ห์ร้านค้าให้เป็นที่จดจำ เป็นที่รู้จักมากขึ้น และพร้อมที่จะเข้าไปใช้บริการ และ 3) วิดีโอรีวิวอาหารสำหรับเมนูเด็ดแนะนำที่ห้ามพลาดเมื่อไปกินอาหารที่ร้าน พร้อมข้อมูลร้านสั้น ๆ อธิบายระหว่างเปิดคลิป และจะช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ Wongnai เพิ่มเติมให้อีกด้วย” “นอกจากนี้ Wongnai ได้เพิ่มตัวช่วยให้กับร้านอาหารกว่า 500 ร้านทั่วประเทศ ให้สามารถใช้ฟีเจอร์ล่าสุด ‘Self Delivery (ร้านส่งเอง)’ บน Wongnai Merchant App (WMA) ได้ฟรีตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน นี้ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารมีทางเลือกในการกำหนดค่าส่ง และวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะสมได้เอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้พนักงานที่ร้าน ใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยรับออร์เดอร์อัตโนมัติจากลูกค้าที่สั่งผ่าน LINE Official Account ของทางร้านเองได้อย่างสะดวก ช่วยให้ร้านสามารถจัดเวลาไปกับการจัดเตรียมอาหารได้ดียิ่งขึ้น และลดเวลาที่ต้องใช้ในการเช็กหรือตอบแชทลูกค้า ทำให้สามารถบริหารต้นทุนค่าขนส่ง และวางระบบการบริหารจัดการเดลิเวอรีได้ง่ายมากขึ้น” มร.ซินหมิง จ้าว หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการ LINE MAN กล่าวว่า “เพื่อเพิ่มเครื่องมือให้กับร้านอาหารในยุคโควิด-19 ทาง LINE MAN และ Wongnai ได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคในการสั่งอาหารจากร้านทั่วประเทศโดยเฉพาะ ครอบคลุมไลฟ์สไตล์/ความต้องการของลูกค้า และช่วยให้ร้านอาหารสามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อได้สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ Pickup (ร้านอาหารไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน นี้) เมื่อลูกค้าสั่งอาหารผ่านแอปฯ LINE MAN หรือ Wongnai และชำระค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว สามารถไปรับอาหารได้ที่ร้าน ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้า *ไม่ต้องเสียเวลาในการต่อคิว/รอทำอาหาร * สั่งอาหารได้สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องพกเงินสด * ไม่เสียค่าจัดส่ง ขณะที่ร้านอาหาร * บริหารคิวลูกค้าได้ดีขึ้น * เพิ่มเครื่องมือ/ช่องทางใหม่ ทำให้ไม่พลาดการขาย * เพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ : 0 2547 5962E-Mail : [email protected] สายด่วน 1570Website :  www.dbd.go.thสำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนได้ที่ ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ DBD x Wongnai x LINE MAN “Back To Life” หรือเฟซบุ๊ก Wongnai For Business

LINE MAN Wongnai

9 Jul 2020

แคมเปญใหญ่ลดทั่วไทย!  LINE MAN “ถูกสุดทุกวัน GRAND SALE” ล็อกดีลถูกสุด 1 บาท

LINE MAN ต่อยอดความคุ้มครั้งใหญ่ผ่านแคมเปญ “LINE MAN ถูกสุดทุกวัน GRAND SALE” ปรากฏการณ์ความคุ้มทั่วเมือง ‘ล็อกดีล ถูกสุด 1 บาท’ ที่สามารถซื้อเก็บไว้ใช้ภายหลังได้ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันตลอดทั้งปี เพียงกรอกโค้ด “LINEMAN” รับทันทีส่วนลดสูงสุด 50%* แบบไม่มีขั้นต่ำ และโปรส่งฟรี 0 บาท* เสริมความคุ้มอีกขั้นสำหรับสมาชิก LINE MAN VIP รับโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 30%* รวมถึงผู้ใช้ที่จ่ายผ่าน LINE Pay ครั้งแรก รับ LINE POINTS สูงสุด 100 บาท* คุ้มครบจบในแอปเดียว เสิร์ฟความคุ้มกลางสยาม กับ “ร้านค้าดีล 1 บาท” สยามสแควร์กลายเป็นจุดหมายของสายช้อป เมื่อ LINE MAN ยกดีลสุดคุ้ม 1 บาทจากแบรนด์ดังมาให้เลือกช้อปกันถึงหน้าร้าน ดึงดูดผู้คนให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความคุ้มแบบออฟไลน์ ท่ามกลางบรรยากาศ Grand Sale ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคักและความสนุกตลอดทั้งวัน ในช่วงวันที่ 25 ก.พ. – 1 มี.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มดีกรีความตื่นเต้นด้วยกิจกรรมตู้กาชาปองสำหรับสมาชิก VIP ที่เปิดโอกาสให้ร่วมลุ้นของรางวัลมากมาย ทั้งคูปองส่วนลด ตุ๊กตาคอลเลกชันพิเศษ และโค้ดกินฟรี/ช้อปฟรี สร้างสีสันให้การช้อปครั้งนี้ครบทั้งความคุ้มและความสนุกในจุดเดียว ตู้กดดีลสุดคุ้ม บุกโซนออฟฟิศย่านธุรกิจทั่วกรุง!  จากแลนด์มาร์กใจกลางสยาม LINE MAN ยังขยายความสนุกของแคมเปญสู่กลุ่มคนเมืองชาวออฟฟิศ ผ่านกิจกรรม “ตู้กดดีลสุดคุ้ม” ที่นำดีลพิเศษไปปักหมุดตามย่านธุรกิจสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ให้พนักงานออฟฟิศได้ร่วมลุ้นดีลในช่วงพักกลางวันและหลังเลิกงาน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างคึกคักจากพนักงานออฟฟิศในอาคารชั้นนำย่านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Park Ventures, CentralwOrld Offices และ AIA Ratchada Tower ที่ต่างแวะเวียนมาร่วมลุ้นดีลกันตลอดทั้งวัน ระหว่างวันที่ 25–27 ก.พ. 2569 กิจกรรมยังเดินหน้าต่อเนื่องในวันที่ 4–6 มี.ค. 2569 ที่อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ (Empire Tower) และอาคารจีเอ็มเอ็ม ทาวเวอร์ (GMM Tower) ก่อนจะปิดท้ายในวันที่ 9–11 มี.ค. 2569 ที่อาคารเอ็นโค คอมเพล็กซ์ (EnCo Building) และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เปลี่ยนทุกเส้นทางเป็นดีล 1 บาท ต่อยอดความคุ้มสู่การเดินทางทั้งทางบกและทางน้ำ ด้วยดีลพิเศษ 1 บาทสำหรับสมาชิก LINE MAN VIP เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์ดีลสุดคุ้มในชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น  “ตุ๊กตุ๊ก LINE MAN” เปิดให้บริการในราคาเพียง 1 บาท เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ครอบคลุม 3 โซนหลัก ได้แก่ สยาม–สีลม–สาทร, พร้อมพงษ์–ทองหล่อ–อโศก และพหลโยธิน–อารีย์–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สร้างสีสันให้การเดินทางใจกลางเมือง พร้อมกระแสตอบรับคึกคักจากผู้ใช้บริการที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์นั่งตุ๊กตุ๊กราคาเดียวตลอดเส้นทาง ขณะเดียวกัน “เรือ LINE MAN” ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ทั้งเส้นทางระหว่างท่าสาทร–ท่าตากสินที่เปิดให้บริการช่วงวันที่ 25–28 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา และเรือคลองแสนแสบที่ท่าประตูน้ำ ตอกย้ำการนำดีลพิเศษไปสู่ทุกมิติของการเดินทางในเมืองได้อย่างครบวงจร ลุ้นรับทองทุกสัปดาห์ พร้อมสิทธิ์กระทบไหล่คู่จิ้นซีรีส์วายสุดฮอต  เพิ่มดีกรีความคุ้มตลอดแคมเปญ LINE MAN จัดกิจกรรมแจกทองคำรวมมูลค่า 1 บาท* ตลอดระยะเวลาแคมเปญ โดยมอบรางวัลทองคำสัปดาห์ละ 1 สลึง รวมทั้งหมด 4 ครั้ง เพียงสั่งซื้อและใช้งานล็อกดีลผ่านแอป LINE MAN พร้อมแคปหน้าจอการใช้งาน แล้วนำมาคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรมบน Facebook ติดแฮชแท็กที่กำหนด กดติดตามเพจ LINE MAN และกดไลก์โพสต์กิจกรรม ผู้ที่ได้รับการตอบกลับในคอมเมนต์สูงสุดและทำตามกติกาครบถ้วน จะได้รับรางวัลในแต่ละสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังเอาใจแฟนด้อมคู่จิ้นซีรีส์วายชื่อดัง ลุ้นเป็น  40 Lucky Fans ต่อหนึ่งกิจกรรม รับสิทธิ์ที่นั่งพิเศษใน LINE MAN Live ร่วมลุ้นผ่าน Facebook และ Instagram เพียงสั่งซื้อและใช้ล็อกดีล และแคปหน้าจอพร้อมบอกเหตุผลที่อยากเข้าร่วม หรือร่วมสนุกผ่านแอป LINE MAN เพียงสั่งซื้อขั้นต่ำ 250 บาท และกรอกโค้ดที่กำหนด โดยมีรายละเอียดระยะเวลาในการร่วมกิจกรรม ดังต่อไปนี้ ___________________________________________ *LINE MAN คือ แอปพลิเคชันผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าที่มีอัตราค่าจัดส่งที่ถูกที่สุด (ปี 2025) ตามผลสำรวจโดย INTAGE Thailand การเปรียบเทียบค่าจัดส่ง เป็นไปตามวิธีการสำรวจและเงื่อนไขของ INTAGE Thailand ณ ช่วงเวลาที่ทำการสำรวจเท่านั้น*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ตามข้อกำหนดที่ได้มีการเผยแพร่ตามช่องทางเว็บไซต์ https://lineman.line.me/lm-tooksud/ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

6 Mar 2026

LINE MAN Wongnai ผนึก กทม. เดินหน้าโครงการ “ร้านนี้ ไม่เทรวม” เฟส 2 สนับสนุนงบ – ดึงร้านในแพลตฟอร์มร่วมเปลี่ยนเมือง

LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย จับมือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เผยความสำเร็จร้านอาหารกว่า 600 ร้านเข้าร่วมโครงการ “ร้านนี้ ไม่เทรวม” ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการแยกขยะอินทรีย์จากต้นทาง โดยมุ่งลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะและส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าขยายโครงการ ‘ร้านนี้ ไม่เทรวม’ สู่เฟสที่ 2 พร้อมสนับสนุนกทม. มอบผ้ากันเปื้อนและสติกเกอร์โครงการ “ร้านนี้ไม่เทรวม” มูลค่า 850,000 บาท เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการมีส่วนร่วมในแนวทางการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยมี คุณพิชญาภา พฤตธนานนท์ รองประธานฝ่ายธุรกิจร้านอาหาร LINE MAN Wongnai, ดร.มาลียา โชติสกุลรัตน์  ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai และ คุณพงศ์วิชญ์ คงเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้มอบให้แก่ คุณพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์  ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร ในงานแถลงข่าว โครงการ “ร้านนี้ ไม่เทรวม” เฟส 2 ณ สุราลัยฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ​ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

25 Feb 2025

Rabbit LINE Pay ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น LINE Pay ย้ำลูกค้าใช้บริการได้เหมือนเดิม

Rabbit LINE Pay ผู้นำด้านการบริการระบบการชำระเงินแบบออนไลน์และออฟไลน์ ประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น “LINE Pay” และใช้ชื่อ “บริษัท ไลน์ เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด” อย่างเป็นทางการ มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป โดยผู้ใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้ สามารถใช้จ่ายผ่านบริการได้ทุกช่องทางเช่นเดิม ทั้งเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน การชำระค่าสินค้าและบริการจากแบรนด์พันธมิตร รวมถึงชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ การเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น LINE Pay ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก LINE MAN Wongnai และ LINE ประเทศไทย เข้าซื้อกิจการจากผู้ถือหุ้นเดิมเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างการรับรู้แก่ผู้ใช้บริการภายใต้ชื่อแบรนด์ดั้งเดิม LINE Pay พร้อมปรับโฉมคาแรกเตอร์ “บราวน์” ลุคใหม่ใส่ผ้ากันเปื้อน เพื่อปรับภาพจำ ณ จุดบริการชำระเงินออนไลน์และออฟไลน์ทั่วประเทศ ตอกย้ำเป้าหมายธุรกิจเพื่อเชื่อมบริการของ LINE Pay เข้ากับระบบนิเวศของ LINE มากขึ้น ได้แก่ LINE MAN, LINE SHOPPING, แอป LINE รวมถึงเครือข่ายร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Wongnai สามารถทำธุรกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ เกี่ยวกับ LINE Pay ประเทศไทย LINE Pay คือผู้ให้บริการระบบการชำระเงินแบบออนไลน์และออฟไลน์ ภายใต้การบริหารของ LINE MAN Wongnai หลังการประกาศเข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 โดย LINE Pay ให้บริการครอบคลุมทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล บริการช่องทางชำระเงินที่ง่ายและปลอดภัย สามารถจ่าย โอนเงิน หรือเติมเงิน ที่สามารถใช้ได้กับเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน การชำระค่าสินค้าและบริการจากแบรนด์พันธมิตร รวมถึงชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Oct 2023